You are currently browsing the category archive for the ‘Free Speech Zone’ category.

ข้าได้อ่าน “สาส์นถึงผู้อยู่แดนไกล” จากผู้ลงนาม “วโรทาห์” ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2550 แล้ว

ข้าสามารถสัมผัสถึงไมตรีจิต มิตรภาพ ความห่วงหาอาทรที่ท่านมีต่อผู้อยู่แดนไกลได้เป็นอย่างดี บรรดาถ้อยคำที่ท่านคัดสรรและเรียงร้อยเพื่อบอกความในใจของท่านต่อผู้อยู่แดนไกลนั้น มิเพียงเคลือบไว้ด้วยความจริงใจแต่ยังมีความงดงามอีกด้วย ข้าขอสารภาพว่าข้าเสพภาษาของท่านด้วยน้ำตา มิใช่เพราะความเศร้า ความเหงาที่พลัดที่นา คาที่อยู่ แต่เพราะข้าเข้าใจ และเห็นใจ ที่เสรีภาพ อิสระภาพของท่านและมิตรสหายทั้งมวล ถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวด้วยศาตราวุธของพวกมารที่สวมเสื้อคลุมคุณธรรม

พวกมารที่แปลงกายเป็นเทพ แถมสวมอาภรณ์คุณธรรม ตกแต่งด้วยเครื่องประดับจริยธรรม และตกแต่งใบหน้าด้วยเครื่องประทินโฉมตราจรรยาบรรณ แม้ทำให้ยุทธภพยอมสยบนับเวลาแรมปี ท้ายที่สุดธาตุแท้ที่เป็นมารและจิตวิญญาณของปีศาจก็ปรากฎ อาภรณ์คุณธรรม เครื่องประดับจริยธรรม และเครื่องประทินโฉมตราจรรยาบรรณหาได้อำพรางธาตุแท้ที่เป็นมารและจิตวิญญาณที่เป็นปีศาจของพวกมันไว้ได้ไม่

“พวกมันยิ่งนับวันยิ่งกลัดกลุ้มจนด่าทอกันเอง จิกตีกันดุจดังไก่ในเข่งยามตรุษจีน” นับว่าท่านกล่าวได้ถูกต้องยิ่ง หากพวกมันอยู่ในอำนาจยาวนานขึ้นไม่เพียงจะทำให้ราษฎรสะสมทุกข์เพิ่มพูนขึ้นเท่านั้น รายการในบัญชีความเลวของพวกมันก็จะเพิ่มพูนขึ้นไม่แพ้กัน

กาลเวลา ด้านหนึ่งกลืนกินความทรงจำของมนุษย์ที่มิได้ถูกบันทึก แต่อีกด้านหนึ่ง กาลเวลาจะคลี่คลายคลายปมเงื่อนแห่งความขัดแย้งทั้งปวง และจะเปิดเผยความชั่วร้ายของเหล่ามารให้ปรากฏในที่แจ้ง กาลเวลามักไม่ปราณีต่อคนชั่วที่อำพรางตนด้วยอาภรณ์คุณธรรม ประวัติศาสตร์เป็นเช่นนี้ ปัจจุบันยังเป็นเช่นนี้ อนาคตก็จะเป็นเช่นนี้มิพักต้องสงสัย

ศรัทธาของราษฎรที่มีต่อใครสักคน หรืออะไรสักอย่างนั้น มีทั้งจีรังยั่งยืน และเสื่อมศรัทธา อยู่ที่ว่าศรัทธานั้นเป็นคุณและตอบสนองความต้องการของผู้คนส่วนใหญ่ได้มากน้อยเพียงไร หากเป็นคุณและตอบสนองความต้องการของผู้คนส่วนใหญ่ ศรัทธานั้นก็จะจีรังยั่งยืน ในด้านตรงกันข้ามหากศรัทธานั้น เป็นนามธรรม เป็นคุณเฉพาะคนบางกลุ่ม มิได้ตอบสนองความต้องการต่อคนส่วนใหญ่ ความเสื่อมศรัทธาก็จะเข้ามาแทนที่ ศรัทธาที่เกิดจากการป่าวประกาศ สร้างภาพ ย่อมมี “ความกลวง” เป็นที่พึ่งย่อมหาความจีรังไม่ได้เช่นกัน ยังมีความศรัทธาอีกแบบหนึ่งซึ่งเกิดจาก การครอบงำทางภูมิปัญญาควบคู่กับมาตรการการลงโทษทางกฎหมาย เพื่อให้เกิดความเกรงกลัว และไม่กล้าที่ไม่ศรัทธา ย่อมเรียกได้ว่า “ศรัทธาโดยสยบ” และมิอาจคาดคะเนได้ว่า มีเนื้อแท้แห่งศรัทธาอยู่มากน้อย เพียงไร

