วันที่ : 4/11/2550

น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน (พปช.) เปิดแถลงข่าวที่อาคารไอเอฟซีที พรรคพลังประชาชน ระบุ ทหารข่มขู่ว่าที่ผู้สมัครของพรรค นายชัยศรี กีฬา ผู้สมัคร ส.ส.อำนาจเจริญ เมื่อวันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา พร้อมกันนี้ยังเรียกร้อง นายกฯและ ผบ.ทบ. กำชับบุคลากรในบังคับบัญชาว่าโปรดอย่าได้มาใช้ความรุนแรงกับผู้กำลังที่รณรงค์หาเสียง

“ถึงขนาดนำปืนจ่อท้ายทอยว่าที่ผู้สมัคร นี่ไม่ใช่ผลดีกับการเลือกตั้ง พวกเราจึงขอยืนยันเจตนารมณ์เดิมในการให้ยกเลิกกฎอัยการศึกและขอให้กำชับข้าราชการทุกฝ่ายให้วางตัวเป็นกลางด้วยเพื่อให้ผลการเลือกตั้งออกมาตามเจตนารมณ์..ทำไมถึงยังต้องคงกฎอัยการศึกในอำเภอที่ไม่ติดชายแดน โดยอ้างว่าเป็นเรื่องของยาเสพติด แล้วถ้าการคงไว้แล้วอ้างเสพติดแล้วมาตรวจค้นรถ ทั้งที่รถหาเสียงของว่าที่ผู้สมัครที่ติดตั้งป้ายหาเสียง” น.พ.สุรพงษ์ กล่าว

ทั้งนี้เลขาธิการพรรคพลังประชาชนเปิดเผยถึงการรับมือด้วยว่า พรรคจะกำชับผู้สมัคร ส.ส.ให้ปฏิบัติตามกฎหมายและอาจต้องพกกล้องวีดีโอบันทึกภาพการกระทำที่ไม่เหมาะสมของเจ้าหน้าที่รัฐมาเผยแพร่ด้วย

นอกจากนี้ น.พ.สุรพงษ์ ยังกล่าวว่า ขณะนี้เริ่มเห็นเจ้าหน้าที่ลงไปในหมู่บ้านพูดคุยกับชาวบ้านเพื่อชี้นำการลงคะแนนแล้ว ซึ่งพรรคกำลังรวบรวมข้อมูลอยู่ให้ออกมาเป็นระบบ โดยมอบหมายให้ พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ รองหัวหน้าพรรค และอดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) เป็นหัวหน้าคณะรับผิดชอบในการรับเรื่องราวต่างๆ ของผู้สมัคร

ด้านนายชัยศรี กีฬา ผู้สมัคร ส.ส.อำนาจเจริญ เล่าถึงเหตุการณ์ที่อ้างว่าถูกคุกคามว่า ขณะเกิดเหตุได้ปราศรัยเปิดตัวอยู่กับนายวิเชียร อุดมศักดิ์ ว่าที่ผู้สมัครพลังประชาชนอีกคนหนึ่งที่ อ.ปทุมราชวงศา โดยก่อนหน้าปราศัย นายสมบัติ วันทอง โฆษกบนเวทีได้เกริ่นนำถึงสภาพทั่วไป โดยกล่าวถึงอำเภอที่ติดชายแดนยังคงกฎอัยการศึกก็ไม่ว่ากัน แต่อ.ปทุมราชวงศา ที่ไม่ติดชายแดนแต่ไม่ได้ยกเลิก ดังนั้นจึงเป็นการหาเสียงภายใต้กฎอัยการศึก ภายหลังการปราศัย ระหว่างได้เดินทางกลับไปยัง อ.เมือง เวลาประมาณ 21.30 น.นายสมบัติได้โทรมาแจ้งว่า ถูกทหารตรวจค้น แต่เกิดความกลัวจึงวิ่งหนีและขอให้ไปรับตัว จึงได้นำทีมงานพาไปส่งที่บ้าน

ส่วนนายสมบัติ เล่าว่า ช่วงจะกลับบ้านพักได้พบรถทหารสีน้ำเงินไม่ทราบหน่วยสังกัด แต่งกายลายพราง 3 นาย โบกให้จอดชิดซ้าย จากนั้นดึงประตูรถและถามชื่อว่าสมบัติใช่ไหม หลังจากนั้นสั่งให้หันหน้าเข้ารถและยกมือขึ้น จากนั้นมีทหารนายหนึ่งถือปืนเอ็ม 16 จ่อท้ายทอยและถามว่า “มึงพูดอะไร” ตามด้วยการตรวจค้นตัวแต่ไม่พบอะไร ช่วงไปตรวจค้นรถ คิดว่าน่าจะโดนอุ้มและโดนทำร้ายจึงวิ่งลงไปหลบในป่าข้างทาง แต่ไม่มีทหารติดตามมา ขณะที่มีรถอีก 2 คันเข้ามาสมทบยังจุดเกิดเหตุ อีกประมาณ 30 นาทีทั้งขบวนรถได้ออกจากจุดเกิดเหตุ จึงโทรแจ้งนายชัยศรีให้มารับตัว

นอกจากนี้ นายชัยศรี ยังเปิดเผยถึงการติดตามเรื่องหลังไปแจ้งความลงบันทึกประจำวัน ได้โทรไปสอบถามแล้ว แต่ตำรวจบอกว่าเจ้าหน้าที่ทหารมีสิทธิ์ตรวจค้นในเขตประกาศกฎอัยการศึก

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ, มติชน