You are currently browsing the monthly archive for มกราคม 2008.

โดย อ.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์

ชัยชนะของพรรคพลังประชาชนที่มีนายสมัคร สุนทรเวชเป็นหัวหน้าพรรคในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2550 เป็นชัยชนะทางยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญของขบวนการประชาธิปไตยนับแต่รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เป็นการพิสูจน์ให้เห็นอย่างปราศจากข้อสงสัยว่า ประชาชนชั้นล่างทั้งในเมืองและชนบททั่วประเทศคือทัพหลวงของประชาธิปไตยที่ขบวนการประชาธิปไตยพึ่งพาวางใจได้ในการต่อสู้อันยากลำบากและยาวนาน

ระบอบรัฐธรรมนูญ 2550 ที่กำกับโดยพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร โดยเนื้อแท้แล้ว เป็นระบอบอำมาตยาธิปไตยที่แกนในอำนาจรัฐยังคงกุมอยู่ในมือของกลุ่มจารีตนิยมที่มีกลไกราชการ-กองทัพเป็นเครื่องมือ ร่วมเป็นพันธมิตรกับกลุ่มทุนเก่า ปัญญาชนขวาจัด ปัญญาชนอีแอบตีสองหน้า และปัญญาชนเดือนตุลาฯที่ทรยศต่อประชาธิปไตย แกนในนี้มีเปลือกหุ้มเป็นระบอบรัฐสภาที่มีผู้แทนราษฎรและรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ถูกกำกับอย่างแน่นหนาจากวุฒิสภาแต่งตั้งและบทบัญญัติต่าง ๆ ในรัฐธรรมนูญที่แยกสลายพรรคการเมืองและจำกัดอำนาจการบริหารของรัฐบาล

ขบวนการประชาธิปไตยในปัจจุบันจึงก่อรูปขึ้นเป็นสองแนวรบใหญ่คือ ด้านหนึ่งเป็นแนวรบในกรอบรัฐธรรมนูญ 2550 อันประกอบด้วยการเลือกตั้ง เวทีรัฐสภาและการจัดตั้งรัฐบาลที่มีพรรคพลังประชาชนเป็นแกนนำ เพื่อเข้ากุมการบริหารงานแผ่นดินในระดับหนึ่ง ในอีกด้านหนึ่ง ก็คือแนวรบนอกสภาอันประกอบด้วยกลุ่มพลังมวลชนประชาธิปไตยใหม่อันหลากหลายที่ก่อกำเนิดขึ้นหลังรัฐประหาร 19 กันยายน พัฒนาขยายตัว ผ่านการต่อสู้บนท้องถนนมาอย่างทรหดอดทนและอันตรายยิ่ง หล่อหลอมขึ้นเป็นกองทัพหน้าอันกล้าหาญเด็ดเดี่ยวของขบวนการประชาธิปไตย

ภารกิจประชาธิปไตยในขั้นตอนปัจจุบันยังคงเป็นการต่อสู้เพื่อนำมาซึ่งระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง แต่รัฐธรรมนูญ 2550 เป็นผลิตผลของรัฐประหาร 19 กันยายน เป็นเครื่องมือของระบอบอำมาตยาธิปไตย เต็มไปด้วยบทบัญญัติที่เป็นเผด็จการและละเมิดอำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทย และไม่สามารถที่จะใช้เป็นพื้นฐานเพื่อการปฏิรูปรัฐธรรมนูญได้ ฉะนั้น ภารกิจยุทธศาสตร์ในขั้นปัจจุบันของขบวนการประชาธิปไตยจึงเป็นการนำเอารัฐธรรมนูญ 2540 และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญทั้งหมดกลับคืนมา ทำการแก้ไขตามความเห็นของมหาชน แล้วให้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไข จากนั้น ให้ยุบสภาและมีการเลือกตั้งใหม่โดยทันที
Read the rest of this entry »

ITV ย้อนรอยเหตุการณ์นับแต่ก่อตั้ง จนถูกสั่งปิด

โดย Red Earth

ที่มา เว็บบอร์ดคนวันเสาร์ฯ
15 มกราคม 2551

เรามาย้อนรำลึกถึงความหลังครั้งเก่าของสถานีโทรทัศน์แห่งนี้กันเพื่อเป็นการอำลาจอกันไปในคืนนี้

