You are currently browsing the category archive for the ‘Thaksin video clips’ category.

พ.ต.ท.ทักษิณขึ้นเหนือทำบุญที่พะเยาก่อนร่วมงานเกิดท่านยงยุทธ ติยะไพรัช

วันนี้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีพร้อมด้วยบุตรชาย คุณจักรภพและผู้ติดตามอีกหลายคนได้เดินทางไปยังวัดศรีโคมคำ อ.เมือง จ.พะเยาเพื่อทำบุญและสักการะพระเจ้าตนหลวง พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองพะเยารวมทั้งทำพิธีสะเดาะเคราะห์และสืบชะตาต่ออายุตามประเพณีล้านนา โดยการทำบุญของอดีตนายกรัฐมนตรีครั้งนี้มีท่านยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎรและส.ส.พรรคพลังประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมพิธีด้วยซึ่งใช้เวลาประมาณ 30 นาทีก่อนจะเดินทางไปยังวัดพระธาตุดอยตุงและร่วมงานเลี้ยงวันคล้ายวันเกิดของท่านยงยุทธ ติยะไพรัชที่จ.เชียงราย

การขึ้นเหนือไปทำบุญของท่านนายกทักษิณในครั้งนี้ทางวิทยุเสรีชน(www.serichon.com)ได้มีโอกาสถ่ายทอดเสียงสดๆของท่านทักษิณในงานให้ผู้ฟังทีอยู่ทางบ้านและที่ทำงานโดยเฉพาะกลุ่มคนรักทักษิณได้ฟังด้วยในงานนี้อดีตนายกฯทักษิณท่านอู้คำเมืองสดๆ อาจจะฟังยากนิดนึงนะคะสำหรับผู้ที่ฟังภาษาเหนือไม่ออก อู้คำเมืองบ่ได้ ผู้เขียนจึงขอแปลสารของท่านทักษิณเป็น “ภาษาไทยภาคกลาง” โดยสรุปย่อก็แล้วกันนะคะ(หากการถอดความผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ)

คุณผู้ฟังสามารถรับฟังการถ่ายทอดเสียงได้ที่ออดิโอ คลิปข้างล่างนี้
[splashcast DWEY2097JC]

การมาที่เชียงรายของท่านทักษิณในครั้งนี้นอกจากท่านจะได้ร่วมงานวันเกิดของท่านยงยุทธอย่างไม่รู้มาก่อนแล้วโบนัสอีกอย่างหนึ่งที่ท่านได้รับคือได้กล่าวทักทายกับพี่น้องชาวเชียงรายด้วย ท่านได้กล่าวถึงท่านยงยุทธในฐานะที่เป็นเพื่อนที่ไม่ทอดทิ้งกันเมื่อคราวที่ท่านถูกยึดอำนาจรวมไปถึงประสพการณ์ชีวิตที่ท่านได้รับช่วงรัฐประหารและการมีพุทธศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ

ในตอนเริ่มต้นท่านทักษิณได้พูดถึงท่านยงยุทธแบบติดตลกว่า

“ผมเองนั้นขอพูดด้วยความสัตย์จริงว่าไม่ทราบมาก่อนเลยว่าวันนี้(วันที่ 3 เมษายน)เป็นวันเกิดยงยุทธ แต่บังเอิญว่าตั้งใจจะมาไหว้พระที่เชียงรายและพะเยา พอตั้งใจจะมาไหว้พระ ยงยุทธก็เพิ่งมาบอกกับผมว่าวันนี้เป็นวันเกิดของตน และก็ไม่เอ่ยปากชวนให้มากินข้าวบ้าน อยู่ๆผมก็เกิดบอกยงยุทธไปว่า เอ…ตอนเย็นผมไปกินข้าวบ้านยุทธดีกว่าไหม ก็เลยมาวันนี้ ปรากฏว่าวันนี้เป็นวันเกิดยงยุทธด้วยหรือ เลยได้สองโอกาสเลยได้มาเยี่ยมพ่อแม่พี่น้อง(ที่เชียงราย)และก็ได้มาร่วมงานอวยพรวันเกิดให้กับยงยุทธด้วย”

จากนั้นท่านทักษิณได้พูดถึงท่านยงยุทธที่ไม่เคยทอดทิ้งท่านเมื่อครั้งชีวิตของท่านต้องเจอมรสุมทางการเมืองจากรัฐประหาร 19 กันยาฯ ท่านทักษิณบอกว่า ช่วงที่เกิดรัฐประหารนั้นท่านยงยุทธโดนทหารควบคุมตัวไปสอบถามและหลังจากที่ทหารปล่อยตัวออกมาท่านยงยุทธก็เดินทางไปหาท่านที่เมืองนอก

“ตอนนั้นยงยุทธไปอยู่อเมริกาส่วนผมเองไปอยู่อังกฤษ จากนั้นผมก็เดินทางไปมาระหว่างอังกฤษกับอเมริกา ช่วงที่ผมเดินทางไปอเมริกาก็มีโอกาสไปพบยงยุทธที่นู่นและพักอยู่กับยงยุทธเป็นเวลาหลายวันเหมือนกัน หลังจากนั้นมาก็ได้ติดต่อกันตลอด ยงยุทธเองก็เดินทางไปหาผมเช่นกันทั้งที่อังกฤษ เมืองจีน ฮ่องกง ติดต่อกันตลอดและพอมาถึงใกล้ช่วงเลือกตั้งยงยุทธก็กลับเข้ามารับหน้าที่เป็นรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ส่วนผมเองก็กลายเป็นคนตกงานไป…ตอนนี้ไม่มีงานทำเผื่อว่าจะมาหางานแถวนี้ทำ” (ตรงนี้ท่านตั้งใจพูดแบบติดตลกค่ะแต่คนฟังอย่างผู้เขียนก็ให้รู้สึกว่าท่านทักษิณเองคงรู้สึกเจ็บปวดไม่น้อยที่อยู่ๆก็มีคนใช้ปืนปล้นเอาตำแหน่งนายกฯที่ประชาชนมอบให้ท่านไปแถมยังโกหกต่อชาวโลกหน้าตาเฉยว่าด้วยคนไทยยินดีที่เห็นการรัฐประหารรัฐบาลทักษิณ)

และท่านก็กล่าวกับชาวเชียงรายด้วยว่าถือเป็นเกียรติและศักดิ์ศรีกับพี่น้องชาวเชียงรายอย่างยิ่งที่ท่านยงยุทธได้รับเสนอให้เป็นประธานรัฐสภาฯเพราะถือว่าคนเชียงรายที่มาจากการเลือกตั้งได้มีโอกาสรับตำแหน่งประธานรัฐสภาอันทรงเกียรติแต่สุดท้ายแล้วท่านยงยุทธก็โดนกลั่นแกล้งให้ได้รับใบแดง

