You are currently browsing the category archive for the ‘In The News’ category.

ITV ย้อนรอยเหตุการณ์นับแต่ก่อตั้ง จนถูกสั่งปิด

โดย Red Earth

ที่มา เว็บบอร์ดคนวันเสาร์ฯ
15 มกราคม 2551

เรามาย้อนรำลึกถึงความหลังครั้งเก่าของสถานีโทรทัศน์แห่งนี้กันเพื่อเป็นการอำลาจอกันไปในคืนนี้

ไอทีวีก่อตั้งขึ้นหลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬปี 2535 เพื่อแก้ปัญหาสถานีโทรทัศน์นำเสนอข่าวบิดเบือน ซึ่งเห็นได้ชัดในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ เงื่อนไขในการให้สัมปทานจึงค่อนข้างเข้มงวด กำหนดสัดส่วนรายการให้เป็นข่าวร้อยละ 70 อีกร้อยละ 30 จึงเป็นรายการบันเทิง เน้นว่ารายการบันเทิงจะต้องเป็นแนวสารคดี รายการเด็ก ปกิณกะที่ให้สาระและความบันเทิง สถานีโทรทัศน์ไอทีวีจึงเกิดขึ้นในรัฐบาลนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรี ได้นำคลื่นความถี่โทรทัศน์ในระบบยูเอชเอฟ มาให้เอกชนลงทุนตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ

พ.ศ. 2535
ในการประมูลครั้งนั้น กลุ่มธนาคารไทยพาณิชย์และเครือเนชั่นชนะการประมูล โดยได้ยื่นข้อเสนอจ่ายค่าสัมปทานให้รัฐ 25,200 ล้านบาท ภายในอายุสัญญา 30 ปี ซึ่งได้มีการลงนามในสัญญากับสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2538 โดยมีนายอภิลาศ โอสถานนท์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ลงนามสัญญากับนายเกษม จาติกวณิช ประธานกรรมการ และนายโอฬาร ไชยประวัติ รองประธานกรรมการบริษัท สยาม อินโฟเทนเม้นท์ จำกัด เริ่มออกอากาศวันที่ 1 ก.ค.2539

30 ปี เสนอจ่ายให้รัฐ 25,200 ล้านบาท… สุดยอดของธุรกิจทีวี… กับยอดสัมปทานที่สูงขนาดนั้น จะเอาความเสรีมาจากไหน..ในเมื่อต้องทำเงินให้รัฐเป็นล่ำเป็นสัน… แววเจ๊งมันเห็นอยู่ตรงหน้าแล้ว
Read the rest of this entry »

โดย ประดาบ 09-01-2551

           ไม่ได้หนีหน้าหายไปไหนหรอกครับ ยังเปิดรับข้อมูลข่าวสารและติดตามสถานการณ์การเมืองด้วยความห่วงใยในบ้านเมืองของเราอยู่ตลอดเวลา เพียงแต่ตั้งใจที่จะหยุดเขียนวิพากษ์วิจารณ์และเปิดประเด็นใหม่ในทางการเมืองไว้ระยะหนึ่ง เพราะเห็นว่าเป็นห้วงเวลาที่ไม่เหมาะสมนัก และคนส่วนใหญ่ของประเทศกำลังอยู่ในห้วงแห่งความทุกข์โศก ถวายอาลัยแด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

ประดาบ จึงตั้งใจร่วมถวายอาลัย ด้วยการหยุดเขียนวิพากษ์วิจารณ์ สัก 7 วัน เพื่อให้ใครต่อใครได้ใจสงบกันบ้าง วันนี้ก็พ้นกำหนด 7 วันแล้ว ก็ต้องกลับมาทำหน้าที่กันตามปกติ และไม่รู้ว่ากลับมาวันแรก จะมีใครต้องสลบ หลังจากสงบมาได้ 7 วันเต็มๆ หรือไม่

           เอกสารที่นำมาเสนอครั้งนี้ ไม่ใช่เอกสารลับ แต่เรียกว่าเป็นเอกสารลึกดีกว่า เพราะเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งของพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าคณะรัฐประหาร และ รองนายกรัฐมนตรี กับ นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง ว่าไม่ใช่เป็นความสัมพันธ์ในฐานะคนรู้จักกันตามสายงาน และ คนที่คุยกันถูกคอ เข้าอกเข้าใจกันดีในฐานะคนทำงานที่มีเป้าประสงค์เดียวกัน

