PosToday

หมายเหตุ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์พิเศษ โพสต์ทูเดย์ ที่เกาะฮ่องกง ระหว่างเป็นประธานประชุมกอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย ที่โรงแรมมาร์โคโปโล เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.โดยมีรายละเอียดดังนี้

หลังการเลือกตั้งอยากให้ทุกคนเคารพกติกา คือผมเป็นคนมองโลกในแง่ดี และผมเป็นคนที่เคารพกติกา เพราะฉะนั้น เลยเชื่อว่าคนทุกฝ่ายจะเคารพกติกา อย่าลืมว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียวในโลก ทั่วโลกเขามองเราอยู่ว่า หลังปฏิวัติแล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย เมื่อทั้งโลกมองเราอยู่ ถามว่าประเทศเราช้ำพอหรือยัง เราอยากได้ใคร่มี อยากยิ่งใหญ่ อยากกลัวเสียหน้าโดยไม่กลัวประเทศเสียหายกันอีกหรือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รับสั่งวันที่ 4 ธ.ค.ชัดมากถึงเรื่องความปรองดอง ผมคิดว่าหลักเบื้องต้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รับสั่งอย่างนี้แล้ว ทุกคนน้อมรับใส่เกล้าใส่กระหม่อมแล้ว ก็อย่าแค่ใส่เกล้าใส่กระหม่อม น้อมรับแล้วเบื้องต้นวิธีปฏิบัติก็คือว่าปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามกฎเกณฑ์ของเขา อย่าไปยุ่งกับกฎกับเกณฑ์ และประชาธิปไตยนี้แปลว่าอะไร แปลว่าประชาชนเป็นผู้ตัดสิน เมื่อประชาชนตัดสินอย่างไรก็เคารพตามนั้นก็จบ และทุกอย่างจะเป็นอย่างไร ใครจะตั้งรัฐบาลหรือไม่ตั้งรัฐบาล ก็มีกติกาของมันอยู่ ก็อย่าเข้าไปยุ่ง เข้าไปเกี่ยว อย่าไปลำเอียง แค่นี้ก็เป็นการเริ่มต้นครั้งแรกความปรองดองได้ดีแล้ว

หลังการเลือกตั้งคิดว่าประเทศไทยจะเป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์หรือไม่
ต้องยอมรับก่อนว่า เป็นประชาธิปไตยที่ไม่ค่อยเต็มใจหยิบยื่นสักเท่าไร เราเห็นเนื้อความของรัฐธรรมนูญแล้ว ในที่สุดคนที่มาจากการเลือกตั้ง ต้องเสนอให้มีการแก้ไข และเสนอแก้ไขในหลายข้อที่ไม่เป็นประชาธิปไตย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายความมั่นคงทั้งหลายที่ไปลิดรอนสิทธิ์ผมอยากจะเตือนทุกฝ่ายว่า เทคนิคของการบริหารในยุคใหม่ ผู้นำต้องรู้จักปลดปล่อยพลังสมองของคนในองค์กร หมายความว่าปล่อยให้คนในองค์กรได้คิดเห็นอย่างอิสระ ดังนั้น ความคิดเห็นอย่างอิสระจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าเรามีกฎหมายความมั่นคง เรามีรัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตย เราก็ต้องยอมรับว่า โลกมันเปลี่ยนไป วิธีคิดมันเปลี่ยนไป ผู้ใหญ่ในวันนี้อย่าไปบังคับให้เด็กคิดเหมือนผู้ใหญ่

แสดงว่าหลังการเลือกตั้งจะยังไม่เป็นประชาธิปไตย
มันก็ต้องเป็นจุดเริ่มต้นที่ต้องเริ่ม ไม่ใช่อยู่ๆ ปฏิวัติเสร็จจะเป็นประชาธิปไตย 100% คงไม่ได้ เพราะว่าคนปฏิวัติกว่าจะปล่อยได้ มันก็กลัวเสือกัด ก็ต้องค่อยๆ อยู่แล้ว