ในตอนนี้ท่านทักษิณยังพูดด้วยความรู้สึกหมองเศร้าต่อการเมืองไทยที่ผ่านมาและกำลังเกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้ว่า

คนไทยแทนที่จะรักกัน ช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้บ้านเมืองก้าวหน้าแต่กลับมานั่งหาเรื่องหาราวกันได้ทุกวัน

และท่านก็ขอให้อดทนกันสักหน่อยเพราะคนเชียงรายเป็นคนเข้มแข็งอยู่แล้วแต่ท่านเองก็คิดว่าในท้ายที่สุดแล้วก็คงเป็นเรื่องของบุญทำกรรมแต่งและก็ขอให้ทำความความดีไปเรื่อยๆ

สำหรับชีวิตของท่านช่วงปีกว่าที่ผ่านมานั้นท่านบอกว่า

“ผมมีทุกอย่าง ได้เห็นทุกอย่าง ได้รู้จักทุกอย่าง บางทีก็อาจจะพูดได้ว่าผมเป็นคนโชคดีอย่างหนึ่งเกิดมาชาติเดียวได้เห็นนรกและสวรรค์พร้อมกัน” พร้อมกันนั้นท่านก็กล่าวขอบคุณพี่น้องประชาชนที่นั่งฟังท่านอยู่

จากนั้นท่านได้เล่าความหลังของท่านที่ผูกพันธุ์กับพระธาตุดอยตุงเมื่อตอนอายุ 12 ว่า

“หลวงพ่อเบ่าเอิง(?) จากวัดนวลสะพานขาวที่ผมรู้จักนั้นท่านเป็นผู้ริเริ่มทำการพัฒนาวัดที่ดอยตุง หลวงพ่อรูปนี้ท่านเล่าให้ผมฟังว่าท่านได้นั่งวิปัสนาและมีนิมิตถึงพระพุทธเจ้า หลังจากนิมิตก็ได้มีการปั้นพระพุทธรูปที่ให้มีเค้าโครงหน้าเหมือนพระพุทธเจ้ามากที่สุดแต่ไม่ใช่แบบเป๊ะๆเลยหากปั้นให้เหมือนแบบเป๊ะๆนั้นจะทำให้ท่าน(หลวงพ่อเบ่าเอิง)เสียชีวิต จึงขอแค่ปั้นให้มีเค้าโครงหน้าใกล้เคียงเท่านั้น จากนั้นไม่นานท่านก็เสียชีวิต ผมจึงมีความรู้สึกผูกพันกับพระธาตุดอยตุงนี้และหากมีโอกาสเมื่อไหร่จะต้องไปนมัสการให้ได้และเมื่อตอนที่ผมเป็นนายกฯอยู่นั้นผมได้จัดงบประมาณเพื่อทำการบูรณะพระธาตุแห่งนี้ด้วยเนื่องในวโรกาสที่ในหลวงทรงครองราชย์ครบ 60 ปีแล้วตอนนั้นก็ได้พัฒนาวัดหลายแห่งด้วยรวมไปถึงการบูรณะวัดพระเจ้าสวนหลวงด้วย”

วันนี้ท่านก็เลยถือโอกาสไปไหว้ที่พระเจ้าสวนหลวงด้วยเพราะการทำบุญทำให้ท่านสบายใจและช่วยให้จิตใจสงบ

ส่วนเพื่อน สส.หลายคนที่ทราบข่าวว่าท่านเดินทางมาที่นี่ก็แวะมาเยี่ยมท่านด้วยหลายคน ท่านทักษิณยังพูดด้วยความเข้าใจสัจธรรมของชีวิตด้วยว่า “ตัวผมเองและยงยุทธยังเป็นคนมีกรรมอยู่ ต่างคนต่างมีกรรม วันนี้ทั้งผมและยุทธจึงต้องมาทำบุญด้วยกันเพื่อสร้างมงคลให้กับชีวิต”

ในตอนท้ายที่ท่านอวยพรวันเกิดกับท่านยงยุทธ ท่านยังพูดแซวท่านประธานรัฐสภาฯแบบหยอกเย้าอย่างน่ารักว่า

“ผมและยงยุทธนี่นะเกิดปีวัว(ปีฉลู)เหมือนกันแต่ห่างกันรอบหนึ่ง ผมเองแก่กว่ายงยุทธ 12 ปี แต่ว่ายงยุทธนั้นดูหน้าแก่กว่าผมหนอยนึง…” (ฮา ฮา 😀 ตรงนี้เรียกเสียงหัวเราะจากคนฟังได้ตรึมค่ะ)

และก่อนจบท่านก็อวยพรให้กับตัวท่านเองและท่านยงยุทธว่าขอให้สิ่งเลวร้ายทั้งหลายหมดสิ้นไปโดยเร็วและกรรมดีที่เคยทำไว้คงจะสัมฤทธ์ผลให้คุณยงยุทธได้มีโอกาสทำหน้าที่ประธานสภาฯต่อเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติต่อไป ด้วยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านยงยุทธจะได้มีโอกาสรับใช้พี่น้องชาวเชียงรายต่อไปอีกนานเพราะยังหนุ่มอยู่ พร้อมให้พรกับพี่น้องชาวเชียงรายทุกคนได้รับแต่ความสุขความเจริญกันถ้วนหน้าในชีวิต

Thaksin, son make merit at temples in the North

(BangkokPost.com) – Ex-premier Thaksin Shinawatra and his son Panthongtae flew to Chiang Rai on Thursday morning to make merit at a temple in Payao province.

They were scheduled to land in Chiang Rai at 10.30am. Then, they planned to have a beef noodle there before going to Srikomkam and Prathat Doitung temples in Payao.

Supporters of Mr Thaksin gathered at the Chiang Rai airport to welcome him and Mr Panthongtae.

After visiting the temples, Mr Thaksin is scheduled to go to Chiang Rai’s Mae Chan district to celebrate birthday of House Speaker Yongyuth Tiyapairat. He will be staying at Dusit Island Resort Chiang Rai hotel.