           เอกสารลึกฉบับนี้ เป็นหนังสือสำนัเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เลขที่ นร 0401 /7856 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2550 เรื่อง ขอยืมตัวข้าราชการช่วยปฏิบัติราชการ ส่งถึง ประธานศาลฎีกา และลงนามโดยนายลอยเลื่อน บุนนาค รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายบริหาร ปฏิบัติราชการแทน เลขาธิการนายกรัฐมนตรี
Read the rest of this entry »

ประกาศสำนักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สิ้นพระชนม์

สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้เสด็จประทับรักษาพระอาการประชวร ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2550 ตามที่สำนักพระราชวังได้แถลงให้ทราบเป็นระยะแล้วนั้น

แม้คณะแพทย์ได้ถวายการรักษาอย่างใกล้ชิดจนสุดความสามารถ พระอาการประชวรได้ทรุดลงตามลำดับ และสิ้นพระชนม์เมื่อเวลา 02.54 น. วันที่ 2 มกราคม 2551 รวมพระชันษา 84 ปี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สำนักพระราชวังจัดการพระศพ ถวายพระเกียรติสูงสุดตามราชประเพณี ประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าทูลละอองธุลีพระบาทในราชสำนักไว้ทุกข์ถวายมีกำหนด 100 วัน ตั้งแต่วันสิ้นพระชนม์เป็นต้นไป

อนึ่ง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายน้ำสรงพระศพหน้าพระฉายาลักษณ์ ซึ่งประดิษฐาน ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 13.00-16.00 น. วันพุธที่ 2 ม.ค.2551

สำนักพระราชวัง

2 มกราคม พุทธศักราช 2551
Read the rest of this entry »

(25ธ.ค.) ศาลมีคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อ.1065/2549 และ อ.1875/2549 ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มอบอำนาจให้ นายชาตรี ถริปภัสสโร เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ และอดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และนายขุนทอง ลอเสรีวณิช บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณาหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ เป็นจำเลยที่ 1- 2 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.328 ประกอบ พ.ร.บ.การพิมพ์ พ.ศ. 2484 ม.48

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 6 มี.ค.-24 มี.ค.2549 จำเลยกับพวกที่ไม่ได้นำตัวมาฟ้อง ได้บังอาจร่วมกันตั้งเวทีปราศรัยที่บริเวณสนามหลวง พูดผ่านเครื่องขยายเสียง ด้วยข้อความอันเป็นเท็จและจำเลยที่ 2 นำข้อความลงตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการออกเผยแพร่ โดยเมื่อวันที่ 6 มี.ค.จำเลยที่ 1 ได้กล่าวปราศรัยว่า “ไม่มีนายกฯ คนไหนในโลกนี้ ที่เอาเงินไปซื้อประชาชนให้รักตัวเองมากขนาดนี้ เมื่อวันที่ 3มี.ค.2549 ใช้เงินไปกว่า 300 ล้านบาท ลากเอาคนนั้นคนนี้มา พวกกเฬวรากทั้งนั้น สื่อก็รู้เรื่องนี้ ฉะนั้นเมื่อไหร่นายกฯ คนนี้จะหยุดสร้างภาพเสียที ประเทศชาติบอบช้ำพอแล้ว”

ต่อมาวันที่ 10 มี.ค.จำเลยที่ 1 ได้ปราศรัยอีกว่า “ได้รับข้อมูลลับจากนายทหารระดับนายพล ว่ามีการสั่งทีมสังหารจากภาคใต้-ภาคอีสาน ให้จัดการลอบสังหารตนเอง ด้วยปืนติดกล้อง ผมจะบอกให้พ่อแม่พี่น้องฟังว่า ทำไมต้องเล่าให้ฟังก็เนื่องมาจากว่าให้รู้ว่า กูรู้ว่ามึงอยากยิงกู เขามองว่าถ้าผมตายไปแล้ว ขบวนการกู้ชาติบ้านเมืองจะหยุดยั้ง เข้าใจผิดแล้ว ผมมีพ่อแม่พี่น้อง มีพันธมิตรฯ ที่จะนำพาภารกิจต่อไป ถ้าผมตายแล้วไอ้หน้าเหลี่ยมตายด้วย ผมยินดีตายไอ้หน้าเหลี่ยมแน่จริงมาตายด้วยกันไหมล่ะ”

