ส่วนที่หนึ่ง

 

วันที่ 28ก.ย.51 สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) ร่วมกับสหภาพแรงงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนล และกลุ่มประกายไฟ ออกแถลงการณ์ว่าด้วยการเมืองใหม่ต้องเลือกตั้งนายกฯ โดยตรง ระบบลูกขุน ลดงบประมาณทหาร และสร้างรัฐสวัสดิการ โดยกำหนดจะมีการรณรงค์แจกใบปลิวและสร้างเวทีพูดคุยกับประชาชนทั่วไปเกี่ยว กับการเมืองใหม่ของภาคประชาชนครั้งแรกที่สวนจตุจักร วันเสาร์ที่ 4 ตุลาคม 2551 เวลา 11.00 น.

 

0000

 

 

แถลงการณ์

การเมืองใหม่ต้องเลือกตั้งนายกฯ โดยตรง ระบบลูกขุน

ลดงบประมาณทหาร และสร้างรัฐสวัสดิการ

  อนุสรณ์สถาน ญาติวีรชน 14 ตุลา

วันอาทิตย์ที่  28 กันยายน 2551

 

ด้วยสถานการณ์ทางการเมืองโดยกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้เสนอ การเมืองใหม่โดยอ้างว่าเป็นผู้จุดประกายการปฏิรูปการเมืองผ่าทางตัน การเมืองแบบเก่า ที่เต็มไปด้วยนักการเมืองซื้อเสียง การคอร์รัปชั่น

กลุ่มพันธมิตรฯ ไม่มีความชอบธรรมที่จะเป็น เจ้าภาพ เพื่อการสร้างประชาธิปไตย เพราะการเคลื่อนไหวและเป้าหมายของกลุ่มพันธมิตรฯที่ผ่านมาล้วนลดบทบาทและไม่ เชื่อมั่นในอำนาจและความคิดของประชาชนคนธรรมดา ไม่เชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอ นายกฯพระราชทาน , การเลือกตั้งผสมการสรรหา (เมื่อสังคมไม่ตอบรับก็เปลี่ยนมาเป็นเลือกตั้งทั้งหมดแต่มาจากสาขาอาชีพ ครึ่งหนึ่ง)  ดังนั้น การเมืองใหม่ ของกลุ่มพันธมิตรจึงเป็นแค่เพียงการเมืองใหม่ (สูตรโบราณ) เท่านั้น

ความ พยายามเสนอโครงการทางการเมืองออกมาอย่างเป็นรูปธรรมของกลุ่มพันธมิตรฯ เฉพาะหน้าเป็นไปเพื่อเป้าหมายทำลายศัตรูทางการเมืองเท่านั้น ไม่ได้มีข้อเสนอเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจสังคมอย่างแท้จริง ไม่มีอุดมการณ์ที่จะสร้างการเมืองใหม่ที่แท้จริงแต่อย่างใด

            กลุ่ม พันธมิตรฯ ไม่ได้เป็นคนกลุ่มแรกที่พยายามเสนอการเมืองใหม่ เพราะการปฏิรูปสังคม-การเมือง เป็นสิ่งที่ภาคประชาชนพยายามเสนอและผลักดันให้เป็นจริงตลอดมา ที่ชัดเจนที่สุดคือข้อเสนอจากเวทีสมัชชาสังคมไทยเดือนตุลาคม พ.ศ. 2549 ที่ พูดถึงการสร้างความเข้มแข็งให้ขบวนการภาคประชาชน เพิ่มอำนาจประชาชนคนธรรมดา ลดอำนาจรัฐ ตัวอย่างข้อเสนอที่ก้าวหน้าได้แก่ การลดงบประมาณกองทัพ การเสนอให้มีการเลือกตั้งได้จากสถานที่ทำงาน การเสนอระบบลูกขุนและการสร้างรัฐสวัสดิการ เป็นต้น 

