You are currently browsing the category archive for the ‘Thaksin post-coup interviews’ category.

ท่านสามารถรับฟังคำอวยพรจากอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรได้จาก Audio ข้างล่างนี้

ท่านสามารถรับชมเทปการสัมภาษณ์ พ.ต.ท.ทักษิณใน “รายงานหน้าหนึ่ง : เปิดใจ”ทักษิณ ชินวัตร”ในนาทีที่ผลเลือกตั้งปรากฏ” ได้ที่วีดีโอ คลิปข้างล่างนี้

ทีมงานของไอพีทีวี ประจำประเทศไทย เดินทางไปถึงโรงแรมนิกโก้ บนฝั่งเกาลูนของฮ่องกง เมื่อวันที่ 24 ธันวาคมที่ผ่านมา เพื่อสัมภาษณ์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยที่แวะเวียนมาปักหลักอยู่ที่นั่นเพื่อ “สังเกตการณ์เลือกตั้ง” ของบ้านเรา ถือเป็นการให้สัมภาษณ์แบบ “เปิดใจ” เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังเสร็จสิ้นการนับคะแนนเลือกตั้งที่เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ก่อนหน้านั้น…

และต่อไปนี้คือ “ความคิดเห็น” ของอดีตนายกรัฐมนตรีถือว่าที่ต้องระเหเร่รอนอยู่นอกประเทศ นับเนื่องจากเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ในนาทีที่ทราบว่าพรรคพลังประชาชนที่ชูนโยบาย “จะพาทักษิณกลับบ้าน” อย่างชัดเจน ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนถึง 233 เสียง….

มีข่าวว่าท่านจะกลับประเทศไทยในวันที่ 14 กุมภาพันธ์

“คุณเฉลิม (อยู่บำรุง) กับผมโทรคุยกัน คิดว่าโดยกติกาแล้ว เลือกตั้งเสร็จ สภาเปิด 23 มกรา จากนั้นก็ใช้เวลาอีกประมาณสัก 2-3 อาทิตย์ รัฐบาลก็คงเรียบร้อย สัก 10 กุมภา รัฐบาลก็น่าจทำงานแล้ว คุณเฉลิมบอกว่า เอ๊ะ14 กุมภา วันดีนะ วันแห่งความรัก เราก็กะว่าจะไปแถวๆ นั้น แต่ก็ดูแล้วอาจจะไม่ทันก็ได้ เพราะผมอยากให้สถานการณ์บ้านเมืองมันลงตัวจริงๆ ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาลก็แล้วแต่ แต่ว่าดูวันนี้ การตั้งรัฐบาลอาจจะยืดไปอีกหน่อยหรือเปล่าไม่แน่ใจ ก็ต้อง Play by ear”

ถึงประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ก็จะกลับ

“ประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลก็จะกลับ แน่นอน เมื่อไหร่ทีประเทศกลับไปสู่ระบอบประชาธิปไตย มีระบบที่การันตีความยุติธรรม ก็น่าสนใจ น่าที่จะกลับไปอธิบายได้ แต่ว่าวันนี้มันเป็นระบบที่พิเศษ”
Read the rest of this entry »

นับจากปฏิวัติ 19 กันยาฯ 49 เป็นต้นมาเป็นเวลากว่าหนึ่งขวบปีที่ พ.ต.ท. ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องระหกระเหินอยู่นอกประเทศ ไม่มีโอกาสเข้ามาสัมผัสแผ่น ดินเกิดอีกเลยนับจากวันนั้น…เขาเฝ้ารอ…รอวันที่จะเข้ามาต่อสู้กับคดีฟ้องร้องมากมาย…เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์และกอบกู้ชื่อเสียงของตนและคนในครอบครัว…และหลังเลือกตั้ง 23 ธันวาฯนี้ หรือมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว…เขาจะกลับมา… จะกลับอย่างไร?  

คำถามแรกที่พบ “จะกลับเมืองไทยเมื่อไหร่” อดีตนายกฯทักษิณ หัวเราะพร้อมตอบแบบติดตลก… “ผมจะกลับประเทศเมื่อไหร่ต้องไปถามเฉลิม (ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง) วันที่ 21 นี้ เดี๋ยวเฉลิม จะบอกเองว่า ให้ผมกลับวันไหน ผมจะกลับ วันนั้น…”   
ไม่เอาแล้วการเมือง…แต่?

