You are currently browsing the monthly archive for กุมภาพันธ์ 2008.

ขอบคุณผู้ใช้ล็อกอิน ANUTO สมาชิกห้องราชดำเนิน แห่งพันทิพที่เอื้อเฟื้อภาพ

และขอเชิญรับชม วีดีโอคลิป ประมวลภาพเหตุการณ์ อดีตนายกรัฐมนตรี พตท. ดร. ทักษิณ ชินวัตรเดินทางกลับประเทศไทย


(เอื้อเฟื้อไฟล์สำหรับดาวน์โหลดโดยคุณ เกียรติมุข จากพันทิพราชดำเนิน)

นิราศร้างห่างไกลไร้ทำเนียบ
เย็นยะเยียบหนาวในใจสับสน
อันโลกใต้กะลาสาละวน
ชีวิตคนพบเพื่อพราก..จากเพื่อเจอ

แลเหลียวหลังเวียงวังดังป่าช้า
ไพรีมายึดพาราตอนคราเผลอ
ไปยูเอ็นเย็นใจให้เผอเรอ
กลับต้องเจอหมู่อมิตรคิดเอาชัย

กําแพงรอบขอบคูก็ดูลึก
ไม่น่าศึกโจรป่าจะมาได้
ยังให้มันข้ามเข้าเอาเวียงชัย
โอ้อย่างไรเหมือนบุรีไม่มีชาย

หรือทักษิณสิ้นเกณฑ์จึงสิ้นยุค
ไพรีรุกรบได้อย่างใจหมาย
ประชาชนมนตรีก็ดูดาย
แถมไปมอบดอกไม้ให้หมู่โจร

จากลอนดอนมาปักกิ่งช็อปปิ้งเกาะ
แล้วเลียบเลาะไปบาหลีพี่สับสน
คนทำดีอับปะรีย์กินสิ้นตัวตน
ต้องเป็นคนไร้แผ่นดินสิ้นรังนอน

สู้ลำบากตรากตรำทำเพื่อชาติ
กษัตริย์ศาสน์ราษฎร์รัฐชัดเจนก่อน
กลับเหยียบย่ำทำร้ายไม่อาทร
นกขมิ้นบินจรให้อ่อนแรง

ก้มลงกราบธรณินทร์ถิ่นกำเนิด
หวังชูเชิดยุติธรรมนำส่องแสง
หวังฟากฟ้ามีตาอย่าระแวง
หวังทุ่มแรงกายใจให้มาตุภูมิฯ

โดย คุณใต้หล้าฟ้าเขียว จากกระดานข่าวราชดำเนิน

เหลืออีกเพียงแค่ 2 วันเท่านั้นที่อดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท. ดร. ทักษิณ ชินวัตรจะเดินทางกลับถึงประเทศไทย มาตุภูมิที่ท่านต้องจำใจจาก

เป็นระยะเวลากว่า 18 เดือนที่อดีตนายกฯทักษิณต้องเดินทางรอนแรมอยู่ในต่างประเทศนับตั้งแต่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.) เข้าทำการปฏิวัติรัฐประหารยึดอำนาจการปกครองจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งภายใต้การนำของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ที่ผ่านมาเป็นรัฐประหารที่อดีตนายกฯทักษิณและประชาชนไทยผู้รักประชาธิปไตยทั้งหลายไม่เคยคาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้นได้อีกในโลกศตวรรษที่ 21

กว่า 1 ปีเศษภายใต้สถานการณ์รัฐประหารที่ผ่านมาประเทศไทยได้สูญเสียหลายๆสิ่งไปมากมายไม่ว่าจะเป็นเรื่องพัฒนาการทางด้านการเมืองที่ถอยหลังไปอีกสิบปี ไม่จะเป็นการสูญเสียโอกาสในการแข่งขันทางด้านเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียทางด้านการสร้างความมีส่วนร่วมในสังคมของประชาชน และความสมานฉันท์จะไม่มีทางเกิดขึ้นตราบใดที่คนในสังคมบางส่วนไม่เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นด้วยกติกาเดียวกัน

ผู้เขียนรู้สึกปิติยินดีเป็นอย่างยิ่งที่พรรคพลังประชาชนที่ได้รับการสนับสนุนจากอดีตนายกฯทักษิณ และภายใต้การนำของคุณสมัคร สุนทรเวชได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 ที่ผ่านมาได้ที่นั่งในสภาฯไปเกือบครึ่งแต่ในความดีใจก็มีความผิดหวังอยู่บ้างที่ พรรคพลังประชาชนไม่สามารถได้รับชัยชนะอย่างเด็ดขาดแบบ win outright marjority จนสามารถจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวให้สำเร็จได้