เมื่อประเทศเป็นประชาธิปไตยแล้วจะมีผลต่อการกลับประเทศของท่านหรือไม่
ที่ผมบอกคือ ให้ประเทศเป็นประชาธิปไตยโดยมีการเลือกตั้ง มีรัฐบาลที่ไม่ใช่เป็นรัฐบาลทหารตั้งต่างหาก คงไม่ใช่ว่าต้องเป็นประชาธิปไตยร้อยเปอร์เซ็นต์

ดูการหาเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ เป็นอย่างไรบ้าง ทั้งเรื่องของนโยบายและทิศทาง
ในที่สุดสิ่งที่ด่าผมทั้งหลายว่า เป็นนโยบายประชานิยม วันนี้ก็ทั้งลอกตรงๆ ลอกแบบลืมเปลี่ยน พ.ศ. และลอกแบบเปลี่ยนชื่อ หรือทำให้มากกว่าเดิมก็มี แต่ปัญหาคือต้องเข้าใจปรัชญาของมันว่า แต่ละนโยบายมีความเชื่อมโยงกันอย่างไร และมีผลต่อการสร้างความแข็งแรงต่อสังคม เศรษฐกิจอย่างไร ไม่ใช่มองทีละมิติ และที่ว่าวันนี้แจกเงินแล้วชนะ คือแจกประชานิยมแล้วชนะเลือกตั้ง ไม่ใช่ มันต้องทำได้จริง ประเทศชาติไปรอด ไม่ใช่ประเทศเจ๊ง อย่างที่เราทำคือทำอย่างไรแล้วมีตังค์ใช้หนี้ไอเอ็มเอฟ ทำเสร็จแล้วทำไมจีดีพีประเทศถึงโต มันเป็นเรื่องที่ต้องเข้าใจก่อน ถ้าใครจะเสนอนโยบายคือ จะเอาเงินที่ไหนมาทำ ส่วนใหญ่แล้วนักการเมือง ข้าราชการก็ดี จะเข้าใจวิธีการใช้เงินมากกว่าการหาเงิน ถ้าเข้าใจวิธีการใช้เงินแต่หาเงินไม่เป็น มันเป็นอันตราย

วันนี้การที่ประเทศไม่มีเงิน หลายคนบอกว่าเพราะผลพวงจากนโยบายประชานิยมของท่าน
ผลพวงนโยบายผมไม่เคยมีทำให้เสียเงิน มีแต่ได้เงิน โอท็อปส่งออกเท่าไร ไม่มีเสียตังค์เลย หวยใต้ดิน บนดินก็เหมือนกัน เอาเงินที่อยู่กับมาเฟียให้ได้ เด็ก ได้เรียนหนังสือ แต่วันนี้กลับเอาไปให้มาเฟียอย่าง เก่า เพราะเป็นเครือข่ายที่ช่วยล้มผม แล้วมาบอกว่าผมทำผิดกฎหมาย
คือวันนี้มันต้องเลิกฟื้นฝอยหาตะเข็บ ถ้าจะฟื้นมันฟื้นไม่จบ เพราะมีตะเข็บเต็มเลย มันฟื้นถ้าฟื้นได้ไปถึงสมัย จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ อดีตนายกรัฐมนตรี ถามว่าจะฟื้นกันไหม วันนี้ต้องมองไปข้างหน้า เพื่อประเทศจะได้ก้าวหน้า วันนี้ที่เราทะเลาะกัน คนที่ทะเลาะมันอาจจะไม่เดือดร้อนเท่าไร แต่ชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำ พ่อค้าที่เพิ่งลงทุน นักธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้นมันจะตายเอา เพราะข้างบนมัวแต่ทะเลาะกัน ส่งสัญญาณคนซื้อ ไม่ให้มาซื้อผม โรงงานก็ปิด ผมไม่มีงานทำแล้ว ตายแล้วภาษีเก็บไม่ได้ ข้าราชการโบนัสก็ไม่มี เงินเดือนก็ไม่ได้ขึ้น มันเดือดร้อนกันหมด