นอกจากนี้ ในวันที่ 13 มี.ค.49 จำเลยที่ 1ได้ปรายศรัยว่า “เมื่อตอนตี 4 ของวันที่ 13 มี.ค. เวทีกู้ชาติที่ภูเก็ต ถูกลูกน้องของนายหน้าเหลี่ยมเผาได้รับความเสียหาย” ในวันที่ 16 มี.ค.นายสนธิ จัดปราศรัยที่แยกมิสกวัน ถนนราชดำเนินนอก กล่าวว่า “ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในโลก ที่มีคนบ้าเป็นนายกรัฐมนตรี อับอายขายหน้าเขาไปทั่วโลก คนบ้าเราต้องไล่ไปโรงพยาบาลบ้า แต่ปัญหามันมีหมอที่โรงพยาบาลบ้า บอกว่าระดับความบ้าของนายกฯ คนนี้โรงพยาบาลบ้าก็เอาไม่อยู่ ก็เลยต้องไล่ให้ไปสิงคโปร์”
Read the rest of this entry »

สัมภาษณ์ นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี

เลขาธิการพรรคพลังประชาชน

16 พฤศจิกายน 2550

———————————-

เรื่อง : มุทิตา เชื้อชั่ง, คิม ไชยสุขประเสริฐ / ภาพ : คิม ไชยสุขประเสริฐ 

   

ถ้าเรายังคิดแต่เรื่องจะแก้แค้นในขณะที่เราต้องทำหน้าที่ในการบริหารประเทศ

เราจะไม่มีความสนใจอย่างเพียงพอที่จะไปแก้ปัญหาที่ประเทศชาติเผชิญอยู่ในทุกวันนี้

ไม่ควรมีอำนาจเบ็ดเสร็จในคนใดคนหนึ่ง

หากเราได้รับความไว้วางใจเป็นรัฐบาลในอนาคต

เราก็ไม่เห็นด้วยที่จะมาให้อำนาจอย่างนี้ แม้จะเป็นกับตัวเราเองก็ตาม

วันนี้ใครจะเสนอนโยบายที่ใช้เงินเสนอก็ได้ทั้งนั้น

แต่ถามว่าเงินมาจากไหนไม่มีใครพูดถึงเลย

ถ้าคุณเอามาจากภาษี

แล้วคุณมีนโยบายอย่างไรที่จะทำให้ประชาชนมีรายได้พอเสียภาษี

หลายคนบอกว่า พรรคการเมืองเดิมไม่ใช่สถาบัน ก็อาจเป็นความจริงอยู่บ้าง

เพราะขณะที่ภาวะผู้นำที่เข้มแข็ง กระบวนการตัดสินใจในลักษณะเป็นระบบพรรคไม่เกิด แต่ในปัจจุบันนี้ เราพยายามสร้างกระบวนการตัดสินใจของระบบพรรคมากขึ้น

จนกระทั่งเมื่อ 6 ปีที่ผ่านมา

พรรคการเมืองหนึ่งนำเสนอนโยบาย

ที่ประชาชนเห็นได้ว่าเป็นประโยชน์ต่อตัวเขาอย่างแท้จริง และเห็นผลได้ชัดเจน

มันถึงเกิดความรู้สึกได้ว่า การเมืองเป็นเรื่องแก้ปัญหาชีวิตประจำวันให้กับเขาได้ การเมืองเป็นเรื่องกินได้

เราจะเห็นได้ว่า คะแนนนิยมของพรรคการเมืองนั้นมีสูง

ซึ่งบางฝ่ายยังเข้าใจผิดว่าเป็นการซื้อสิทธิ์ขายเสียง

มันเป็นความเข้าใจในกระบวนทัศน์แบบเดิม

และถ้าเขายังเข้าใจแบบนั้น

จนถึงวันนี้เขาก็ยังจะสู้ไม่ได้

เพราะกระบวนทัศน์ของประชาชนได้เปลี่ยนไปแล้ว

สังคมไทยต้องก้าวไปสู่สังคมข้อมูลข่าวสารอย่างแท้จริง

เรื่องอินเตอร์เน็ตต้องกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำให้ทุกคนได้เรียนรู้