แต่การที่พรรคพลังประชาชนทีมสำรองได้รับคะแนนเสียงแบบทิ้งห่างอันดับสอง(สัดส่วน+เขต)อย่างพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กว่า 60 ที่นั่งในการเลือกตั้งภายใต้เงาปืนแบบนี้ก็ถือว่ายอดเยี่ยมมากแล้วค่ะ เพราะตัวจริงอีก 100 กว่าคนที่ถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมืองไป 5 ปีก็ไม่ได้ลงแข่งขันในสนามเลือกตั้งใหญ่ที่ผ่านมา

การเลือกตั้งที่ผ่านมาจึงถือว่าเป็นบันไดก้าวแรกในการต่อสู้เพื่อให้ได้ประชาธิปไตยที่เป็นของปวงชนจริงๆกลับคืนมาหลังจากที่ รธน.40และรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งถูกโค่นล้มลง

แต่ในขณะที่ประเทศสูญเสียโอกาสทั้งในด้านสังคม การเมือง เศรษฐกิจจากการทำรัฐประหารก็มีการก่อกำเนิดของแนวรบพลังประชาชนขึ้นมาใหม่ทั้งในโลกแห่งความจริงและในโลกอินเตอร์เนตและเป็นแนวรบที่จะรอวันเติบใหญ่แข็งแกร่งขึ้นตามลำดับในยุคศตวรรษที่21ยุคที่หลายประเทศต้องล่องไปตามคลื่นโลกาภิวัตร เพราะหากทวนคลื่นแล้วอาจจมดิ่งลงสู่ก้นมหาสมุทรได้

ผู้เขียนเองในฐานะที่ได้มีโอกาสตวัดปลายนิ้วบนคีย์บอร์ดต่อสู้กับขบวนการโค่นล้มทักษิณและรัฐประหารในช่วง 2 ปีเศษที่ผ่านมาตั้งแต่เกิดปรากฏการณ์ “ลูกแกะหลงทาง” ของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ก็ให้รู้สึกไม่เหนื่อยเปล่าที่ในที่สุดแล้วพลังเผด็จการกลับพ่ายแพ้อย่างราบคาบให้แก่พลังประชาชนบนสังเวียนการต่อสู้ครั้งนี้ด้วยกติกาที่ตนเป็นผู้กำหนดขึ้นเอง แม้การต่อสู้เผด็จการเอาความถูกต้องกลับคืนสู่สังคมไทยในครั้งนี้จะเป็นเพียงการต่อสู้ทางตัวอักษรผ่านเครือข่ายอินเตอร์เนตก็ตามแต่ผลการเลือกตั้งที่ผ่านมาก็เป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วว่าความคิดของเรามิได้ถูกโดดเดี่ยวจากโลกเสรีประชาธิปไตยแต่เป็นการเดินไปด้วยกันกับประชาคมโลก

จากที่เคยแต่ขีดเขียนเกี่ยวกับการเมืองระหว่างประเทศในช่วงหลายปีที่ผ่านมาและเฝ้ามองการเมืองไทยแบบห่างๆ

จากที่ไม่เคยให้ความสนใจการเมืองไทยมากนักเพราะเบื่อการเมืองที่ขาดการสร้างสรรผลงาน

จากที่ไม่เคยให้ความสำคัญกับนักการเมืองไทยเท่าไหร่เพราะหลายคนดีแต่ตีสำนวนโวหาร ผลงานไม่เป็นที่ประจักษ์ นึกถึงแต่ความอยู่รอดของตัวเองและพรรคแต่ไม่มีจิตใจรับใช้ประชาชนแบบทุ่มเทและยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ก็ต้องหันกลับมามองการเมืองไทยใหม่เมื่อถนนสายการเมืองสายนี้มีนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ พ.ต.ท. ดร. ทักษิณ ชินวัตรและรัฐบาลพรรคไทยรักไทยก้าวเข้ามาบริหารประเทศ

อาจกล่าวได้ว่าท่านนายกฯทักษิณได้พลิกโฉมการเมืองไทยและเปลี่ยนพฤติกรรมของนักการเมืองไทยขึ้นมาใหม่ จากการเมืองที่เคยให้ความสำคัญแต่กับตัวบุคคลก็มาเน้นที่นโยบายและอุดมการณ์ของพรรคเป็นสำคัญ จากที่ไม่เคยมีรัฐบาลพรรคเดียวในเมืองไทยก็มีให้เห็นแล้วแถมเป็นรัฐบาลชุดแรกที่อยู่ครบเทอม (4 ปี) เรียกว่าการเมืองไทยยุค “ระบอบทักษิณ” เป็นยุคที่ “ฟ้าสีทองผ่องอำไพ” ทำการเมืองไทยให้งดงามเป็นประวัติศาสตร์ที่ต้องจดจำและจารึกไว้จริงๆค่ะ

