เขียนที่ เวปบอร์ดพันทิพ ดอท คอม ห้องราชดำเนิน

วันที่ 2 ธันวาคม 2550

เรื่อง ขอให้กระทำตนส่งเสริมระบอบประชาธิปไตย

เรียน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

เหตุผลที่กระผมได้เขียนจดหมายเปิดผนึกถึงท่าน เพราะเห็นว่าท่านแสดงตนเป็นเนื้อเดียวกันกับกลุ่มบุคคลที่ล้มล้างระบอบประชาธิปไตย อันเป็นพฤติกรรมที่ขัดต่ออุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ที่ประกาศไว้ให้ประชาชนรับทราบตลอด 60 ปีโดยสิ้นเชิง (อุดมการณ์ ข้อ 4 เขียนตั้งแต่ 6 เมษายน 2489) ก่อนทีกระผมจะเสนอข้อเรียกร้องต่อท่านกระผมขอทบทวนเหตุการณ์ทางการเมืองในช่วง 6 ปี มานี้โดยสังเขป ดังนี้:-

———-ปี 2544 พรรคประชาธิปัตย์พ่ายแพ้การเลือกตั้งต่อพรรคไทยรักไทยที่มี พ.ต.ท ทักษิณ ชินวัตรเป็นหัวหน้าพรรค และได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ในขณะที่นายชวน หลีกภัย ถูกกดดันให้ลาออกจากหัวหน้าพรรค

———-นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ได้เป็นหัวหน้าพรรคโดยที่มีท่านเป็นคู่แข่ง การต่อสู้ภายในพรรคของท่านทำให้นักการเมืองส่วนหนึ่งแยกไปตั้งพรรคใหม่ชื่อ พรรคมหาชน

———-ปี 2548 พรรคประชาธิปัตย์พ่ายแพ้การเลือกตั้งต่อพรรคไทยรักไทยอย่างหมดรูป นายบัญญัติ จำต้องลาออกจากหัวหน้าพรรค เพราะไม่สามารถนำพาพรรคให้ได้รับชัยชนะการเลือกตั้งได้

———-ในปีเดียวกัน ท่านได้รับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ด้วยเสียงส่วนใหญ่ภายใต้การสนับสนุนจากนายชวน หลีกภัย หลังจากนั้นนับเป็นช่วงเวลา ที่พิสูจน์ ยืนยันถึงจุดยืนทางการเมืองของท่านและพวกอย่างชัดเจนที่สุด

———-ปี 2548-ต้นปี 2549 ท่านได้ใช้วาทกรรมกล่าวว่า พรรคไทยรักไทยที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเสียงข้างมากว่าเป็นเผด็จการรัฐสภา แต่ต้นปี 2550 กลับบอกว่า คมช.มีเนื้อหาเป็นประชาธิปไตย(ดีเบท กับ คุณจาตุรนต์ ในรายการ คุณสรยุทธ์)

———-ต้นปี 2549 ท่านคว่ำบาตรการเลือกตั้ง รนณรงค์ประชาชนให้ โนโหวต ด้วยเหตุผลว่าไม่อยาก “ฟอกตัวให้ระบอบทักษิณ” แต่เหตุผลที่แท้จริงคือมองไม่เห็นชัยชนะในการเลือกตั้ง มาวันนี้ท่านเห็นโอกาสที่จะชนะการเลือกตั้ง ท่านแสดงความกระตือรือร้น ที่จะเลือกตั้งในสถานการณ์ที่พรรคคู่แข่งถูกยุบ นักการเมืองของพรรคคู่แข่งถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง อำนาจรัฐของระบอบเผด็จการเอื้ออำนวยให้ท่านสร้างความได้เปรียบ ภายใต้รัฐธรรมนูญเผด็จการ ท่านไม่เพียงแต่ไม่ประณาม ระบอบ คมช. กลับแก้ต่างให้กับระบอบเผด็จการต่างๆ นาๆ แถมยังรับลูกเผด็จการเข้าพรรค และส่งหัวเรี่ยวหัวแรงของพวกพันธมิตรลงสนามเลือกตั้งในนามพรรคประชาธิปัตย์อย่างออกหน้า ออกตา

———-ต้นปี 2549 ท่านเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงขอพระราชทาน นายกรัฐมนตรีผ่าน มาตรา 7 จนท่านได้รับขนานนามว่า “มาร์ค ม.7.” นับเป็นจังหวะก้าวทางการเมืองที่ แสดงตัวตนว่า ท่านยอมฉีกรัฐธรรมนูญเพียงเพื่อขจัดคู่แข่งทางการเมือง และท่านได้ร่วมกับพวกพันธมิตร เพื่อให้สถานการณ์เดินไปสู่ทางตัน อันเป็นเงื่อนไขให้ทหารเข้ามายึดอำนาจ และล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย

———-ตลอดหนึ่งปี สี่เดือน ภายใต้อำนาจทหาร ท่านไม่เคยแสดงตนเพื่อปกป้อง สิทธิ เสรีภาพของประชาชน ไม่เคยประนามการยึดอำนาจ ล้มล้างระบอบประชาธิปไตย แต่กลับหาทางอธิบายถึงความชอบธรรมให้แก่การล้มล้างระบอบประชาธิปไตยของ คมช.ว่าเป็นสิ่งจำเป็น

———- ก่อนการประกาศกฤษฎีกาการเลือกตั้ง ท่านใช้ประโยชน์จากการซื้อสื่อ อย่างเต็มที่ เพื่อ สร้างภาพ “วาระประชาชน” “ประชาชนต้องมาก่อน” โดยหวังจะลบล้าง ภาพลักษณ์ของผู้สนับสนุนเผด็จการให้เจือจาง คาดว่าประชาชนจะลืมพฤติกรรมสนับสนุนเผด็จการของท่าน ในรอบหนึ่งปีที่ผ่านมา

ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ! โปรดทราบ…

บัดนี้ “ระบอบทักษิณ” ที่ท่านเกลียดชัง ได้ถูกแทนที่ด้วย อำนาจเผด็จการของ คมช.และอำนาจอำมาตยาธิปไตยอย่างสิ้นเชิงแล้ว

บัดนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป้าหมายแห่งการโจมตีของท่าน ได้วางมือทางการเมืองและไปเป็นประธานสโมสรฟุตบอลที่ประเทศอังกฤษแล้ว

บัดนี้พรรคไทยรักไทยที่เคยทำให้ท่านพ่ายแพ้ทางการเมืองซ้ำซาก ได้ถูกยุบ และริบทรับย์สินเป็นของรัฐไปหมดสิ้นตามความต้องการของท่านแล้ว

บัดนี้ นักการเมือง 111 คน ที่ท่านคิดว่าจะเป็นอุปสรรค ขวากหนาม การก้าวสู่อำนาจทางการเมืองของท่านได้ ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี และไม่ให้มีปฎิสัมพันธ์ใดๆกับพรรคพลังประชาชน และพวกเขาไม่มีบทบาททางการเมืองต่อไปอีกแล้ว

บัดนี้ ท่านได้ กกต. ในอุดมคติของท่านแล้ว (หลังจากที่ท่านและพวก ได้กดดันให้ กกต.ชุดเก่าลาออก โดยใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือ)

บัดนี้ องค์กรอิสระ ต่างได้รับการแต่งตั้งจาก คมช. และ คมช.ต่างก็เชื่อถือ เชื่อฟัง คำแนะนำทางการเมืองจากท่านเป็นอย่างดีแล้ว

บัดนี้ กระบวนการยุติธรรม อยู่ในความควบคุม ของ คมช.และสามารถบงการได้ตามที่ท่านต้องการทุกประการแล้ว

บัดนี้ กอ.รมน. และเหล่าทหารหาร ได้ส่งกำลังนอกเครื่องแบบเข้าควบคุม หมู่บ้านต่างๆ อันเป็นเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ตามที่ท่าน ชี้เป้าให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

บัดนี้ การคงกฎอัยการศึกในพื้นที่ยุทธศาสตร์ อันเป็นคู่อริทางการเมืองของท่าน ยังคงอยู่ตามที่ท่านปรารถนาทุกประการ

บัดนี้ การปฎิบัติงานตามเอกสารลับของ คมช.กำลังดำเนินการตามแผนงาน ทุกขั้นตอนมิได้บกพร่องตามที่ท่านต้องการแล้ว…

———-เหตุใด ท่านอภิสิทธิ์ และบริวาร ทั้งในพรรคและนอกพรรค ต้องออกมาข่มขู่ประชาชนว่า “หากเลือกพรรคพลังประชาชน อาจนำไปสู่การนองเลือด” อีกเล่า———-

———-ภายใต้วาระประชาชน และประชาชนต้องมาก่อน แถมแผนงาน 99 วันปฎิบัติการได้จริง กำลังทำให้ประชาชนเคลิบเคลิ้มหลงใหล ใกล้ลืมเรื่องราวที่โหดร้ายของท่านในอดีต———-

กลายเป็นว่า วลี “หากเลือกพรรคพลังประชาชน อาจนำไปสู่การนองเลือด” ได้ทำให้ประชาชนต้องสะดุ้ง หายเคลิ้มไปกับ ภาพที่ท่านต้องการสร้าง ด้วยงบประมาณ นับร้อยล้าน และการลงแรงแสดงตนในเวทีต่างๆของท่าน กลับต้องมลายหายไป กับคำพูดเพียงวลีเดียวของท่าน……

เพราะวลี “หากเลือกพรรคพลังประชาชน อาจนำไปสู่การนองเลือด” ทำให้ประชนรู้สึกเหมือนถูกท่าน ข่มขู่

เพราะวลี “หากเลือกพรรคพลังประชาชน อาจนำไปสู่การนองเลือด” ทำให้ประชาชน สัมผัสตัวตนที่แท้จริงของท่าน

เพราะวลี “หากเลือกพรรคพลังประชาชน อาจนำไปสู่การนองเลือด” ทำให้ประชาชน รู้ว่าท่านไม่มีวันยอมรับเสียงส่วนใหญ่ หาก เสียงส่วนใหญ่นั้นไม่เลือกท่านและพวกของท่าน

ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ! ท่าทราบหรือไม่…. ภาษาที่ท่านใช้พูด คล้ายกับ ข้อความในแผนปฎิบัติการ ในเอกสารลับที่สุภาพบุรุษ 3 จิ๋ม เป็นผู้ลงนามอนุมัติ และเป็นเรื่องเป็นราวอยู่กับ กกต.ในขณะนี้

เราจึงขอเรียกร้อง ในสิ่งที่ท่านอาจปฏิบัติได้ นั่นคือ “ขอให้ท่านแสดงตนเป็นผู้ส่งเสริมระบอบประชาธิปไตย” แต่ถ้าหากข้อเรียกร้องนี้ ต้องกระทบกระเทือนถึง ตัวตนและจิตวิญญาณ ที่สมานปรองดองกับเผด็จการในตัวท่าน ก็ถือเสียว่าเราเรียกร้องจากท่านมากเกินไปจริงๆ

ขอแสดงความนับถือ

Grassroot และ ผองเพื่อน ในเวปบอร์ด