จากการที่เว็บไซต์ Hi-thaksin ได้เผยแพร่เอกสารราชการลับเรื่อง “การปฏิบัติการข่าวสารตั้งแต่ปัจจุบันถึงวันปิดรับสมัครเลือกตั้ง” ซึ่งเอกสารฉบับดังกล่าวเป็นเอกสารทางราชการจริง โดยลงวันที่ 14 กันยายน 2550 และได้อ้างถึงผู้บัญชาการทหารบกและประธานคมช.ว่า เป็นผู้อนุมัติกรอบแนวทางการปฎิบัติงานข่าวสารในช่วงเวลาระหว่างกลางเดือนกันยายนถึงวันปิดรับสมัครเลือกตั้ง ลงนามโดย พ.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข รองจก.ยก.ทบ./ผช.หน.สปค.ศปศ.คมช. โดยมีเอกสารแนบเป็นตารางประสานสอดคล้องการปฏิบัติข่าวสารคมช. โดยมีวัตถุประสงค์และภารกิจต่างๆดังนี้

1. ตามที่ ผบ.ทบ./ประธาน คมช.ได้กรุณาอนุมัติกรอบแนวทางการปฏิบัติการข่าวสารในห้วงที่ 1 (ปัจจุบัน-วันปิดรับสมัครเลือกตั้ง) เพื่อการนำไปจัดทำรายละเอียดของงาน/กิจกรรมในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ดังมีรายละเอียดตามอ้างถึงนั้น

2. แผนกปฏิบัติการข่าวสาร สปค.ศปศ.คมช.ได้จัดทำรายละเอียดงาน/กิจกรรมของการปฏิบัติการข่าวสารตามข้อ 1 เสร็จเรียบร้อยแล้ว รายละเอียดตามสิ่งที่ส่งมาด้วย สรุปได้ดังนี้

2.1 ภารกิจการปฏิบัติการข่าวสาร – คมช.ปฏิบัติการข่าวสารเพื่อสร้างสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมต่อกระบวนการเตรียมการจัดการเลือกตั้ง รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดการรวมตัวของกลุ่มการเมืองที่มีอุดมการณ์เพื่อส่วนรวมอย่างสร้างสรรค์ ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันปิดรับสมัครเลือกตั้ง

2.2 วัตถุประสงค์การปฏิบัติการข่าวสาร
2.2.1 สร้างความรักความสามัคคีให้เกิดขึ้นในชาติโดยมีงานการปฏิบัติการข่าวสาร ดังนี้
2.2.1.1 สร้างและส่งเสริมความสามัคคีให้เกิดในหมู่ประชาชนโดยใช้จุดมุ่งหมายร่วมเป็นศูนย์รวมจิตใจ
2.2.1.2 ชี้ให้ประชาชนไทยทุกคนเห็นโทษของการแตกความสามัคคี
2.2.2 ด้อยค่าการต่อต้านของกลุ่มต่อต้านรัฐบาลและ คมช.โดยมีงานการปฏิบัติการข่าวสาร ดังนี้
2.2.2.1 ป้องกันมิให้ชนชั้นกลางมีแนวความคิดเอนเอียงไปสนับสนุนกลุ่มต่อต้าน
2.2.2.2 ชี้จุดด้อยของนโยบายประชานิยมให้ประชาชนรากแก้วได้รับทราบ/เข้าใจ
2.2.2.3 สกัดกั้น/ลดแรงจูงใจมิให้ประชาชนรากแก้วเดินทางเข้าร่วมการชุมนุมใน ก.ท.(กรุงเทพ)
2.2.2.4 จำกัดการเคลื่อนไหวของแกนนำกลุ่มต่อต้าน
2.2.2.5 จำกัดมิให้ จนท.ของรัฐสนับสนุนกลุ่มอำนาจเก่า