เหลืออีกเพียงแค่ 2 วันเท่านั้นที่อดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท. ดร. ทักษิณ ชินวัตรจะเดินทางกลับถึงประเทศไทย มาตุภูมิที่ท่านต้องจำใจจาก

เป็นระยะเวลากว่า 18 เดือนที่อดีตนายกฯทักษิณต้องเดินทางรอนแรมอยู่ในต่างประเทศนับตั้งแต่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.) เข้าทำการปฏิวัติรัฐประหารยึดอำนาจการปกครองจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งภายใต้การนำของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ที่ผ่านมาเป็นรัฐประหารที่อดีตนายกฯทักษิณและประชาชนไทยผู้รักประชาธิปไตยทั้งหลายไม่เคยคาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้นได้อีกในโลกศตวรรษที่ 21

กว่า 1 ปีเศษภายใต้สถานการณ์รัฐประหารที่ผ่านมาประเทศไทยได้สูญเสียหลายๆสิ่งไปมากมายไม่ว่าจะเป็นเรื่องพัฒนาการทางด้านการเมืองที่ถอยหลังไปอีกสิบปี ไม่จะเป็นการสูญเสียโอกาสในการแข่งขันทางด้านเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียทางด้านการสร้างความมีส่วนร่วมในสังคมของประชาชน และความสมานฉันท์จะไม่มีทางเกิดขึ้นตราบใดที่คนในสังคมบางส่วนไม่เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นด้วยกติกาเดียวกัน

ผู้เขียนรู้สึกปิติยินดีเป็นอย่างยิ่งที่พรรคพลังประชาชนที่ได้รับการสนับสนุนจากอดีตนายกฯทักษิณ และภายใต้การนำของคุณสมัคร สุนทรเวชได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ที่ผ่านมาได้ที่นั่งในสภาฯไปเกือบครึ่งแต่ในความดีใจก็มีความผิดหวังอยู่บ้างที่ พรรคพลังประชาชนไม่สามารถได้รับชัยชนะอย่างเด็ดขาดแบบ win outright marjority จนสามารถจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวให้สำเร็จได้

แต่การที่พรรคพลังประชาชนทีมสำรองได้รับคะแนนเสียงแบบทิ้งห่างอันดับสอง(สัดส่วน+เขต)อย่างพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กว่า 60 ที่นั่งในการเลือกตั้งภายใต้เงาปืนแบบนี้ก็ถือว่ายอดเยี่ยมมากแล้วค่ะ เพราะตัวจริงอีก 100 กว่าคนที่ถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมืองไป 5 ปีก็ไม่ได้ลงแข่งขันในสนามเลือกตั้งใหญ่ที่ผ่านมา

การเลือกตั้งที่ผ่านมาจึงถือว่าเป็นบันไดก้าวแรกในการต่อสู้เพื่อให้ได้ประชาธิปไตยที่เป็นของปวงชนจริงๆกลับคืนมาหลังจากที่ รธน.40และรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งถูกโค่นล้มลง

แต่ในขณะที่ประเทศสูญเสียโอกาสทั้งในด้านสังคม การเมือง เศรษฐกิจจากการทำรัฐประหารก็มีการก่อกำเนิดของแนวรบพลังประชาชนขึ้นมาใหม่ทั้งในโลกแห่งความจริงและในโลกอินเตอร์เนตและเป็นแนวรบที่จะรอวันเติบใหญ่แข็งแกร่งขึ้นตามลำดับในยุคศตวรรษที่21ยุคที่หลายประเทศต้องล่องไปตามคลื่นโลกาภิวัตร เพราะหากทวนคลื่นแล้วอาจจมดิ่งลงสู่ก้นมหาสมุทรได้

ผู้เขียนเองในฐานะที่ได้มีโอกาสตวัดปลายนิ้วบนคีย์บอร์ดต่อสู้กับขบวนการโค่นล้มทักษิณและรัฐประหารในช่วง 2 ปีเศษที่ผ่านมาตั้งแต่เกิดปรากฏการณ์ “ลูกแกะหลงทาง” ของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ก็ให้รู้สึกไม่เหนื่อยเปล่าที่ในที่สุดแล้วพลังเผด็จการกลับพ่ายแพ้อย่างราบคาบให้แก่พลังประชาชนบนสังเวียนการต่อสู้ครั้งนี้ด้วยกติกาที่ตนเป็นผู้กำหนดขึ้นเอง แม้การต่อสู้เผด็จการเอาความถูกต้องกลับคืนสู่สังคมไทยในครั้งนี้จะเป็นเพียงการต่อสู้ทางตัวอักษรผ่านเครือข่ายอินเตอร์เนตก็ตามแต่ผลการเลือกตั้งที่ผ่านมาก็เป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วว่าความคิดของเรามิได้ถูกโดดเดี่ยวจากโลกเสรีประชาธิปไตยแต่เป็นการเดินไปด้วยกันกับประชาคมโลก

จากที่เคยแต่ขีดเขียนเกี่ยวกับการเมืองระหว่างประเทศในช่วงหลายปีที่ผ่านมาและเฝ้ามองการเมืองไทยแบบห่างๆ

จากที่ไม่เคยให้ความสนใจการเมืองไทยมากนักเพราะเบื่อการเมืองที่ขาดการสร้างสรรผลงาน

จากที่ไม่เคยให้ความสำคัญกับนักการเมืองไทยเท่าไหร่เพราะหลายคนดีแต่ตีสำนวนโวหาร ผลงานไม่เป็นที่ประจักษ์ นึกถึงแต่ความอยู่รอดของตัวเองและพรรคแต่ไม่มีจิตใจรับใช้ประชาชนแบบทุ่มเทและยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ก็ต้องหันกลับมามองการเมืองไทยใหม่เมื่อถนนสายการเมืองสายนี้มีนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ พ.ต.ท. ดร. ทักษิณ ชินวัตรและรัฐบาลพรรคไทยรักไทยก้าวเข้ามาบริหารประเทศ

อาจกล่าวได้ว่าท่านนายกฯทักษิณได้พลิกโฉมการเมืองไทยและเปลี่ยนพฤติกรรมของนักการเมืองไทยขึ้นมาใหม่ จากการเมืองที่เคยให้ความสำคัญแต่กับตัวบุคคลก็มาเน้นที่นโยบายและอุดมการณ์ของพรรคเป็นสำคัญ จากที่ไม่เคยมีรัฐบาลพรรคเดียวในเมืองไทยก็มีให้เห็นแล้วแถมเป็นรัฐบาลชุดแรกที่อยู่ครบเทอม (4 ปี) เรียกว่าการเมืองไทยยุค “ระบอบทักษิณ” เป็นยุคที่ “ฟ้าสีทองผ่องอำไพ” ทำการเมืองไทยให้งดงามเป็นประวัติศาสตร์ที่ต้องจดจำและจารึกไว้จริงๆค่ะ

ตลอดชีวิตของผู้เขียนที่ไม่เคยเสียน้ำตาให้กับนักการเมืองไทยคนไหนแต่ก็ต้องมาเสียน้ำตาให้กับพ.ต.ท. ดร.ทักษิณ ชินวัตรนักการเมืองผู้เป็นสัตบุรุษผู้นี้เป็นท่านแรกเมื่อครั้งที่ชีวิตการเมืองของท่านถูกมรสุมร้ายอมาตยาธิปไตยถาโถมพัดเข้าใส่และผู้เขียนเชื่อว่าหากพรรคพลังประชาชนยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางมีจุดยืนที่มั่นคงในหลักการที่ถูกต้องตลอดไปแล้วพรรคพลังประชาชนจะกลายเป็นพรรคที่ประชาชนรู้สึกเป็นเจ้าของได้อย่างสนิทใจและเป็นสถาบันการเมืองที่เติบใหญ่อย่างแข็งแกร่งได้ในอนาคตค่ะ