มองรัฐบาลหลังเลือกตั้งอย่างไร พรรคพลังประชาชนดูเหมือนจะถูกปล่อยให้โดดเดี่ยว
เมื่อก่อนนี้ผมคิดว่าจะซื้อลิเวอร์พูล you never walk alone การเมืองเขาไม่มี เคยมีใคร walk alone
มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่พรรคใหญ่จะสนับสนุนพรรคเล็กขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี
มันอยู่ที่กระแสประชาชน วันนี้เชื่อผมเถอะ ฝืนกระแสประชาชนไม่ได้ ตอนนี้ประชาชนตั้งหลักได้แล้ว แต่ในที่สุดการตัดสินใจของประชาชนวันที่ 23 ธ.ค. เราจะรู้ว่าประชาชนบอกว่า จากนี้ผมไม่เอาปฏิวัติแล้วนะ ฉะนั้น คนที่ไปปฏิวัติก็อย่าไปคิดมาก เอานะ ผิดก็ผิด พลาดไปแล้วไม่เป็นไร ไม่มีใครฟื้นฝอยหาตะเข็บ ผมก็ไม่กลับไปเอาเรื่องเอาราวแล้ว ผมก็ขอตีกอล์ฟ ทำงานการกุศลของผม ช่วยเหลือ ชาวบ้านไปเรื่อยๆ มีความสุขแล้วกลับไปได้อยู่กับ ลูกกับเมีย เอาเถอะให้ผมได้อยู่กับลูกกับเมีย ผมคิดถึงลูกกับเมียผมแล้ว

ผู้นำทหารบางคนออกมายืนยันแล้วว่า จะไม่มีการปฏิวัติซ้ำ มองอย่างไร
เรื่องปฏิวัติมันไม่เกิดขึ้นถี่หรอก จากนี้ไป 5 ปี ไม่ต้องพูดถึง แผลยังไม่หาย มันจึงยาก ไม่มีใครกล้าปฏิวัติหรอก จากนี้ไป 5 ปี ผมบอกได้เลยไม่มีใครกล้าหรอก เพราะว่าประเทศมันช้ำหมด เพราะว่าการปฏิวัติวันนี้บอกให้เรารู้แล้วว่า ประเทศในตะวันตกอย่างกลุ่มสหภาพยุโรป เขามีรัฐธรรมนูญที่ไม่รับรองรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ฉะนั้น จะไปทำมาหากินก็ลำบาก จะเจริญสัมพันธไมตรีก็ลดลำดับลง เหลือระดับเจ้าหน้าที่ ระดับรัฐมนตรีคุยกันไม่ได้ มันเสียโอกาสหมด ที่เราสร้างมันมานำประเทศมามี ศักดิ์ศรีในระดับเวทีโลก วันนี้มันตกไปหมด เพราะฉะนั้น มันช้ำพอแล้ว

ดูเหมือนฝ่ายตรงข้ามก็ไม่ไว้วางใจว่า ท่าน จะเลิกเล่นการเมืองจริง เพราะเท่าที่ดูแล้ว พรรคพลังประชาชนก็เอาท่านไปหาเสียงตลอดเวลา
คือผมประกาศไปแล้วว่า วางมือทางการเมือง คุณก็พยายามกลั่นแกล้งผมทางการเมืองอยู่นั้นแหละ อย่าบีบผมซิ ผมไม่ต้องการ ผมต้องการเลิกเล่นการเมืองอยู่แล้ว แค่คุณมาบีบผมทุกวัน อย่าบังคับผมซิ ผมบอกผมเลิกแล้ว อย่าบังคับผม เลิกแล้วมาบังคับผมทำไม ผมเลิกแล้วบังคับผมเข้าการเมืองอีกทำไม เลิกแล้วจ๊ะ