อย่างไรก็ตาม “วิกฤติศรัทธา” นั้นมักจะโหดร้ายและมีฤทธิ์ในทางทำลายล้างเกินกว่าที่ใครๆจะจินตนาการได้

ความทุกข์ของราษฎรหากถูกสะสมเพิ่มพูนมากเท่าใด ยิ่งสั่นสะเทือนอำนาจการปกครองมากขึ้นเท่านั้น หากยิ่งมองไม่เห็นอนาคตและหมดความหวังก็จะเพิ่มแรงสั่นสะเทือนได้หลายเท่าทวีคูณ การสะสมทุกข์ของราษฎรคล้ายกับน้ำที่ถูกต้ม แรกเริ่มก็แค่อุ่นๆ นานไปก็จะร้อนจนมิอาจสัมผัส หากนานไปเพียงนิด ก็จะเปลี่ยนสถานะเป็นไอน้ำที่มีพลังพวยพุ่ง เป็นพลังมากพอที่จะฉุดรถไฟให้เคลื่อนไปทั้งขบวน และหากไอน้ำนั้นถูกกักขัง กดทับ จากแรงภายนอก อาจเกิดระเบิดได้ เหตุการณ์ในเมียนม่าร์ นับเป็นตัวอย่างที่ดียิ่ง

ยุทธภพของเรามุ่งหน้าไปทางไหน ขับเคลื่อนด้วยพลังอะไร ด้วยอัตราเร่งขนาดไหน สามารถตอบสนองความต้องการอย่างหลากหลาย ของราษฎรกลุ่มต่างๆได้หรือไม่ บนเส้นทางแห่งการพัฒนา ใครได้ประโยชน์ ใครเสียประโยชน์ ราษฎรส่วนใหญ่จะได้รับอานิสงค์จากการบริหารประเทศของผู้ปกครองมากน้อยเพียงใด ปัญหาปากท้อง ปัญหาคุณภาพชีวิต ปัญหาสังคม ปัญหาของแต่ละครัวเรือนจะได้รับการดูแล หรือไม่….. ล้วนเป็นคำถามที่พวกมารในเสื้อคลุมคุณธรรมไม่สามารถให้คำตอบและไม่เคยใส่ใจกับคำถามเหล่านี้

ไม่แปลกเลยที่ราษฎรจะรู้สึกไร้ที่พึ่ง และมีความ วิเวก วังเวงในหัวใจ

ข้าขอให้ท่านและหมู่มิตรของเรา จงรักษากำลังใจไว้ให้ได้ การสูญเสีย ทรัพย์สินเงินทอง และความมั่งคั่งใดๆ แม้จะมากเพียงใดก็เป็นเพียงของนอกกาย หากไม่ตายเสียก็หาใหม่ได้ในภายภาคหน้า แต่หากสูญเสียกำลังใจไปแล้วจะสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต ในยามนี้กำลังใจเป็นสิ่งมีค่าที่สุด ขอแต่มีกำลังใจ เราก็จะมีแรงมากพอที่จะ ควบคุมสติ หาความรู้ เพิ่มพูนปัญญา เราก็จะฟื้นฟูยุทธภพของเรา ความเป็นอยู่ของพี่น้องเรา ครอบครัวเราให้มีความสุขขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ขอเพียงเชื่อมั่นใน”พลังราษฎร” ของเรา…

ท้ายที่สุดนี้ ข้าขอแสดงความซาบซึ้งใน ไมตรีจิตร มิตรภาพ ที่ท่านมอบให้แก่ผู้อยู่แดนไกล ท่านได้พูดแทนข้า และรู้สึกเช่นเดียวกับข้า เพราะข้าก็คิดถึงผู้อยู่แดนไกลผู้นั้นเหลือเกิน….

