โดย grassroot จากห้องราชดำเนิน

เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม เครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น (คปต.) จัดประชุมสมัชชาประชาชนต้านคอร์รัปชั่น เนื่องในโอกาสวันต่อต้านคอร์รัปชชั่นสากล ณ โรงแรมปริ๊นท์พาเลซ มหานาค กทม. ภายหลังจากเปิดประชุม นายวีระ สมความคิด เลขาธิการ คปต.ได้นำซีดีของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทยมาเปิดให้ในที่ประชุมได้ฟัง

“มติชน ออนไลน์” ได้ถอดเทปคำพูดแบบคำต่อคำมาให้ได้รับทราบ ดังนี้ :-

“สวัสดีครับพี่น้องประชาชนที่เคารพรักครับ พี่น้องก็คงเห็นบรรยากาศห้องมันแปลกๆ ผมไม่ได้อยู่เมืองไทยครับ ผมอยู่ที่อังกฤษ ผมก็เปรียบเสมือนต้องมาลี้ภัยอยู่ที่นี่ ทั้งๆ ที่ 5-6 ปี ที่ผมทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี ผมได้ทุ่มเทให้กับบ้านเมือง ให้กับพี่น้องประชาชน ได้ทำทุกอย่างเพื่อให้เพี่อน้องประชาชนทุกคนมีความสุข เพิ่อสร้างโอกาสให้กับพี่น้องในประเทศไทย แต่สิ่งที่ผมได้รับวันนี้ ก็ต้องยอมรับว่า แสนสาหัส เป็นความอยุติธรรมอย่างยิ่งที่ไม่คิดว่าจะต้องเจอด้วยตัวเอง แต่ไม่เป็นไรครับ ผมอดทนได้

แต่ที่ผมเป็นห่วงวันนี้ก็คือว่า ภาวะประเทศมันแย่ลง พี่น้องลำบากขึ้น อาหารการกินก็แพง แต่ขณะเดียวกันสินค้าเกษตรก็ไม่ได้ราคา ไม่มีใครดูแล เรื่องของปัญหาต่างไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาการศึกษาลูกหลาน ก็เป็นปัญหาไปหมด

ก็เป็นธรรมดาครับรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากประชาชน จะให้มีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อประชาชนคงยาก วันนี้เมื่อเหตุการณ์เป็นอย่างนี้ ผมก็เป็นห่วงพี่น้องประชาชน เป็นห่วงคนไทย ห่วงประเทศไทย

ผมก็เลยบอกกับ ส.ส.พรรคไทยรักไทยทั้งหลายที่ พรรคถูกยุบก็บอกว่า ถ้าเรารักประชาชน เราห่วงประเทศชาติ เรามารวมตัวกันเถอะ เพราะประชาชนเข้าใจเรา และรู้ดีว่า เราถูกกระทำ เขาก็เรียกมารวมตัวกันและมารวมตัวกันตั้งพรรคใหม่ ชื่อพรรคพลังประชาชน ชื่อดีครับ เพราะเราจะต้องขอพลังจากพี่น้องประชาชน เพื่อจะเอาความมั่งคั่งของประเทศกลับคืนมา เอาความผาสุขของประชาชนกลับคืนมา เอาประชาธิปไตยกลับคืนมา แต่ที่สำคัญคือความเป็นธรรมในสังคมต้องคืนมา

สิ่งที่เกิดขึ้นที่ผ่านมา ก็คือ พี่น้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องยังมีปัญหาในชีวิต ได้รับการสนับสนุนการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ การเมืองมีความเข้มแข็ง แต่นั่นแหละครับมันเป็นจุดที่บางคนเขาอยากเห็นว่า ถ้าการเมืองอ่อนแอเขาได้ประโยชน์ ก็เลยอยากเห็นการเมือง บ้านเมืองของเราอ่อนแอ

เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ก็คือว่า เขาตั้งใจให้การเมืองอ่อนแอ และในที่สุดเมื่อการเมืองอ่อนแอ ประชาชนก็อ่อนแอตาม แต่พี่น้องประชาชนจะต้องเอาพลังประชาชน สอนให้เขารู้เลยว่า การเมืองจะอ่อนแอไม่ได้ เพราะประชาชนจะอ่อนแอ เพราะฉะนั้นจะเลือกพรรคเดียวเนี่ยให้ดู พี่น้องเลือกพลังประชาชน (เน้นย้ำมาก) ให้ดู และมันจะเป็นพลังประชาชนนั่นแหละครับ ที่นำสิ่งที่พี่น้องเคยมีความสุขกลับคืนมา