เรามีโทรทัศน์ 6 ช่อง ใครกำหนดทิศทางของ 6 ช่องได้ ก็กำหนดการรับรู้ของสังคมได้

หากเรามีอินเตอร์เน็ตเป็นหมื่นเป็นแสนเว็บไซต์

คนที่อยากจะรับรู้ข้อเท็จจริงสามารถเข้าถึงได้และใช้วิจารณญาณของตนเอง

นั่นถึงจะเป็นหลักประกันที่มั่นคงว่าเป็นการเปิดกว้างอย่างแท้จริง

และทำให้กระบวนการเรียนรู้ตามระบอบประชาธิปไตย

เพื่อกำหนดอนาคตของตัวเองของทุกคนเป็นจริงได้อย่างที่เราอยากเห็น

ปัญหาที่เกิดขึ้น

เป็นปัญหาที่ต้องอาศัยการวิพากษ์วิจารณ์ภายใต้กระบวนการทางประชาธิปไตย

ถ้าหากใครที่ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่รัฐบาลชุดที่แล้วทำ

ก็ต้องไปเปิดเผยข้อบกพร่อง ข้อไม่เห็นด้วย

แต่ก็ต้องมีจริยธรรมของตัวเองด้วยคือต้องไม่บิดเบือนข้อมูล

ถ้าหากเกรงว่าการสื่อสารสู่ประชาชนจะถูกจำกัด สกัดกั้น

มันก็ได้พิสูจน์แล้วว่า

สุดท้ายเมื่อเกิดการเสื่อมศรัทธาในรัฐบาล

รัฐบาลก็ไปสกัดกั้นการนำเสนอข้อมูลข่าวสารไม่ได้เลย

ต่อจากนี้ผมก็ทั้งเตือนตัวเอง ทั้งเตือนทุกคนว่า

ต้องอดทน

ให้เวลาประชาธิปไตยได้เยียวยาตัวเอง

ใกล้เลือกตั้งเข้าไปทุกที เหล้าเก่าในขวดใหม่อย่างพรรค ‘พลังประชาชน’ ยังคงติดโพลอันดับหนึ่งทิ้งห่างคู่แข่ง ทั้งที่ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวอะไรไม่ค่อยได้ แกนหลักๆ ที่เคยเงียบไปพักใหญ่อย่าง หมอเลี๊ยบ- น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ต้องเข้ามาทำงานขับเคลื่อนออกหน้าในฐานะเลขาธิการพรรคเงาร่างของไทยรักไทย และกำลังจะได้พิสูจน์ตัวต่อไปในกาลข้างหน้าถึงความเป็นสถาบันของพรรคการเมือง?

เส้นทางของพลังประชาชนจะเป็นอย่างไร แนวคิด นโยบาย ข้อเด่น ข้อบกพร่องจะทาบทับกับไทยรักไทยเพียงไหน ‘ประชาไท’ พาไปคุยกับ ‘หมอเลี๊ยบ’ เสนาธิการคนสำคัญ
Read the rest of this entry »

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ 1ใน111 อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ที่ถูกเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง และแกนนำพรรคพลังประชาชน ได้ทำหนังสือฝากผ่านมายังกองโฆษกพรรค เพื่อแจกจ่ายถึงผู้สื่อข่าวว่า

“จากการที่ กกต. ได้ห้ามการดำเนินการต่างๆทางการเมืองของกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ซึ่งดิฉันเห็นว่าเป็นการลิดรอนสิทธิขั้นพื้นฐานในฐานะคนไทยตามรัฐธรรมนูญ แต่ดิฉันจะไม่ยื่นเรื่องคัดค้านหรือขอร้อง กกต.ในเรื่องนี้ เพราะเข้าใจดีว่า ขณะนี้มีธงที่จะกำจัดหรือฆ่าพวกเราทิ้งในเวทีการเมืองเพื่ออุ้มประชาธิปัตย์ให้เป็นรัฐบาล อุ้มอภิสิทธิ์เป็นนายก ดิฉันก็ได้แต่หวังว่า กกต.จะรู้ถึงผลเสียของประเทศต่อความเชื่อมั่นและการลงทุนจากต่างประเทศ หากจัดการเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม

ถึงแม้ขณะนี้ดิฉันจะถือเป็นพลเมืองชั้น 2 แต่ดิฉันก็ยังเป็นคนไทยคนหนึ่ง ซึ่งเคยทำงานรับใช้ประเทศชาติมากว่า 16 ปี ดิฉันยังมีสิทธิห่วงใยบ้านเมือง ดิฉันจะชักชวนเพื่อนๆพี่ๆ111 ที่มีประสบการณ์ทำงานให้กับบ้านเมือง มาเปิดเว็บไซต์ http://www.บ้านเลขที่111พลเมืองชั้น2.com และ www.secondclass111.com เพื่อเสนอแนวคิดในเรื่องการบ้านการเมืองที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม โดยหวังว่าจะไม่โดนห้ามจากอำนาจเผด็จการอีก และหวังว่าประเทศไทยหลังจากการเลือกตั้ง จะเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ไม่ใช่ประชาธิปไตยที่มีอำนาจเผด็จการบงการอยู่เบื้องหลัง โดยภายใน 2 สัปดาห์จะเปิดตัวเว็บไซต์นี้เป็นทางการต่อไป”

ที่มา: nationchannel
Read the rest of this entry »

5 ตุลาคม พ.ศ. 2550 17:30:00

นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ประธานกรรมการบริหารพรรคประชาราช ประกาศแตกหักกับนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช หลังจากมีปัญหาชิงหัวหน้าพรรคกันเป็นเวลา

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : กระแสข่าวระบุว่าสาเหตุการแตกหัก ฝ่ายแรกต้องการคุมพรรค ซึ่งมีทุนเพียงพอในการจัดตัวส.ส.ลงเลือกตั้งเอง ขณะที่ฝ่ายหลังต้องการคุมส.ส. แต่ขาดถุงเงิน แต่ต้องการได้ทุนสนับสนุนผ่านฝ่ายตนเอง นี่คือละครการเมืองไทย จนถึงขั้นแตกหัก

แต่หากติดตามข่าวชัดเจนว่า ทั้ง 2 คน จะอ้างคำว่า”ประชาชน” เป็นที่ตั้งในการอธิบายถึงการไม่ลงรอย ถึงขั้นแตกหัก

ประชัย ลาออกไปหาพรรคการเมืองอื่น คาดกันว่าจะสังกัดพรรคมัชฌิมาของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ซึ่งระบุว่าจะมีคำตอบชัดเจน 8 ตุลาคมนี้ โดยขณะนี้ส.ส.กลุ่มสังกัดนายสมศักดิ์ ไปตั้งพรรคมัชฌิมา รอไว้แล้ว

“ประชัย” เกิดเมื่อ 28 สิงหาคม 2486 จบการศึกษาจากโรงเรียนอัสสัมชัญ ปริญญาตรีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลังจากนั้นได้รับทุนโคลัมโบไปศึกษาต่อมหาวิทยาลัยแคนเทอเบอรี่ ประเทศนิวซีแลนด์ และจบปริญญาโทวิศวกรรมไฟฟ้า จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กเลย์ สหรัฐอเมริกา

3 สิงหาคม 2521 ประชัยก่อตั้งบริษัทอุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) หรือ”ทีพีไอ”สร้างโรงกลั่นน้ำมัน มีศักยภาพผลิตน้ำมันได้ 215,000 บาร์เรล/วัน ด้วยเงินลงทุนกว่า 1 แสนล้านบาท

ปี 2532 เขาตั้งบริษัท ทีพีไอโพลีน จำกัด (มหาชน) ก่อสร้างโรงงานผลิตปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ที่อ.แก่งคอย จ.สระบุรี และออกหุ้นกู้ ระดมเงินจากต่างประเทศ เพื่อมาขยายกำลังการผลิตปูนซีเมนต์

ต่อมาปี 2535 ทีพีไอได้ขอกู้เงินลงทุนจากสถาบันการเงินกว่า 150 แห่ง ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อมาขยายกิจการธุรกิจปิโตรเคมีครบวงจร

2 กรกฎาคม 2540 ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ประกาศลอยตัวค่าเงินบาท และต่อมาสั่งระงับการดำเนินกิจการสถาบันการเงิน 58 แห่ง ส่งผลให้ทีพีไอขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนทันทีกว่า 69,261 ล้านบาท มีภาระหนี้สินเพิ่มขึ้นถึง 133,643.82 ล้านบาทหรือประมาณ 3,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้ทีพีไอเป็นลูกหนี้รายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จนต้องเข้าสู่แผนการฟื้นฟูกิจการ