และทีมงาน thaksin.wordpress.com ต้องขอขอบคุณคุณผู้อ่านทุกท่านเป็นอย่างยิ่งที่กรุณาให้เกียรติแวะเวียนเข้ามาอ่าน เยี่ยมชมและร่วมแสดงความคิดเห็นตลอดระยะเวลากว่า 11 เดือนที่ผ่านมาที่บล็อคแห่งนี้ได้ถือกำเนิดขึ้น

ในวันนี้ผู้เขียนจึงอยากจะขอมอบ บทเพลง “เสียงเพรียกจากมาตุภูมิ” ให้กับ อดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท. ดร.ทักษิณ ชินวัตร ในยามที่ท่านกำลังจะได้กลับคืนสู่มาตุภูมิหลังจากที่ต้องลี้ภัยการเมืองไปอยู่ต่างแดนช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา

“เสียงเพรียกจากมาตุภูมิ” บทเพลงในอดีตจากจิตร ภูมิศักดิ์ที่สะท้อนถึงความรักต่อมาตุภูมิของจิตรนั้นยิ่งใหญ่เหนือสิ่งอื่นใด

เช่นเดียวกับอดีตนายกฯทักษิณในตอนนี้ต่างกันแค่บุรุษหนึ่งเดินทางรอนแรมอยู่ในป่า บุรุษอีกท่านเดินอยู่ท่ามกลางป่าคอนกรีตของมหานครลอนดอน

นี่คือความรักความศรัทธาของสองบุรุษที่ทำให้เขายืนหยัดอยู่ได้อย่างทรนงเพื่อที่วันหนึ่งจะได้มีโอกาสกลับสู่มาตุภูมิอย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรี

MV ชุดนี้ทางทีมงาน thaksin.wordpress.com ได้จัดทำขึ้นราวเดือนพฤษภาคมปีที่แล้วเพื่อประมวลเหตุการณ์วิกฤติการณ์การเมืองไทยตั้งแต่สมัยที่ ดร. ทักษิณ ยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของไทยและถูกยึดอำนาจการปกครองในเวลาต่อมาทำให้ท่านต้องลี้ภัยการเมืองอยู่ในต่างประเทศร่วม 18 เดือนแต่เสียงเพรียกจากมาตุภูมิ เสียงร่ำร้องจากประชาชนที่ยังรักและศรัทธาในตัวท่านต้องการเห็นท่านกลับคืนสู่แผ่นดินไทยอีกครั้งมิได้แผ่วเบาลงแต่อย่างใด … จากวันนั้นจนถึงวันนี้

MV เสียงเพรียกจากมาตุภูมิ บทเพลงและสไลด์โชว์ชุดนี้ขอมอบให้แด่ …อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร นายกฯที่สามารถเข้าไปนั่งอยู่ในหัวใจมหาชนได้อย่างสง่างามและวีรบุรุษของชาวรากหญ้าผู้นี้ค่ะ

พี่น้องครับ ผมจะต่อสู้เพื่อเรียกศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิคืน แต่แค่นั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญครับ เรื่องสำคัญกว่านั้นก็คือว่า เพื่อจะเรียกความเชื่อมั่นในระบบยุติธรรม และกฎหมายไทยคืน ถ้าไม่เช่นนั้นประเทศไทยจะไม่ได้รับความเชื่อถือเลย แล้วประเทศเราจะล่มจมเสียหายในที่สุด

[splashcast SDGJ7499RS]
(เอื้อเฟื้อวีดีโอและคำปราศรัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรโดย Hi-thaksin.net )

สวัสดีครับ พี่น้องประชาชนที่เคารพรัก

เมื่อสองวันนี้ คณะ คตส. ซึ่งตั้งโดยคณะปฏิวัติ โดยประกอบด้วยบุคคล ซึ่งที่ไม่ชอบผมทั้งสิ้น และบางคนก็มีการขัดแย้งกันมาโดยตลอดทางการเมือง ตั้งแต่ผมยังทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งอายัดทรัพย์สินของผมและครอบครัว ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ทำมาหากินด้วยความยากลำบากกว่า 20 ปี ซึ่งปรากฏชัดว่า ทรัพย์สินเหล่านั้นเกิดจากการขายกิจการของครอบครัว

ข้อหนึ่งที่ คตส.กล่าวอ้าง บอกว่า หุ้นที่มีมูลค่าสูงขึ้นของชินฯ เป็นเพราะผมเป็นนายกรัฐมนตรี ความจริงมันถูกแค่เพียงครึ่งเดียว เพราะข้อเท็จจริงแล้วหุ้นทั้งตลาดหลักทรัพย์ขึ้นหมด ซึ่งเกิดจากการเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมาในประเทศไทย มีนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติเข้าลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ทำให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดขึ้นมาจาก 1.5 ล้านล้านบาท ขึ้นมาถึง 5 ล้านล้านบาท ราคาหุ้นบริษัทต่างๆ ขึ้นมาแทบทุกบริษัท ไม่ว่าจะเป็นหุ้นที่พล.อ.เปรม เป็นที่ปรึกษา ธนาคารกรุงเทพ กลุ่มซีพี กลุ่มคุณเจริญ หรือรัฐวิสาหกิจของไทย หรือกลุ่มที่ให้การสนับสนุนพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หุ้นขึ้นทั้งหมด เพราะว่าเศรษฐกิจดี ตลาดหลักทรัพย์ดี ดัชนีขึ้นจาก 200 กว่าจุด ขึ้นมาเป็น 700 กว่าจุด หุ้นกลุ่มชินฯที่ขึ้นก็ขึ้นในอัตราเฉลี่ยของทั้งตลาด ไม่มีอะไรผิดปกติ แต่คตส.บอกว่าผมร่ำรวยผิดปกติ ถ้าอย่างนี้ต้องอายัดทรัพย์เจ้าของบริษัททั้งตลาดด้วยใช่หรือไม่

และคตส. ก็บอกว่าเงินผมที่ขายหุ้น 7 หมื่นกว่าล้านบาท เหลือ 5 หมื่นกว่าล้านบาท มีการยักย้ายถ่ายเท เอาอะไรมาพูดครับ คำว่ายักย้ายถ่ายเท หมายถึงว่า เอาไปใส่ชื่อคนนั้นคนนี้ แต่นี่เป็นการที่ครอบครัวเก็บเงินสดได้มาเยอะก็ต้องเอาไปลงทุน(หลักการกระจายความเสี่ยง) ไม่มีใครสำหรับการลงทุน ที่เรียกว่าเอาไข่ไปไว้ในตระกร้าเดียวกัน ถ้ามีอะไรแตกก็หมด ไม่เหลือ เขาก็แบ่งเอาไปลงทุนที่ดินบ้าง เอาไปลงทุนหุ้นบ้าง ลงทุนในบริษัทต่างๆ บ้าง ลงทุนในประเทศบ้าง เอาไปลงทุนในต่างประเทศบ้าง นี่คือรูปแบบการลงทุนธรรมดา ซึ่งตรวจสอบได้ ธนาคารแห่งประเทศไทยก็สามารถตรวจสอบได้ ทุกอย่างทำถูกต้องตามกฎหมาย แต่กลับทึกทักว่า ร่ำรวยผิดปกติ เพราะหุ้นขึ้น เอาเงินไปลงทุนก็บอกว่ายักย้ายถ่ายเท นี่คือ สิ่งที่เป็นการทั้งหมิ่นประมาท และเป็นการพิจารณาที่ขาดทั้งคุณธรรม จริยธรรม และหลักนิติธรรม
Read the rest of this entry »