มีข่าวว่าได้พูดคุยกับนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรีตลอด ตกลงจะหนุนให้เป็นนายกฯ หลังการเลือกตั้งไหม
คุณบรรหารไม่เคยคุยกับผมเลย เพราะท่านทำหน้าที่โฆษก คมช. อยู่ตั้งนาน และไม่จริงเลยที่บอกว่าผมไฟเขียวให้ท่านบรรหารเป็นนายกฯ ไม่เคยคุยกันเลย ตรงไปตรงมาตั้งแต่ออกจากประเทศไทย แต่ก่อนออกนั่งกินหูฉลามกัน และหลังจากออกมาแล้วไม่เคยคุยกับผมเลย ไม่เคยส่งโน้ต ส่งสัญญาณ ส่งโค้ก ส่งยิ้มไม่มี ผมเพิ่งไปเห็นรูปท่านก็ตอนเช็ดหน้าน้องแบม นอกนั้นไม่เคยได้คุยกันเลย และที่ว่าไปอังกฤษตกลงกันก็ไม่จริง ไม่เคยพบ ไม่เคยคุยกัน ผมก็จำหน้าท่านไม่ได้แล้ว มาเห็นหน้าท่านอีกทีตอนเช็ดหน้าน้อง แบม ปีกว่าเลยลืม

คิดเห็นอย่างไรกับคนที่ออกไปจากพรรคไทยรักไทย แล้วไปตั้งพรรคใหม่ประกาศไปจับขั้วกับพรรคประชาธิปัตย์
ผมเข้าใจได้ ตอนนั้นผมให้ทำงานโรคซาร์ส ก็เลยเป็นโรคปอดอักเสบกันเยอะ บางคนก็ปอดวิ่งไปซุก แม้แต่บางคนก็ไปกล่าวหาผมเท็จๆ ลอยๆ ก็มี กล่าวหาเป็นลายลักษณ์อักษรก็มี ไปกล่าวหาผมกับ คตส.เป็นเท็จๆ ก็มี ตรงนั้นก็แล้วแต่ ส่วนบางคนยังมาอ้างอีก อ้างว่าจะเอาผมกลับบ้าน ตกลงจะเอาผมไปไหน ผมก็เลยบอกว่าไม่เป็นไรหรอก วันนี้ผมเหมือนตาย 2 ครั้ง ได้รู้จักคน เพื่อนยามยากเป็นใคร แล้วเพื่อนยามเสวยสุขเป็นใคร ก็ได้เห็นกัน มันก็ดี แต่ผมไม่ไปชำระแค้นผู้ทำอะไรผม แต่ผมจะไปตอบแทนบุญคุณผู้ซึ่งไม่ลืมผม คมช.ก็ไม่ต้องอ้างเลยเรื่องที่ว่า จะมีการชำระบัญชีแค้น บอกเขา ผมเป็นนักเรียนนายร้อย เป็นผู้ที่สาบานตนกันมา เพราะฉะนั้น เลือดผมเข้มพอ มีเลือดของความเป็นพี่เป็นน้อง เป็นเพื่อนมันมีอยู่ เพราะฉะนั้น เรื่องล้างแค้นไม่มี มีแต่เรื่องต้องไปตอบแทนบุญคุณคนซึ่งเขาไม่ลืมผม ห่วงใยผมที่ต้องไปต่อสู้ไปยอม

ตอบแทนโดยกลับเข้าไปสู่การเมืองอีกหรือ ไม่
ไม่ๆ ไม่จำเป็นต้องเข้าสู่การเมือง แต่ชวนเขาไปทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ มีอะไรช่วยเหลือได้บ้างก็จะช่วยเหลือ ให้คำแนะนำในชีวิตเขาให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้น สำหรับผมการเมืองไม่เอาแล้ว

จะกลับประเทศหลังจากเลือกตั้งเลยใช่ไหม
ให้ไปถาม ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง วันที่ 21 ธ.ค. เดี๋ยวเฉลิมบอกเอง มันต้องมีคนไปฟังปราศรัยเฉลิมวันที่ 21 แล้วเฉลิมจะบอก เฉลิมให้ผมกลับวันไหน ผมก็จะกลับวันนั้น ผมยังเป็นประโยชน์กับประเทศอีกเยอะ เอาผมทิ้งไว้นอกประเทศเสียของ ไม่ต้องให้ผมเป็น นักการเมืองหรอก ผมยังทำอะไรให้กับประเทศได้อีกเยอะ อย่าหมั่นไส้ผมเลย