“ผมประกาศไปแล้วว่า จะวางมือทางการเมือง”…พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ยืนยันหนักแน่นอีกครั้ง… ผมต้องการเลิกเล่นการเมืองจริงๆ แต่ยังมาบีบผมทุกวัน อย่าบีบ อย่าบังคับผมสิ!  บอกแล้วว่า ผมเลิก ผมเลิกแล้ว…จะบังคับให้ผมเข้ามาการเมืองอีกทำไม…

สำหรับอนาคต…เมื่อวางมือจากการเมือง “โอ้ย! มีเยอะแยะ หนึ่งปีมานี้เดินทางไปหลายประ-เทศ ทั้งรัสเซีย จีน อังกฤษ อเมริกา ไปเห็นสิ่งที่เขาทำ…โอ้โฮ… ประเทศเรายังทำอะไรได้อีกเยอะแยะ  โดยที่ผมไม่ต้องเป็นนายกฯ (นายกรัฐมนตรี) ผมทำ อะไรให้บ้านเมืองได้เยอะ เพราะหนึ่งผมอาจมีทุน สอง เราอาจมีเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ”

อดีตนายกฯ กล่าวด้วยว่า “เดิมที…ผมก็มีความคิดอยู่แล้วว่า หลังรีไทร์จะไปทำอะไรบ้าง หนึ่ง สอนหนังสือมหาวิทยาลัยชินวัตร… สอง เล่นกอล์ฟ ที่อัลไพน์  และสาม ไปกินข้าวที่โรงแรมของลูกสาว (มีแผนที่จะลงทุน)…โอเค วันๆหนึ่งก็อยู่แค่นี้”
พูดถึงธุรกิจในเมืองไทย ถึงวันนี้…ธุรกิจที่เหลืออยู่มี  เอสซี แอสเสท (บมจ.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น-ธุรกิจพัฒนาที่ดิน บ้านจัดสรร และอาคารให้เช่า) และมหาวิทยาลัยชินวัตร…ให้ลูกๆเขา บริหารกันไป…ส่วนผมเมื่อกลับเมืองไทยจะไปสอนหนังสือ

“ผมยังสามารถทำประโยชน์ให้กับประเทศได้อีกเยอะ เอาทิ้งไว้นอกประเทศเสียของ ไม่ต้องให้ผมเป็นนักการเมืองหรอก” 

อายัดทรัพย์…คดีความ…ผมพร้อม!

พูดถึงเรื่องการยึดทรัพย์ อดีตนายกฯ ตอบ

“โถ! อายัด เดี๋ยวก็คืน…เพราะอายัดไปโดยไม่มีกฎ หมายรองรับ…” แต่ก็ยอมรับว่า ช่วงแรกๆหลังจาก ถูกคำสั่งอายัดทรัพย์ “ลำบากแสนสาหัส เพราะทำอะไรลำบาก ต้องไปนั่งอธิบาย ดีที่กูเกิลเขาใส่ประวัติชีวิตผมไว้เยอะ และก็มีคนเข้าไปค้นประวัติผมจาก กูเกิล เยอะทำให้เขาเข้าใจ ตัวผมโดยที่ผมไม่ต้องอธิบายมาก…”
Read the rest of this entry »

PosToday

หมายเหตุ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์พิเศษ โพสต์ทูเดย์ ที่เกาะฮ่องกง ระหว่างเป็นประธานประชุมกอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย ที่โรงแรมมาร์โคโปโล เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.โดยมีรายละเอียดดังนี้