สืบเนื่องจากเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้กำลังแยกสลายการชุมนุมของประชาชนหน้าบ้าน พลเอก เปรม ติณสูลานนท์เมื่อกลางดึกของวันที่ 22 กรกฎาคม 2550 นั้นเราขอประณามพฤติกรรมดังกล่าวดังต่อไปนี้

1. คมช. ใช้กำลังอาวุธเข้าปล้นชิงอำนาจอธิปไตยของปวงชน ยกเลิกรัฐธรรมนูญ สภาผู้แทนราษฎร คณะรัฐมนตรี องค์กรอิสระและออกประกาศคำสั่งคณะปฎิวัติ ประกาศกฎอัยการศึก จำกัดสิทธิเสรีภาพอันพึงมีของประชาชน จัดวางกำลังอาวุธข่มขู่ คุกคาม ประชาชนมิให้ออกมาเรียกประชาธิปไตย ข่มขู่ นักการเมือง ตลอดจนควบคุมการเสนอข่าวสารของสื่อมวลชน ตลอด 10 เดือนที่ผ่านมา นับเป็นการสร้างเงื่อนไขแห่งความรุนแรงและกดขวัญประชาชนผู้รักชาติ รักประชาธิปไตยจนเป็นที่ประจักษ์ชัด

2. ประชาชนที่ชุมนุมทางการเมืองเคารพกฎหมาย ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตลอดจนชุมนุมด้วยแนวทางสันติวิธีที่ปราศจากอาวุธ อีกทั้งชุมนุมอย่างเปิดเผย ไม่มีการคลุมใบหน้าและปกปิดซ่อนเร้นจะกระทำการสิ่งใดล้วนนำเสนอเป็นข่าวต่อสื่อมวลชนเป็นการล่วงหน้าเสมอมา

3. คมช.และรัฐบาลไม่สามารถสืบสวน สอบสวน และเอาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษในกรณี การวางระเบิดกลางเมืองหลวงในช่วงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ การลอบวางระเบิดใกล้พระราชวังสวนจิตรลดา การลอบสังหารอดีตนายกรัฐมนตรี หรือแม้กระทั่งผู้ก่อความรุนแรงในภาคใต้ ทำให้ประชาชนจำนวนมากสงสัยว่า คมช.และรัฐบาลเป็นผู้สร้างสถานการณ์ รู้เห็นเป็นใจ หรือ ไร้ฝีมือในการควบคุมสถานการณ์กันแน่ และเหตุใด พวกท่านจึงใช้กำลังเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ทหาร นับพันนาย ใช้แก๊สน้ำตาและใช้กำลังพร้อมด้วยอุปกรณ์แยกสลายการชุมนุมต่อการชุมนุมที่เปิดเผย สันติและปราศจากอาวุธของประชาชน นับเป็นปฎิบัติการที่ไร้เหตุผลและไม่อาจให้อภัยได้

4. สรรพสัตว์และสิ่งมีชีวิตทั้งปวงล้วนมีสัญชาตญาณแห่งการป้องกันตัวและสัญชาตญาณแห่งการหลบภัย เมื่อเจ้าหน้าที่ได้แสดงความมุ่งมั่นโดยดาหน้าเข้าแยกสลายการชุมนุมย่อมทำให้มีการต่อสู้ป้องกันตัวซึ่งมิได้กระทำโดยการใช้อาวุธแต่ใช้ก้อนหินและขวดน้ำพลาสติกเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่เจ้าหน้าที่ทุกคนมีโล่ป้องกันตัว แต่เจ้าหน้าที่กลับใช้กระบอง โล่และแก๊สน้ำตา ดาหน้าเข้ากระทำต่อผู้ชุมนุมโดยไม่มีอุปกรณ์ใดๆป้องกันตัวเลย การตอบโต้ของผู้ชุมนุมในระดับดังกล่าวนับเป็นการป้องกันตัวตามสัญชาตญาณของสิ่งมีชีวิตที่พึงกระทำได้