            สหภาพแรงงาน นักศึกษา ประชาชนและองค์กรแนวร่วมในฐานะที่เป็นองค์กรภาคประชาชนเล็งเห็นว่าเราต้องปฏิรูปสังคมที่เป็นอิสระจากพันธมิตรฯ จึงควรมี ข้อเสนอโครงการทางการเมืองของเราเอง จากการประชุมปรึกษาหารือกัน เพื่อนำเสนอต่อสังคมและจัดกิจกรรมรณรงค์ที่เป็นอิสระจากทั้งฝ่ายพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและฝ่ายรัฐบาล เพื่อให้เกิดการปฏิรูปสังคมการเมืองที่ชัดเจนและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนคน ธรรมดาจริงๆ ดังต่อไปนี้

 

            1. การปฏิรูประบบการเมือง

 

1.1 สนับสนุนให้มีการเลือกนายกรัฐมนตรีโดยตรงจากประชาชน ต้องยกเลิกสมาชิกวุฒิสภา อันเนื่องมาจากมีความซ้ำซ้อนและไม่จำเป็น โดยสมาชิกสภาต้องมาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนทั้งหมด

1.2 ต้องลดเงื่อนไขที่เป็นอุปสรรคของการรวมตัวตั้งพรรคการเมืองของประชาชน เช่น ไม่จำเป็นต้องมีการจดทะเบียน มีสาขาพรรค และจำนวนสมาชิกตามที่กำหนด

1.3 เน้นการเลือกตั้งเขตเดียวเบอร์เดียว จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแปรตามจำนวนของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง และสนับสนุนให้มีการเลือกตั้งตามสถานที่ทำงาน เพื่อให้แรงงานสามารถมีผู้แทนของตนเองในพื้นที่ที่ทำงานได้

 

            2. การกระจายอำนาจ

 

            ยก เลิกการปกครองส่วนภูมิภาคที่เน้นการรวมศูนย์จากส่วนกลาง แต่ส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนปกครองตนเองผ่านการปกครองส่วนท้องถิ่น อย่างสมบูรณ์

 

            3. ปฏิรูประบบศาล

 

            3.1 ต้อง ลดอำนาจของศาลที่มีอยู่เดิม อันเนื่องมาจากผู้พิพากษาไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง เราเสนอให้ใช้ระบบลูกขุนที่มาจากการประชาชนธรรมดามาแทนผู้พิพากษาในระบบ ราชการแบบเดิม

3.2 ยกเลิกโทษประหารชีวิต ซึ่งเป็นรูปแบบของการลงโทษที่ป่าเถื่อนและไม่ได้นำไปสู่การแก้ปัญหาจริง

3.3 ยกเลิกกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพซึ่งเป็นกฎหมายที่ล้าหลังและคลั่งชาติ

 

4. ปฏิรูปกองทัพ   

 

            4.1 ต้องลดงบประมาณของกองทัพ เพราะประเทศไทยไม่ได้อยู่ในสภาวะสงคราม ดังนั้นไม่จำเป็นต้องนำงบประมาณจำนวนมากไปใช้สำหรับการส่งเสริมแสนยานุภาพ ของกองทัพ

            4.2 เสนอให้ย้ายค่ายทหารออกจากเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล เพื่อใช้พื้นที่ดังกล่าวสำหรับสร้างสวนสาธารณะ และศูนย์ฝึกอาชีพให้แก่คนจน

 

5. ปฏิรูประบบโครงสร้างภาษี

 

ต้องยกเลิกภาษีทางอ้อม (VAT) ที่เก็บจากประชาชนธรรมดา และต้องเก็บภาษีทางตรง ภาษีที่ดิน ภาษีมรดกในอัตราก้าวหน้าจากคนรวยและอภิสิทธิ์ชนซึ่งมีจำนวนมากในประเทศไทย มาใช้เพื่อสร้างสวัสดิการให้แก่คนจน

 

6. รัฐสวัสดิการ

 

            6.1 ต้อง มีการปฏิรูปที่ดินที่รวมศูนย์อยู่กับนายทุนไม่กี่คนให้แก่ คนจน และเกษตรกร ที่ปราศจากที่ดินหรือมีที่ดินทำกินไม่เพียงพอซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ

            6.2 ต้องสร้างรัฐสวัสดิการ ซึ่งหมายความถึง ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงบริการการรักษาพยาบาล การศึกษา และสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่มีคุณภาพในราคาถูกหรือฟรี

            6.3 ต้องยกเลิกกฎหมายห้ามทำแท้งเสรี โดยรัฐจะต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้หญิงที่ต้องการทำแท้งสามารถทำได้ อย่างถูกกฎหมายและมีมาตรฐานทางการแพทย์เพื่อความปลอดภัย
           
6.4 ต้องมีการขยายมาตรการ 6 เดือนของรัฐบาล เช่น รถเมล์ ค่าน้ำ ค่าไฟฟรี ให้มากกว่าเป็นแค่มาตรการเฉพาะหน้า โดยต้องยกระดับการให้บริการการขนส่งมวลชน การไฟฟ้า ประปา และอื่นๆ ให้มีคุณภาพและมีราคาถูกที่สุด

            6.5 ยกเลิกแรงงานนอกระบบ และการเอาเปรียบแบ่งแยกแรงงานข้ามชาติ โดยผู้ใช้แรงงานทุกคนต้องได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงานเหมือนกันทั่ว ประเทศ                      

 

            กิจกรรม

 

            1. จะมีการรณรงค์แจกใบปลิวและสร้างเวทีพูดคุยกับประชาชนทั่วไป และขบวนการภาคประชาชนอื่นๆเกี่ยวกับการเมืองใหม่ของภาคประชาชน โดยกิจกรรมแรกของพวกเรา คือ แจกใบปลิวและให้ข้อมูลประชาชนที่สวนจตุจักร วันเสาร์ที่ 4 ตุลาคม 2551 เวลา 11.00 น.

 

 

ลงชื่อ

1.สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.)

2.สหภาพแรงงานไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนล

3.กลุ่มประกายไฟ

 

 

Jaewjah

 

สนนท. come out เจ้าน้องพี่
แสนเปรมปรีดิ์
very much กัดอย่าปล่อย
Counter fight อมาตยา ข้าฯรอคอย
Redeploy
ขุมพลัง หวังกู้เมือง

เมื่อเสนอ reform พี่ค้อมหัว
I’m sure แนวนี้ มิฝันเฟื่อง
New concept
สร้างความหวัง มะลังมะเลือง
แสนปราดเปรื่อง
thinking
ไม่กริ่งเกรง

ถึงครารุก elite ปิดchapter
On shoulder
แบกไว้ ให้ข่มเหง
Oh, grassroots
สุดทน มนต์บรรเลง
ยืนโคลงเคลง
dizzy ผีสิงนาน

Now wake up จับประเด็น ให้เห็นชัด
ต้องเป่าปัด
justice ลิขิตศาล
Prime Minister
เลือกตั้ง สร้างตำนาน
สวัสดิการ
offer เธอจัดมา

Oh, my God ยอดอำมาตย์ คาดไม่ถึง
ตื่นตะลึง
Blue print สิ้นกังขา
Smart boys
จัดทำ ตามตำรา
อมาตยา
fall down ด่าวดิ้นแด

Jaewjah

ส่วนที่สอง

 

เมื่อวันที่ 28 ..51 ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เครือข่ายภาคประชาชนร่วมกับคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน(กป.อพช.)จัดเวทีสาธารณะ สภาปฏิรูปการเมืองและสังคม ครั้งที่ 1’ และเสนอข้อเรียกร้องต่อรัฐสภาตั้ง คณะกรรมการปฏิรูปการเมือง พร้อมแนวทางปฏิรูปสังคม 17 ประเด็น โดยมีประชาชนตัวแทนจากเครือข่ายต่างๆเข้าร่วมราว 150 คน ประกอบด้วย สมัชชาคนจน คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย เครือข่ายผู้หญิง เครือข่ายสิทธิมนุษยชน เครือข่ายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวีแห่งประเทศไทย เครือข่ายแรงงานนอกระบบ เครือข่ายคนพิการ เครือข่ายสลัมสี่ภาค เครือข่ายปฏิรูปที่ดิน เครือข่ายองค์กรผู้บริโภค เครือข่ายสื่อภาคประชาชน เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก และเครือข่ายโลกาภิวัตน์