สวัสดีครับ พี่น้องประชาชนที่เคารพรัก

วันนี้ผมต้องขอขอบคุณพี่น้องจริงๆ ที่ได้ให้กำลังใจ และรำลึกถึงผม ไม่ว่าจะผ่านทางเวบไซต์ Hi-thaksin หรือเวบไซต์หลายเวบไซต์ รวมทั้งมีการพูดคุยกันในหลายวงการหรือหลายชุมชน ที่เป็นห่วงผม

ช่วงนี้ก็ต้องยอมรับว่า ถูกรุมแบบไม่เป็นธรรมอยู่มากทีเดียว และการกล่าวหาต่างๆ ก็ไม่ได้ยึดหลักของข้อกฎหมายที่ถูกต้อง ใช้หลักของการที่ว่า จะหาเอาเรื่องให้ได้ จะหาเรื่องให้ได้ ซึ่งทางผมและครอบครัวก็ต้องถือว่าได้รับความเดือดร้อนมาก ทั้งๆ ที่ได้ทุ่มเทให้กับบ้านเมืองในอดีตมาอย่างเต็มที่ ด้วยความสำนึกต่อชาติบ้านเมือง ด้วยความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่ว่าวันนี้ เมื่อสิ่งที่โดน ก็ทำให้พี่น้องเป็นห่วงและก็เห็นใจ ผมต้องขอกราบขอบคุณไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย

สำหรับผมนั้น ก็ถือว่าไม่ได้ทำผิด ก็ไม่เคยกลัวที่จะต้องเผชิญ และพร้อมที่จะกลับไปเผชิญทุกนาที แต่เนื่องจากว่าความสนามฉันท์ในบ้านเมืองยังไม่เกิดขึ้นจริง ผมก็ไม่อยากให้ตัวผมเองเป็นตัวเพิ่มปัญหาให้กับบ้านเมือง เพราะฉะนั้นก็เลยจำเป็นที่จะต้องยอมอยู่ห่างลูกห่างเมีย อยู่ในต่างประเทศซักพักหนึ่ง เพื่อที่คิดว่าพร้อมที่จะกลับไปทำงานให้กับประเทศชาติ พี่น้องประชาชน และสถาบันพระมหากษัตริย์ในหน้าที่อื่น ซึ่งก็จะพยายามทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

วันนี้สิ่งที่เป็นห่วงก็คือ การที่เราไม่มีรัฐบาลที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ความน่าเชื่อถือในสังคมโลกก็ต้องลดลงไป เพราะฉะนั้นการลงทุนจากต่างประเทศก็ต้องลดลงไป ภาวะเศรษฐกิจก็ชะงักงัน วันนี้เท่าที่ทราบปัญหาเศรษฐกิจที่กระทบพี่น้องโดยตรงที่สุด ก็คือเรื่องของ ลูกหลาน วันนี้พ่อแม่ต้องทำงานหนัก เพราะทำงานยากกว่าเดิม เพื่อจะหาเงินส่งลูกเรียนให้ได้ ลูกซึ่งก็เคยมีทุนการศึกษา วันนี้ก็เกิดหายไป แล้วพ่อแม่ที่เคยส่งลูกได้โดยไม่ต้องอาศัยทุนวันนี้ก็ลำบากขึ้น เพราะฉะนั้นก็อยากให้ลูกๆ ทุกคน ได้ขยัน ตั้งใจเรียน รับผิดชอบให้มาก เพื่อให้พ่อแม่ที่ได้เหนื่อยและทุ่มเทให้เรานั้นได้มีกำลังใจ ว่าลูกเป็นคนดีตั้งใจทุ่มเท ส่วนครูอาจารย์ทั้งหลายก็ได้เสียสละให้ศิษย์มาโดยตลอด

วันนี้ผมอยากจะวิงวอนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องว่าอนาคตลูกหลาน ในด้านการศึกษาเป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งต่อชาติในอนาคต เพราะว่าทุกอย่างถูกขับเคลื่อนด้วยคน โลกวันนี้แข่งขันกันที่ปัญญา เมื่อก่อนเราคิดว่าข้อมูลคือ อำนาจ ตอนหลังบอกว่าความรู้คืออำนาจ ต่อไปนี้ปัญญาคืออำนาจ มันขึ้นไปอีกขั้น ก็คล้ายๆ ว่าเราจะต้องสะสมข้อมูล ความรู้ และสร้างความรู้ เมื่อสร้างความรู้ ก็นำความรู้นั้นมาใช้อย่างช่ำชองจนเกิดปัญญา วันนี้ใครมีปัญญาคนนั้นได้เปรียบ เป็นสังคมโลกที่เราชอบไม่ชอบ เค้าก็แข่งขันกันอย่างนี้ โลกปัจจุบันแข่งขันกันอย่างนี้จริงๆ ครับ เพราะฉะนั้นหากเราจะทุ่มเทให้ลูกหลานในวันนี้ เพื่อให้เขามีความรู้และมีปัญญาในที่สุด ก็เท่ากับว่าเราฝากอนาคตของประเทศไว้กับเยาวชน ซึ่งเรากำลังสร้างปัญญาให้เขา ประเทศเราก็จะเจริญ ก็เลยอยากจะฝากกับพี่น้องประชาชนว่า ช่วยกันดูแลลูกหลานของเราให้ดี
Read the rest of this entry »

สวัสดีครับพี่น้องประชาชนที่เคารพรัก

วันนี้ผมก็อยากจะขอถือโอกาส มากราบขอบคุณพี่น้องประชาชน ที่ได้ส่งกำลังใจมาให้ผมหลายทางเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นจดหมาย เป็นอีเมล์ หรือผ่านอินเตอร์เน็ตของเวบไซต์ Hi-thaksin.org

ก็พอดีช่วงนี้เป็นปีใหม่ไทย หรือวันสงกรานต์ ผมก็อยากจะกราบขอให้กำลังใจพี่น้องประชาชนทุกคน เพื่อให้ผ่านพ้นอุปสรรคในช่วงนี้ไปได้ และขอให้ครอบครัวมีความเข้มแข็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงนี้ผมคิดว่าความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนในครอบครัวเป็นเรื่องสำคัญ เพราะไม่เช่นนั้นเราจะไม่มีกำลังใจ เพราะคงไม่มีใครจริงใจกับเราเท่ากับคนในครอบครัวเดียวกัน ที่เราจะต้องให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เพื่อจะได้ฝ่าฟันอุปสรรคไปให้ได้