5. คมช.และรัฐบาลพึงสำเหนียกว่า การใช้ความรุนแรงในท่ามกลางบรรยากาศที่พวกท่านมีฐานะเยี่ยงโจรปล้นอธิปไตยของปวงชนนั้น มีแต่จะสะสมความเคียดแค้น ชิงชัง ต่อประชาชนที่มีแต่สองมือเปล่า หากท่านไม่ยุติการใช้กำลังเข้าแยกสลายประชานเท่ากับท่านกำลังสร้างเงื่อนไขและสุมไฟแค้นในหมู่ประชาชนและจะนำไปสู่สงครามกลางเมืองที่ลุกลาม และยากที่จะควบคุมให้สงบได้ เช่นเดียวกับที่ท่านไม่สามารถตอบโต้พวกวางระเบิดในภาคใต้และพวกวางระเบิดกลางกรุง ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่เราต่างไม่ประสงค์ให้เกิดขึ้น

เราขอประณามผู้สั่งการ ผู้บัญชาการและให้อภัยต่อเจ้าหน้าที่ชั้นผู้น้อย อีกทั้งขอสรรเสริญจิตใจกล้าต่อสู้กล้าเอาชนะ ของประชาชนผู้รักชาติ รักประชาธิปไตยมา ณ โอกาสนี้..

จากทีมงาน ThaksinWordPress

คำยืนยันแน่นหนักจาก London
No, I won’t หวนกลับอย่าสับสน
I’ll wait เพราะท้องฟ้ายังมืดมน
อีกกังวล Man City ที่ต้อง clear

How dare you หมู่โจรประสงค์ร้าย
มาท้าทายให้ come back แปลกเหลือที่
ทีเมื่อก่อน you don’t guarantee
บัดเดี๋ยวนี้ว่า safty ดีเหลือใจ

No, I don’t believe จีบไปเถอะ
ปล่อยให้เซอะซะงั้น Junta ทั้งหลาย
All offers ที่มี I decline
จงฝันร้ายจงอย่าหมาย I give in

ประชาชนทั้งหลาย my dearest
อยู่ประเทศล้าหลังยังไม่ hint
Whenever I feel right ไม่ยลยิน
I’ll return เพื่อช่วย build ประชาธิปไตย

สู้ไปก่อน don’t be discouraged
จง manage all risks อย่างชิดใกล้
Participate ได้ทุกที่นะแก้วใจ
It’s alright ดาวกระจาย the right one!

กลอนลูกผสมอารมณ์ดี 🙂 แต่งโดยคุณ jaewjah จาก กระดานสนทนาประชาไท

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายนที่ผ่านมานักร้องลูกทุ่งขวัญใจชาวไทย “พี่เป้่า” สายัณห์ สัญญา ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ “เกาะติดสถานการณ์” ทางคลื่น “ยามเฝ้าแผ่นดิน” เป็นเวลากว่าหนึ่งชั่วโมง เผย สุดทนกับพฤติกรรมของโจรปล้นชาติเผด็จการคมช. ที่ใช้ปืนและรถถังมายึดอำนาจจากรัฐบาลทักษิณและพยายามปิดกั้นการรับรู้ข่าวสารของประชาชน สำหรับตนไม่หวั่นหากผลงานเพลงจะต้องถูกแบนเพราะการแสดงออกทางการเมืองในครั้งนี้เพราะตนไม่ได้ทำผิดกฏหมายอะไร พร้อมทั้งกล่าวโจมตีพรรคประชาธิปัตย์และนักการเมืองที่เกาะขาเผด็จการมาทุกยุคทุกสมัยอุ้มชูอมาตยาธิปไตยแทนที่จะยืนเคียงข้างประชาชน และรู้สึกทนไม่ไหวกับการที่ตนได้เห็น พ.ต.ท.ทักษิณถูกรังแก ถูกใส่ร้ายป้ายสีจากคมช. และพวกอยู่ฝ่ายเดียวทั้งที่นายกฯทักษิณได้ทำคุณประโยชน์ให้กับบ้านเมืองมามากมาย เป็นนายกฯที่ได้รับความศรัทธาจากมวลมหาประชาชนอย่างแท้จริง

