สำนักข่าวเอเอฟพี (Agence France Press) รายงานวันที่ 12 ธันวาคม 2550

ร้อยเอ็ด, ประเทศไทย, วันที่ 12 ธันวาคม 2550 แม้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไปเพราะการทำรัฐประหารมานานกว่า 1 ปีแล้ว แต่ชาวนาไทย นายประสิทธิ์ ฤทธิพา ยังสวดมนต์ไหว้พระทุกวันเพื่อขอให้นายกรัฐมนตรีในดวงใจของเขาเดินทางกลับสู่ประเทศไทย

“สมัยรัฐบาลทักษิณ ชีวิตพวกเราดีกว่านี้มาก ทักษิณทำอะไรตั้งเยอะแยะเพื่อช่วยคนจนอย่างเรา และพวกเราคิดถึงทักษิณมาก” ประสิทธิ์ในวัย 70 ปี นั่งอยู่ในกระท่อมหลังคามุงจาก ซึ่งเป็นบ้านแบบที่เห็นทั่วๆ ไปในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นฐานเสียงที่สำคัญของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร

แม้ว่าชาวนาอย่างเขาจะมีรายได้น้อยนิด แต่ประสิทธิ์และชาวบ้านคนอื่นๆ ก็ร่วมกันเก็บหอมรอมริบจนมีเงินมากกว่า 20,000 บาท (หกร้อยดอลล่าร์สหรัฐ) เพื่อซื้อตั๋วเครื่องบินให้มหาเศรษฐีผู้สร้างอาณาจักรธุรกิจหมื่นล้านด้วยสองมือเปล่าเดินทางกลับประเทศไทยจากลอนดอน นครที่เขาลี้ภัยทางการเมืองชั่วคราว

“นี่เป็นโอกาสที่พวกเราจะได้ตอบแทนบุญคุณของทักษิณ ผมอยากช่วยให้ท่านกลับมาอยู่เมืองไทย”

ทักษิณพ้นจากตำแหน่งด้วยการทำรัฐประหารที่ไม่มีการเสียเลือดเนื้อเมื่อเดือนกันยายน ปี 2549 หลังจากมีการประท้วงยาวนานและหลายเดือนโดยคนชั้นกลางในกรุงเทพฯ ที่ไม่พอใจทักษิณ เพราะข้อกล่าวหาว่าเขาทุจริตและใช้อำนาจโดยไม่ถูกกฎหมาย

แต่สำหรับชาวนาอย่างประสิทธิ์ ฤทธิพา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยังเป็นคนที่เขาชื่นชมเป็นอย่างมาก ประเทศไทยประกอบด้วยประชากรส่วนใหญ่ที่เป็นชาวไร่ ชาวนาที่ยากจนอย่างประสิทธิ์ ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงช่องว่างระหว่างคนในเมืองที่มีฐานะดี และชาวชนบทที่มีฐานะยากจน

ชาวนาในเขตจังหวัดร้อยเอ็ดซึ่งหาเลี้ยงชีพด้วยการปลูกข้าวบอกเราว่า พวกเราไม่มีความเชื่อถือในรัฐบาลทหารชุดปัจจุบัน และยืนยันว่าจะลงคะแนนเสียงให้พรรคการเมืองที่สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปลายเดือนธันวาคมนี้

“เศรษฐกิจกำลังตกต่ำ ราคาข้าวก็ต่ำลง แล้วรัฐบาลทหารทำอะไรเพื่อช่วยเราบ้าง ไม่มีเลย” ทองใส โพธิบุรี ชาวนาวัน 46 ปี ซึ่งกำลังเกี่ยวข้าวในนาบอกเรา

“ถ้าทักษิณ เป็นนายกอยู่ นอกจากเขาจะขึ้นราคาข้าวให้เราแล้ว ยังจะให้ปุ๋ยเราด้วย มีแต่ทักษิณเท่านั้นที่ห่วงใยคนจน พวกทหารหรือคนรวยในกรุงเทพฯ ไม่เคยช่วยเหลืออะไรเราเลย”