และที่สำคัญ พี่น้องครับ เมื่อความยุติธรรมกลับคืนสังคมไทย ผมจะกลับไป กลับไปอยู่กับพี่น้องประชาชน จะไปหาพี่น้องประชาชนครับ

ก็ขอฝากพรรคพลังประชาชน และผู้สมัครพรรคพลังประชาชนทุกคนด้วยครับ ขอบคุณครับ”

……………………………………………………………………………………………………
และนี่คือหลักฐานชิ้นสำคัญ ที่จะใช้ตั้งขอหาพรรคพลังประชาชน ซึ่งมีความผิดถึงขั้นยุบพรรค !!!

อดีตนายกทักษิณ เชิญชวนให้ใช้พลังประชาชน เลือกนักการเมืองจากพรรคพลังประชน คือมูลฐานความผิดแห่งการยุบพรรคกระนั้นหรือ ????
……………………………………………………………………………………………………

———-30 พฤษภาคม 2550 คณะตุลาการรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยให้ยุบพรรคไทยรักไทย และตัดสิทธิ์ทางการเมือง กรรมการบริหารพรรค 111 คนเป็นเวลา 5 ปี

———–กรกฎาคม 2550 อดีตนักการเมืองไทยรักไทย รวมตัวกันใหม่ในนาม “พรรคพลังประชาชน”

———-สิงหาคม 2550 นายสมัคร สุนทรเวช ได้รับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชน

ถึงวันนี้ พรรคพลังประชาชนปรากฏตัวต่อสังคมไทยในฐานะคู่แข่ง คมช.+พรรคประชาธิปัตย์+พันธมิตร ม.7เพียง 5 เดือน

ทันทีที่พลังประชาชนปรากฏตัว สุเทพ เทือกสุบรรณ ก็ตีตราประทับ “พรรคนอมินี่ทักษิณ” แต่แทนที่จะเป็นผลดีต่อพรรคประชาธิปัตย์ กลับกลายเป็นว่านายสุเทพช่วยประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบว่า พลังประชาชน ก็คือไทยรักไทย และเป็นพรรคที อดีตนายกทักษิณเป็นผู้สนับสนุน ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซื้อสื่อให้แก่พรรคพลังประชาชน จนพรรคประชาธิปัตย์ต้องหุบปาก หยุดพูด คำว่า “พรรคนอมินี่” ในบัดดล

หลังจากนั้น นักการเมืองพรรคพลังประชาชน นำรูปนายกทักษิณ ไปหาเสียงคู่กับภาพของตนในพื้นที่ จนสนธิ บุญรัตกลิน ต้องออกมาพูดว่า กกต.ต้องออก กฎระเบียบให้ชัดเจนว่าจะให้ใช้รูปนายกทักษิณได้หรือไม่

กกต.ออกข่าวว่า “ได้” ไม่มีกฎหมายห้าม (เพราะเชื่อว่า คนเกลียดนายกทักษิณ ยิ่งใช้หาเสียงยิ่งทำให้คะแนนลด)

เมื่อมีการประกาศ กฤษฎีกาการเลือกตั้ง พรรคพลังประชาชน ทำหนังสือถาม กกต. ว่า “นักการเมืองที่ถูกตัดสิทธิ์ จะช่วยปราศรัยหาเสียง ได้หรือไม่” กกต.ตอบว่าไม่ได้ ทั้งนี้รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาและมีตำแหน่งใดๆภายในพรรค (เพราะกลัวว่าพรรคพลังประชาชนจะได้คะแนน)

เมื่อถูกคุณจาตุรนต์ ฉายแสงถามกลับว่า ใช้กฎหมายใดมาเป็นข้อห้าม

กกต. ตอบว่าไม่มี เป็นแค่การตอบการหารือตามที่พรรคพลังประชาชนทำหนังสือถามมา

และนั่นก็คือ จุดกำเนิดของ “บ้านเลขที่ 111”

ในการปราศรัยนัดแรกที่ท่าน้ำนนท์ ตอนหนึ่ง คุณจาตุรนต์พูดกับประชาชนในทำนองว่า…..

