name

ตามที่นายแก้วสรร อติโพธิ เลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในวันที่ 26 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา โดยมีสาระสำคัญสรุปได้ว่า ทาง คตส. จะแจ้งความกล่าวโทษข้าพเจ้าและภรรยาในคดี “ซุกหุ้น” และการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตสืบเนื่องมาจากกรณีการแปลงค่าสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิต และกรณีธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าฯ หรือเอ็กซิมแบงก์ให้พม่ากู้เงิน 4,000 ล้านบาทนั้น

ข้าพเจ้าขอเรียนชี้แจงให้พี่น้องประชาชนชาวไทยที่รักและเคารพทุกท่านรับทราบดังต่อไปนี้

1. คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) เป็นองค์กรที่สิ้นสภาพไปแล้ว เพราะไม่ได้เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 และประกาศ คปค. ฉบับที่ 30 ของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ยังเป็นกฎหรือประกาศที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 การที่ คตส. นำเอาประกาศ คปค. ฉบับที่ 30 มายึดถือและใช้เป็นหลักในการดำเนินคดีตลอดจนใช้อำนาจออกคำสั่งต่าง ๆ อยู่จนทุกวันนี้ จึงเป็นการกระทำที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 และไม่ชอบด้วยหลักนิติธรรม

ทั้งนี้ คตส. เป็นองค์กรที่ถูกจัดตั้งขึ้นโดย คปค. มีวัตถุประสงค์ในการดำเนินการทางการเมืองตามความประสงค์ของคณะรัฐประหาร ดังนั้น คตส. จึงเป็นองค์กรที่มุ่งหมายดำเนินการตรวจสอบ ตั้งข้อกล่าวหา และมีคำสั่งอายัดทรัพย์สินของข้าพเจ้าและครอบครัว โดยอาศัยเหตุในทางการเมืองเป็นหลัก เพราะหากว่าข้าพเจ้าได้กระทำความผิดตามที่ คตส. กล่าวอ้างก็มีองค์กรตรวจสอบคือ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติดำเนินการอยู่แล้ว การจัดตั้ง คตส. จึงเป็นการกระทำที่เลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อข้าพเจ้าและครอบครัว ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 และไม่อาจเป็นที่ยอมรับได้ว่าเป็นการกระทำโดยชอบในระบอบประชาธิปไตยอีกด้วย

ข้าพเจ้าขอกราบเรียนต่อพี่น้องประชาชนว่า แม้ว่าข้าพเจ้าจะถูกดำเนินคดีต่าง ๆ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 39 ได้มีบทบัญญัติว่า ในคดีอาญาให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด และก่อนมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดได้กระทำความผิดจะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำความผิดมิได้ แต่จากการดำเนินการตลอดเวลาที่ผ่านมาของ คตส. ซึ่งให้ข่าวต่อสื่อมวลชนโดยอ้างว่ามีหลักฐานว่าข้าพเจ้ากระทำความผิดในเรื่องซุกหุ้น โดยอ้างว่าข้าพเจ้าเป็นเจ้าของหุ้นบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และการบริหารราชการแผ่นดินของข้าพเจ้าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่บริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) แต่ คตส. ก็ไม่เคยเอาหลักฐานมาแสดงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ว่าข้าพเจ้าได้กระทำความผิดจริง การกล่าวอ้างของ คตส. เป็นเพียงการสันนิษฐานของ คตส. เอง โดยไม่มีพยานหลักฐานมาสนับสนุนแต่อย่างใด ทั้งนี้ในความเป็นจริงเนื่องจากข้าพเจ้าไม่ได้กระทำความผิดตามที่ คตส. กล่าวอ้างแต่อย่างใดนั่นเอง

ทั้งนี้ นับตั้งแต่มีการรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งโดยพี่น้องประชาชนภายใต้ระบอบประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2549 คตส. ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนมาโดยตลอด โดยกล่าวหาข้าพเจ้าและครอบครัวถึงการทุจริตประพฤติมิชอบของรัฐบาลภายใต้การนำของข้าพเจ้าต่าง ๆ นานา ข้าพเจ้าขอยืนยันว่าข้าพเจ้าไม่ได้กระทำความผิดตามที่ คตส. ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนแต่อย่างใด โดยตลอดระยะเวลา 15 เดือนที่ผ่านมา คตส. ก็ไม่เคยแสดงหลักฐานใด ๆ เลยที่สามารถพิสูจน์ได้ว่า ข้าพเจ้ากระทำการทุจริต หรือได้ประโยชน์โดยมิชอบใด ๆ จากการบริหารราชการแผ่นดิน คงมีแต่เพียงการให้สัมภาษณ์กล่าวอ้างเป็นระยะ ๆ ซึ่งหากข้าพเจ้ากระทำผิดจริง ตามที่ คตส. กล่าวหาและมีพยานหลักฐาน คตส. ย่อมจะต้องแสดงพยานหลักฐานให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสื่อมวลชน และยุติการไต่สวนพยานหลักฐานโดยส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดฟ้องคดีต่อศาลฎีกาได้แล้ว แต่ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า คตส. ยังคงดำเนินการไต่สวนหาพยานหลักฐานต่าง ๆ เพื่อเอาผิดกับข้าพเจ้าอยู่ จึงเห็นได้ชัดว่า คตส. ไม่มีพยานหลักฐานใด ๆ ที่จะแสดงให้เห็นว่าข้าพเจ้าได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหาจริง

กรณีของการซื้อที่ดินรัชดา ก็มิใช่เรื่องของการทุจริตแต่อย่างใด คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยาของข้าพเจ้าได้เข้าประมูลซื้อที่ดินจากคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯ ก็ได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วว่าสามารถเข้าประมูลได้โดยถูกต้องตามกระบวนการ และจ่ายราคาที่ดินสูงกว่าผู้เข้าประมูลรายอื่น หากข้าพเจ้าและครอบครัวมีเจตนาไม่สุจริต ก็ย่อมใช้บุคคลอื่นเข้าประมูลซื้อที่ดินดังกล่าวแทนก็ได้ แต่เพราะความตรงไปตรงมาและเชื่อมั่นว่า ข้าพเจ้าและครอบครัวไม่ได้ประโยชน์ใด ๆ จากการประมูล คุณหญิงพจมาน ชินวัตร จึงเข้าประมูลซื้อที่ดินเอง ทั้งนี้ ข้าพเจ้าพร้อมที่จะพิสูจน์ความเป็นจริงทั้งหมดต่อกระบวนการยุติธรรมต่อไป

2. ข้าพเจ้าขอเรียนยืนยันต่อพี่น้องชาวไทยที่รักทุกท่านว่า อย่าได้หวั่นไหวไปกับการให้ข่าวของบุคคลใดที่ต้องการทำลายชื่อเสียงของข้าพเจ้าและครอบครัว เพื่อหวังผลทางการเมือง ยิ่งใกล้วันเลือกตั้ง ก็จะมีการแถลงข่าวและการดำเนินการในทำนองเดียวกันนี้เพื่อให้พี่น้องประชาชนเข้าใจผิดและเสื่อมศรัทธาในตัวข้าพเจ้าและครอบครัว และเป็นการมุ่งทำลายชื่อเสียงและความศรัทธาที่พี่น้องประชาชนมีในตัวข้าพเจ้า เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางการเมืองของผู้ไม่หวังดีต่อข้าพเจ้าและครอบครัว ทั้งนี้ ข้าพเจ้าขอให้พี่น้องประชาชนโปรดพิจารณาตามความเป็นจริง ด้วยหัวใจที่เป็นธรรม คงจะตระหนักถึงความลักลั่นสองมาตรฐานในการดำเนินการต่าง ๆ ได้ดีว่าจะเป็นไปได้อย่างไรที่มีการกล่าวหานายกรัฐมนตรีว่า ทุจริตประพฤติมิชอบโดยไม่มีการกล่าวโทษกับบุคคลอื่น ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับการดำเนินการที่ถูกกล่าวหาว่า เป็นเรื่องทุจริตประพฤติมิชอบเลย

นอกจากนี้การที่ คตส. ตั้งข้อหาว่าข้าพเจ้ากระทำความผิด ก็ล้วนแล้วแต่เป็นการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภาก่อนเข้าบริหารประเทศทั้งสิ้น ยกตัวอย่างเช่น กรณีการออกสลากเลขท้ายสองตัวและสามตัวนั้น ก็เป็นการกระทำตามนโยบายเพื่อปราบปรามผู้มีอิทธิพลและหวยใต้ดิน นำเงินรายได้จากการจำหน่ายสลากมาทำประโยชน์ของสาธารณะ โดยเฉพาะการให้ทุนการศึกษาแก่เด็กที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ทั้งนี้ ได้มีการออกสลากมาเป็นระยะเวลานานกว่า 4 ปี และรัฐบาลชุดนี้ก็ได้มีการออกสลากพิเศษ 2 ตัว และ 3 ตัว ถึงจำนวน 4 งวด แต่ คตส. กลับกล่าวอ้างว่าการออกสลากดังกล่าวในสมัยที่ข้าพเจ้าเป็นรัฐบาลเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและดำเนินคดีกับข้าพเจ้าและบุคคลที่เกี่ยวข้อง แต่คณะรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ที่ได้ดำเนินการเช่นเดียวกับสมัยรัฐบาลของข้าพเจ้า กลับไม่ถูกดำเนินคดีในการอนุมัติการออกสลากเลขท้ายที่กระทำไปเลยแต่อย่างใด