 

นาย ไพโรจน์ พลเพชร ประธานคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.) สรุปข้อเสนอจากที่ประชุมว่าต้องการให้รัฐสภาจัดตั้งคณะกรรมการปฏิรูปการ เมืองมีหน้าที่ในการรวบรวมความคิดเห็นจากประชาชนเพื่อจัดทำข้อเสนอเพื่อ ปฏิรูปการเมืองและสังคม และให้เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ กฎหมาย นโยบายรัฐ ให้สอดคล้องกับความต้องการของสาธารณะ

 

ทั้ง นี้ ต้องเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนทั้งฝ่ายการเมือง องค์กรอิสระ นักวิชาการ ภาคประชาชน วิชาชีพ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคธุรกิจ เข้ามามีส่วนร่วมในสัดส่วนที่เท่าเทียมกัน โดยมีระยะเวลา 1 ปี และให้รัฐสภานำข้อสรุปดังกล่าวมาดำเนินการทันที

 

ใน การปฏิรูปการเมืองครั้งนี้รัฐต้องมีเป้าหมายเพื่อสร้างประชาธิปไตยที่ ประชาชนและชุมชนมีส่วนร่วมตัดสินใจและกำหนดความต้องการ สร้างหลักประกันด้านสวัสดิการสังคม ให้เกิดความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ มีการกระจายโอกาสการเข้าถึงทรัพยากรอย่างเท่าเทียม รวมถึงต้องมีการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม เช่น ให้ประชาชนได้เลือกตั้งผู้ว่าทุกจังหวัดนายไพโรจน์ กล่าว

 

ส่วนประเด็นที่เครือข่ายประชาชน เสนอให้มีการปฏิรูปประกอบด้วย เรื่องสวัสดิการสังคม ระบบการศึกษา ระบบสุขภาพ ระบบภาษี ระบบการคุ้มครองแรงงาน สาธารณูปโภค ขั้นพื้นฐาน การกระจายอำนาจ การตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐ การมีส่วนร่วมทางการเมืองและการกำหนดนโยบายสาธารณะ การจัดทำข้อตกลงระหว่างปรเทศ การ ปฏิรูปที่ดินเพื่อกระจายการถือครองที่ดินให้ประชาชนมีที่ทำกินและที่อยู่ อาศัยที่มั่นคง การจัดการและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กาปฏิรูปสื่อและการเข้าถึงข้อมูล ความเสมอภาคระหว่างหญิงชาย กระบวนการยุติธรรมให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรม และการคุ้มครองผู้บริโภค

 

ข้อเสนอ

 

การปฏิรูปการเมืองและสังคม

 

 

การจัดตั้งคณะกรรมการปฏิรูปการเมือง

 

  1. ให้รัฐสภาแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปการเมือง จากบุคคลที่มีความรู้หรือมีประสบการณ์ด้านประชาธิปไตยหรือการเมืองภาคประชาชน  ซึ่งได้รับการเสนอชื่อผู้แทนจากภาคส่วนต่าง ๆ ในจำนวนสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน ดังนี้
    • ผู้แทนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และผู้แทนจากสมาชิกวุฒิสภา
    • ผู้แทนจากนักวิชาการ
    • ผู้แทนจากองค์กรภาคประชาชน
    • ผู้แทนจากองค์กรวิชาชีพ
    • ผู้แทนจากองค์กรตามรัฐธรรมนูญ
    • ผู้แทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
    • ผู้แทนจากสถาบันภาคการผลิต
  2. ให้คณะกรรมการปฏิรูปการเมือง มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
    • ศึกษา รวบรวมความรู้และความคิดเห็นเกี่ยวกับการปฏิรูปการเมืองและสังคม
    • เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการเสนอข้อคิดเห็นการปฏิรูปการเมืองและสังคม
    • จัดทำข้อเสนอการปฏิรูปการเมืองและสังคม และการเสนอแก้ไขปรับปรุงรัฐธรรมนูญกฎหมาย หรือนโยบายให้สอดคล้องกับการปฏิรูปการเมืองและสังคม
    • เผยแพร่และสื่อสารการปฏิบัติหน้าที่กับสาธารณะอย่างต่อเนื่อง
  1. ให้คณะกรรมการปฏิรูปการเมือง ปฏิบัติหน้าที่ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปี
  2. ให้รัฐสภานำข้อเสนอการปรับปรุงรัฐธรรมนูญ มาดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