ช่วงนี้ก็เป็นช่วงที่มีการชะลอตัวของการเติบโตทางเศรษฐกิจ ก็เลยเป็นสิ่งที่แทรกแซงของปัญหาสังคมเกิดขึ้น ซึ่งผมเคยกราบเรียนท่านไว้ว่า ปัญหาของเรา การเมือง สังคม เศรษฐกิจ มันต้องพัฒนาควบคู่ไปให้ได้ พอดีช่วงนี้การเมืองเรามีปัญหา เศรษฐกิจชะลอตัว ปัญหาสังคมต้องตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สิ่งที่ผมห่วงก็คือเรื่องยาเสพติด เท่าที่ผมทราบช่วงนี้ยาเสพติดเข้ามาเยอะมาก ก็เป็นห่วงลูกหลานเยาวชนจะถูกพวกค้ายาเสพติด แพร่ระบาดเหมือนยุคที่ตอนเรามีปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540 ตอนนั้นยาเสพติดระบาดหนักมาก ซึ่งเราก็ได้ทำให้มันหายไปจากสังคมไทยเยอะพอสมควรแล้ว แต่วันนี้กลับเข้ามาใหม่ ก็เพราะว่าเศรษฐกิจเริ่มชะลอตัว ประกอบกับเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อทางการเมือง ทำให้การเอาจริงเอาจังลดลงไป ก็อยากจะฝากเจ้าหน้าที่ทุกคน และฝากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน ช่วยกันเถอะครับ เพราะว่าเราต้องเห็นแก่ ลูกหลานของเรา เพราะเป็นเรื่องอันตรายมาก เพราะสังคมใหม่สู้กันด้วยสมอง หากเจอปัญหานี้เข้าไปสมองของลูกหลานเราแย่หมด

หวยใต้ดินตอนนี้ก็ระบาดหนัก พอเศรษฐกิจไม่ดีคนก็เริ่มหันไปเล่นการพนัน ก็เลยทำให้มีปัญหาเรื่องหวยใต้ดิน แล้วก็ทุนการศึกษาของลูกหลานก็หายไป เพราะว่าไปอยู่ใต้ดินซะหมด ผมก็เป็นห่วง ก็เลยอยากฝากให้กำลังใจทุกคนว่า ช่วงวันสงกรานต์ขอให้ระลึกถึงครอบครัว เพราะถือเป็นวันครอบครัว ก็ขอให้ทุกครอบครัวมีความรักความสามัคคี มีความศรัทธาซึ่งกันและกัน ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เพื่อจะได้ฝ่าฟันอุปสรรคในช่วงนี้ได้ สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องทุนการศึกษา ที่เคยได้รับทุนแล้วหายไป ก็ลองยื่นความจำนงค์ไปที่มูลนิธิไทยคม ซึ่งผมเองก็พยายามช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้

ที่ผมพูดมาทั้งหมดนั้น พูดด้วยหัวใจของคนซึ่งเคยรับใช้ชาติ ราชบัลลังค์ และพี่น้องประชาชนมา เพราะฉะนั้นผมไม่ได้พูดในฐานะนักการเมือง และไม่ได้พูดเพื่อหวังผลทางการเมืองใดๆ

และก็ขอให้กำลังใจรัฐบาลครับว่า ปัญหาบ้านเมืองมันไม่ง่าย เหมือนที่หลายๆ คนคิด มันมีความซับซ้อน เชื่อมโยงเกี่ยวโยงกันอยู่ เพราะฉะนั้นทุกฝ่ายต้องหันหน้าเข้าหากัน ร่วมกันทำ ไม่ใช่ว่าเป็นทิฐิว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำ หรือว่าฝ่ายหนึ่งทำอย่างหนึ่ง อีกฝ่ายหนึ่งบอกว่าต้องทำตรงข้าม มันไม่ใช่ครับ มันเป็นเรื่องที่ต้องช่วยกันทำ และมุ่งเป้าหมายเดียวกัน ว่าทำอย่างไรให้บ้านเมืองเราเจริญก้าวหน้า พี่น้องประชาชนมีความสุข

เพราะในที่สุดก็จะมาจบตรงที่ว่า ปีนี้เป็นปีที่ครบ 80 พรรษา พระองค์ท่านทรงเหน็ดเหนื่อย ทรงเสียสละเพื่อคนไทยมาเยอะแล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้าเรามาช่วยกันคนละไม้คนละมือ ก็จะเป็นการเฉลิมพระเกียรติที่เหมาะสมมาก ถ้าประเทศไทยทำได้สำเร็จในปีนี้ ว่าเราฝ่าฟันอุปสรรคมาด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชนช่วยกัน เพื่อเป็นการตอบแทนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงได้ทุ่มเทให้กับคนไทยมาเป็นเวลานานมากแล้ว

ก็อยากจะฝากให้พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน ได้รำลึกถึงจุดนี้ และก็หันมาสามัคคีกันทุกๆ ฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เริ่มต้นจากสังคมฐานเล็กที่สุดก็คือครอบครัว ก็ขอให้กำลังใจทุกครอบครัว และให้กำลังใจรัฐบาลให้ทำงานชิ้นนี้ให้สำเร็จด้วยนะครับ

ขอขอบคุณอีกครั้ง สวัสดีครับ…..

Powered by ScribeFire.

ชาวจังหวัดสุรินทร์ ร่วมแต่งเพลงเพื่อพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่ดีที่สุดเท่าที่ประเทศไทยเคยมีมา

สวัสดีครับ พี่น้องประชาชนที่เคารพรัก

ช่วงนี้ผมก็ได้มีโอกาสเข้าไปดูในเวบไซต์ของ Hi-thaksin.net นะครับ…. ก็พบว่าพี่น้องบ่นในเรื่องธุรกิจแย่ลง สินค้าเกษตรตกต่ำ สินค้าราคาแพง

คราวที่แล้วพี่น้องให้กำลังใจผมเยอะ คราวนี้ผมขออนุญาตให้กำลังใจพี่น้องครับ

ถ้าพี่น้องจำได้ในช่วงที่เรามีวิกฤติเศรษฐกิจเกิดขึ้นในปี 2540 หรือ 1997 ก็เป็นอยู่หลายปี 3 ปี พอเรามาร่วมกันแก้ปัญหา โดยที่พี่น้องประชาชนเป็นหลัก ในการที่จะฝ่าฟันมันไป ก็ฝ่าฟันได้ วันนี้เหตุการณ์ก็มีความคล้ายและมีความต่าง ในช่วงนั้นเหมือนกัน