หากให้รับตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาพรรค ที่ปรึกษารัฐบาลจะรับหรือไม่
เป็นที่ปรึกษาให้รัฐบาลโดยไม่มีเงินเดือน แบบมีอะไรมาถามกัน ให้ความคิดกันได้ แต่จะให้กินเงิน รับตำแหน่งไม่เอา บังเอิญเป็นประชาชนชั้นสองอยู่ด้วย ถึงแม้ไม่เป็นประชาชนชั้นสองก็ไม่เอาอยู่แล้ว อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อชาติทำทั้งนั้น แต่ถ้าพรรคที่เป็น แกนนำจัดตั้งรัฐบาลไม่ใช่พรรคพลังประชาชน ถ้ามีความสะดวกใจ มีใครมาถามเราด้วยความจริงใจ อยากจะถามจริงๆ หรือเปล่า บางคนถามเพื่อเอากระแสหรืออะไร ส่วนใหญ่พรรคพวกเก่าแล้วไม่ทิ้งผม มาถามด้วยความจริงใจมากกว่า เราเองก็ได้พูดด้วยความจริงใจกว่า

วันนี้คิดอย่างไรกับ คตส.สอบสวนเพื่อเอาผิดในข้อหาต่างๆ
กำลังรอข้อหาสุดท้ายอยู่ คือเป็นนายกฯ แล้วมีลมหายใจรดประชาชน

คนสงสัยว่ากรณี คตส.อายัดทรัพย์ ทำไมไม่เร่งเพิกถอน แต่พยายามเลื่อนการชี้แจงอยู่ตลอดเวลา หรือข้อมูลไม่พร้อม
ไม่มีแน่เรื่องข้อมูลไม่พร้อม โธ่ เงินมีที่มาที่ไป ไม่พร้อมได้ไง แต่เรารู้ว่าความไม่เป็นธรรมมันยังมีอยู่ นี่ยังไงก็ไม่ฟัง มันเป็นองค์กรพิเศษที่ตั้งมาจัดการกับครอบครัวเดียว ส่วนเงินที่ถูกอายัดไป เดี๋ยวก็คืน เพราะว่าอายัดผมโดยไม่มีกฎหมายรองรับซะอย่าง มั่ว
หลังจากนี้มั่นใจหรือไม่ในการกลับไปสู้คดี
ไม่เห็นมีอะไรเลย ไปเห็นโลกซีกเดียวก็สรุป ไปเจอทะเลทรายก็บอกทั่วโลกไม่มีน้ำเลย มันร้อนระอุ พอไปโผล่ขั้วโลกเหนือก็บอกว่าทำไมมีแต่น้ำแข็ง โลกมันกว้างใหญ่ไพศาล มองหลายๆ มุมหน่อย อย่าไปมองแค่นั้น อย่างผมไปอยู่ทะเลทรายก็จะอธิบายให้เขาฟังว่าขั้วโลกมันหนาวเหน็บ พวกเราแทบไม่มีเสื้อผ้าใส่ เพราะมันร้อน แต่ที่โน้นต้องใส่เสื้อผ้าหนาๆ คนก็งงชีวิตไม่เคยเห็น มันต้องอธิบาย

ได้ไปดูหมอดูบ้างหรือไม่
บังเอิญผมอยู่ไกล ดูผ่านหนังสือพิมพ์บ้าง ดูให้ผมก็ขอบคุณ ไม่ต้องเสียตังค์ แต่ผมไม่ได้ดูเอง ยังไม่มีหมอดูคนไหนเดินมาหาผมเลย ผมกำลังคิดว่าหลังเลือกตั้งจะเชิญหมอดูมาสักรอบ เอาตำราโหงวเฮ้ง ตำราลายมือ ตำราดวง นั่งทางในเป็นอย่างไร สรุปแล้วก็คือว่าเราต้องลิขิตชีวิตเรา

