ประชาไท – สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) ออกแถลงการณ์ฉบับล่าสุด ประณามการเข้ารับตำแหน่งทางการเมืองของพลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน หลังทิ้งตำแหน่ง ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ขึ้นเป็นรองนายกฯ ดูแลงานด้านความมั่นคง โดยกล่าวหาว่าเป็นการสืบทอดอำนาจและกลืนน้ำลายตนเอง เพราะผิดสัจวาจาที่ว่าจะเข้ามาเป็นผู้บริหารราชการแผ่นดินเสียเอง ตามที่ให้ไว้กับประชาชนในแถลงการณ์คณะปฎิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ฉบับที่ 1 ซึ่งประกาศ ณ วันที่ 19 กันยายน 2549

ตามแถลงการณ์เรียกร้องให้พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน ลาออกจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งให้คณะทหารที่ทำการรัฐประหารยึดอำนาจ ออกมาแสดงความชัดเจนต่อสาธารณชน ว่าจะไม่เข้าไปดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งถึอเป็นการปูทางในการสืบทอดอำนาจเผด็จการ นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้รัฐมนตรี หรือบุคคลที่มี่ตำแหน่งทางการเมืองที่มีหุ้นกับบริษัทเอกชนลาออก เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อ คุณธรรม จริยธรรมที่ คมช.และ รัฐบาล ยึดถือ เพื่อไม่ให้สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงลมปากของผู้มีอำนาจที่ใช้ในการปกครองประชาชน

นับตั้งแต่คณะเผด็จการทหารยึดอำนาจการปกครองไปจากประชาชน ด้วยการโกหกแหกตาประชาชนร่วมกันกับพวกนักวิชาการไร้เกียรติ ที่อ้างตัวเป็นปัญญาตนรับใช้เผด็จการ สมคบคิดกับนักการเมืองสวมเสื้อคลุมองค์กรภาคประชาชน เพื่อเป็นเหตุผลให้การยึดอำนาจของเผด็จการทหารมีความชอบธรรมมากยิ่งขึ้น เช่นข้ออ้างในการแก้ปัญหาวิกฤติชาติ สร้างความสมานฉันท์ ปราบปรามการทุจริต และการสร้างคุณธรรมจริยธรรมในสังคมไทย แต่ในวันที่คณะเผด็จการภายใต้ทหารที่ทำตัวเสมือนปิศาจในคราบนักบุญโดยการนำของ พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน ทำการยึดอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดได้แล้วจึงออกแถลงการณ์ ชี้แจงต่อประชาชนว่าตนและพวกพ้องไม่ได้มาเพื่อหวังตำแหน่งทางการเมืองใดๆทั้งสิ้น แต่จากวันนั้นถึงวันนี้พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน กลับเสียสัจวาจาที่ให้ไว้กับประชาชนในแถลงการณ์คณะปฎิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขฉบับที่ ๑ ซึ่งประกาศ ณ วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ว่า

คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ซึ่งประกอบด้วยผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงมีความจำเป็นต้องยึดอำนาจการปกครองแผ่นดิน ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ขอยืนยันว่า ไม่มีเจตนาที่จะเข้ามาเป็นผู้บริหารราชการแผ่นดินเสียเอง แต่จะได้คืนอำนาจการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขกลับคืนสู่ปวงชนชาวไทยโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้เพื่อธำรงรักษาไว้ ซึ่งความสงบสุข และความมั่นคงของชาติ รวมทั้งเทิดทูนไว้ ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่เคารพยิ่งของปวงชนชาวไทยทุกคน”

แต่กลับเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนเข้าไปรับตำแหน่งทางการเมืองเพื่อหวังสืบทอดอำนาจและคณะรัฐมนตรีที่ตนเองแต่งตั้งก็เข้าไปมีหุ้นกับบริษัทเอกชนซึ่งเท่ากับว่าเป็นการกลืนน้ำลายตนเองไม่สมกับการเป็นชายชาตินักรบ ขาดคุณธรรม จริยธรรมของผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเป็นผู้บริหารประเทศ เป็นบทพิสูจน์ได้แล้วว่าการรัฐประหารและรัฐบาลมาจากการแต่งตั้งไม่สามารถแก้ไขวิกฤติของชาติได้ ซึ่งเป็นเวลากว่าหนึ่งปีของการย่ำยีประเทศและย่ำยีประชาธิปไตยอันเป็นที่รักยิ่งของประชาชนชาวไทย

ดังนั้นทางสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) มีความเห็นร่วมกันว่าให้ พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน ลาออกจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งคณะทหารที่ทำการยึดอำนาจออกมาแสดงความชัดเจนต่อสาธารณชนว่าจะไม่ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งเป็นการปูทางในการสืบทอดอำนาจเผด็จการ และรัฐมนตรีหรือบุคคลที่มี่ตำแหน่งทางการเมืองที่มีหุ้นกับบริษัทเอกชนลาออก เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อ คุณธรรม จริยธรรมที่ คมช.และ รัฐบาลพร่ำสอนกับประชาชนให้ตระหนักหรือเป็นแค่ลมปากของผู้มีอำนาจในการปกครองประชาชน ก็เท่ากับว่าเป็นการเสียสัตย์ที่ให้ไว้กับประชาชน

อำนาจต้องเป็นของประชาชน

สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.)

ที่มา: ประชาไท