 

 

เป้าหมายการปฏิรูปการเมืองและสังคม

 

  1. เพื่อ ให้การใช้อำนาจรัฐต้องเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติและตั้งอยู่บนพื้นฐานสิทธิเสรีภาพของ ประชาชน
  2. เพื่อ สร้างประชาธิปไตยที่ประชาชนและชุมชน สามารถมีส่วนร่วมในการกำหนดเจตจำนงทางการเมือง การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม รวมทั้งการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล ยั่งยืน และเป็นธรรม
  3. เพื่อ สร้างหลักประกันให้ประชาชนทุกคนได้รับสวัสดิการสังคมและการประกันสังคมอย่าง ทั่วถึงเท่าเทียม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องอาหาร ที่อยู่อาศัย การรับบริการสาธารณสุข การศึกษา การทำงาน ตลอดจนความมั่นคงปลอดภัยในชีวิต
  4. เพื่อ สร้างความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจและการกระจายรายได้ โดยการการกระจายโอกาสการเข้าถึงทรัพยากรอย่างเท่าเทียม เช่น การปฏิรูปที่ดินและการปรับโครงสร้างระบบภาษีที่เป็นธรรมด้วยอัตราก้าวหน้า อาทิ ภาษีมรดก ภาษีที่ดิน ภาษีการซื้อขายถ่ายโอนหุ้น ภาษีจากโอกาสทางนโยบายรวมทั้งการสร้างหลักประกันด้านค่าจ้าง
  5. เพื่อสร้างระบบตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจรัฐ เสริมสร้างโอกาสและความเข้มแข็งให้กับประชาชนและชุมชนในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐทุกระดับ
  6. เพื่อ กระจายอำนาจให้ประชาชนในท้องถิ่นมีอิสระในการปกครองตนเอง สามารถกำหนดและแสวงหาทางเลือกในการพัฒนาท้องถิ่นทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม รวมทั้งการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมตามเจตนารมณ์ของประชาชนและชุมชนท้องถิ่น

 

 

สาระสำคัญในการปฏิรูปการเมืองและสังคม

 