รู้สึกอย่างไร เพราะดูเหมือนว่ากำลังถูกเล่นงานอยู่คนเดียว
ทีแรกก็รู้สึกว่า เอ๊ะเราไปทำอะไรมา ตอนหลังโดนหนักๆ เข้า ก็รู้ว่าดีเหมือนกัน ทำไมเขาเล่นเราอยู่คนเดียว เล่นครอบครัวเรา หาเรื่องได้ทุกเรื่อง แล้วก็ไปคุยเรื่องตั้งแต่ก่อนเป็นนายกฯ ขุดมาหมด เลยทำให้ผมได้นั่งย้อนดูประวัติศาสตร์ตัวเองที่บางครั้งก็ลืมไปแล้ว ก็เป็นสิ่งที่พิเศษที่มีอยู่ในประเทศเดียวเขาทำกัน เท่าที่ผมดูการเมืองแย่ๆ เขาก็ไม่มีอย่างนี้กัน การเมืองทั้งนั้น สรุปแล้วเป็นการเมืองจริงๆ

น้อยใจหรือไม่เป็นนายกรัฐมนตรีมา 5 ปีเหมือนไม่มีความดีอะไรเลย
ก็ไม่รู้เหมือนกัน ทำไมเป็นได้ขนาดนี้ สิ่งที่ผมห่วงคือ ผมห่วงลูกเมียผมว่า จะคิดอย่างไร แต่เขาก็ เข้มแข็งกันดี ซึ่งในครอบครัวก็ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เพราะยามนี้เราเห็นว่าเป็นวิบากกรรม ไม่รู้ชาติที่แล้วไปทำอะไรเขาไว้บ้าง บังเอิญระลึกชาติไม่ได้ เลยไม่รู้ว่าไปทำอะไรกับเขาไว้

มองแนวโน้มเศรษฐกิจอย่างไรบ้างหลังจากการเลือกตั้ง
ผมจะเล่าให้ฟัง ปี 40 เศรษฐกิจหลอมละลายจากส่วนบน แบงก์ใหญ่ๆ พังด้วยกัน เริ่มต้นพังที่แบงก์ชาติหลังจากนั้นสถาบันการเงินใหญ่ๆ ก็พัง เพราะว่าค่าเงินอ่อนแล้วเราไปทำให้มันแข็ง มันเลยหลอมละลายจากส่วนบนลงล่าง เที่ยวนี้ค่าเงินบาทมันแข็งเราพยายามทำให้มันอ่อน ครั้งที่แล้วเราสู้ค่าเงินด้วยกันขายดอลลาร์ออกจนหมดคลังต้องเข้าไอเอ็มเอฟ วันนี้เงินบาทแข็ง เราอยากให้มันอ่อน เราก็ไปสู้ค่าเงินบาทออกบาทพันธบัตรไป เพื่อไปแลกดอลลาร์กลับเข้ามา เงินสำรองเงินตราต่างประเทศเลยขึ้นมามาก แล้วไม่ทำอะไรเอาไปฝากไว้ แต่หลายประเทศเอาสำรองไปลงทุน เอาไปแก้ปัญหาความยากจนภายในประเทศ ของเราเอาไปฝาก ทีนี้เราไปกู้มาด้วย เอาไปฝากด้วย เท่ากับกู้มาฝาก คนที่กู้เงินมาฝากก็คิดเอาเองว่า มันกำไรหรือขาดทุน ตอนนี้เรากำลังอยู่ภาวะกู้เขามาฝาก
ราคาน้ำมันผมเคยพูดไว้เมื่อ 3-4 ปีที่แล้วว่า ราคาน้ำมันจะขึ้นถึง 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล วันนี้แตะแล้ว แต่ปีหน้า 120 วันนี้ราคาน้ำมันแพง ก็จะทำให้ข้าวของแพงหนีไปพ้น แนวโน้มนักธุรกิจ นักลงทุนต่างประเทศเหนื่อย แล้วแนวโน้มมันเหนื่อย เพราะปัญหารอบนอกมันมีด้วย ไม่ว่าเรื่องปัจจัยน้ำมัน ปัจจัยค่าเงินดอลลาร์ ปัจจัยเศรษฐกิจอเมริกา โดยเฉพาะเรื่องของความต้องการด้านสินค้า และมันยังมีศักยภาพการแข่งขันของประเทศลดน้อยลงด้วย ก็ทำให้การลงทุนย้ายถิ่นฐานไปสู่เวียดนาม มาเลเซีย มันเห็นได้ชัด

