นับจากปฏิวัติ 19 กันยาฯ 49 เป็นต้นมาเป็นเวลากว่าหนึ่งขวบปีที่ พ.ต.ท. ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องระหกระเหินอยู่นอกประเทศ ไม่มีโอกาสเข้ามาสัมผัสแผ่น ดินเกิดอีกเลยนับจากวันนั้น…เขาเฝ้ารอ…รอวันที่จะเข้ามาต่อสู้กับคดีฟ้องร้องมากมาย…เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์และกอบกู้ชื่อเสียงของตนและคนในครอบครัว…และหลังเลือกตั้ง 23 ธันวาฯนี้ หรือมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว…เขาจะกลับมา… จะกลับอย่างไร?  

คำถามแรกที่พบ “จะกลับเมืองไทยเมื่อไหร่” อดีตนายกฯทักษิณ หัวเราะพร้อมตอบแบบติดตลก… “ผมจะกลับประเทศเมื่อไหร่ต้องไปถามเฉลิม (ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง) วันที่ 21 นี้ เดี๋ยวเฉลิม จะบอกเองว่า ให้ผมกลับวันไหน ผมจะกลับ วันนั้น…”   
ไม่เอาแล้วการเมือง…แต่?

“ผมประกาศไปแล้วว่า จะวางมือทางการเมือง”…พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ยืนยันหนักแน่นอีกครั้ง… ผมต้องการเลิกเล่นการเมืองจริงๆ แต่ยังมาบีบผมทุกวัน อย่าบีบ อย่าบังคับผมสิ!  บอกแล้วว่า ผมเลิก ผมเลิกแล้ว…จะบังคับให้ผมเข้ามาการเมืองอีกทำไม…

สำหรับอนาคต…เมื่อวางมือจากการเมือง “โอ้ย! มีเยอะแยะ หนึ่งปีมานี้เดินทางไปหลายประ-เทศ ทั้งรัสเซีย จีน อังกฤษ อเมริกา ไปเห็นสิ่งที่เขาทำ…โอ้โฮ… ประเทศเรายังทำอะไรได้อีกเยอะแยะ  โดยที่ผมไม่ต้องเป็นนายกฯ (นายกรัฐมนตรี) ผมทำ อะไรให้บ้านเมืองได้เยอะ เพราะหนึ่งผมอาจมีทุน สอง เราอาจมีเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ”

อดีตนายกฯ กล่าวด้วยว่า “เดิมที…ผมก็มีความคิดอยู่แล้วว่า หลังรีไทร์จะไปทำอะไรบ้าง หนึ่ง สอนหนังสือมหาวิทยาลัยชินวัตร… สอง เล่นกอล์ฟ ที่อัลไพน์  และสาม ไปกินข้าวที่โรงแรมของลูกสาว (มีแผนที่จะลงทุน)…โอเค วันๆหนึ่งก็อยู่แค่นี้”
พูดถึงธุรกิจในเมืองไทย ถึงวันนี้…ธุรกิจที่เหลืออยู่มี  เอสซี แอสเสท (บมจ.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น-ธุรกิจพัฒนาที่ดิน บ้านจัดสรร และอาคารให้เช่า) และมหาวิทยาลัยชินวัตร…ให้ลูกๆเขา บริหารกันไป…ส่วนผมเมื่อกลับเมืองไทยจะไปสอนหนังสือ

“ผมยังสามารถทำประโยชน์ให้กับประเทศได้อีกเยอะ เอาทิ้งไว้นอกประเทศเสียของ ไม่ต้องให้ผมเป็นนักการเมืองหรอก” 

อายัดทรัพย์…คดีความ…ผมพร้อม!

พูดถึงเรื่องการยึดทรัพย์ อดีตนายกฯ ตอบ

“โถ! อายัด เดี๋ยวก็คืน…เพราะอายัดไปโดยไม่มีกฎ หมายรองรับ…” แต่ก็ยอมรับว่า ช่วงแรกๆหลังจาก ถูกคำสั่งอายัดทรัพย์ “ลำบากแสนสาหัส เพราะทำอะไรลำบาก ต้องไปนั่งอธิบาย ดีที่กูเกิลเขาใส่ประวัติชีวิตผมไว้เยอะ และก็มีคนเข้าไปค้นประวัติผมจาก กูเกิล เยอะทำให้เขาเข้าใจ ตัวผมโดยที่ผมไม่ต้องอธิบายมาก…”

ส่วนเรื่องคดีต่างๆ นั้นพ.ต.ท.ดร. ทักษิณกล่าว มั่นใจว่า ไม่มีปัญหา คดีฟ้องร้องต่างๆ ก็ต้องต่อสู้กันไป ผมมั่นใจ…ไม่มีอะไรเลย เพราะเขา (คตส.) เห็นโลกซีกเดียวก็สรุปเลย…สิ่งที่ผมทำไปทุกอย่าง มันอธิบาย ได้ หากให้โอกาสผมอธิบาย… ซึ่งพร้อมเสมอที่จะชี้แจงทุกเรื่อง ทุกคดี เพราะเงิน มีที่มาที่ไป 

