3 ตุลาคม พ.ศ. 2550 20:41:00

หมายเหตุ คำสัมภาษณ์ ร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุง คัดบางส่วนมาจาก กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ สามารถออ่านคำสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ที่ กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

คลิกที่ภาพเพื่��ชมภาพขนาดใหญ่

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : แม้จะซุ่มเงียบเก็บตัวจนห่างหายจากเวทีการเมืองไปหลายปี แต่ความเคลื่อนไหวของนักการเมืองอดีตดาวสภาที่ชื่อ ร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุง ยังคงอยู่ในความสนใจของประชาชนและคอการเมืองอยู่เสมอ โดยเฉพาะอนาคตของเขากับการเลือกตั้งใหญ่ปลายปีนี้

“กรุงเทพธุรกิจ” ได้มีโอกาสไปเยือนบ้านริมคลอง และพูดคุยแบบคลุกวงในกับ ร.ต.อ.ดร.เฉลิม ในหลายๆ เรื่องที่สังคมกำลังจับจ้องมอง ไม่ว่าจะเป็นการบินไปหาอดีตนายกรัฐมนตรีผู้พลัดถิ่นถึงประเทศอังกฤษ, ความเป็นไปได้ที่จะร่วมงานกับพรรคพลังประชาชน รวมถึงบทวิเคราะห์อนาคตการเมืองไทยแบบดุเด็ดเผ็ดมันตามสไตล์ กับบทสรุปที่เขาเชื่อว่า อดีตพรรคไทยรักไทยจะกลับมา และจะชนะเลือกตั้งอย่างท่วมท้นชนิดทิ้งห่างอันดับ 2 แบบไม่เห็นฝุ่น!

O ทำไมถึงใช้เวลาตัดสินใจนานนัก

ที่ผมกำลังตัดสินใจอยู่ เพราะผมจะต้องลงเลือกตั้งในกรุงเทพฯ ซึ่งผมไม่ได้ดูหมิ่นดูแคลนใคร ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม 49 กลุ่ม 50 เดี๋ยวก็จะไป 51…พรรคใหม่ที่ตั้งขึ้นมันลำบาก เพราะต้องแข่งกับไทยรักไทยเดิมกับประชาธิปัตย์ ถ้าผมทำงานในนามพรรคทางเลือกใหม่ ผมก็จะได้แค่ 2 เขตเล็กๆ

เมื่อก่อนคนกรุงเทพฯจะเลือกพรรคไปทำหน้าที่ฝ่ายค้าน แต่ระยะหลังเศรษฐกิจแย่ สังคมเสื่อมทราม คนกรุงเทพฯจึงมีวิสัยทัศน์ในการเลือกตั้งใหม่ เขาอยากเลือกพรรคเข้าไปเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เพราะสามารถแก้ไขปัญหาได้ทุกปัญหา

O ฟังพูดแบบนี้แล้วแสดงว่ามีแนวโน้มจะไปพรรคพลังประชาชน

ยังฮะ เพราะเขาก็ไม่เคยชวนผม และผมก็ยังไม่ได้ไปสมัคร ที่ไปพบท่านนายกฯทักษิณ (พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ) ผมไปในฐานะคนรู้จักกัน ไปเยี่ยมเยียนกันธรรมดา ผมเคยลี้ภัยอยู่ต่างชาติ เจอพรรคพวกก็คุยสนุกกัน ไม่ได้คุยเรื่องการเมือง

O มีคนสงสัยกันมากว่าไปอังกฤษทำไม

ผมมีญาติอยู่ที่อังกฤษ และมีพรรคพวกที่รักใคร่ชอบพอ ลูกๆ ก็ชอบดูบอล แต่จริงๆ ผมตั้งใจไปเยี่ยม พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะท่านทักษิณกับครอบครัวผมรู้จักกันมาเกือบ 30 ปี ผมไม่ได้นัดหมายท่าน แล้วก็รู้ว่าบอลท่านจะเตะ วันบอลเตะผมก็ไป ท่านเห็นท่านก็ดีใจ ชวนผมไปทานข้าวที่สโมสรก่อนบอลเตะ หาที่นั่งให้ลูกผม 3 คนแล้วก็ให้ผม ตกเย็นท่านบอกเดี๋ยวกินข้าวด้วยกัน ผมก็ไปทานข้าวเย็นกับท่าน 2 มื้อ 2 วัน คุยความหลังกันตั้งแต่สมัยยังรับราชการตำรวจ และมาผูกพันกันตอนท่านร่วมรัฐบาลปี 2538-2539 แต่เรื่องการเมืองไม่ได้คุย เพราะผมรู้ คนอยู่อย่างนั้นไม่อยากคุยเรื่องการเมือง มันเจ็บปวด ผมเคยลี้ภัยเดนมาร์ค 1 ปี ผมเข้าใจ