มันเอาคืนได้ไม่ใช่แค่ช่วงข้ามคืน เป็นประชาธิปไตยแล้วคืนได้ มันต้องใช้เวลา กว่าเราไปสร้างมา ขอเขามา ง้อเขามา วันนี้เราปฏิวัติกันเอง แล้วทะเลาะกันเอง ก็เท่านั้นเอง มันก็เป็นสิ่งที่น่าเสียดาย แล้วจะเอากลับมาคืนมาต้องใช้เวลา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งพอปฏิวัติ ก็กล่าวหาประชานิยมเป็นอันตราย ไปโจมตีฐานล่างของประเทศ นั่นคือชาวบ้าน พอโจมตีชาวบ้าน เศรษฐกิจหลอมละลายจากล่างขึ้นบน เที่ยวนี้มันไม่ใช่จากบนลงล่าง แต่เที่ยวนี้จากล่างขึ้นบน มันแผ่เต็มเร็วมาก คนพวกนี้ภูมิต้านทานต่ำกว่า พอโดนนิดเดียวก็ละลายไปหมด แล้วทีนี้เริ่มไปถึงธนาคาร เริ่มมีหนี้เสียมากขึ้น ถ้าไปถึงอีกหน่อย แบงก์ชาติเริ่มจะไม่ได้กำไร เพราะไปกู้เขามาฝาก แล้วไม่เอาไปทำอะไร ก็จะเหนื่อย จนไม่มีเงินไปใช้หนี้ไปใช้กองทุนพื้นฟู จำได้ไหมตอนรัฐบาลผมได้มีการปรับโครงสร้างหนี้กองทุนฟื้นฟูว่า ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเอากำไรชำระ 29 ปี แต่วันนี้เกิดไม่มีกำไรขึ้นมาแล้ว ทำไง ก็ต้องมาขอเงินรัฐบาล ส่วนรัฐบาลก็หารายได้ไม่ค่อยเป็น ก็ไม่มีอะไรจ่าย ก็ทำให้ตัวขาดดุลงบประมาณกว้างขึ้น

ที่สำคัญสุด เมื่อเรายังไม่นำเข้ามากนัก เพราะสินค้าทุนไม่เข้า การเปลี่ยนเครื่องจักรกลเพื่อปรับศักยภาพในการผลิต อันนี้ทำให้บาทแข็งต่อไป และเราก็จะกู้เขาต่อไป

อนาคตทำให้ดีขึ้นได้ ถ้าทำเป็นมันทำได้ บังเอิญเศรษฐกิจมันเกี่ยวพันหลายตัว มันต้องทำพร้อมกันทุกตัว และทำอย่างเข้าใจ จะทำข้างใดข้างหนึ่งไม่ได้ เศรษฐกิจปีหน้าอย่ายอมแพ้การหารายได้ เศรษฐกิจโลกที่เขาเติบโตกันได้ เขาเอารายได้เป็นตัวนำไม่ใช่เอารายจ่ายเป็นตัวนำ

ธุรกิจในประเทศจะดำเนินต่อไปอย่างไร
เรื่องของธุรกิจก็ให้ลูกๆ ทำ ส่วนมหาวิทยาลัยชินวัตร ถ้าผมกลับไปก็จะทำมหาวิทยาลัย ไปสอนหนังสือ ให้โอ๊คทำอะคาเดมีที่มหาวิทยาลัย เดิมผมตั้งใจว่าเมื่อเกษียณตัวเองแล้ว จะไปทำอะไรบ้าง สอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยชินวัตร เล่นกอล์ฟที่สนามกอล์ฟอัลไพน์ ถ้าลูกสร้างโรงแรมก็จะไปกินข้าวที่โรงแรม วันหนึ่งก็อยู่แค่นี้ตีกอล์ฟ สอนหนังสือ พักผ่อนและไปต่างประเทศ เพราะตอนนี้มีแมนซิตีให้แก้เหงา อย่างน้อยก็ 9 เดือนต่อปีดูฟุตบอล และ ปีหน้าไปยูฟ่าได้ดูหลายประเทศหน่อยแถวยุโรป