หลังการเลือกตั้งอยากให้ทุกคนเคารพกติกา คือผมเป็นคนมองโลกในแง่ดี และผมเป็นคนที่เคารพกติกา เพราะฉะนั้น เลยเชื่อว่าคนทุกฝ่ายจะเคารพกติกา อย่าลืมว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียวในโลก ทั่วโลกเขามองเราอยู่ว่า หลังปฏิวัติแล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย เมื่อทั้งโลกมองเราอยู่ ถามว่าประเทศเราช้ำพอหรือยัง เราอยากได้ใคร่มี อยากยิ่งใหญ่ อยากกลัวเสียหน้าโดยไม่กลัวประเทศเสียหายกันอีกหรือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รับสั่งวันที่ 4 ธ.ค.ชัดมากถึงเรื่องความปรองดอง ผมคิดว่าหลักเบื้องต้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รับสั่งอย่างนี้แล้ว ทุกคนน้อมรับใส่เกล้าใส่กระหม่อมแล้ว ก็อย่าแค่ใส่เกล้าใส่กระหม่อม น้อมรับแล้วเบื้องต้นวิธีปฏิบัติก็คือว่าปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามกฎเกณฑ์ของเขา อย่าไปยุ่งกับกฎกับเกณฑ์ และประชาธิปไตยนี้แปลว่าอะไร แปลว่าประชาชนเป็นผู้ตัดสิน เมื่อประชาชนตัดสินอย่างไรก็เคารพตามนั้นก็จบ และทุกอย่างจะเป็นอย่างไร ใครจะตั้งรัฐบาลหรือไม่ตั้งรัฐบาล ก็มีกติกาของมันอยู่ ก็อย่าเข้าไปยุ่ง เข้าไปเกี่ยว อย่าไปลำเอียง แค่นี้ก็เป็นการเริ่มต้นครั้งแรกความปรองดองได้ดีแล้ว

หลังการเลือกตั้งคิดว่าประเทศไทยจะเป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์หรือไม่
ต้องยอมรับก่อนว่า เป็นประชาธิปไตยที่ไม่ค่อยเต็มใจหยิบยื่นสักเท่าไร เราเห็นเนื้อความของรัฐธรรมนูญแล้ว ในที่สุดคนที่มาจากการเลือกตั้ง ต้องเสนอให้มีการแก้ไข และเสนอแก้ไขในหลายข้อที่ไม่เป็นประชาธิปไตย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายความมั่นคงทั้งหลายที่ไปลิดรอนสิทธิ์ผมอยากจะเตือนทุกฝ่ายว่า เทคนิคของการบริหารในยุคใหม่ ผู้นำต้องรู้จักปลดปล่อยพลังสมองของคนในองค์กร หมายความว่าปล่อยให้คนในองค์กรได้คิดเห็นอย่างอิสระ ดังนั้น ความคิดเห็นอย่างอิสระจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าเรามีกฎหมายความมั่นคง เรามีรัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตย เราก็ต้องยอมรับว่า โลกมันเปลี่ยนไป วิธีคิดมันเปลี่ยนไป ผู้ใหญ่ในวันนี้อย่าไปบังคับให้เด็กคิดเหมือนผู้ใหญ่

แสดงว่าหลังการเลือกตั้งจะยังไม่เป็นประชาธิปไตย
มันก็ต้องเป็นจุดเริ่มต้นที่ต้องเริ่ม ไม่ใช่อยู่ๆ ปฏิวัติเสร็จจะเป็นประชาธิปไตย 100% คงไม่ได้ เพราะว่าคนปฏิวัติกว่าจะปล่อยได้ มันก็กลัวเสือกัด ก็ต้องค่อยๆ อยู่แล้ว

เมื่อประเทศเป็นประชาธิปไตยแล้วจะมีผลต่อการกลับประเทศของท่านหรือไม่
ที่ผมบอกคือ ให้ประเทศเป็นประชาธิปไตยโดยมีการเลือกตั้ง มีรัฐบาลที่ไม่ใช่เป็นรัฐบาลทหารตั้งต่างหาก คงไม่ใช่ว่าต้องเป็นประชาธิปไตยร้อยเปอร์เซ็นต์
Read the rest of this entry »

โดย กรุงเทพธุรกิจ วัน อาทิตย์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2550 00:00 น.