ตลอดชีวิตของผู้เขียนที่ไม่เคยเสียน้ำตาให้กับนักการเมืองไทยคนไหนแต่ก็ต้องมาเสียน้ำตาให้กับพ.ต.ท. ดร.ทักษิณ ชินวัตรนักการเมืองผู้เป็นสัตบุรุษผู้นี้เป็นท่านแรกเมื่อครั้งที่ชีวิตการเมืองของท่านถูกมรสุมร้ายอมาตยาธิปไตยถาโถมพัดเข้าใส่และผู้เขียนเชื่อว่าหากพรรคพลังประชาชนยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางมีจุดยืนที่มั่นคงในหลักการที่ถูกต้องตลอดไปแล้วพรรคพลังประชาชนจะกลายเป็นพรรคที่ประชาชนรู้สึกเป็นเจ้าของได้อย่างสนิทใจและเป็นสถาบันการเมืองที่เติบใหญ่อย่างแข็งแกร่งได้ในอนาคตค่ะ

และทีมงาน thaksin.wordpress.com ต้องขอขอบคุณคุณผู้อ่านทุกท่านเป็นอย่างยิ่งที่กรุณาให้เกียรติแวะเวียนเข้ามาอ่าน เยี่ยมชมและร่วมแสดงความคิดเห็นตลอดระยะเวลากว่า 11 เดือนที่ผ่านมาที่บล็อคแห่งนี้ได้ถือกำเนิดขึ้น

ในวันนี้ผู้เขียนจึงอยากจะขอมอบ บทเพลง “เสียงเพรียกจากมาตุภูมิ” ให้กับ อดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท. ดร.ทักษิณ ชินวัตร ในยามที่ท่านกำลังจะได้กลับคืนสู่มาตุภูมิหลังจากที่ต้องลี้ภัยการเมืองไปอยู่ต่างแดนช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา

“เสียงเพรียกจากมาตุภูมิ” บทเพลงในอดีตจากจิตร ภูมิศักดิ์ที่สะท้อนถึงความรักต่อมาตุภูมิของจิตรนั้นยิ่งใหญ่เหนือสิ่งอื่นใด

เช่นเดียวกับอดีตนายกฯทักษิณในตอนนี้ต่างกันแค่บุรุษหนึ่งเดินทางรอนแรมอยู่ในป่า บุรุษอีกท่านเดินอยู่ท่ามกลางป่าคอนกรีตของมหานครลอนดอน

นี่คือความรักความศรัทธาของสองบุรุษที่ทำให้เขายืนหยัดอยู่ได้อย่างทรนงเพื่อที่วันหนึ่งจะได้มีโอกาสกลับสู่มาตุภูมิอย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรี

MV ชุดนี้ทางทีมงาน thaksin.wordpress.com ได้จัดทำขึ้นราวเดือนพฤษภาคมปีที่แล้วเพื่อประมวลเหตุการณ์วิกฤติการณ์การเมืองไทยตั้งแต่สมัยที่ ดร. ทักษิณ ยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของไทยและถูกยึดอำนาจการปกครองในเวลาต่อมาทำให้ท่านต้องลี้ภัยการเมืองอยู่ในต่างประเทศร่วม 18 เดือนแต่เสียงเพรียกจากมาตุภูมิ เสียงร่ำร้องจากประชาชนที่ยังรักและศรัทธาในตัวท่านต้องการเห็นท่านกลับคืนสู่แผ่นดินไทยอีกครั้งมิได้แผ่วเบาลงแต่อย่างใด … จากวันนั้นจนถึงวันนี้

MV เสียงเพรียกจากมาตุภูมิ บทเพลงและสไลด์โชว์ชุดนี้ขอมอบให้แด่ …อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร นายกฯที่สามารถเข้าไปนั่งอยู่ในหัวใจมหาชนได้อย่างสง่างามและวีรบุรุษของชาวรากหญ้าผู้นี้ค่ะ

Former Thai Prime Minister Thaksin Shinawatra is due to return from exile on Thursday, 18 months after he was ousted in a bloodless 2006 coup, a website run by his supporters said on Monday.

An advertisement on http://www.Hi-thaksin.Org urged his supporters to welcome “Prime Minister Thaksin Shinawatra: The One We Love & Miss For Years” At Bangkok airport at 0200 GMT on February 28.