O คุณทักษิณเป็นอย่างไรบ้าง

ก็คิดถึงบ้าน อยากกลับ คิดถึงพรรคพวก ที่เลี้ยงผมตอนเย็นน่ะ อาหารไทยทั้ง 2 มื้อ ไม่มีอาหารชาติอื่นเลย คนอยู่ไกลก็อยากกลับบ้าน

O มีคนบอกว่าจริงๆ แล้วไปวางแผนกันว่าจะให้มาเสริมทัพพรรคพลังประชาชน เพื่อทวงอำนาจคืนมา

ถ้าจะวางแผนกันจริงๆ ทำไมต้องวางแผนที่อังกฤษ…ไกลไป ยกหูคุยกันก็ได้ และผมไม่ได้มีความสำคัญขนาดนั้น ผมไม่ได้มีบารมีทางการเมืองขนาดจะไปวางแผนไปช่วงชิงอำนาจกลับมา

แต่มันประหลาดมั้ยล่ะ ก่อนหน้าที่จะมีข่าวอียู (สหภาพยุโรป) ขอเข้ามาสังเกตการณ์การเลือกตั้ง ก็มีการกล่าวหาว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะเตรียมเงินหมื่นล้านมาซื้อประเทศคืน จะมาทุจริตการเลือกตั้ง ก็แสดงว่า พ.ต.ท.ทักษิณ กำลังจะคิดทำผิด กล่าวหาเขาแบบนี้ แต่ 1 สัปดาห์ผ่านไป พออียูจะเข้ามาจริงๆ ก็บอกว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เอาอียูเข้ามา อันนี้ประหลาดมาก ในเมื่อเขาคิดจะทำผิดเขาจะเอาอียูมาจับตัวเองทำไม อันนี้เป็นการให้ข่าวทำลายกันมากเกินไป ผมยังนึกนะว่า เล่นการเมืองกันแนวนี้มันจะเกิดมุมกลับ ไทยรักไทยเดิมจะฟื้น และผมก็มองดูว่ากำลังจะฟื้น

อีกอย่างที่ทำให้ผมมองว่าเขามีโอกาสหวนกลับมา เพราะ 270-280 คนยังเกาะกลุ่มกันอย่างหนาแน่น ในการรณรงค์หาเสียงที่ใช้ระยะเวลาสั้นๆ ผู้แทนเก่าจะได้เปรียบ เพราะรู้จักพื้นที่ รู้จักตัวคน รู้แนวคิดแนวทาง เทียบกับเอาคนใหม่ไปลงมันตามไม่ทัน สมัครต้น พ.ย. เลือกตั้ง 23 ธ.ค. ระยะเวลาไม่ถึง 60 วัน สู้คนเก่าไม่ได้ และถ้า กกต.เข้มงวดกวดขัน คนใหม่ยิ่งแย่ เพราะมัวแต่เงอะงะ งกเงิ่น ไม่เหมือนกับคนเก่าๆ ที่มีแฟนประจำ

พื้นที่ภาคอีสานมีผู้แทนราษฎร 138 คน เขาปิดประตูให้กับบางพรรค ส่วนบางคนที่แยกตัวออกไปจากไทยรักไทย ผมเรียนอย่างนี้ว่าบางคนเป็นปาร์ตี้ลิสต์สอบตกในสมัยอยู่พรรคอื่น พอมารวมกับไทยรักไทยแล้วท่านทักษิณก็ปูนบำเหน็จให้มีตำแหน่งเป็นแม่ทัพนายกอง บางคนก็บอกมีกลุ่มมีก้อน แต่ไม่เคยประสบผลสำเร็จทางการเมือง เมื่อมาอยู่พรรคไทยรักไทยก็ไปซื้อผู้แทนในพรรค เหมือนจับปลาในอ่าง ก็มาเป็นหัวหน้าแก๊งหัวหน้าก๊วน แล้วออกมาแถลงนโยบาย…มันไม่ใช่

ผมอยู่ในสภา ผมเป็นนักอภิปราย หลายคนออกมานอกสภาแล้วแอ็คอาร์ต พูดนั่นพูดนี่ อยู่ในสภาคันศีรษะยังไม่กล้าเกาเลย กลัวประธานชี้ให้พูด แต่คนพวกนี้เติบโตมาได้เพราะคุณทักษิณ