รับฟังเสียงสัมภาษณ์ของ “พี่เป้า” นักร้องฝีปากกล้าที่ไม่ยอมศิโรราบให้กับอำนาจเผด็จการได้ที่วิทยุข้างล่างนี้ค่ะ

[splashcast BIQM1486KI]

แด่ คมช…และผู้กุมอำนาจทัพไทย

ท่านเปรียบเหมือนผู้นำทัพที่นั่งบนคอช้างศึก โดยมีผู้เฒ่านั่งบนกูบคอยให้อาณัติสัญญาณเภรี รอบๆช้างศึกของท่านรายล้อมไปด้วยขุนทหารน้อยใหญ่และขุนทหารคู่ใจ เวลานี้เบื้องหน้าของท่านคือสนามรบที่ไพร่พลไทยผู้ต่ำต้อยในยศศักดิ์กำลังเพลี่ยงพล้ำและล้มตายด้วยหน้าที่ที่แบกไว้บนบ่า หัวเมืองเล็กหัวเมืองน้อยชายขอบขอบขัณฑสีมากำลังลุกเป็นไฟ ชาวเมืองกำลังเลือกรักษาตัวมากกว่าเลือกรักษาชาติ เพราะทหารของชาติคุ้มครองและปกป้องพวกเขาไม่ได้ ใจพวกเขากำลังออกห่างไปทีละน้อย มิช้าแนวรบจะแปรเปลี่ยน พลเมืองจะแปรไป และหัวเมืองจะเปลี่ยนแปลง

การศึกที่เพลี่ยงพล้ำในเบื้องหน้า ท่านกลับมีใจเป็นอื่น เห็นชีวิตไพร่พลมีค่าดังมดปลวก ท่านทุ่มเทกำลังไพร่พลลงไปตามหน้าที่ แต่ท่านกลับไม่ทุ่มเทยุทโธปกรณ์และมันสมองเพื่อการทัพ ท่านทำเหมือนประหนึ่งมิต้องการเห็นไพร่พลของเราได้เปรียบในสนามรบ ห้วง๒เดือนที่ผ่านพ้น ข้าศึกเก็บปืนเราไปกี่กระบอกแล้ว มันซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่อย่างนี้ ยุทธวิธีก็ยังคงไม่กลับสู่พื้นฐานเพื่อการแก้ไขและปรับเปลี่ยน ท่านทำเหมือนจงใจจะให้การณ์เป็นไปอย่างนี้ ท่านย้ำเสมอว่าเรามาถูกทางแล้ว แต่ขุนทหารที่มิมีใจแอบแฝงเป็นอื่นอีกมากมาย เขาเห็นกันถ้วนทั่วว่าเรากำลังหลงทางมาไกลมาก ไกลจนเราแทบจะไม่รู้ความหมายในการต่อสู้ ไกลจนเราไม่เข้าใจว่าเรามาเพื่อปราบปรามหรือเรามาเพื่อถูกปราบปราม ไพร่พลที่ทำการศึกอย่างไร้จุดหมาย ไร้วัตถุประสงค์ มีค่ามิต่างจากทารกถือปืนในสายตาของอริราชศัตรู พวกมันเลือกจะกระทำการเมื่อใดก็ได้ตามใจชอบ ส่วนกองทัพในบัญชาของท่านนั้นกำลังอ่อนแอลงทุกวัน เพราะท่านใช้กองทัพผิดไปจากการดำรงอยู่ ทหารเกิดมาเพื่อป้องเมือง มิได้เกิดมาเพื่อครองเมือง กองทัพมีไว้เพื่อปกป้องแผ่นดิน มิได้มีไว้เพื่อปกป้องขุนทัพ กองทัพมีไว้เพื่อความมั่นคงของชาติ มิได้มีไว้เพื่อความมั่นคงของขุนทัพ
Read the rest of this entry »