ตลอดระยะเวลา 5 ปี ที่เป็นรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทุ่มเทงบประมาณจำนวนมหาศาลให้แก่เขตชนบทซึ่งถูกละเลยมาเป็นเวลานานจากรัฐบาลก่อนหน้าเขา พ.ต.ท.ทักษิณ ช่วยชะลอการชำระหนี้ให้เกษตรกร ให้กองทุนหมู่บ้าน และให้สวัสดิการรักษาพยาบาลในราคาถูกแก่ชาวไร่ชาวนา

“สมัยทักษิณเป็นนายก ฉันมีเงินเหลือพอที่จะซื้อวัวเพิ่มได้หนึ่งตัว แต่ทุกวันนี้ฉันต้องลดค่าใช้จ่ายทุกอย่างแม้แต่ค่าอาหาร เพราะเศรษฐกิจแย่มากๆ “ ชาวนาผู้หญิงวัย 41 ปี ผู้ที่บอกชื่อเล่นเราว่าเธอชื่อ “คลอ”

ระดับเศรษฐกิจของจังหวัดที่เป็นท้องถิ่นห่างไกลอย่างร้อยเอ็ดมีการพัฒนาที่ล้าหลังกรุงเทพฯ เมืองหลวงของประเทศไทยมาก ประชาชนมีรายได้เฉลี่ยครัวเรือนเพียง 9,000 บาท .ซึ่งน้อยกว่ารายได้เฉลี่ยครัวเรือนของประชาการในเขตกรุงเทพมหานครถึงหนึ่งในสาม

“ฉันต้องทำงานทุกวัน แต่ชีวิตมันก็ไม่ดีขึ้นเลย ทหารไม่เคยสนใจมองคนจนอย่างพวกฉัน” คลอบอกเรา

ประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้แสดงออกถึงการคัดค้านรัฐบาลทหารโดยผู้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนมากกว่าร้อยละ 63 ของภูมิภาคนี้ลงมติไม่ยอมรับร่างรัฐธรรมนูญที่จัดทำโดยทหารเมื่อเดือนสิงหาคมปีนี้

แต่โดยรวมแล้วผู้มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนของไทยก็ยอมรับร่างรัฐธรรมนูญที่จัดทำโดยทหารฉบับดังกล่าว ซึ่งเป็นการเปิดทางให้มีการเลือกตั้งขึ้นในประเทศไทยเป็นครั้งแรกหลังการทำรัฐประหาร โดยจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 23 ธันวาคมนี้

คณะรัฐประหารบอกว่า การเลือกตั้งจะทำให้ประชาธิปไตยกลับคืนสู่ประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง แต่ผู้สังเกตการณ์ส่วนใหญ่ก็พากันตั้งข้อสงสัยว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นการเลือกตั้งที่เป็นกลาง เป็นธรรม และเป็นอิสระได้จริงหรือ ในเมื่อพื้นที่กว่าหนึ่งในสามของประเทศยังตกอยู่ภายใต้กฎอัยการศึก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่เป็นฐานเสียงหรือฐานคะแนนนิยมของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เช่น ร้อยเอ็ด

พรรคที่มีคะแนนนำในการเลือกตั้งครั้งนี้คือพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของไทยและพรรคพลังประชาชน ซึ่งเป็นการรวมตัวของอดีตสมาชิกของพรรคไทยรักไทยเดิมซึ่งถูกยุบไปแล้ว

ทองใสและเทียนภรรยาของเขาบอกเราว่าพวกเขาจะเลือกพรรคพลังประชาชน และตั้งความหวังว่าทักษิณจะกลับมาเป็นนายกอีกครั้งหนึ่ง

“ฉันอยากให้ทักษิณเป็นนายกอีกครั้ง” เทียนบอกเรา เมื่อถามถึงพรรคประชาธิปัตย์ เธอรีบโบกมือปฏิเสธ “พรรคนี้ไม่รู้อะไรสักนิดว่าพวกเราต้องทนลำบากยากจนยังไง และพวกเรามีหนี้สินเพิ่มขึ้นแค่ไหน