ไอทีวีก่อตั้งขึ้นหลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬปี 2535 เพื่อแก้ปัญหาสถานีโทรทัศน์นำเสนอข่าวบิดเบือน ซึ่งเห็นได้ชัดในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ เงื่อนไขในการให้สัมปทานจึงค่อนข้างเข้มงวด กำหนดสัดส่วนรายการให้เป็นข่าวร้อยละ 70 อีกร้อยละ 30 จึงเป็นรายการบันเทิง เน้นว่ารายการบันเทิงจะต้องเป็นแนวสารคดี รายการเด็ก ปกิณกะที่ให้สาระและความบันเทิง สถานีโทรทัศน์ไอทีวีจึงเกิดขึ้นในรัฐบาลนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรี ได้นำคลื่นความถี่โทรทัศน์ในระบบยูเอชเอฟ มาให้เอกชนลงทุนตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ

พ.ศ. 2535
ในการประมูลครั้งนั้น กลุ่มธนาคารไทยพาณิชย์และเครือเนชั่นชนะการประมูล โดยได้ยื่นข้อเสนอจ่ายค่าสัมปทานให้รัฐ 25,200 ล้านบาท ภายในอายุสัญญา 30 ปี ซึ่งได้มีการลงนามในสัญญากับสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) เมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2538 โดยมีนายอภิลาศ โอสถานนท์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ลงนามสัญญากับนายเกษม จาติกวณิช ประธานกรรมการ และนายโอฬาร ไชยประวัติ รองประธานกรรมการบริษัท สยาม อินโฟเทนเม้นท์ จำกัด เริ่มออกอากาศวันที่ 1 ก.ค.2539

30 ปี เสนอจ่ายให้รัฐ 25,200 ล้านบาท… สุดยอดของธุรกิจทีวี… กับยอดสัมปทานที่สูงขนาดนั้น จะเอาความเสรีมาจากไหน..ในเมื่อต้องทำเงินให้รัฐเป็นล่ำเป็นสัน… แววเจ๊งมันเห็นอยู่ตรงหน้าแล้ว
Read the rest of this entry »

โดย ประดาบ 09-01-2551

           ไม่ได้หนีหน้าหายไปไหนหรอกครับ ยังเปิดรับข้อมูลข่าวสารและติดตามสถานการณ์การเมืองด้วยความห่วงใยในบ้านเมืองของเราอยู่ตลอดเวลา เพียงแต่ตั้งใจที่จะหยุดเขียนวิพากษ์วิจารณ์และเปิดประเด็นใหม่ในทางการเมืองไว้ระยะหนึ่ง เพราะเห็นว่าเป็นห้วงเวลาที่ไม่เหมาะสมนัก และคนส่วนใหญ่ของประเทศกำลังอยู่ในห้วงแห่งความทุกข์โศก ถวายอาลัยแด่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

ประดาบ จึงตั้งใจร่วมถวายอาลัย ด้วยการหยุดเขียนวิพากษ์วิจารณ์ สัก 7 วัน เพื่อให้ใครต่อใครได้ใจสงบกันบ้าง วันนี้ก็พ้นกำหนด 7 วันแล้ว ก็ต้องกลับมาทำหน้าที่กันตามปกติ และไม่รู้ว่ากลับมาวันแรก จะมีใครต้องสลบ หลังจากสงบมาได้ 7 วันเต็มๆ หรือไม่

           เอกสารที่นำมาเสนอครั้งนี้ ไม่ใช่เอกสารลับ แต่เรียกว่าเป็นเอกสารลึกดีกว่า เพราะเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งของพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าคณะรัฐประหาร และ รองนายกรัฐมนตรี กับ นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง ว่าไม่ใช่เป็นความสัมพันธ์ในฐานะคนรู้จักกันตามสายงาน และ คนที่คุยกันถูกคอ เข้าอกเข้าใจกันดีในฐานะคนทำงานที่มีเป้าประสงค์เดียวกัน