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์พิเศษ แก่ สำนักข่าว รอยเตอร์ เป็นภาษาอังกฤษ เมื่อ วันที่ 7 ธ.ค.2550 ณโรงแรม มาร์โค โปโล เกตเวย์ บนเกาะฮ่องกง โดยเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลเพื่อความสามัคคีแห่งชาติ มีรายละเอียด ดังนี้

ท่านคิดว่าการรัฐประหารครั้งที่ผ่านมาซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี ได้สร้างความเสียหายแก่ประเทศอย่างไร และ เราจะสามารถบรรเทาความเสียหายเหล่านั้นได้อย่างไร
ผมไม่อยากพูดถึงอดีตแต่คิดว่าพวกเราควรฟัง และน้อมนำกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปปฏิบัติ การปรองดองเป็นสิ่งสำคัญยิ่งยวดสำหรับประเทศไทย ซึ่งเราต้องไม่นำประเทศไปสู่หายนะ เราควรยุติเรื่องในอดีตทั้งหมด ถ้าฝ่ายหนึ่งยังคงพยายามหาเหตุผลมาอธิบายสิ่งที่ตัวเองทำ อีกฝ่ายหนึ่งก็จะทำแบบเดียวกัน แล้วเหตุการณ์ต่างๆ ก็จะไม่มีวันยุติ ดังนั้น เราควรให้ปวงชนชาวไทยเป็นผู้ตัดสินว่าต้องการให้ใครเป็นผู้นำของพวกเขา เราต้องเล่นตามกติกาประชาธิปไตย มาช่วยกันทำประเทศให้เดินไปข้างหน้าต่อไป แล้วทิ้งความแตกต่างไว้ข้างหลัง?อย่ามามัวเสียเวลากันเลยเราเสียเวลา และโอกาสมากมายให้แก่ประเทศเพื่อนบ้านไปแล้ว ทั้งในเรื่องการลงทุน การท่องเที่ยว และอื่นๆ อีกมากมาย ถึงเวลาแล้วที่พวกเราควรหันหน้าเข้าหากัน มาปรองดองกัน แทนที่เราจะมามัวนั่งทะเลาะกัน

ผมเสนอว่าภายหลังที่ประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้งแล้ว ทุกพรรคควรหันมานั่งคุยกันว่า เราควรมาปรองดองกัน โดยจัดตั้งรัฐบาลเพื่อความสามัคคีแห่งชาติ แล้วเดินไปข้างหน้า จนกระทั่งทุกอย่างเป็นปกติ ประชาธิปไตยเต็มรูปแบบกลับมาสู่ประเทศไทย หลังจากนั้น หันมาแก้รัฐธรรมนูญ ยุบสภา แล้วเลือกตั้งใหม่ เพื่อให้ทุกอย่างกลับเข้าสู่ภาวะประชาธิปไตยปกติ

รัฐบาลชั่วคราวนี้จะมีอายุเท่าไร
ผมคิดว่าถ้าเราทำทุกอย่างตามแผน 2 ปีหน้าจะเพียงพอที่จะนำประชาธิปไตยเต็มใบกลับคืนมาให้ประชาชนตัดสินใจเลือกอีกครั้ง

นักวิเคราะห์หลายรายมองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นเกมที่จะสกัดกั้นไม่ให้ทักษิณกลับมามีอำนาจอีก
อย่าวิตกว่าผมจะกลับเข้าสู่การเมืองอีกผมคิดว่ามันมากเกินพอแล้ว เกือบ 6 ปีในตำแหน่งนายกฯผมคิดว่าถึงเวลาสำหรับผมแล้วที่จะทำประโยชน์ให้บ้านเมืองในบทบาทอื่น ผ่านทางองค์กรการกุศล ผมสามารถทำประโยชน์มากมายให้แก่ประเทศโดยไม่ต้องเป็นนายกฯ และผมไม่ประสงค์จะกลับมาเป็นนายกฯ อีก ผมแค่อยากเห็นประเทศรุดหน้าไป เห็นพี่น้องประชาชนมีความสุข… ภรรยาผมจะขอหย่าผมแน่ถ้าผมกลับไปยุ่งการเมืองอีก
Read the rest of this entry »