ไม่ท้อ…ไม่เครียด แต่ห่วงลูก-เมีย

อย่างที่บอกช่วงแรกๆ เครียดเหมือนกัน… แต่ผ่านมาถึงวันนี้ทำใจได้! อโหสิ..” ชีวิตตั้งอยู่แล้วดับไป พระพุทธเจ้าสอนไว้ เกิดมาเป็นคนไทยมีศาสนาพุทธ ซึ่งเป็นศาสนาที่ดีมาก มีแนวคิดในการดำรงชีวิตที่ดีมาก แต่เรากลับไม่จริงจัง ไม่เชื่อในสิ่งที่พระพุทธ เจ้า สอนกลับไปเชื่อเครื่องรางของขลังมากกว่าตัวปรัชญา ถ้าลองเอาไปศึกษาให้ดีๆ จะทำให้ชีวิตรอด ปลอดภัย

เรื่องคดีความทีแรกก็รู้สึกว่า…เอ! เราไปทำอะไรมา  แต่พอมาโดนหนักๆ เข้าเลยรู้สึกว่า เออ..ดีเหมือนกัน ทำไมเขาถึงเล่นเราอยู่ครอบครัวเดียว… เล่นทั้งครอบครัว หาเรื่องทุกเรื่อง… และก็ไปขุดเรื่อง มาตั้งแต่ก่อนเป็นนายกฯ ไปขุดมาหมด…เลยได้ย้อน ดูประวัติตัวเองที่บางเรื่องก็ลืมไปแล้ว ก็ถือเป็นสิ่งที่ พิเศษ คิดว่ามีอยู่ประเทศเดียวที่ทำกันแบบนี้  เพราะเท่าที่ผมดูหลายประเทศที่การเมืองแย่ๆ เขายังไม่ทำ กันแบบนี้เลย..สรุปแล้ว การเมืองทั้งนั้น การเมืองจริงๆ…

ถามว่า ท้อใจไหม..เสียใจไหม! อดีตนายกฯตอบ “ก็ไม่รู้เหมือนกันนะ..ทำไม! ทำกันได้ถึงขนาดนี้  สิ่งที่ผมห่วงคือ ผมห่วงลูก-เมียผมว่า จะคิดกันอย่างไร   แต่พวกเขาเข้มแข็งกันดี ซึ่งเราก็ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เพราะยามนี้เป็นยามที่เราถือว่าเป็นวิบากกรรม ไม่รู้ชาติที่แล้ว เราไปทำอะไรเขาไว้บ้าง บังเอิญระลึกชาติไม่ได้ เลยไม่รู้ว่าไปทำอะไรกับเขาไว้ในชาติ ที่แล้ว…”

การเลือกตั้งกับ “ประชานิยม”…


ที่ด่าผม ด่านโยบายประชานิยม แต่วันนี้ทั้งลอกตรงๆ ลอกแบบลืมเปลี่ยน พ.ศ.และลอกแบบเปลี่ยนชื่อ หรือทำให้มากกว่าเดิมก็มี…ไม่เป็นไร  แต่ จะต้องเข้าใจปรัชญาของมันว่า แต่ละนโยบายมีความ เชื่อมโยงกันอย่างไร  มีผลต่อการสร้างความแข็งแรง ของเศรษฐกิจและสังคมอย่างไร 

ไม่ใช่วันนี้..แจกประชานิยมแล้วชนะเลือกตั้ง…ซึ่งมันไม่ใช่  เพราะมันต้องทำได้จริง… ประเทศชาติไปรอด..ไม่ใช่ประเทศเจ๊ง อย่างที่เราทำ ทำแล้ว… ทำไมถึงมีเงินใช้หนี้ไอเอ็มเอฟ… ทำไมจีดีพีประเทศ ถึงโต..ที่บอกว่าเจ๊ง เจ๊ง เนี่ย..คุณเจ๊งเพราะปากคุณ พูดเอง ไม่ใช่เพราะว่าตัวเลขมันเจ๊ง ตัวเลขมันดีหมด ทุกตัว อัตราการว่างงานต่ำสุดแบบไม่เคยมีมาก่อน

ใครจะเสนอนโยบายนี้จะต้องเข้าใจก่อน… หนึ่งจะเอาเงินที่ไหนมาทำ ส่วนใหญ่แล้วนักการเมือง ก็ดี ข้าราชการก็ดี จะเข้าใจวิธีใช้เงินมากกว่าการหา เงิน… ถ้าเข้าใจวิธีการใช้เงินแล้วหาเงินไม่เป็น… อันตราย…