           เอกสารลึกฉบับนี้ เป็นหนังสือสำนัเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เลขที่ นร 0401 /7856 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2550 เรื่อง ขอยืมตัวข้าราชการช่วยปฏิบัติราชการ ส่งถึง ประธานศาลฎีกา และลงนามโดยนายลอยเลื่อน บุนนาค รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายบริหาร ปฏิบัติราชการแทน เลขาธิการนายกรัฐมนตรี
Read the rest of this entry »

โดย พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร
ที่มา เวบไซต์ truethaksin
8 มกราคม 2551

แถลงการณ์ของ พตท.ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัว กรณีการเดินทางกลับประเทศไทยของคุณหญิงพจมาน ชินวัตร

ตามที่พี่น้องชาวไทยได้ทราบข้อมูลผ่านสื่อมวลชนแล้วว่า คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยาของผม เดินทางกลับประเทศไทยในเช้าวันที่ 8 มกราคมนี้ ผมขอเรียนชี้แจงเหตุผลในการเดินทางกลับประเทศไทยของคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ดังนี้

1. ในสภาวะที่ประชาชนชาวไทยทุกคนกำลังอยู่ในภาวะโศกเศร้า เพราะการสูญเสียพระผู้เป็นมิ่งขวัญพระองค์หนึ่งของชาวไทยทุกคนไป จึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับครอบครัวชินวัตร และครอบครัวดามาพงศ์ ในฐานะที่เป็นคนไทยที่จะต้องแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อองค์พระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงษ์ ที่มีคุณูปการอันสูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทยเสมอมา ดังนั้น คุณหญิง พจมาน ชินวัตร จึงเดินทางกลับประเทศไทย เพื่อจะได้มีโอกาสเข้าถวายสักการะและถวายอาลัย พระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ร่วมกับพี่น้องชาวไทยทั่วประเทศด้วยตัวเอง ในฐานะตัวแทนของผม ครอบครัวชินวัตร และครอบครัวดามาพงศ์

2. การเดินทางกลับประเทศไทยของคุณหญิงพจมาน ชินวัตร เป็นการเดินทางกลับ เพื่อที่จะมอบตัวต่อศาลยุติธรรมด้วยความตั้งใจและเต็มใจ เพื่อต่อสู้คดีและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ตามกระบวนการยุติธรรมที่ชอบด้วยกฎหมายและหลักนิติธรรม โดยที่ครอบครัวของเราได้ยื่นคำร้องขอประกันตัวคุณหญิงพจมาน พร้อมหลักทรัพย์ตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว ทั้งนี้ ผมและครอบครัวหวังว่าจะได้รับความกรุณาจากศาลยุติธรรมในเรื่องนี้ด้วย ผมขอเรียนยืนยันว่า คุณหญิงพจมาน ชินวัตร และผมพร้อมที่จะต่อสู้ทุกคดี และทุกข้อกล่าวหาเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของครอบครัว โดยผมและครอบครัว มีความเชื่อมั่นว่าจะได้รับความเป็นธรรมและความยุติธรรมจากสถาบันตุลาการ

3. ในฐานะที่เป็นคนไทยคนหนึ่ง ผมขอเรียนว่าไม่มีแผ่นดินใด ที่จะให้ความสุขแก่คนไทยได้เทียบเท่ากับแผ่นดินไทย ภายใต้พระบรมโพธิสมภารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ในฐานะพสกนิกรที่มีความจงรักภักดีคนหนึ่ง จึงปรารถนาที่จะเดินทางกลับสู่ประเทศไทย เพื่อใช้ชีวิตใต้เบื้องพระยุคลบาทโดยสงบร่วมกับครอบครัว และในฐานะของคนที่เป็นแม่ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร จึงมีความรักและห่วงใยใกล้ชิดกับลูก ๆ มาก ด้วยความคิดถึงลูกของผู้หญิงที่เป็นแม่คนหนึ่ง คุณหญิงพจมานจึงเดินทางกลับประเทศไทย เพื่อที่จะได้อยู่ใกล้ชิดกับลูก ๆ และครอบครัว