ในขณะที่กลุ่มผู้วิพากษ์วิจารณ์ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร บอกว่านโยบายประชานิยมคือรูปแบบหนึ่งของการคอร์รัปชั่น ชาวนา ชาวไร่ในเขตจังหวัดที่ยากจนโต้แย้งว่าคนที่สงสัยควรจะไปดูความก้าวหน้าของหมู่บ้านของพวกเขาภายใต้การพัฒนาของรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร

“ทักษิณสร้างสะพาน สร้างถนน เขื่อนกั้นน้ำ และเสาไฟฟ้า รัฐบาลทักษิณให้ทุนการศึกษาแก่ลูกหลานชาวนาด้วย” ประสิทธิ์ ศรีสม ชาวนาวัย 45 ปี อธิบายให้เราฟัง

นอกจากทำงานในนาข้าวของตัวเองแล้ว ประสิทธิ์ ศรีสม ยังรับจ้างทำงานในนากุ้งตามโครงการที่จัดตั้งขึ้นโดยรัฐบาลของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร และประสิทธิ์บอกเราว่าตอนนี้เขามีรายได้ต่อปีเพียงปีละ 40,000 บาทเท่านั้น

“ผมไม่พอใจการรัฐประหาร และก็ไม่พอใจพวกทหารที่ทำให้ชีวิตของผมต้องยากลำบากมากขึ้น ผมอยากให้ทักษิณกลับมา”

ที่ประตูทางเข้าบ้านประสิทธิแขวนรูปถ่ายของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ที่สวมแว่นกันแดก และชูถ้วยกุ้งคอกเทลซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากฟาร์มกุ้งที่ประสิทธิ์ทำงาน เป็นภาพที่ถ่ายไว้ในช่วงที่ ทักษิณ ชินวัตร เดินสายหาเสียงเยี่ยมเยียนชาวบ้านในเดือนมกราคมปี 2549

ประสิทธิ์คนแรกที่สูงวัยกว่า บอกเราว่าเขาเคยพบทักษิณตอนที่มาหาเสียง แต่ไม่มีโอกาสที่จะขอบคุณทักษิณที่ช่วยให้เขาสามารถปลดหนี้ได้ถึง 70,000 บาท ตามโครงการพักหนี้เกษตรกร

ขณะนี้ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร กำลังต่อสู้คดีที่มีการกล่าวหาว่าเขาทุจริต และเขาได้ให้สัมภาษณ์หลายครั้งว่าจะยังไม่เดินทางกลับไทยเพราะเป็นห่วงในความปลอดภัยและกังวลว่าจะไม่ได้รับความยุติธรรมในการต่อสู้คดีถ้าประเทศไทยยังอยู่ภายใต้รัฐบาลทหาร

แต่ถ้าทักษิณประกาศว่าจะกลับมาเมืองไทยเมื่อใดทองใสบอกเราว่าเขาจะเดินทางไปต้อนรับ ทักษิณ ชินวัตร ถึงสนามบินที่กรุงเทพด้วยตนเอง

“พวกเราไม่เคยลืมทักษิณ ถ้าผมได้เจอทักษิณ ผมจะบอกเขาว่าพวกเราคิดถึงเขามากแค่ไหน และจะขอให้เขากลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง” ทองใสบอก

Deposed PM Thaksin still a hero in rural Thailand

ROI ET, Thailand, Dec 12, 2007 (AFP)

Thaksin Shinawatra may have been deposed in a coup a year ago and exiled, but farmer Prasit Ritthipa still prays every day to the Buddha for the former premier’s return.

“Life was very good during the Thaksin government. He did so much to help us, and we all miss him,” Prasit, 70, said sitting under the shade of a wooden hut in this idyllic northeast province, one of Thaksin’s rural strongholds.