พร้อมยกตัวอย่าง… “ผมฟังข่าวว่า น้ำจะ ท่วมกรุงเทพฯ  ก็บอกว่าต้องสร้างเขื่อนรอบกรุงเทพฯ โห..ใช้เงินมาก…แต่วิธีคิดของผมไม่ใช่..คิดว่าใช้วิธีถมดีกว่า…ถมทะเลเป็นเขื่อน…แล้วเอาตรงนั้นมาพัฒนา…สมมติถมไร่ละแสน เอามาพัฒนาเป็นไร่ละสิบล้าน…”

ผมจะเล่าให้ฟัง..ที่ลอนดอน มีคนคนหนึ่งไปซื้อโรงแรมที่มีเชนบริหารอยู่…มี 600 ห้อง..ราคา 150 ล้านปอนด์ เท่ากับหมื่นกับห้าร้อยล้านบาท เขาใช้เงินเท่าไหร่รู้ไหม..ใช้เงินแค่ 9 ล้านปอนด์ไปซื้อเท่านั้น เพราะอะไร เพราะเขาบอกว่า เชนที่บริหารนี่ช่วยรับรองให้ได้ไหมว่า สิบปีนับจากนี้ยอดขายจะเป็นเท่าไหร่…เห็นไหม เพราะเขาเอารายได้เป็นตัวตั้ง  มิใช่เอาทรัพย์สินเป็นตัวตั้ง…ส่วนบ้านเรา ทรัพย์สินตัวนี้ 150 คุณต้องหามา 75 เป็นอย่างน้อย… หาก็หาไม่ได้ ราคาก็ขึ้นไปเรื่อย…

ดังนั้นผลพวงนโยบายประชานิยมของผม… ไม่เคยทำให้เสียเงิน มีแต่ได้เงิน..โอท็อปส่งออกเท่า ไหร่ ไม่มีเสียตังค์เลย หวยใต้ดิน บนดินเหมือนกัน เอาเงินที่อยู่กับมาเฟีย…มาช่วยให้เด็กได้เรียนหนังสือ …แต่วันนี้กลับเอาไปให้มาเฟียอย่างเก่า เพราะเป็นเครือข่ายที่ช่วยล้มผม แล้วมาบอกว่าผมทำผิดกฎหมาย…

“วันนี้มันต้องเลิกฟื้นฝอยหาตะเข็บ เพราะถ้า จะฟื้น… มันก็ฟื้นไม่จบ มันมีตะเข็บจมเลย… เพราะถ้าฟื้นได้คงฟื้นไปถึงสมัยจอมพลสฤษดิ์ (จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อดีตนายกรัฐมนตรี) ก็มี ถามว่าจะฟื้นกันไหม…” พ.ต.ท.ดร.ทักษิณกล่าวเชิงตัดพ้อ พร้อมแนะว่า “วันนี้มันต้องมองไปข้างหน้าเพื่อประเทศจะได้ก้าวหน้า.. คือวันนี้ที่เราทะเลาะกัน คนที่ทะเลาะอาจไม่เดือดร้อนเท่าไหร่ แต่ชาวบ้าน คนหาเช้ากินค่ำ พ่อค้าที่เพิ่งเริ่มลงทุน นักธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้น…มันจะตายเอา…”  

การเมืองหลังเลือกตั้ง..ไม่มีปฏิวัติ

สถานการณ์เลือกตั้งวันที่ 23 เดือนนี้ อดีตนายกฯทักษิณ กล่าวว่า อยู่ที่ประชาชน เชื่อผมเถอะ… ฝืนกระแสประชาชนไม่ได้…ตอนนี้ประชาชนตั้งหลักได้แล้ว ในที่สุดการตัดสินใจของประชาชนวันที่ 23 ธันวาฯนี้ เราจะรู้ว่า…ประชาชนบอกว่า ผมเผลอ คุณปฏิวัติ แต่จากนี้ผมไม่เอาแล้วนะ ถ้าไม่เอาปฏิวัติ ก็จะแสดงออกได้ชัดวันที่ 23 เพราะฉะนั้นคนที่ไปปฏิวัติก็อย่าคิดมาก เอานะผิดก็ผิด พลาดไปแล้วไม่เป็นไร ไม่มีใครฟื้นฝอยหาตะเข็บ ผมก็ไม่กลับไป เอาเรื่องเอาราวหรอก ขอกลับไปตีกอล์ฟ ทำงานการ กุศลของผม ช่วยเหลือชาวบ้านไปเรื่อยๆ มีความสุขแล้วกลับไปอยู่กับลูกกับเมีย…