ผมเองได้ยืนยันกับมิตรสหายและคนใกล้ชิดตลอดมาว่า ความปรารถนาสูงสุดของผม คือการที่จะเดินทางกลับไปใช้ชีวิตใต้เบื้องพระยุคลบาท ร่วมกับครอบครัวในประเทศไทย และตามที่ผมได้ยืนยันมาครั้งแล้วครั้งเล่าว่า ผมพร้อมที่จะเดินทางกลับประเทศไทยเพื่อที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ และต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม แต่ผมไม่ต้องการเป็นชนวน หรือนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างพี่น้องชาวไทย ซึ่งอาจนำไปสู่เหตุการณ์ที่ซ้ำเติมสภาวการณ์ของประเทศไทย อันเป็นที่รักของพวกเราทุกคนยิ่งขึ้นไปอีก ดังนั้น ผมขอเรียนยืนยันต่อพี่น้องชาวไทยว่า เมื่อได้เวลาอันสมควร ผมจะเดินทางกลับประเทศไทยเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของผมและครอบครัว ตามกระบวนการยุติธรรมอันชอบด้วยกฎหมาย และเป็นไปตามหลักนิติธรรมอย่างแน่นอน

ผมจึงเรียนมาเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องของพี่น้องชาวไทยทุกคน

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

มาร์วาน มาคาน-มาร์การ์, สำนักข่าวไอพีเอส (IPS Inter Press Service)

กรุงเทพ, 30 ธันวาคม 2550 แม้ว่าการเปลี่ยนผ่านจากรัฐบาลเผด็จการทหารไปสู่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยดูผิวเผินจะราบรื่น แต่ผลการเลือกตั้งทั่วไปที่มีขึ้นเป็นครั้งแรกภายหลังจากการรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายนปี 2549 ก็ชี้ชัดว่าประเทศไทยอาจจะต้องเผชิญกับมรสุมทางการเมืองอีกครั้งในต้นปี 2551 นี้

ความร้อนแรงทางการเมืองเริ่มส่อแววขึ้นตั้งแต่สัปดาห์แรกภายหลังการเลือกตั้ง เมื่อพรรคพลังประชาชนได้ชัยชนะในการเลือกตั้งโดยมีจำนวน สส. มากที่สุดในการเลือกตั้งครั้งนี้โดยได้รับ 233 ที่นั่งจากสภาที่มี สส. จำนวน 480 คน ซึ่งทำให้พรรคพลังประชาชนมีสิทธิที่จะจัดตั้งรัฐบาลผสมขึ้นแต่ก็มีกระแสต่อต้านพรรคพลังประชาชนอย่างรุนแรงจากบรรดาสื่อมวลชน โดยมีความพยายามเชื่อมโยงพรรคการเมืองนี้กับอดีตนายกรัฐมนตรีผู้ชนะการเลือกตั้งสองสมัยซึ่งถูกทหารโค่นล้มโดยการทำรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 นอกจากนี้กระแสการต่อต้านพรรคพลังประชาชนยังมาจากคนบางกลุ่มในสังคมไทย ที่ดูหมิ่นเหยียดหยามทั้ง พตท. ทักษิณ ชินวัตร และนายสมัคร
สุนทรเวช พอ ๆ กัน ซึ่งบรรดาคนกลุ่มนี้ประกอบด้วย ผู้นำทางทหารและข้าราชการหัวอนุรักษ์นิยม และบรรดาชนชั้นสูงที่อ้างความจงรักภักดีต่อสถาบันชั้นสูงของประเทศ

“ถ้าพรรคพลังประชาชนจัดตั้งรัฐบาลผสมสำเร็จ พวกเขาจะไม่มีโอกาสได้ฮันนีมูนพีเรียดทางการเมือง” กวี จงกิตถาวร บรรณาธิการอาวุโสและคอลัมนิสต์ของหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น บอกเรา “จะมีการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลตั้งแต่วันแรกของการทำงานเลย โดยเป็นเรื่องต่อเนื่องจากกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่มีอยู่ในตอนนี้”
Read the rest of this entry »

ประกาศสำนักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สิ้นพระชนม์

สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้เสด็จประทับรักษาพระอาการประชวร ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2550 ตามที่สำนักพระราชวังได้แถลงให้ทราบเป็นระยะแล้วนั้น