2.2.3 สนับสนุนการรวมตัวที่สร้างสรรค์ของกลุ่มการเมืองต่างๆ โดยมีงานการปฏิบัติการข่าวสาร ดังนี้
2.2.3.1 ชี้ให้ประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งชนชั้นกลางเห็นข้อเท็จจริงในการรวมตัวของกลุ่มการเมืองต่างๆ
2.2.3.2 ชี้ให้ประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งชนชั้นกลางเห็นความคล้ายคลึงกันของนโยบายอดีตพรรค ทรท.และ พปช.
2.2.3.3 ชี้นำ/ชักจูงให้ประชาชนรากแก้วต่อต้านการกลับมาของกลุ่มอำนาจเก่าผ่านทาง พปช.โดยแสดงให้เห็นว่านโยบายต่างๆ ของ ทรท.ซึ่งเป็นผลเสียต่อประเทศและประชาชนก็จะกลับมาด้วย
2.2.3.4 ชี้ให้ทุกฝ่ายเห็นถึงความคดโกง/ทุจริต/ไม่ชอบธรรมของกลุ่มอำนาจเก่าซึ่งกำลังจะกลับมาพร้อมกับพรรค พปช.
2.2.3.5 สร้างกระแสให้ทุกฝ่ายต่อต้านการกลับมาของกลุ่มอำนาจเก่าโดยผ่านทางพรรค พปช.
2.2.4 ลดความหวาดระแวงในการสืบทอดอำนาจ/ป้องกันมิให้เกิดเงื่อนไขใหม่ๆ โดยมีงานการปฏิบัติการข่าวสาร ดังนี้
2.2.4.1 ปชส.(ประชาสัมพันธ์)การปฏิบัติภารกิจอื่นๆ ที่ไม่ใช่ภารกิจทางการเมืองเพื่อให้ประชาชนโดยเฉพาะประชาชนรากแก้วไว้วางใจทหาร
2.2.4.2 ป้องกันมิให้เกิดเงื่อนไขที่ประชาชนรากแก้วจะเกลียดซัง/หวาดกลัวทหาร

3. สปค.ศปศ.คมช.พิจารณาแล้วเห็นว่า ห้วงเวลาตั้งแต่ปัจจุบันถึงวันปิดรับสมัครเลือกตั้งเป็นห้วงเวลาที่มีความสำคัญในการที่ฝ่ายต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มการเมืองจะวิเคราะห์สถานการณ์ที่ยังมีความไม่ชัดเจน และเตรียมการดำเนินการในห้วงการหาเสียงเลือกตั้งต่อไป ดังนั้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นยิ่งสำหรับ คมช.ที่จะปฏิบัติการข่าวสารเพื่อปรับสภาวะแวดล้อมให้เหมาะสมและสอดคล้องกับห้วงเวลาดังกล่าว ในการที่จะสนับสนุนกระบวนการคืนอำนาจสู่ประชาชนและสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขต่อไป และพร้อมกันนั้นป้องกัน/ป้องปรามมิให้กลุ่มคนที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนได้มีโอกาสเข้ามาบริหารประเทศ จึงเห็นสมควรให้หน่วยที่เกี่ยวข้องดำเนินการปฏิบัติการข่าวสารตามแนวทางในตารางประสานสอดคล้องการปฏิบัติการข่าวสาร คมช.ตั้งแต่ปัจจุบันถึงวันปิดรับสมัครเลือกตั้ง รายละเอียดตามสิ่งที่ส่งมาด้วย

4. ข้อเสนอ เห็นควรให้ดำเนินการตามการพิจารณาในข้อ 3 จึงเรียนมาเพื่อกรุณาพิจารณาอนุมัติตามเสนอในข้อ 4

นอกจากบันทึกข้อความข้างต้นแล้วยังมีตารางประกอบสอดคล้องการปฏิบัติการข่าวสาร คมช.ตั้งแต่ปัจจุบันถึงวันปิดรับสมัครเลือกตั้ง เช่น

จัดทำสกู๊ปข่าวชี้ให้เห็นและวิเคราะห์ถึงความไม่ชอบธรรมของหน.พปช.ที่ต้องคดีทุจริตอยู่และถึงแม้จะชนะเลือกตั้งก็จะต้องโทษและไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี,
-เชิญบุคคลที่ 3 ซึ่งเป็นผู้นำทางความคิด/นักวิชาการออกรายการวิทยุโทรทัศน์วิเคราะห์เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นหากพรรค พปช.ชนะเลือกตั้งแล้วดำเนินนโยบายที่ประกาศไว้แล้วคือ นืรโทษกรรมอดีตกรรมการพรรค ทรท.และยุบคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.)ว่า หลายฝ่ายคงยอมไม่ได้โดยเฉพาะกลุ่มพันธมิตรซึ่งจะออกมาเคลื่อนไหวและทำให้ประเทศเกิดความวุ่นวายอีกครั้งและอาจนำไปสู่การรัฐประหารครั้งใหม่ เป็นวงจรไม่สิ้นสุด
สร้างข่าวโจมตีกลุ่มอำนาจเก่า
ให้พื้นที่ข่าวกับพรรคการเมืองทั้งหมดอย่างเท่าเทียมกัน แต่สำหรับ พปช.ให้เสนอรายงานข่าวเน้นยำการกระทำ/ดำเนินการที่ไม่ส่งเสริมภาพลักษณ์ของพรรค
ใช้ข่าวลือ/สื่อที่ไม่เป็นทางการชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มอำนาจเก่ากับประเทศสิงคโปร์และพรรค พปช.ซึ่งมีแนวการบริหารประเทศดดยใช้ระบอบประธานาธิบดี
ใช้ข่าวลือ/สื่อไม่เป็นทางการชี้ให้เห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณฯจ้างสื่อต่างประเทศลงเนื้อความ/บทความโจมตีสถาบัน
จัดทำสกู๊ปข่าวพิเศษเกี่ยวกับผู้ที่ได้รับผลร้ายจากนโยบายประชานิยม