(Photo: ‘‘Thaksin, Where are you?’’ written by Lt Sunisa Lertpakawat, a military-beat reporter for army-run TV Channel 5, is available in bookstores today. The 200-page book provides a glimpse of the lifestyle of ousted prime minister Thaksin Shinawatra in London. PATANAPONG HIRUNARD — Bangkok Post)

เนื้อหาบางส่วนในหนังสือชื่อ ทักษิณ Where are you? จากสำนักพิมพ์นอกโลก ซึ่งเขียนโดย ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต นักข่าวสายทหาร แห่งสถานีโทรทัศน์ช่อง5 ซึ่งบินไปเปิดใจ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ทุกแง่ทุกมุมที่อังกฤษ

ชีวิตในต่างแดน มหาเศรษฐี ‘ทักษิณ’

พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้ชีวิตในลอนดอน ด้วยการอาศัยอยู่ที่ serviced apartment ชื่อดังที่คนดังนิยมไปพัก ที่ต้องมีค่าใช้จ่าย ราว 1.2 พันปอนด์ ต่อสัปดาห์ (8.4 หมื่นบาท) โดยชีวิตแต่ละวัน หมดไปกับการพักผ่อน การเดินห้าง Harrods ไปจิบกาแฟ กินวาฟเฟิล กิน fish&chips การนั่งรถแท็กซี่ไปที่ต่างๆ สลับกับการเดินทางไปต่างประเทศ

“อู้หู หลายตังค์ เดือนหนึ่งก็หลายล้านนะ 2-3 ล้านมั้ง ค่าใช้จ่ายที่นี่สูง เอางี้ดีกว่า เฉพาะค่าใช้จ่ายที่ผมนั่งรถไปมาเนี่ยนะ วันหนึ่งเนี่ย ค่าเติมน้ำมัน 25 ปอนด์ ค่าที่จอดรถ 18 ปอนด์ เป็น 43 ปอนด์แล้วนะ แล้วค่า Congestion Charge ซึ่งเป็นค่าวิ่งเข้าเมืองอีก 8 ปอนด์ รวมเป็น 51 ปอนด์ แล้วค่าประกันภัยอีกวันละ 30 ปอนด์ รวมทั้งหมด 81 ปอนด์ต่อวัน นี่ยังไม่นับค่าสึกหรอ ค่าซ่อมรถ ค่าคนขับรถเลยนะ แค่ค่าใช้รถเนี่ย 81 ปอนด์ คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 5.6 พันบาทต่อวันนะ แล้วนี่เป็นค่าใช้จ่ายของรถแค่คันเดียวนะ”

นอกจากนี้ เขายังซื้อคฤหาสน์เก่า สไตล์อังกฤษ ยุคกลางๆ 2 ชั้น 5 ห้องนอน บนเนื้อที่ 3 ไร่ ย่านนอกเมือง ที่เวย์บริดจ์ กว่า 4 ล้านปอนด์ หรือราคาราว 280 ล้านบาท

“ผมซื้อบ้านอยู่นอกเมือง อยู่ที่เวย์บริดจ์ด้วย เป็นหมู่บ้านจัดสรรเก่าแก่เป็นร้อยปีแล้ว เมื่อก่อนนี้พวกบีทเทิล คลิฟ ริชาร์ด ไดนา รอส ก็อยู่แถวนี้ เจ้าของเดิมเป็นพวกกัปตันอาวุโสของสายการบินที่นี่ เขาเป็นพวกสะสมบ้าน แล้วก็ให้พวกผู้บริหารสถาบันการเงินเช่า ผู้บริหารสถาบันการเงินที่นี่จะชอบอยู่ทางนั้น”

“แพงสิ เพราะที่นี่ถือว่าเป็นหมู่บ้านจัดสรรที่เก่าแก่ ทั้งหมู่บ้าน มีบ้านไม่ถึง 500 หลัง เนื้อที่ทั้งหมู่บ้าน ก็ประมาณ 1 พันเอเคอร์ มีสนามกอล์ฟด้วย บ้านหลังหนึ่งจะมีขนาด 1 เอเคอร์กว่าๆ อย่างบ้านผมนี่ก็ขนาดประมาณ 3 ไร่ ของบ้านเรา เป็นบ้าน 2 ชั้น มี 5 ห้องนอน แล้วก็มีห้องใต้หลังคาด้วย เอามาทำเป็นห้องนอนได้”