เรื่องโดย:คุณ Nofag
ที่มา:ราชดำเนิน

เดี๋ยวนี้สนามหลวงไม่ได้เป็นสถานที่ชุมนุมต่อต้าน คมช. อย่างเดียวแต่สนามหลวงได้กลายเป็นศูนย์กลางของคนทุกวงการซึ่งบางคนก็ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนแต่มีใจตรงกันคือเกลียดทหารและบุคคลในรัฐบาล บางคนอึดอัดไม่รู้จะพูดกับใครก็เลยเอ่ยระบายพูดกับคนใกล้เคียง คนใกล้เคียงก็อยากระบายอยู่แล้ว เลยไปด้วยกันได้บางคนบางคณะติดลมเม้าท์กันทั้งคืนแล้วก็นัดพบกันอีกในวันต่อๆมา

บุคคลทุกสาขาอาชีพมุ่งหน้าสู่สนามหลวงเพื่อพบปะผู้คนคอเดียวกันและที่แปลกส่วนมากจะเกลียดอะไรๆที่เหมือนๆกันทั้งนั้นเช่นเกลียดทหาร เกลียดคมช. คตส. โดยเฉพาะไอ้บัง ไอ้พั่งและไอ้ปะยุด ไอ้บันวิดและรัฐธรรมมนูญฉบับ ‘ประสงค์ร้าย’

หมอ อาจารย์มหาวิทยาลัย นักธุรกิจ เจ้าของกิจการ ด็อคเตอร์อาจารย์สอนมหาวิทยาลัยมาพบกันที่นี่แบบไม่น่าเชื่อ ด็อคเตอร์ท่านหนึ่งยังเคยพาภรรยามาเช่าเสื่อ ผ้าใบเอากระเป๋าหนุนหัวนอนฟังการปราศรัยใกล้กับผมอยู่หน้าจอหนังตรงข้ามวัดพระแก้วเลยครับ พอฝนตกยังเอาผ้าใบผืนละ10บาทยืนคลุมหัวอยู้ด้วยกันจนปิดรายการปราศรัย

นี่คือเสน่ห์มนต์ขลังของสนามหลวงขณะนี้…

แล้วคนระดับอย่างนี้ยังมีคนเอาไปนินทาว่ารับจ้างมาคนละ 300-500 บาท ที่สำคัญ…เราจะไม่เห็นการทะเลาะรือมีการทำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน ตรงกันข้ามผู้คนกลับยิ้มแย้มแจ่มใสเข้าหาซึ่งกันและกัน เดินผ่านมาผ่านไปหาของอร่อยๆกินกัน ของขายอาหารหวานคาว ทุกอย่างดูสะอาดน่ากินทั้งนั้นและถูกด้วยโดยเฉพาะผมชอบไอติมถ้วยละ 10 บาททุกครั้งที่ไปต้องอุดหนุน

ประชาชนจะมีความสามัคคีกันโดยมิได้นัดหมายกันเมื่อภัยมาถึง ดังจะเห็นได้ตอนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้ามาจะพังเวที PTV ครั้งหนึ่ง ประชาชนก็พร้อมใจกันดาหน้าสู้กับเจ้าหน้าที่จนเจ้าหน้าที่ต้องถอยหนีหรือบางครั้งก็ไล่อัดเจ้าหน้าที่เทศกิจที่เข้ามารื้อเวทีอะไรอย่างนี้เป็นต้น เพราะอะไรก็เพราะประชาชนมีใจตรงกันเหมือนกัน ต้องการไประบายความอัดอั้นตันใจกันที่นี่