ใครก็ตามที่ได้อ่านเอกสารฉบับนี้หากท่านมีจิตใจที่เป็นธรรมและเป็นกลางพอก็จะเข้าใจได้อย่างไม่ยากว่าเอกสารดังกล่าวมีเนื้อหาทำลายพรรค พปช.อย่างชัดเจน ภาระกิจดังกล่าวที่ถูกระบุในเอกสารลับไม่ว่าจะเป็น มาตรการสนับสนุนการรวมตัวของกลุ่มการเมืองต่างๆให้สำเร็จ ซึ่งก็สอดคล้องกับสถานการณ์ในขณะนี้ที่เกิดการรวมตัวกันของกลุ่มการเมืองต่างๆอย่างคึกคัก และมีเงินทุนหมุนเวียนในการดูดตัวอดีตส.ส.ให้ไปสังกัดพรรคการเมืองใหม่ หรือ การให้ทำรายการพิเศษให้เห็นว่านโยบายประชานิยม สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติอย่างไรเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของพรรค พปช. แต่ทว่าเป็นเรื่องที่ตลกสิ้นดีหากมองไปที่นโยบายพรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นใหม่หรือพรรคเก่าแก่ตอนนี้จะพบว่าเป็นนโยบายที่ลอกเลียนแบบมาจากพรรคไทยรักไทยที่ถูกยุบไปแล้วทั้งสิ้น หรือ การรณรงค์ต่อต้านการซื้อเสียงมีสาระสำคัญบางประการที่น่าจับตามองเป็นพิเศษคือ
-การปฏิบัตินอกค่ายฯ ควรคัดเลือกเป้าหมายที่เป็นผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น มาร่วมรับฟังโดยวิทยากรที่หลากหลาย ไม่น่าเบื่อ (ทหารอย่างเดียวไม่ดี) โดยเลือกเป็นวิทยากรที่มีแนวความคิดเดียวกันกับทหาร แต่เป็นตัวแทนนำเสนอในมุมอื่นๆ
-ประสานกับกกต.ของแต่ละพื้นที่ แล้วแบ่งงานกันทำ เช่น ทางเปิดเผยให้กกต.ทำ ทางลับให้ทหารทำ เพื่อกันการซ้ำซ้อนของการรณรงค์
การอบรมรณรงค์ กำลังพลและชุมชนรอบค่าย ควรจะมีการชี้นำ/แกมบังคับให้เลือกหมายเลขที่ต้องการเลย และให้ไปชักชวนญาติพี่น้องของตนเองด้วย โดยหาข้อมูลความดีของบุคคลที่เราชี้นำให้มาชี้แจงกับกำลังพลและครอบครัว

และวิชามารที่เลวร้ายที่สุดที่คณะรัฐประหารมักจะนำมาใช้เป็นเครื่องมือโจมตีกลุ่มบุคคลหรือนักการเมืองที่อยู่ตรงข้ามกับฝ่ายตนในทุกยุคทุกสมัยก็คือ “ข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและล้มล้างสถาบันกษัตริย์” ดังที่ปรากฎในเอกสารลับชิ้นนี้ว่า ให้ใช้ข่าวลือชี้ให้เห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณฯจ้างสื่อต่างประเทศลงเนื้อความ/บทความโจมตีสถาบันและพรรค พปช.ซึ่งมีแนวการบริหารประเทศคล้ายกลุ่มอำนาจเก่าต้องการปกครองประเทศใช้ระบอบประธานาธิบดี