“พี่น้องครับ เขาบอกว่าพวกผมได้ใบแดงไม่มีสิทธิ์เล่นแล้ว…..ผมก็บอกว่าผมไม่เล่นแล้ว ไม่เป็นสมาชิกพรรค ไม่มีตำแหน่งภายในพรรค ไม่ได้สมัครรับเลือกตั้ง เพราะเขาให้ใบแดงผม……..แต่ผมขอถามกลับไปว่า นักฟุตบอลที่โดนใบแดงแม้ถูกห้ามเล่นในสนาม จะส่งเสียงเชียร์ คนเล่นอยู่ข้างสนามได้หรือไม่ วิจารณ์การเล่นของคนในสนามได้หรือไม่ ให้ผ้าเย็นแก่นักเตะที่ชื่นชอบได้หรือไม่ ชูป้ายเชียร์เบอร์ของนักเตะที่ชื่นชอบได้หรือไม่”

ขอเพียงมี “สามัญสำนึก” ของสามัญชนคนเดินถนนก็ตอบคำถามของคุณจาตุรนต์ได้แล้ว

ก่อนหน้านี้ตรรกะของพวกเขาเหล่านั้นคือ…”คนเกลียดทักษินและนักการเมือง ทรท.กันทั้งเมือง คนอยากขับไล่ทักษิณกับพวกกันทั้งนั้น”…. ถ้าเขาเหล่านั้นคิดและเชื่อแบบนี้จริง ควรยุยงส่งเสริม ให้คนอ้างชื่อทักษิณมาหาเสียงกันมากๆ เพราะจะทำให้คะแนนพรรคพลังประชาชน ลดลง และควรให้อดีตกรรมการบริหารพรรคช่วยหาเสียง เพราะจะทำให้คนยิ่งเกลียดพรรคพลังประชาชนและจะไม่ได้รับเลือกตั้งในที่สุด โดยที่ไม่ต้องยกมาตรการ “ยุบพรรค” มาข่มขู่ให้ผู้คนต้องกังขา ในหลักคิด และวิธีการแก้ไขปัญหาทางการเมืองของท่าน

ในที่สุดพวกท่านก็ไม่อาจปฏิเสธถึง พลังรัก พลังศรัทธา ที่พลังประชาชนมีต่อนายกทักษิณและทีมงานได้

การกีดกัน ขัดขวางมิให้อดีตนายกทักษิณและนักการเมืองสื่อสารกับประชาชนก็ดี

การห้ามมิให้นักการเมือง 111 คน สื่อสารกับประชาชนในทางการเมืองก็ดี

การข่มขู่ คุกคาม ว่าจะยุบพรรคพลังประชาชนทุกโอกาสที่เป็นไปได้ก็ดี

ล้วนยืนยันว่า:-

พวกท่านทั้งหลายไม่เชื่อว่าแนวทางการบริหารประเทศของพวกท่านได้รับการยอมรับจากประชาชนและสามารถเอาชนะจิตใจประชาชนได้ ใช่หรือไม่?

พวกท่านรับรู้ว่าผลงานของพวกท่านในรอบหนึ่งปี ไม่อาจเข้าไปแทนที่ ความรู้สึกดีๆที่ประชาชนมีให้นายกทักษิณ ซึ่งได้ถ่ายโอนมายังคุณสมัครและพรรคพลังประชาชนเรียบร้อยแล้ว ใช่หรือไม่……

ไม่ว่าท่านจะยอมรับหรือไม่ แต่ประชาชนส่วนใหญ่ต่างสรุปไปแล้วว่า พวกท่านตกอยู่ในภาวะ “วิตกจริต” “ลนลาน” และ “หวาดกลัว”

และถ้าคำพูดทุกประโยคที่นายกทักษิณเชิญชวนให้ประชาชนใช้พลังประชาชนเลือกนักการเมืองของพรรคพลังประชาชน คือมูลฐานความผิด ที่เป็นเหตุให้ยุบพรรคพลังประชาชนได้อีกครั้งจริง… ประเทศนี้จะอธิบายปรากฏการณ์ประหลาดนี้ให้แก่ชาวโลกอย่างไร……และอะไรจะตามมา หลังจากนั้น ไม่อยากคิดถึงจริงๆ