Despite his meagre income, Prasit said he and other farmers have so far collected 20,000 baht (600 dollars) to buy the self-made billionaire Thaksin a plane ticket to return from his exile in London.

“Now it’s my turn to return a favour to Thaksin. I want to help him come back to Thailand.”

Thaksin was ousted by the military in a bloodless coup in September 2006, capping months of protests, mostly by Bangkok’s middle-class, demanding his resignation over alleged abuse of power and corruption.

But the ex-leader remains popular among farmers like Prasit, who make up the majority of Thailand’s population of 64 million, highlighting a divide between urban dwellers and poor rural masses.

Farmers in this rice-growing province of Roi Et, about 500 kilometres (310 miles) northeast of Bangkok, say they have no faith in the current army-backed government and vow to vote for a pro-Thaksin party in this month’s elections.

“The economy is going down and rice prices are falling. But what has the coup government done? Nothing,” said Thongsai Pothiburi, a 46-year-old farmer reaping golden rice with a sickle.

“If Thaksin were in power, he would not only raise rice prices but also give us fertilizer. Only Thaksin cared about us, not the military or the rich people in Bangkok.”

During five years in office, Thaksin poured money into the long-neglected rural sector, giving farmers debt relief, investment funds and cheap medical care.

“I had extra cash to buy more food during the Thaksin government. But now I have to cut back food expenses because the economy is slowing down,” said a 41-year-old female farmer who only gave her nickname Kraw.

The economy in the northeast, including Roi Et, lags well behind Bangkok. Average household income of about 9,000 baht per month is less than a third of that in the capital.

“I work every day, but life is not getting any better. The military doesn’t care about us,” said Kraw.

People in the northeast showed defiance against the coup government when nearly 63 percent of voters in the region rejected an army-backed constitution in August this year.

But overall the Thai public approved the charter, paving the way for the kingdom’s first post-coup elections on December 23.

The junta says the polls will restore democracy, but observers question how free and fair they can be as about one-third of the country, mainly Thaksin’s electoral bases including Roi Et, is still under martial law.

The front-runners are the Democrat Party, Thailand’s oldest political outfit, and the People Power Party (PPP), which was created by members of Thaksin’s disbanded Thai Rak Thai.

Thongsai and his farmer wife Teon, 40, say they will vote for the PPP with high hopes of Thaksin’s return to power.

“I want Thaksin to become prime minister again,” Teon said. Asked about the Democrats, she waved her hands dismissively: “The party knows nothing about our daily struggles of poverty and rising debt.”

While critics likened Thaksin’s populist measures to vote-buying, farmers in the impoverished province argue that sceptics should come here first to see progress made under his government.

“He built bridges, concrete roads, irrigation canals and lampposts. He gave our children scholarships,” 45-year-old farmer Prasit Srisom explained.

Apart from rice farming, the younger Prasit began working at a small shrimp farm set up by the Thaksin government. Thanks to a brisk shrimp business, his annual income doubled to 100,000 baht.

But after the coup, the military government axed Thaksin-launched rural projects, including the shrimp farm, and Prasit says he now earns just 40,000 baht per year.

“I am very angry at the coup and military leaders for making my life very difficult. I want Thaksin to come back,” he said from his one-floor wooden house.

Above its entrance, Prasit hangs a photo of Thaksin wearing sunglasses and holding a shrimp cocktail made from his farm, taken during a publicity stomp through the region in January 2006.

The elder Prasit saw Thaksin then, but said he did not have a chance to thank the leader for clearing his debt of 70,000 baht, part of a government debt forgiveness scheme for farmers.

Thaksin is facing a raft of graft charges and has repeatedly said he will not return to the kingdom, fearing for his safety and his right to a fair trial under the military government.

But if Thaksin announces his homecoming, farmer Thongsai says he will go to Bangkok’s airport to show his support.

“Thaksin is not forgotten among us. If I can meet him, I want to tell him how much we have missed him, and ask him to become prime minister again,” Thongsai said.

ที่มา: Truethaksin.com