มาในวันนี้พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ยอมรับแล้วว่าเอกสารฉบับดังกล่าวมีอยู่จริง ก็ไม่ทราบว่าพล.อ.สุรยุทธ์ นายกฯผู้มีจริยธรรมสูงส่งของคนชั้นกลางและชนชั้นนำที่ได้เคยให้คำมั่นว่าจะสนับสนุนการเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างสุจริตและยุติธรรมจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร แผนการอันสกปรกเช่นนี้มันน่าที่จะสร้างความระคายเคืองต่อต่อมจริยธรรมของท่านได้บ้าง เพราะคำสั่งเยี่ยงนี้มันจะทำให้การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นเป็นกลางได้อย่างไร ท่านในฐานะที่เป็นผู้แต่งตั้งพลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานปราบปรามการซื้อสิทธิ์ขายเสียงจะกล้าแนะนำให้พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลินลาออกหรือเปล่าเพราะต้องไม่ลืมว่า พล.อ.สนธิปัจจุบันอยู่ในฐานะประธานคณะกรรมการดำเนินการตามวาระแห่งชาติว่าด้วยการณรงค์และแก้ปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียง อำนาจหน้าที่นั้นระบุชัดเจนคือ
1. กำหนดนโยบายและวางแผนการดำเนินการตามวาระแห่งชาติว่าด้วยการรณรงค์และแก้ไขปัญหาการซื้อสิทธิ์ขายเสียง
2.ส่งเสริมการเรียนรู้ประชาธิปไตยให้กับประชาชนทุกภาคส่วน
3.รณรงค์ให้การเลือกตั้งปราศจากการซื้อสิทธิ์ขายเสียง และตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสุจริต เที่ยงธรรม และความสมานฉันท์
3.สร้างความรู้ความเข้าใจ ค่านิยมและจิตสำนึกที่ดี ให้ประชาชนทุกภาคส่วน ได้ตระหนักถึงผลกระทบอันจะเกิดจากการซื้อสิทธิ์ขายเสียงและมีส่วนรวมในการณรงค์แก้ไขปัญหาการซื้อสิทธิ์ ขายเสียง
และ
4.ส่งเสริมให้ข้าราชการ และพนักงานของรัฐ วางตัวเป็นกลางในการเลือกตั้ง

แต่นี่พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ที่ทำหน้าที่คุมเลือกตั้งกลับมาเป็นผู้สั่งการ ชี้นำและเลือกใช้กลไกของกองทัพมาเป็นเครื่องมือในการสกัดกั้นพรรคการเมืองที่ต่อต้านการรัฐประหารเสียเอง หากผู้ที่ทำหน้าที่เป็นประธานคุมการเลือกตั้งในฐานะเป็นข้าราชการและพนักงานของรัฐที่ต้องวางตัวเป็นกลางในการเลือกตั้งไม่ทำหน้าที่ด้วยความเที่ยงธรรมแล้ว การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 23 ธันวาคมจะเป็นไปด้วยความอิสระ บริสุทธิ์ยุติธรรม(free and fair elections)ได้อย่างไรในเมื่อผู้คุมการเลือกตั้งมาทำลายความบริสุทธ์ ยุติธรรมเสียเอง

นับตั้งแต่วันที่พวกเขาวางแผนในการทำรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาล พ.ต.ท. ทักษิณจนถึงวันนี้ คมช. รัฐบาลและพันธมิตรของพวกเขายังคงดำรงเป้าหมายที่จะสกัดขัดขวางการฟื้นตัวของพรรคพลังประชาชนโดยจะทำการมุ่งร้ายต่อพรรคในรูปแบต่างๆไม่ว่าจะเป็น

  • สร้างอุปสรรคและความยากลำบาก
  • ความเกลียด กลัว ทำให้ พปช.เป็นปีศาจ
  • ทำลายความนิยม

และใช้ทุกวิธีการดังที่ปรากฎอยู่ในเอกสารเพื่อไม่ให้พรรคพลังประชาชนได้รับการเลือกตั้งเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล……เอกสารที่แนบท้ายบทความคือหลักฐานที่พิสูจน์ถึงความไม่จริงใจของคณะรัฐประหารและพวกในการส่งเสริมการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความบริสุทธ์ยุติธรรม….

Free & Fair Elections ที่นายกฯสุรยุทธเคยรับปากกับประธานาธิบดีบุช….เป็นสิ่งที่ไม่อาจเชื่อถือได้ การเลือกตั้งที่อิสระและยุติธรรมที่ กกต.และองค์กรในกำกับของ คมช. ท่องบ่นทุกวันนั้นเป็นแค่การร่วมกันหลอกลวงประชาชนเท่านั้น

เรียบเรียงเนื้อหาบางส่วนจาก ประชาไท มติชน และ พันทิพราชดำเนิน

ท่านสามารถคลิ๊กอ่านเอกสารราชการลับทั้งหมด 8 หน้าได้ตามรูปภาพข้างล่างนี้

              ฉบับที่1                                ฉบับที่2


               ฉบับที่3                                       ฉบับที่4
  

                           ฉบับที่5                                                ฉบับที่6
 
                          ฉบับที่7                                                  ฉบับที่8