ทักษิณยังเล่าถึงเรื่องการตัดผม แรกๆ ก็ลำบาก เพราะต้องให้ช่างตัดผมขาประจำจากเมืองไทยบินมาตัดให้ โดยอาศัยจังหวะที่ พ.ต.ท.ทักษิณ แวะไปฮ่องกงหรือสิงคโปร์ จะใกล้กว่ามาอังกฤษ แต่ต่อมา พ.ต.ท.ทักษิณได้ช่างสเปนคนหนึ่งในร้านโทนี่ แอนด์ กายส์ ที่ลอนดอน เป็นคนตัดให้ เพราะเขาเอาผมทรงที่ช่างไทยตัดให้ไปให้ช่างคนนี้จำ แล้วลองตัดดูทั้งทรงและความยาว เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ กลัวที่สุดคือ กลัวสั้นเกินไป หลังจากที่ลองได้ 2-3 ครั้ง ก็โอเคยิ่งเมื่อช่างสเปนคนนี้มารู้ทีหลังว่า เขาคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ซื้อทีมแมนฯ ซิตี ก็ยิ่งปลื้ม
Read the rest of this entry »

‘ทักษิณ’ให้สัมภาษณ์สื่อนอก ยันไม่มีแผนกลับมาเล่นการเมืองในไทย ยังไม่แน่จะกลับมาสู้คดีหรือไม่ เกรงไม่ปลอดภัยและอาจเกิดการเผชิญ ยันขายหุ้นชินเป็นแบบ’มืออาชีพ’ อัดรัฐธรรมนูญใหม่ทำประชาธิปไตยถอยหลัง

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ หนังสือพิมพ์เดอะไฟแนนเชียล ไทม์ส ฉบับวันนี้ว่า เขาไม่มีแผนการที่จะกลับมาเล่นการเมืองที่ประเทศไทยอีก และตอนนี้เขากำลังทุ่มเทความสนใจไปที่ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรฟุตบอลในพรีเมียร์ ลีค ของอังกฤษ ที่เขาเพิ่งจะซื้อมาหมาด ๆ นอกจากนี้ ยังยืนยันด้วยว่า เขารู้สึกผ่อนคลาย ที่ไม่ต้องมาคอยวิตกว่า ควรจะทำอะไรเพื่อประชาชนและเพื่อประเทศชาติบ้าง

พันตำรวจโททักษิณ ต้องพ้นจากตำแหน่งจากการถูกโค่นอำนาจเมื่อเดือนกันยายน พร้อมกับถูกกล่าวหาว่าคอรัปชั่นและใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ ทำให้เขาต้องใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงลอนดอนประเทศอังกฤษนับแต่นั้น นอกจากนี้ยังถูกอายัดทรัพย์แล้วเป็นเงินอย่างน้อย 5 หมื่นล้านบาทซึ่งเป็นทั้งของตัวเองและสมาชิกในครอบครัว

ไฟแนนเชียล ไทม์ส ระบุว่า พันตำรวจโททักษิณมีรายได้จากการขายหุ้นของธุรกิจด้านโทรคมนาคมสื่อสาร ชิน คอร์ป ให้กับเทมาเส็ค โฮลดิ้งของสิงคโปร์ กว่า 7 หมื่นล้านบาท ซึ่งอดีตนายกรัฐมนตรียืนกรานปฏิเสธว่า การขายกิจการให้เทมาเส็ค ไม่ได้มีความไม่เหมาะสมเกิดขึ้นในข้อตกลงทางธุรกิจแต่อย่างใด และข้อกล่าวหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ล้วนเป็นมูลเหตุจูงใจทางการเมือง การขายทรัพย์สินของครอบครัวเขา เป็นไปตามครรลองของมืออาชีพ ในยุคทุนนิยมสมัยใหม่ ที่มองว่าการควบกิจการหรือการซื้อกิจการล้วนเป็นเรื่องปกติ