จะสังเกตุเห็นได้ว่ามีกลุ่มคนจับกันเป็นกลุ่มๆคุยกันจนบางครั้งไม่ใด้สนใจบนเวทีมากนักเพราะไปกันประจำฟังจนเกือบจะจำได้หมดแล้ว นอกจากจะมีเรื่องใหม่ๆหรือข่าวประกาศเรื่องด่วนพวกเราถึงจะหยุดคุยและฟังอย่างตั้งใจ…

นี่คือเรื่องจริงเล็กๆน้อยๆส่วนหนึ่งของคนสนามหลวงในยามนี้ครับ

สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านทุกท่าน

ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน thaksin.wordpress.com และกรุณาสละเวลาแสดงความคิดเห็นกัน ทำให้เรารู้สึกอบอุ่นและมีกำลังใจเป็นอย่างยิ่ง…

เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปแล้วว่า คณะตุลาการรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คน ได้ทำงานตอบสนองเผด็จการผู้ที่แต่งตั้งตนพิพากษายุบพรรคไทยรักไทยและตัดสิทธิทางการเมืองของนายกฯทักษิณและกรรมการบริหารพรรคอีก 111 คน มิให้มีส่วนร่วมทางการเมืองทั้งในฐานะที่เป็นผู้อาสาเข้ามาทำงานการเมืองและการใช้สิทธิเพื่อลงคะแนนเสียงทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี การเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนี้มีลักษณะเป็นการพรากความเป็นพลเมืองไปจากบุคคลโดยแท้อันเป็นการขัดต่อมาตรา 3 ที่บัญญัติไว้ว่า

ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค บรรดาที่ชนชาวไทยเคยได้รับการคุ้มครองตามประเพณีการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และตามพันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยมีอยู่แล้ว ย่อมได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญนี้

คณะตุลาการรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คน อาศัยช่วงเวลาที่อ่านคำวินิจฉัยพรรคประชาธิปัตย์โจมตี นายกทักษิณและพรรคไทยรักไทย ช่วยล้างมลทินให้พรรคประชาธิปัตย์ ในขณะที่อาศัยช่วงเวลาที่ อ่านคำวินิจฉัยพรรไทยรักไทย สร้างความชอบธรรมให้ระบบกฎหมาย ภายใต้ “นิติรัฐคมช.” พร้อมๆกับขยายความผิดของพรรคไทยรักไทยให้ดูร้ายแรงยิ่งกว่าคำฟ้องของอัยการเสียอีก

วันนี้…สังคมไทยได้เดินมาถึง จุดเปลี่ยนที่สำคัญอย่างยิ่ง นั่นคือ “ปราการด่านสุดท้าย.. ของนิติรัฐได้พังทลายลงอย่างย่อยยับ” ด้วยน้ำมือของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คน ที่ภักดีและค้ำจุนอำนาจโจรที่ปล้นอำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทย .. ร่วมกัน “พายเรือให้โจรนั่ง” ป่าวประกาศความชอบธรรมให้แก่กลุ่มโจรที่ “ฉีกรัฐธรรมนูญ” อันเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ

ด้วยปณิธานอันแน่วแน่ที่ไม่ยอมสยบต่ออำนาจเผด็จการ ภารกิจทำลายล้างไทยรักไทยจึงถูกกำหนดไว้ คนไทยจำนวนมาก เศร้าสลด หดหู่ หมดหวังและอึดอัดกับสภาพเช่นนี้อย่างยิ่ง

ท่านผู้อ่านทั้งหลาย

สังคมมีกลไกแห่งการวิวัฒน์ กลไกสำคัญคือ การรวมกลุ่มคนที่มีเป้าหมายและอุดมการณ์ทางประชาธิปไตยให้ได้มากที่สุดเพื่อเป็นพลังขับเคลื่อนและเปลี่ยนแปลงสังคมให้วิวัฒน์ไปตามเจตนารมณ์ของคนหมู่มาก พลังประชาชนจำต้องทำให้กองทัพอยู่ใต้อำนาจอธิปไตยของปวงชนให้ได้และมิยอมให้อำนาจพิศดารใดๆ อ้างสิทธิและความชอบธรรมเพื่อใช้อำนาจอธิปไตยของปวงชนตามอำเภอใจได้อีกเป็นอันขาด