พิสูจน์หัวใจคนรักทักษิณ

ในที่สุดวันที่พวกเราทุกคนรอคอยก็มาถึง

วันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ นี้ เวลา 09.00 น. นายกฯทักษิณ ชินวัตร จะเดินทางกลับมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ

ผมได้รับ Mail แจ้งข่าวนี้จากสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัวชินวัตร ผู้ซึ่งเคยเป็นช่องทางการสื่อสารระหว่าง นายกฯทักษิณ ชินวัตร กับ Hi-thaksin ในช่วงต้นๆ ที่เราติดต่อขอให้ท่านส่งคลิปวิดีโอ มาให้พวกเราได้รับทราบข้อมูลข่าวสาร ได้ยินได้ฟังสุ้มเสียงของท่าน ได้รู้ได้เห็นความคิด ความอ่าน และความเป็นอยู่ของท่าน ในต่างประเทศ

วินาทีที่เปิด Mail แจ้งข่าวชิ้นนี้ ผมมีอาการหัวใจเต้นแรง และดีใจเหลือประมาณ ที่ได้รับข่าวดีที่เชื่อว่าพวกเราซึ่งเป็นคนรักทักษิณ ชื่นชมศรัทธาการทำงานของท่าน และเฝ้ารอการเดินทางกลับบ้านของท่านมานานนับปี จะได้สมหวังกับการรอคอยเสียที

นับจากวันนี้ไปถึง 28 กุมภาพันธ์ ก็เหลือเวลาอีกเพียงแค่ 2 วันเท่านั้น ไม่นานเกินไป ไม่กระชั้นเกินไป ที่พวกเราจะเตรียมตัวไปต้อนรับนายกฯทักษิณ ของเรา

1 ปีเศษนับแต่ท่านจากประเทศไทย จากพวกเราไปเมื่อต้นเดือนกันยายน 2549 วันที่ 28 กุมภาพันธ์ นี้ จะเป็นวันแรกที่ท่านจะกลับมายืนบนผืนแผ่นดินไทยอีกครั้ง หลังจากที่พวกเราประชาชนได้ร่วมกันแสดงพลังโค่นล้มเผด็จการคมช. ไปด้วยมือของเรา เมื่อวันที่ 23 ธันวา คม ที่ผ่านมา

1 ปีเศษที่เราเฝ้ารอด้วยความกระวนกระวายใจ ด้วยความห่วงใจ ด้วยความรักและคิดถึง เหลืออีกเพียง 2 วันเท่านั้น ที่การรอคอยของเราจะสิ้นสุดลง ด้วยความสุข สมหวัง ดังที่เราคาดหมายไว้

1 ปีเศษที่เรามารวมตัวกันที่นี่ ที่เวปไซต์ Hi-thaksin และร่วมกันสร้างเวปไซต์นี้ให้เป็นชุมชนคนรักทักษิณ ที่มีพลังแห่งความรักอันยิ่งใหญ่ส่งไปให้แก่คนที่เรารัก อย่างไม่เสื่อมคลาย วันนี้ ถึงเวลาแล้วที่เราจะได้พิสูจน์หัวใจของคนรักทักษิณ ว่ายิ่งใหญ่ และอบอุ่น จริงดังที่พวกเราพร่ำพูดกันในเวปไซต์นี้หรือไม่

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ นี้ เวลา 09.00 น. ที่สนามบินสุวรรณภูมิ จะเป็นวันที่พวกเราคนรักทักษิณ จะได้แสดงความรักของพวกเราให้เป็นที่ประจักษ์แก่คนทั้งประเทศ และคนทั้งโลก ว่า ความรัก ความผูกพันที่พวกเรามีต่อนายกฯทักษิณ ชินวัตร นั้นหนักแน่นและจริงใจต่อกันเพียงใด

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ นี้ เวลา 09.00 น. ที่สนามบินสุวรรณภูมิ จะเป็นการแสดงพลังของประชาชนที่นิยมศรัทธานายกฯทักษิณ ชินวัตร เพื่อเป็นเกราะคุ้มครองชีวิต และรักษาความปลอดภัยแก่คนที่เรารัก เพื่อให้กลุ่มคนที่มุงหมายปองร้ายได้ประจักษ์ และสยบยอมต่อพลังของประชาชน ในที่สุด

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ นี้ เวลา 09.00 น. ที่สนามบินสุวรรณภูมิ จะเป็นวันที่พวกเราคนรักทักษิณ จะได้อิ่มเอมหัวใจกันเสียที

แล้วพบกันวันที่ 28 กุมภาพันธ์ นี้ เวลา 09.00 น. ที่สนามบินสุวรรณภูมิ นะครับ

ผมจะรอทุกท่านที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อร่วมกันต้อนรับนายกฯทักษิณ ชินวัตร กลับคืนสู่แผ่นดินไทย กลับมาอยู่ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร่วมกันกับพวกเรา อีกคราครั้งหนึ่ง

ที่มา: Hi-thaksin

Sticky Topics

กุมภาพันธ์ 2008
พฤ อา
« ม.ค.   มี.ค. »
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
2526272829  

StatCounter

Blog Stats

  • 222,236 hits