แม้คณะแพทย์ได้ถวายการรักษาอย่างใกล้ชิดจนสุดความสามารถ พระอาการประชวรได้ทรุดลงตามลำดับ และสิ้นพระชนม์เมื่อเวลา 02.54 น. วันที่ 2 มกราคม 2551 รวมพระชันษา 84 ปี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สำนักพระราชวังจัดการพระศพ ถวายพระเกียรติสูงสุดตามราชประเพณี ประดิษฐานพระศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าทูลละอองธุลีพระบาทในราชสำนักไว้ทุกข์ถวายมีกำหนด 100 วัน ตั้งแต่วันสิ้นพระชนม์เป็นต้นไป

อนึ่ง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายน้ำสรงพระศพหน้าพระฉายาลักษณ์ ซึ่งประดิษฐาน ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 13.00-16.00 น. วันพุธที่ 2 ม.ค.2551

สำนักพระราชวัง

2 มกราคม พุทธศักราช 2551
Read the rest of this entry »

ท่านสามารถรับฟังคำอวยพรจากอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรได้จาก Audio ข้างล่างนี้

ท่านสามารถรับชมเทปการสัมภาษณ์ พ.ต.ท.ทักษิณใน “รายงานหน้าหนึ่ง : เปิดใจ”ทักษิณ ชินวัตร”ในนาทีที่ผลเลือกตั้งปรากฏ” ได้ที่วีดีโอ คลิปข้างล่างนี้

ทีมงานของไอพีทีวี ประจำประเทศไทย เดินทางไปถึงโรงแรมนิกโก้ บนฝั่งเกาลูนของฮ่องกง เมื่อวันที่ 24 ธันวาคมที่ผ่านมา เพื่อสัมภาษณ์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทยที่แวะเวียนมาปักหลักอยู่ที่นั่นเพื่อ “สังเกตการณ์เลือกตั้ง” ของบ้านเรา ถือเป็นการให้สัมภาษณ์แบบ “เปิดใจ” เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังเสร็จสิ้นการนับคะแนนเลือกตั้งที่เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ก่อนหน้านั้น…

และต่อไปนี้คือ “ความคิดเห็น” ของอดีตนายกรัฐมนตรีถือว่าที่ต้องระเหเร่รอนอยู่นอกประเทศ นับเนื่องจากเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ในนาทีที่ทราบว่าพรรคพลังประชาชนที่ชูนโยบาย “จะพาทักษิณกลับบ้าน” อย่างชัดเจน ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนถึง 233 เสียง….

มีข่าวว่าท่านจะกลับประเทศไทยในวันที่ 14 กุมภาพันธ์

“คุณเฉลิม (อยู่บำรุง) กับผมโทรคุยกัน คิดว่าโดยกติกาแล้ว เลือกตั้งเสร็จ สภาเปิด 23 มกรา จากนั้นก็ใช้เวลาอีกประมาณสัก 2-3 อาทิตย์ รัฐบาลก็คงเรียบร้อย สัก 10 กุมภา รัฐบาลก็น่าจทำงานแล้ว คุณเฉลิมบอกว่า เอ๊ะ14 กุมภา วันดีนะ วันแห่งความรัก เราก็กะว่าจะไปแถวๆ นั้น แต่ก็ดูแล้วอาจจะไม่ทันก็ได้ เพราะผมอยากให้สถานการณ์บ้านเมืองมันลงตัวจริงๆ ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาลก็แล้วแต่ แต่ว่าดูวันนี้ การตั้งรัฐบาลอาจจะยืดไปอีกหน่อยหรือเปล่าไม่แน่ใจ ก็ต้อง Play by ear”

ถึงประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล ก็จะกลับ

“ประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลก็จะกลับ แน่นอน เมื่อไหร่ทีประเทศกลับไปสู่ระบอบประชาธิปไตย มีระบบที่การันตีความยุติธรรม ก็น่าสนใจ น่าที่จะกลับไปอธิบายได้ แต่ว่าวันนี้มันเป็นระบบที่พิเศษ”
Read the rest of this entry »

Sticky Topics

มกราคม 2008
พฤ อา
« ธ.ค.   ก.พ. »
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031  

StatCounter

Blog Stats

  • 223,343 hits