พันตำรวจโททักษิณ กล่าวด้วยว่า เขากำลังอยู่ระหว่างการตัดสินใจว่า จะเดินทางกลับประเทศไทยเพื่อไปสู้ข้อกล่าวหาเรื่องการคอรัปชั่น เนื่องจากวิตกต่อความปลอดภัย และเกรงว่าการกลับไปของเขา อาจทำให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างคนที่สนับสนุนเขาและผู้ที่สนับสนุนรัฐบาล

เขายังได้กล่าวถึงการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่จะให้ประชาชนไปร่วมลงประชามติด้วยว่า เป็นการถอยหลังของประชาธิปไตยในประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Read the rest of this entry »

หนังสือพิมพ์หมิงเป้าเดลี่ของฮ่องกงฉบับวันที่ 23 กรกฎาคม รายงานว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเดินทางไปฮ่องกงเพื่อแถลงข่าวเปิดตัวหนังสือ “24 ช.ม.ของทักษิณ” ที่พิมพ์โดยสำนักข่าวหมิงเป้า โดยเขาได้ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การเมืองไทยในขณะนี้และอนาคตของตัวเขาว่า ขณะนี้ตนเองห่างจากการเมืองและไม่คิดจะยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีกต่อไป

เมื่อถูกถามถึงเป้าหมายในอนาคต พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า

“ไม่ใช่การเมืองแน่นอน ผมและครอบครัวเข้าไปข้องเกี่ยวกับการเมืองมานานแล้ว ตอนนี้ผมห่างการเมืองมากขึ้นทุกที ผมคิดอย่างเดียวคือทำทีมแมนเชสเตอร์ซิตี้ให้ดีที่สุด”

อย่างไรก็ดี หนังสือพิมพ์หมิงเป้าเดลี่รายงานคำกล่าวตอนหนึ่งของ พ.ต.ท.ทักษิณด้วยว่า หากประชาชนชาวไทยต้องการให้รัฐบาลใช้ระบบซีอีโอในการบริหารบ้านเมืองเพื่อประโยชน์ของประเทศ เขาก็ยินดีที่จะช่วยให้ความคิดเห็น
Read the rest of this entry »

กองบรรณาธิการโพสต์ทูเดย์ได้สัมภาษณ์พิเศษ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขณะพำนักอยู่ที่ประเทศฮ่องกง ซึ่งนับเป็นครั้งแรก ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เปิดใจกับสื่อมวลชนไทยภายหลังถูกยึดอำนาจเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549

วางอนาคตทางการเมืองของตัวเองต่อสถานการณ์ปัจจุบัน

พูดไปหลายครั้งแล้ว ยืนยันยุติบทบาททางการเมืองที่ผ่านมาได้ ทุ่มเทให้กับบ้านเมืองให้ประชาชนและจงรักภักดีมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว เพราะฉะนั้น มาทำหน้าที่ที่อื่นที่ไม่ใช่การเมืองดีกว่า ยังทำหน้าที่ของประชาชนคนไทยคนหนึ่งได้ ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน ถวายพระราชกุศลบ้าง เพื่อการศึกษาบ้างเพื่อการกีฬาบ้าง ถ้าจะเน้นตรงนี้ก็คงไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ส่วนคนการเมืองไทยรักไทยเดิม แน่นอนคงมาเยี่ยามาเยือนมาปรึกษาบ้างก็ให้ความคิด ให้คำแนะนำปกติ

มองอย่างไรที่ยังมีคนสนับสนุน

คือต้องเข้าใจก่อนว่า ผมทำงานหนักและงานของผมที่ทำไป สัมผัสได้หมด หลายคนรอดชีวิตเพราะนโยบายผม เหล่านี้ประชาชนสัมผัสได้ ความรักความห่วงใยความคิดถึงยังมีอยู่ จะบอกให้มันจางหายไป มันคงไม่เร็วหรอก เพราะฉะนั้นประชาชนที่คิดถึงผมในระยะนี้จึงมีอยู่ ในเมื่อผมเลิกการเมืองแล้ว มันก็ลืมเป็นเรื่องธรรมดา