Read the rest of this entry »

ประชาไท – สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) ออกแถลงการณ์ฉบับล่าสุด ประณามการเข้ารับตำแหน่งทางการเมืองของพลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน หลังทิ้งตำแหน่ง ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ขึ้นเป็นรองนายกฯ ดูแลงานด้านความมั่นคง โดยกล่าวหาว่าเป็นการสืบทอดอำนาจและกลืนน้ำลายตนเอง เพราะผิดสัจวาจาที่ว่าจะเข้ามาเป็นผู้บริหารราชการแผ่นดินเสียเอง ตามที่ให้ไว้กับประชาชนในแถลงการณ์คณะปฎิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ฉบับที่ 1 ซึ่งประกาศ ณ วันที่ 19 กันยายน 2549

ตามแถลงการณ์เรียกร้องให้พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน ลาออกจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งให้คณะทหารที่ทำการรัฐประหารยึดอำนาจ ออกมาแสดงความชัดเจนต่อสาธารณชน ว่าจะไม่เข้าไปดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งถึอเป็นการปูทางในการสืบทอดอำนาจเผด็จการ นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้รัฐมนตรี หรือบุคคลที่มี่ตำแหน่งทางการเมืองที่มีหุ้นกับบริษัทเอกชนลาออก เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อ คุณธรรม จริยธรรมที่ คมช.และ รัฐบาล ยึดถือ เพื่อไม่ให้สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงลมปากของผู้มีอำนาจที่ใช้ในการปกครองประชาชน

Read the rest of this entry »

3 ตุลาคม พ.ศ. 2550 20:41:00

หมายเหตุ คำสัมภาษณ์ ร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุง คัดบางส่วนมาจาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ สามารถออ่านคำสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ที่ กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

คลิกที่ภาพเพื่��ชมภาพขนาดใหญ่

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : แม้จะซุ่มเงียบเก็บตัวจนห่างหายจากเวทีการเมืองไปหลายปี แต่ความเคลื่อนไหวของนักการเมืองอดีตดาวสภาที่ชื่อ ร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุง ยังคงอยู่ในความสนใจของประชาชนและคอการเมืองอยู่เสมอ โดยเฉพาะอนาคตของเขากับการเลือกตั้งใหญ่ปลายปีนี้

“กรุงเทพธุรกิจ” ได้มีโอกาสไปเยือนบ้านริมคลอง และพูดคุยแบบคลุกวงในกับ ร.ต.อ.ดร.เฉลิม ในหลายๆ เรื่องที่สังคมกำลังจับจ้องมอง ไม่ว่าจะเป็นการบินไปหาอดีตนายกรัฐมนตรีผู้พลัดถิ่นถึงประเทศอังกฤษ, ความเป็นไปได้ที่จะร่วมงานกับพรรคพลังประชาชน รวมถึงบทวิเคราะห์อนาคตการเมืองไทยแบบดุเด็ดเผ็ดมันตามสไตล์ กับบทสรุปที่เขาเชื่อว่า อดีตพรรคไทยรักไทยจะกลับมา และจะชนะเลือกตั้งอย่างท่วมท้นชนิดทิ้งห่างอันดับ 2 แบบไม่เห็นฝุ่น!

O ทำไมถึงใช้เวลาตัดสินใจนานนัก

ที่ผมกำลังตัดสินใจอยู่ เพราะผมจะต้องลงเลือกตั้งในกรุงเทพฯ ซึ่งผมไม่ได้ดูหมิ่นดูแคลนใคร ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม 49 กลุ่ม 50 เดี๋ยวก็จะไป 51…พรรคใหม่ที่ตั้งขึ้นมันลำบาก เพราะต้องแข่งกับไทยรักไทยเดิมกับประชาธิปัตย์ ถ้าผมทำงานในนามพรรคทางเลือกใหม่ ผมก็จะได้แค่ 2 เขตเล็กๆ

เมื่อก่อนคนกรุงเทพฯจะเลือกพรรคไปทำหน้าที่ฝ่ายค้าน แต่ระยะหลังเศรษฐกิจแย่ สังคมเสื่อมทราม คนกรุงเทพฯจึงมีวิสัยทัศน์ในการเลือกตั้งใหม่ เขาอยากเลือกพรรคเข้าไปเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เพราะสามารถแก้ไขปัญหาได้ทุกปัญหา