ส่วนผลการเลือกตั้งจะออกมาอย่างไร ต้องยอมรับคำตัดสินของประชาชน…เราจะมาบอกว่า คนนั้นเป็นนายกฯได้ คนนั้นเป็นไม่ได้…เพราะมันไม่ใช่การ เลือกนายกฯ…เราเลือกพรรคการเมือง และในพรรค การเมืองก็จะเลือกกันเองว่า ใครเป็น…ส่วนใหญ่แล้วก็คือ หัวหน้าพรรค ก็เห็นกันอยู่ ใครเป็นใคร…

“จากนี้ไปอีก 5 ปีผมบอกได้เลยว่า ไม่มีใคร กล้าปฏิวัติหรอก เพราะว่าประเทศมันช้ำหมด” พ.ต.ท.ดร.ทักษิณยืนยัน พร้อมกับกล่าวด้วยว่า  ประเทศตะวันตก..อย่างสหภาพยุโรป รัฐธรรมนูญของเขาระบุเลย ไม่ให้รับรองรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการ เลือกตั้ง จะไปค้าขาย ไปหากิน ทำอะไรก็จะลำบาก… จะเจริญสัมพันธไมตรีก็ลดระดับลง..เรียกว่า เราจะเสียโอกาสหมด…ทั้งๆ ที่เราสร้างขึ้นมา นำประเทศขึ้นมา มีศักดิ์ศรีระดับเวทีโลก เคยเสนอความเห็นต่างๆ ให้กับเวทีโลก วันนี้ตกไปหมด เพราะฉะนั้นมันช้ำพอแล้ว…

กับผบ.ทบ.คนใหม่..และอดีตสมาชิก แตกทัพ

ถามถึงความสัมพันธ์กับพล.อ.อนุพงษ์ เผ่า-จินดา ผบ.ทบ.คนใหม่ที่เพิ่งได้รับโปรดเกล้าฯ พ.ต.ท. ดร.ทักษิณ ตอบว่า เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นเดียว กัน เสร็จแล้วเขาแยกเหล่าไปทบ. ส่วนผมไปตำรวจ… หลังจบก็เจอกันบ้างในงานเลี้ยงรุ่นเตรียมทหารรุ่น 10 ไม่มีอะไรเป็นเพื่อนกัน…หลังจากเข้ารับตำแหน่งผบ.ทบ.ก็ยังไม่ได้คุยกัน เพราะเราต้องเคารพการทำ หน้าที่ และไม่รู้ว่าจะคุยกันในฐานะอะไร..แต่ไม่มีอะไร
ส่วนบรรดาอดีตลูกพรรคไทยรักไทยที่ออกไปอยู่ในพรรคต่างๆ เท่าที่ฟังจากน้ำเสียงของอดีตนายกฯ ทักษิณแล้ว ออกจะ “ผิดหวัง” ในการกระทำ หรือแสดงออกของหลายคน โดยพูดเป็นเชิงเปรียบเปรยว่า

“ตอนนั้นผมให้ทำงานโรคซาร์ส  ก็เป็นโรค ปอดอักเสบกันเยอะ บางคนก็ปอดวิ่งไปซุกเขา”  แต่ก็มีบางคนไปกล่าวหาผมแบบเท็จๆ ลอยๆก็มี แบบเป็นลายลักษณ์อักษรก็มี ไปกล่าวหาผมกับคตส. (คณะกรรมการตรวจสอบ…) เป็นเท็จก็มี   

“ไม่เป็นไรหรอก วันนี้ผมเหมือนตายแล้ว 2 ครั้งได้รู้จักคน…ได้รู้เพื่อนยามยากเป็นใคร…แล้วเพื่อน ยามเสวยสุขเป็นใคร..ก็ได้เห็นกัน…ก็ดี” อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทยกล่าวและบอกด้วยว่า หลังจากกลับประเทศ ผมจะไม่ไปชำระแค้นผู้ที่ทำอะไร กับผม แต่ผมจะไปตอบแทนบุญคุณผู้ที่ไม่ลืมผม และคมช.ก็เช่นกัน บอกเขา ผมเป็นนักเรียนนายร้อย เลือดผมเข้มพอ มีเลือดของความเป็นพี่เป็นน้อง เป็นเพื่อนกันอยู่ ฉะนั้นเรื่องล้างแค้นไม่มี…   

นี่คือคำให้สัมภาษณ์ของอดีตนายกฯ พ.ต.ท. ดร.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อช่วงเย็นวันที่ 7 ธันวาฯ ณ ประเทศฮ่องกง ถือเป็นท่าทีล่าสุดก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง 23 ธันวาฯ…ส่วนเรื่องที่ว่า เขาจะกลับมาเมืองไทย กลับวันไหน กลับอย่างไร คงต้องรอให้ถึงวันที่ 21 เดือนนี้จากเพื่อนเก่าอดีตสารวัตรกองปราบที่ชื่อเฉลิม อยู่บำรุง บนเวทีปราศรัยท้องสนาม หลวงของพรรคพลังประชาชน!