ไทยรักไทย ถูกทำลายไปในทาง “นิตินัย” เท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ไทยรักไทยยังอยู่ในใจประชาชนเราเป็นจำนวนมากและในทาง”พฤตินัย” แล้ว ไทยรักไทยมิได้ถูกยุบ ตรงกันข้ามสถานการณ์ใหม่ จะทำให้ไทยรักไทยปรับตัวและเคลื่อนไหวทางการเมืองนอกเหนือจากความเป็นพรรคการเมืองได้มากขึ้น

ขอให้พวกเรา ติดตามข่าวสาร ติดต่อสื่อสาร ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข่าวสาร และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเพื่อให้พลังประชาธิปไตยกลับมาเข้มแข็งอีกครั้งหนึ่ง…

เวลาแห่งการ รอคอยอาจทำให้เราต่างรู้สึกเนิ่นนานและล่าช้าไม่ทันใจ แต่โลกยุคใหม่หมุนเร็วกว่าโลกในอดีตมาก.. เรื่องราวและความเป็นไปในแต่ละชั่วโมงของโลกปัจจุบันนั้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยากจะคาดการณ์ได้

แล้วติดตาม ความเคลื่อนไหว และความก้าวหน้าของพลังประชาธิปไตย ที่นี่นะครับ

จาก ทีมงาน thaksin.wordpress.com

ด้วยถ้อยความสั้นๆร้อยเรียงเป็นภาษาง่ายๆแต่ชัดเจนที่บอกว่า ‘วันของเรา’ ไม่ควรจะต้อง ‘รอ’ อีกต่อไป เรามาร่วมสร้างพลังประชาธิปไตยให้เข้มแข็งในวันนี้ผ่านบทเพลง “วันของเรา” โดย จิ้น กรรมาชน

แม้จะทำลาย ร่างกาย ให้ย่อยยับ
แต่ไม่อาจ มาดับ วิญญาณได้
แม้จะเหยียบ ย่ำยี สักเพียงไร
ก็อย่าหมาย ได้ใจ ไปครอบครอง

วิญญาณ ประชาธิปไตย ยังมั่นคง
ยังจะร่วม ฝ่าฟัน อย่างถูกต้อง
แม้เผด็จการ ปลิดร่าง ก็อย่าปอง
ไทยรักไทย พี่น้อง ต้องร่วมกัน

เรายังไม่ ตายจาก เรายังอยู่
ยังจะต้อง ต่อสู้ อีกหลายขั้น
ยังจะมี บัญชี ชำระกัน
เพื่อประชา สุขสันต์ นิรันดร์ไป

ก็แค่เพียง ละคร ในตอนหนึ่ง
จะกล่าวหา ทะลึ่ง ใครก็ได้
จะฟาดฟัน เข่นฆ่า ก็ว่าไป
แต่ความจริง ไทยรักไทย ยังอยู่ยง

ยังอยู่ คู่ชาวบ้าน คนรากหญ้า
ยังเป็น ขวัญใจของประชา อย่างประสงค์
ทักษิณ อยู่ในใจ อย่างมั่นคง
ไทยรักไทย ยังทระนง คงหลักหาร

จะยืนหยัด ต่อสู้ ผู้กดขี่
ไทยรักไทย ย่อมเกิดมี ทุกหย่อมย่าน
ไทยรักไทย สมานใจ ตลอดกาล
จะต่อสู้ เผด็จการ จนชีพวาย

ประพันธ์ไว้ ณ วันที่ 30 พฤษภาคม 2550 โดย ดร. อดิศร เพียงเกศ ขณะฟังการอ่านคำวินิจฉัยคดียุบพรรค

Sticky Topics

ตุลาคม 2017
พฤ อา
« ม.ค.    
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031  

Top Clicks

  • ไม่มี

StatCounter

Blog Stats

  • 219,241 hits