แต่คงไม่มีอะไรดีเท่ากับกำลังใจหรือการพึ่งตัวเองของพวกเรา ผมไม่อยากให้นั่งรอโชคชะตาอะไรนะครับ วันนี้ผมคิดว่า ปัจจัยทั้งภายในภายนอกก็เป็นปัจจัยที่เป็นปัญหาเยอะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภัยธรรมชาติ การเมืองหรือว่าเหตุการณ์ทางภาคใต้ผมอยากจะให้แต่ละท่านที่มีหน้าที่ของตัวเองได้มีกำลังใจทำเต็มที่ครับผมคิดว่าอย่างที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ว่า อัตตาหิ อัตตะโนนาโถ

ตอนที่ผมเข้าไปทำหน้าที่ใหม่ๆ ผมก็บอกกับฝรั่งทั้งหลายว่านโยบายหลักของเราก็คือเราจะช่วยตัวเอง เราจะยืนบนลำแข้งของตัวเอง และในที่สุดพี่น้องก็ช่วยกันฝ่าฟัน จนเราพ้นวิกฤติเศรษฐกิจในช่วงนั้น

วันก่อนผมได้พบกับนักธุรกิจไทยที่มาที่อังกฤษเขาก็เล่าให้ฟังว่ามันดูซึมๆ ทุกคนดูเหมือนไม่เต็มที่กับการทำงานไม่มีกำลังใจอะไรทำนองนั้นนะครับ

ผมก็เลยอยากจะฝากว่า ผมขอให้กำลังใจเต็มที่ เพราะว่าผมคงจะช่วยอะไรอย่างอื่นไม่ได้นอกจากให้กำลังใจแล้วก็อยากจะบอกว่า ในทุกๆ วิกฤติยังมันมีโอกาส เพราะฉะนั้น ถ้าหากว่าท่านทำอะไรก็ลองมองหาว่าปัญหามันของเราคืออะไรทางออกมีอะไรพอเราได้ทางออกแล้วการหลุดพ้นจากปัญหาต่างๆก็จะมันก็จะดี

ก็เลยอยากจะฝากให้กำลังใจว่าถ้าเราช่วยกันฝ่าฟันในช่วงนี้ทุกคนก็ฝ่าฟันปัญหาของครอบครัวตัวเอง ด้วยกำลังใจที่มุ่งมั่นไม่ต้องไปย่อท้อกับมันและไม่ต้องรอโชคชะตาผมยังมั่นใจว่าเราจะร่วมกันทำให้หลุดพ้นวิกฤติในช่วงนี้ได้เป็นอย่างดี

อีกเรื่องที่ผมเป็นห่วง ก็คือเรื่องภาคใต้อยากให้ทุกฝ่ายมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เราคงจะต้องถือว่าเป็นวาระที่สำคัญของบ้านเมืองที่จะต้องช่วยกันคิดช่วยกันทำแล้วก็พูดจากัน เพราะว่าไม่เช่นนั้น.. ผมคิดว่าเราสูญเสียชีวิตคนไทยด้วยกันถึงแม้จะนับถือศาสนาไหนเราถือว่าเป็นคนไทยด้วยกันเหตุการณ์มากขึ้นทุกวันๆ แล้วก็เป็นข่าวออกไปไปทั่วโลกซึ่งผมก็อยู่ทางอังกฤษก็ได้ข่าวคราวพวกนี้อยู่

วัตถุประสงค์ที่ให้กำลังใจวันนี้ ก็คือว่า เห็นว่าราคาข้าวก็ตกต่ำ ราคามันสำปะหลัง ราคายางพาราทั้งหลายเริ่มตกลงมามาก สินค้าอุปโภคบริโภคก็ราคาแพงขึ้น

แต่ว่าปัญหาที่สำคัญก็คือกำลังใจ มันดูท้อๆ มันดูเซ็งๆ เบื่อๆ กัน ก็เลยอยากจะฝากว่าขอให้ทุกฝ่ายให้กำลังใจซึ่งกันและกันนะครับและก็ฝ่าฟันมันไปผมคิดว่าอีกไม่นานก็คงจะไหว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าเงินบาทวันนี้ซึ่งก็แข็งค่า แล้วก็ต้องดูแลกันอยู่ในขณะนี้

ก็เป็นห่วงครับ..เป็นห่วงทั้งเรื่องโดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ เพราะมันจะตามมาคือเรื่องสังคมเพราะเศรษฐกิจและสังคมมันเป็นของคู่กันก็เลยอยากจะฝากทุกคนว่าฝ่าฟันมันให้ได้นะครับ

ที่สำคัญคือพ่อ แม่ ลูกเป็นกำลังให้กันและกัน ในยามที่มันลำบาก ไม่มีใครเป็นกำลังได้ดีเท่ากับ พ่อ แม่ ลูก ที่เราจะให้กำลังใจซึ่งกันและกัน และก็ช่วยเหลือเกื้อกูลกันไป

วันนี้ทุกคนต้องยอมเสียสละความสุขส่วนตัว เพื่อให้พ้นภัยของครอบครัว พ้นภัยของธุรกิจตัวเองนะครับ…… ก็ขอเป็นกำลังใจอีกครั้งครับ

ขอบคุณครับ

Powered by ScribeFire.

สวัสดีครับพี่น้องประชาชนที่เคารพรัก…

ผมเพิ่งมีโอกาสได้เข้าไปดูเวบไซต์ ที่ชื่อว่า Hi-thaksin.net เมื่อ 2-3 วันนี้เอง ก็ต้องขอขอบคุณผู้ที่จัดตั้งขึ้นมา และต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ได้เข้ามาให้กำลังใจผมอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา

ผมคงต้องขอขอบคุณในน้ำใจ ที่ท่านทั้งหลายเป็นห่วงเป็นใย และให้การสนับสนุนผมมาโดยตลอด

ตอนนี้ ผมพักผ่อนอยู่ที่กรุงลอนดอนกับลูก… ก็เหงานิดหน่อยเป็นธรรมดา จากคนที่เคยทำงานมามากๆ แล้ววันนี้ไม่ได้ทำอะไร ก็เดินทางไปโน่นไปนี่ แต่ผมก็พยายามหาความรู้ไปเรื่อยๆ เพื่อกลับไปแล้วจะได้สอนหนังสือ และหาประสบการณ์ไปสอนเด็กรุ่นหลัง ให้ได้รู้ได้เห็นว่าบ้านเมือง โลกเขาไปถึงไหนกันแล้ว แต่ละประเทศเขามีอะไรดีๆ มีอะไรที่เป็นจุดอ่อน ก็พยายามศึกษาไปเรื่อยๆ ครับ แล้วมีอะไรก็จะได้เล่าให้กับคนรุ่นหลังได้ฟัง ก็คงจะไปสอนหนังสือเป็นหลักนะครับ