  1. ปฏิรูปสวัสดิการสังคม : เพื่อให้ประชาชนมีสิทธิได้รับสวัสดิการสังคม อันเป็นหลักประกันพื้นฐานในการดำรงชีวิตที่ดีอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ แรงงานตกงาน และผู้พิการหรือผู้ทุพพลภาพ
  2. ปฏิรูประบบการศึกษา : เพื่อให้ประชาชนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียม มีสิทธิในการจัดการศึกษาทางเลือกที่ยอมรับภูมิปัญญาท้องถิ่นและภูมิปัญญาไทย
  3. ปฏิรูประบบสุขภาพ : เพื่อให้คนทุกคนที่อยู่ในประเทศไทย ได้รับบริการทางด้านสุขภาพที่มีคุณภาพ และมีมาตรฐานเดียวกัน
  4. ปฏิรูประบบภาษี : เพื่อลด ความเหลื่อมล้ำระหว่างกลุ่มคน โดยการปรับโครงสร้างภาษีให้มีความเป็นธรรม ด้วยการจัดเก็บภาษีในอัตราก้าวหน้า เช่น ภาษีหุ้น ภาษีรายได้ ภาษีที่ดิน ภาษีทรัพย์สิน ภาษีมรดก เป็นต้น
  5. ปฏิรูประบบการคุ้มครองแรงงาน : เพื่อให้ประชาชนมีงานทำ ได้รับค่าจ้างที่เป็นธรรม มีความปลอดภัยในการทำงาน และมีสิทธิในการรวมตัวและเจรจาต่อรอง
  6. ปฏิรูปสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน : เพื่อ ให้ประชาชนทุกคนได้ใช้และเข้าถึงสาธารณูปโภคอันจำเป็นอย่างทั่วถึง และมีส่วนร่วมในการบริหารกิจการสาธารณูปโภค เช่น ไฟฟ้า ประปา พลังงาน โทรศัพท์ ระบบขนส่งมวลชน เป็นต้น
  7. ปฏิรูปการกระจายอำนาจ : เพื่อให้ประชาชนในท้องถิ่นมีสิทธิปกครองตนเอง โดยการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด และยกเลิกการปกครองส่วนภูมิภาค
  8. ปฏิรูปการตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐ : เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคประชาชนในการใช้กลไกการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐโดยมิชอบได้โดยง่ายและมีประสิทธิภาพ
  9. ปฏิรูปการมีส่วนร่วมทางการเมืองและการกำหนดนโยบายสาธารณะ : เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทางการเมือง การวางแผนเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งการกำหนดนโยบายสาธารณะ
  10. ปฏิรูปการจัดทำข้อตกลงระหว่างประเทศ เพื่อ ให้ประชาชนได้รับรู้ข้อมูลข่าวสาร มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการทำข้อตกลงระหว่างประเทศ และได้รับการเยี่ยวยาเมื่อได้รับผลกระทบจากการทำข้อตกลงดังกล่าว
  11. ปฏิรูปที่ดิน : เพื่อกระจายการถือครองที่ดินให้ประชาชนมีที่ทำกินและที่อยู่อาศัยที่มั่นคง
  12. ปฏิรูปการเกษตร : เพื่อคุ้มครองและสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรรายย่อย ในการรักษาอธิปไตยและความมั่นคงทางอาหาร
  13. ปฏิรูปการจัดการและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม : เพื่อให้ชุมชนและประชาชนมีสิทธิในการจัดการและได้รับประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและเป็นธรรม
  14. ปฏิรูปสื่อและการเข้าถึงข้อมูล : เพื่อ ให้ประชาชนเป็นเจ้าของสื่อและสามารถเข้าถึงสื่อสาธารณะในทุกรูปแบบ การสร้างจรรยาบรรณวิชาชีพในการควบคุมตรวจสอบกันเอง และลดการแทรกแซงจากรัฐและกลุ่มทุน
  15. ปฏิรูปความเสมอภาคระหว่างหญิงชาย : เพื่อ ขจัดการเลือกปฏิบัติระหว่างหญิงชายในการประกอบอาชีพ การได้รับการศึกษา การเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การเข้าสู่ตำแหน่งทั้งในองค์กรภาครัฐและเอกชน การมีส่วนร่วมในทางการเมือง รวมทั้งการปกป้องคุ้มครองผู้หญิงจากความรุนแรงในทุกรูปแบบ
  16. ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม : เพื่อ ให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรม จากการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม โดยการปรับปรุงและพัฒนาหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ
  17. ปฏิรูประบบคุ้มครองผู้บริโภค : เพื่อ สร้างความเข้มแข็งในการรวมกลุ่มของผู้บริโภค มีสิทธิได้รับข้อมูลข่าวสารที่เพียงพอและเท่าทัน และได้รับการแก้ไขเยียวยาความเสียหาย

 

 

ลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน

 

สร้างการเมืองกินได้  เพื่อความเป็นธรรมในสังคม

 

คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.)

สมัชชาคนจน

คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.)

เครือข่ายผู้หญิง

เครือข่ายสิทธิมนุษยชน

เครือข่ายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวีแห่งประเทศไทย

เครือข่ายแรงงานนอกระบบ

เครือข่ายคนพิการ

เครือข่ายสลัมสี่ภาค

เครือข่ายปฏิรูปที่ดิน

เครือข่ายองค์กรผู้บริโภค

เครือข่ายสื่อภาคประชาชน

เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก

เครือข่ายโลกาภิวัฒน์ ( FTA WATCH )

 

 

 

วันที่ 28 เดือนกันยายน พ.ศ.2551

 

คัดจาก เวปประชาไท