เป็นห่วงไทยรักไทยหรือไม่

ผมคิดว่าวันนี้ไม่อยากให้ตัวผมเองเกิดความขัดแย้ง เพราะเขาไม่แฮปปี้กับผม แม้คนส่วนใหญ่จะแฮปปี้กับผม สิ่งที่สังคมไทยควรจะเป็น คือการแสดงออกในการเลือกตั้ง ชอบก็เลือก ไม่ชอบก็ไม่ต้องเลือก จบกันไป ใครชนะก็ต้องไปทำหน้าที่ให้ดี เป็นกติกาสากล แต่ถ้าเราไม่ยอมรับอำนาจประชาชน โทษว่าประชาชนยังโง่อยู่ จนซื้อได้ อย่างนี้เราไม่มีทางจะพัฒนาประเทศได้ แต่ถ้าพวกเรายังมองว่า ไม่มีจิตสำนึก ความจริงวันนี้ความคิดนี้เปลี่ยนไปแล้ว ถ้างั้นทหารคงไม่ตั้งงบ ส่งคนไปกดดัน เพราะถ้าทหารเขารู้ว่าเขาคิดเป็น ก็ต้องข่มขู่ นี่คือสิ่งที่เคยตัว

ความตั้งใจเลิกการเมืองเพราะโดนยึดอำนาจใช่หรือไม่

ไม่เกี่ยวนี่ เพราะผมคิดว่าเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งทางความคิดของสังคมไทย และผมได้ทำงานมาเยอะแล้วทางการเมือง เมียก็บอกว่าถ้ากลับไปเล่นการเมือง สงสัยต้องกลับไปหย่า

เสียงวิจารณ์ท่านส่งท่อน้ำเลี้ยงให้กับการชุมนุม

โอ้ว…วันนี้รัฐบาลมีกลไกในการติดตามเงิน ก็รู้ว่าเงินในบัญชีเคลื่อนไหวอย่างไรบ้าง เงินไม่ได้เคลื่อนไหวเลย มีแต่เอาไปลงทุน ซึ่งธรรมดาใครจะเก็บเงินสดทั้งหมดล่ะ ก็ต้องซื้อหุ้นบ้าง ซื้อที่ดินบ้าง ไปลงทุนซื้อกิจการอย่างอื่น เห็นชัดอยู่แล้ว เงินไม่ได้ไปไหน
Read the rest of this entry »

ท่านสามารถรับฟังบทสัมภาษณ์เต็ม ดร.ทักษิณ ชินวัตร ความยาว 22.33 นาทีในการให้สัมภาษณ์การซื้อทีม “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้กับทางรายการ BBC Sport Football ได้โดยคลิ๊กที่ BBC Sport Logo bbcsportlogo.gif

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีย้ำว่า เขามีเงินทุนจำนวนมากอยู่แล้วสำหรับการเสนอซื้อทีม “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และการตรวจสอบฐานะทางการเงินของเขาในไทย “ได้รับแรงกระตุ้นจากปัจจัยการเมือง“จากรัฐบาล

ทหารที่โค่นล้มรัฐบาลประชาธิปไตยของเขาเมื่อปีที่แล้ว

“การตรวจสอบนี้ได้รับแรงกระตุ้นจากทางการเมืองจากรัฐบาลทหาร และผมมั่นใจว่า เมื่อไทยกลับมามีประชาธิปไตยในเดือนธ.ค. สถานการณ์จะคลี่คลายลง”

เขาย้ำว่า เงินทุนสำหรับการเสนอซื้อแมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้มีการเตรียมการมานานแล้วก่อนที่การตรวจสอบจะเริ่มขึ้นในไทย และยืนยันว่าเขาจะกลับไปต่อสู้เพื่อกอบกู้ชื่อเสียงของเขาในประเทศไทย

พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า เขาจะกลับไทยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า แต่ก็ต่อเมื่อสถานการณ์ทางการเมืองมีเสถียรภาพมากขึ้น และสิ่งที่เขาให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกคือการหลีกเลี่ยงอันตรายใดๆที่จะเกิดกับกลุ่มผู้สนับสนุนเขา
Read the rest of this entry »

Sticky Topics

มิถุนายน 2017
พฤ อา
« ม.ค.    
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930  

Top Clicks

  • ไม่มี

StatCounter

Blog Stats

  • 217,630 hits