ผู้อ่านท่านใดที่ยังไม่เคยหรือไม่มีโอกาสได้รับชมสปอตโฆษณาชุด“ความสุข”ของพรรคพลังประชาชนชุดนี้ในยุคทหารครองเมือง ท่านสามารถคลิ๊กเข้าไปชมจาก”กูเกิ้ลวีดีโอ”ข้างล่างนี้

ภาพยนตร์โฆษณาชุด “ความสุข” ที่มีความยาว 60 วินาทีพรรคพลังประชาชนชุดนี้ไม่ได้รับอนุญาตจากทางคณะกรรมการตรวจพิจารณาการโฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ (กกช.) ให้เผยแพร่ออกอากาศได้โดยทางกกช.อ้างว่าจะต้องหารือกับ กกต.ก่อน ทั้งที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง ก็พูดผ่านสื่อชัดเจนแล้วว่า กกต.จะไม่เข้ามายุ่งเรื่องนี้ในขณะนี้ จนกว่าจะมีพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลที่คณะกรรมการฯจะไม่อนุญาตพรรคพลังประชาชนให้ออกสปอตโฆษณาอีทั้งโฆษณาชุด “30 บาทต่อชีวิต” และโฆษณาชุด “ลูกพ่อ” ทั้ง 2 ชุด มีความยาวประมาณ 30 วินาทีก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ออกอากาศด้วยเช่นกันโดยให้เหตุผลแบบเดียวกันคือให้หารือกับคณะกรรมการการเลือก (กกต.) ก่อน แต่ในขณะเดียวกันพรรคการเมืองอื่นอย่างพรรคประชาธิปัตย์และพรรคมัชฌิมาธิปไตยกลับสามารถออกสปอตโฆษณาได้และได้ออกอากาศเผยแพร่ทางโทรทัศน์ไปนานแล้วโดยไม่ได้รับการท้วงติงจากทางกกช.แต่อย่างใด ตรงนี้มันแสดงให้เห็นชัดเจนว่าเป็นการเลือกปฏิบัติของผู้กุมอำนาจรัฐอยู่ในมือและไม่ให้ความเป็นธรรมกับพรรคพลังประชาชน

อย่างนี้จะเรียกว่าเป็นการจัดการเลือกตั้งที่เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรมและโปร่งใสได้อย่างไรในเมื่อผู้มีอำนาจอยู่ในมือทำงานแบบสองมาตรฐานอย่างนี้เพราะความหมายของคำว่า “การเลือกตั้งที่เป็นประชาธิปไตย” นั้นจะต้องมีคุณลักษณะของการแข่งขัน(competitive) เป็นองค์ประกอบหนึ่งด้วย

การเลือกตั้งที่เป็นประชาธิปไตยที่มีคุณลักษณะของการแข่งขัน(Competitive) เป็นองค์ประกอบนั้นจะต้องมีการแข่งขันกันมากกว่าหนึ่งพรรคการเมือง พรรคฝ่ายตรงข้ามและผู้เข้าแข่งขันจะต้องได้ใช้ตามสิทธิ์อย่างเต็มที่ในการพูด การรวมกลุ่ม และการเคลื่อนไหวเท่าที่จำเป็นเพื่อแสดงความคิดเห็นของพวกเขาในการวิจารณ์รัฐบาลอย่างเปิดกว้างและเพื่อนำเสนอนโยบายรวมทั้งทางเลือกใหม่และเสนอตัวผู้เข้าแข่งขันรับเลือกตั้งต่อประชาชนหรือผู้ลงคะแนนเสียง การยอมให้คู่ต่อสู้ฝ่ายตรงข้ามเพียงแต่ได้รับสิทธิ์หรือโอกาสในการใช้บัตรเลือกตั้งหรือบัตรลงคะแนนนั้นไม่เพียงพอ การเลือกตั้งที่ห้ามคู่ต่อสู้ฝ่ายตรงข้ามไม่ให้มีโอกาสในการหาเสียงออกอากาศทางโทรทัศน์หรือทางวิทยุการกระจายเสียง การห้ามคู่ต่อสู้ฝ่ายตรงข้ามเดินรณรงค์หาเสียงหรือควบคุมหนังสือพิมพ์ของฝ่ายตรงข้ามไม่ให้นำเสนอข่าว การเลือกตั้งแบบนี้ไม่เรียกว่าเป็นประชาธิปไตย