ยิ่งไปกว่านั้น การดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลเป็นการตัดสินใจตามนโยบายที่รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยกระทำมาในลักษณะเช่นเดียวกัน เช่น นโยบายการออก สปก. 4-01 ในรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ แม้ปรากฏในภายหลังว่าศาลได้มีคำพิพากษาให้เพิกถอนและคืนที่ดิน สปก. แก่รัฐ เพราะการออก สปก. ดังกล่าวไม่ได้เป็นการออกให้แก่เกษตรกรผู้ยากไร้จริง แต่เป็นการออกให้กับคนร่ำรวย คณะรัฐมนตรีในขณะนั้นก็ไม่ต้องรับผิดชอบ เพราะเป็นการดำเนินการตามนโยบาย ไม่ถือเป็นการทุจริตประพฤติมิชอบ และเป็นการแสวงหาผลประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้อง

3. ข้าพเจ้าขอกราบเรียนยืนยันต่อพี่น้องประชาชนชาวไทยที่รักทุกท่านว่า ข้าพเจ้าไม่เคยมีพฤติกรรมที่ทุจริต หรือประพฤติมิชอบในการบริหารราชการแผ่นดิน ในขณะที่ข้าพเจ้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ข้าพเจ้ามุ่งจะแก้ปัญหาความยากจน ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน และมุ่งสร้างสรรค์ความสุข ความมั่นคั่งและโอกาสในความเจริญก้าวหน้าแก่พี่น้องประชาชนมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค โครงการกองทุนหมู่บ้าน โครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ และโครงการอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งพี่น้องโดยเฉพาะอย่างยิ่งในชนบทย่อมทราบดีถึงผลงานที่ผ่านมาของรัฐบาลภายใต้การนำของข้าพเจ้าว่าเป็นโครงการที่ดี มีประโยชน์และพิสูจน์แล้วว่า นโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของข้าพเจ้าทำได้จริงและทำไปเพื่อความสุขและประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก

4. ข้าพเจ้าขอกราบเรียนต่อพี่น้องประชาชนว่า แม้ว่าข้าพเจ้าจะถูกกล่าวหาและดำเนินคดีต่าง ๆ มากมาย แต่ข้าพเจ้าก็ยังคงมีจิตใจแน่วแน่ที่จะยืนหยัดต่อสู้เพื่อความบริสุทธิ์และยุติธรรมของข้าพเจ้าและครอบครัว ข้าพเจ้าไม่ได้ถือโทษโกรธเคืองกลุ่มบุคคลที่กลั่นแกล้งให้ร้ายทางการเมืองต่อข้าพเจ้าแต่อย่างใด และแม้ว่าข้าพเจ้าและครอบครัวจะถูกอายัดทรัพย์สินที่ข้าพเจ้าและครอบครัวหามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงโดยสุจริต อันเป็นเงินที่ข้าพเจ้ามีมาก่อนรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่ข้าพเจ้าก็อดทนและรอเวลาที่จะพิสูจน์ความจริงให้แก่สาธารณชนรับทราบว่าข้าพเจ้าและครอบครัวไม่ได้กระทำความผิดต่าง ๆ ตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด

ข้าพเจ้าขอกราบเรียนต่อพี่น้องประชาชนว่า ข้าพเจ้ายังมีความรักและห่วงใยต่อประเทศชาติและพี่น้องชาวไทยทุกคน และเหนือสิ่งอื่นใด ข้าพเจ้ามีความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์

ข้าพเจ้าและครอบครัวขอยืนยันว่า ข้าพเจ้าและครอบครัวไม่ได้กระทำความผิดต่าง ๆ ตามที่ถูกกล่าวหาทั้งหมดแต่อย่างใด โดยข้าพเจ้าและครอบครัวพร้อมที่จะต่อสู้คดี และพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในศาลสถิตยุติธรรมอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญในระบอบประชาธิปไตย เพราะในการดำเนินกระบวนการพิจารณาในศาล จะต้องมีการไต่สวนพยานให้ชัดแจ้งก่อนจึงวินิจฉัยว่าจำเลยกระทำความผิด และลงโทษจำเลย มิใช่วินิจฉัยว่าจำเลยได้กระทำความผิดแล้วจึงได้มาไต่สวนในภายหลัง โดยข้าพเจ้าจะเดินทางกลับประเทศไทยเมื่อถึงเวลาอันเหมาะสม แต่ทั้งนี้ข้าพเจ้าไม่ประสงค์จะเป็นต้นเหตุหรือจุดชนวนความแตกแยกความคิดของพี่น้องชาวไทย เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดของประเทศไทยในเวลานี้คือการที่พี่น้องประชาชนชาวไทยต้องมีความรักสามัคคี เพื่อถวายแก่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่รักยิ่งของพวกเราทุกคน

จึงเรียนมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร

Add Dr. Thaksin slammed ASC to your page