ส่วนผมที่ยังเป็นห่วงตอนนี้ พอเดินทางไปต่างประเทศ ก็เห็นลูกหลานเราที่ได้รับทุนการศึกษามาเรียนหนังสือในต่างประเทศจากโครงการหวยบนดิน แต่ตอนนี้บางคนก็เริ่มเดือดร้อน

เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ผมในฐานะที่เป็นประชาชนคนหนึ่ง พอมีกำลังจะช่วยเหลือใครได้ก็ช่วยได้ตามสภาพ ก็มีมูลนิธิไทยคมนะครับ ซึ่งเป็นมูลนิธิที่ครอบครัวผมได้ก่อตั้งขึ้นมา แล้วก็บริจาคเงินเข้าไป เพื่อที่จะช่วยเหลือด้านการศึกษา ช่วยเหลือด้านความรู้ และถ้าหากว่ามีใครเดือดร้อน ก็เอาเป็นว่าใครเดือดร้อนจริงๆ ก็ขอเข้ามาที่มูลนิธิไทยคม แล้วผมจะขอให้คณะกรรมการเขาช่วยพิจารณาผู้ที่เดือดร้อนและช่วยเหลือไป

ก็เป็นห่วงครับ เพราะไม่รู้จะช่วยกันอย่างไร เพราะช่วงนี้ก็ อยากห็นบ้านเมืองกลับไปเป็นประชาธิปไตยโดยเร็ว เพราะว่าประชาธิปไตย กับการสร้างความมั่งคั่งเป็นของคู่กัน ถ้าประเทศไหนที่มีประชาธิปไตย โอกาสที่จะสร้างความมั่งคั่งก็จะมีมาก ก็หวังว่ารัฐบาลปัจจุบันและคมช.คงจะคืนอำนาจให้ประชาชนโดยเร็ว

และผมก็อยากเห็นความสมานฉันท์ อยากเห็นทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน เพราะปีนี้เป็นปีมหามงคลสำคัญยิ่ง ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนม์มายุครบ 80 พรรษา

ถ้าคนไทยทุกคน โดยเฉพาะอยากยิ่ง ผู้ที่บอกว่ารักชาติบ้านเมือง รักพระเจ้าอยู่หัว ก็หันหน้าเข้าหากัน สร้างความสมานฉันท์ อย่าทะเลาะเบาะแว้งกัน เรามารวมพลังกัน เพื่อให้ชาติบ้านเมืองเราเข้มแข็งดีกว่า เพราะเราคงจะต้องต่อสู้ในเวทีทางเศรษฐกิจอีกมากมาย นะครับ เพราะฉะนั้นก็อยากเห็นความสมานฉันท์โดยเร็ว

ก็ให้กำลังใจรัฐบาลครับ อยากให้รัฐบาลได้มีกำลังใจในการทำงาน ไม่ต้องห่วงผม ไม่ต้องระแวงอะไรผม เพราะผมเองวันนี้ก็ใช้ชีวิตเป็นประชาชนธรรมดาคนหนึ่ง และอยากเห็นบ้านเมืองอยู่ในสภาพที่มีความสนามฉันท์ และมีความเป็นประชาธิปไตยโดยเร็ว นะครับ

ก็ขอขอบพระคุณอีกครั้งสำหรับพี่น้องที่ได้ให้การสนับสนุน และเป็นห่วงเป็นใยผม

วันนี้ก็ต้องเรียนว่า ทางกายสบายดีครับ ทางใจก็ต้องถือว่า คิดถึงครอบครัว คิดถึงแผ่นดินไทย คิดถึงพี่น้องประชาชนที่เคยให้กำลังผมมาโดยตลอด

ก็ขอขอบคุณอีกครั้ง และขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านครับ เพราะว่าเรายังต้องต่อสู้ชีวิตกันต่อไป ก็ขอขอบคุณอีกครั้ง

สวัสดีครับ……

สำหรับผู้เขียนแล้วไม่เคยเสียใจเลยที่ได้เป็น 1 ในเสียงข้างมากที่ได้มอบหนึ่งเสียงนี้ให้กับชายที่ชื่อ พ.ต.ท ดร.ทักษิณ ชินวัตร “สุภาพบุรุษประชาธิปไตย” ผู้ปฏิรูปเพื่อความเท่าเทียมกันของชาวชนบทและชาวเมืองผู้นี้ค่ะ

ขอทิ้งท้ายบทเพลงแห่งความหวังและกำลังใจ “You’ll Never Walk Alone” ที่หลายคนอาจจะเคยได้ฟังมาแล้วให้กับคุณทักษิณและฝากให้เพื่อนๆหัวใจประชาธิปไตยทุกคนค่ะ

“You’ll Never Walk Alone”

… To PM.Thaksin with Love.
… แด่นายกฯ ทักษิณ ด้วยรักและศรัทธา
… You fight for good future.
… คุณต่อสู้เพื่ออนาคตที่สดใส

… When you walk through a storm.
… ยามที่คุณต้องเดินฝ่าพายุ
… Hold your head up high.
… จงเชิดหน้าของคุณให้แน่วแน่

… And don’t be afraid of the dark.
… จงอย่ากลัวความมืด (อุปสรรค)
… At the end of the storm. Is a golden sky.
… สุดปลายทางของพายุ คือท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ

… And the sweet silver song of lark.
… และเสียงร้องไพเราะเสนาะโสตของสกุณี
… Walk on through the wind.
… จงลุยฝ่าพายุต่อไป

… Walk on through the rain.
… จงลุยฝ่าสายฝนต่อไป
… Tho’ your dreams be tossed and blown.
… และอย่าโยนความฝันอันบรรเจิดของคุณทิ้งไป

… Walk on, Walk on,
… จงก้าวเดินต่อไป จงมุ่งหน้าฟันฝ่าต่อไป
… With hope in your heart.
… ด้วยหัวใจที่เปี่ยมล้นด้วยความหวัง

… And you’ll never walk alone.
… แล้วคุณจะไม่มีวันโดดเดี่ยวเดียวดาย
… You’ll never walk alone.
… คุณจะไม่มีวันเปล่าเปลี่ยวตามลำพัง

… God bless you safe and sound all time.
… พระเจ้าทรงอวยพรให้คุณก้าวเดินต่อไป ด้วยความสวัสดีมีโชคชัย

“Be strong and courageous. Do not be terrified; do not be discouraged, for the LORD your God will be with you wherever you go.” [Joshua 1:9]
“จงเข้มแข็งและกล้าหาญเถิด อย่าตกใจหรือคร้ามกลัวเลย เพราะว่าเจ้าไปในถิ่นฐานใด พระเจ้าของเจ้าทรงสถิตกับเจ้า” [จอชูอะห์ 1:9]

Sticky Topics

มิถุนายน 2017
พฤ อา
« ม.ค.    
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930  

Top Clicks

  • ไม่มี

StatCounter

Blog Stats

  • 217,630 hits