O ฟังพูดแบบนี้แล้วแสดงว่ามีแนวโน้มจะไปพรรคพลังประชาชน

ยังฮะ เพราะเขาก็ไม่เคยชวนผม และผมก็ยังไม่ได้ไปสมัคร ที่ไปพบท่านนายกฯทักษิณ (พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ) ผมไปในฐานะคนรู้จักกัน ไปเยี่ยมเยียนกันธรรมดา ผมเคยลี้ภัยอยู่ต่างชาติ เจอพรรคพวกก็คุยสนุกกัน ไม่ได้คุยเรื่องการเมือง

Read the rest of this entry »

รับชมการกล่าวปราศรัยอย่างตรงจุดตรงประเด็นของคุณสมัคร สุนทรเวชในหัวข้อ “การเมืองเรื่องไม่ค่อยสนุก ชี้อิจฉาทำชาติฉิบหาย” ได้ที่วีดีโอ คลิปข้างล่างนี้

เมื่อช่วงค่ำวันนี้ (2 ต.ค.) พรรคพลังประชาชนได้จัดงานเลี้ยงโต๊ะจีน เพื่อระดมเงินทุนเข้าพรรค ที่หอประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีบรรดาแกนนำมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง โดยในงานนี้นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ได้ขึ้นกล่าวบนเวทีว่า การจัดงานระดมทุนในคืนนี้ ต้องเอาเงินใส่ในบัญชีให้มีหลักฐานชัดเจน เพื่อให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดู เพราะวันนี้ทำอะไรผิดไม่ได้ จ้องจะยุบพรรคท่าเดียว และว่าในเร็วๆ นี้ ตนและทีมงานจะลงพื้นที่พบปะกับพี่น้องประชาชนในเขตกรุงเทพฯ คาดว่าจะเป็นวันที่ 12 ต.ค.นี้ เนื่องจากตรวจสอบแล้ว ท้องสนามหลวงว่าง ซึ่งได้ยื่นเรื่องขอไปยังกรุงเทพมหานคร (กทม.) แล้ว

จากนั้น นายสมัคร ได้กล่าวปราศรัยในหัวข้อ “การเมืองเรื่องไม่ค่อยสนุก” ว่าการตั้งหัวข้อเรื่องวันนี้ว่าไปตามข้อเท็จจริง ถ้ามองย้อนไปในอดีต จะพบว่าการเมืองน่าสนุก ไม่เหมือนปัจจุบัน ถ้าตั้งโต๊ะโต้เวทีวันนี้ ต้องตั้งญัตติว่า “ความอิจฉาทำให้บ้านเมืองฉิบหาย” ที่บอกว่า การเมืองเป็นเรื่องไม่ค่อยน่าสนุก เพราะกว่า 10 ครั้งแล้ว ที่ต้องมีการปฏิวัติ

“เดี๋ยวก็ยึดอำนาจ เดี๋ยวก็นิรโทษกรรม พอถึงเวลาเลือกตั้ง ก็กลับมาสู้กันใหม่ กี่ครั้งกี่หน ก็เป็นอย่างนั้น แต่ครั้งนี้ มีการตั้งธงมาเป็นปี กำหนดไว้เลยว่า จะต้องจัดการกับ นายกฯทักษิณ คนนี้ แล้วก็จะต้องตามจัดการ กับพรรคนี้ให้สูญพันธุ์ ต้องทำให้ได้” นายสมัครกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมัคร ยังได้กล่าวพาดพิงถึงอดีตนายกรัฐมนตรีที่ผ่านมา ตั้งแต่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นายบรรหาร ศิลปอาชา และยังเปรียบเทียบถึงความแตกต่างระหว่าง 2 อดีตนายกรัฐมนตรี คือ นายชวน หลีกภัย และ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยชื่นชมว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้แก้ไขปัญหาสำเร็จ แต่นายชวน ไม่ประสบความสำเร็จ

เรียบเรียงเนื้อหาบางส่วนจาก นสพ.ไทยรัฐ

Sticky Topics

มิถุนายน 2017
พฤ อา
« ม.ค.    
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930  

Top Clicks

  • ไม่มี

StatCounter

Blog Stats

  • 217,630 hits