วันนี้ผมถึงบอกว่า บารมีของทักษิณยังล้น ส่วนคดีความก็ว่าไป ที่ผมพูด ไม่ใช่ผมไปเชียร์ไปยกย่องเขา สมัยที่เขามีอำนาจวาสนา ผมก็ไม่ได้ร่วมรัฐบาล แต่ผมวิเคราะห์บนพื้นฐานความเป็นนักการเมือง และพื้นฐานของความเป็นจริง

O แสดงว่าพวกกลุ่มการเมืองที่พยายามรวมตัวกันตั้งพรรค ไม่มีศักยภาพพอที่จะเป็นขั้วที่สาม

ไม่ใช่หรอกฮะ หลังเลือกตั้งก็เป็นเศษๆ ที่ไม่ได้ร่วมรัฐบาล ไอ้พวกที่ประกาศว่าจะจัดตั้งรัฐบาลด้วยตนเอง ให้เตรียมใจเป็นฝ่ายค้านไว้บ้างก็แล้วกัน ผมขอเรียนอย่างนี้ว่าเรื่องตั้งพรรคมันเกิดแน่ ไปจดแจ้งต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองก็เป็นพรรคแล้ว แต่เท่าที่ผมดูมันไม่มีผู้แทน อย่างกลุ่มกรุงเทพ’50 บางคนลงเลือกตั้งได้ 4,800 คะแนน ลูกๆ ผมลงยังได้ 17,000 ยังไม่มั่นใจว่าลงแล้วจะชนะมั้ย เพราะคนกรุงเทพฯเลือกพรรคไปบริหาร ตอนนี้มีหลายกลุ่มออกมาเคลื่อนไหว มานำเสนอตัว แต่เอาเข้าจริงก็ยังพายเรือในอ่าง ยังไม่เห็นอะไรเป็นรูปธรรมเลย

O หากอยู่ในสถานการณ์ที่ไทยรักไทยเดิมได้เปรียบ ทหารจะยอมให้เลือกตั้งหรือ อาจจะมีการเลื่อนเลือกตั้งหรือไม่

ผมยังนึกภาพไม่ออก ถ้าประชาชนเทคะแนนให้อดีตไทยรักไทยเต็มเหนี่ยว ได้เกินครึ่ง จะไปห้ามอย่างไร ปฏิวัติอีกทีหรือ มันไม่ได้หรอก มันไม่ใช่เวลานั้นแล้ว การจะไปเปลี่ยนความคิดประชาชนนั้น คิดได้แต่ทำไม่สำเร็จหรอก เพราะประชาชนเขามีคำตอบอยู่ในใจแล้วว่าเขาจะเลือกพรรคไหน

O ถ้า พล.อ.สนธิ (พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ) ลงมาดูแลเลือกตั้งเอง สถานการณ์จะเปลี่ยนหรือเปล่า

คงไม่ใช่หน้าที่ ท่านทำอะไรไม่ได้หรอก และท่านก็ต้องมีสปิริต จิตวิญญาณ แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่คนจะมองอย่างนั้น ท่านเป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติที่ทำปฏิวัติรัฐบาลไทยรักไทย และวันนี้จะมีการเลือกตั้ง กระแสไทยรักไทยกลับดีขึ้น คนก็เลยคิดว่าท่านสนธิต้องไปขัดขวาง แต่ผมว่าวันเวลามันเปลี่ยนไป ท่านอาจจะคิดหรือไม่ผมไม่ทราบ แต่ถ้าทำ ผมว่าท่านไม่ทำหรอก คนเป็นนายทหารระดับนี้ มีสติปัญญา ผ่านการรบ ผ่านโรงเรียนเสนาธิการ ผ่านวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร เขามีมาสเตอร์ แพลน มีแอคชั่น แพลน เขารู้ เขาไม่ทำหรอก

ที่สำคัญการเลื่อนเลือกตั้งมันทำไม่ได้ ถ้าทำได้ก็ไม่เกิน 13 ม.ค.2551 เพราะบทบัญญัติรัฐธรรมนูญเขียนไว้ ถ้าใครเลื่อนไปเกินกว่านี้ก็ผิดกฎหมาย

O มีคนวิเคราะห์ว่า อย่างไรเสียพรรคพลังประชาชนก็จะไม่มีทางได้เป็นรัฐบาล เพราะจะถูกสกัดทุกวิถีทาง

ก็ถือเป็นการท้าทายไงฮะ ถ้าเขาได้ผู้แทนราษฎรเกินครึ่งหนึ่ง สมมติได้ 250 ทำไมจะจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ และผมยังมองว่า ถ้าพรรคพลังประชาชนชนะ จะชนะเกินครึ่ง ไม่ใช่แบบหายใจรดต้นคอแน่ เพราะเหตุการณ์ที่เกิดกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ถ้อยแถลงต่างๆ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมันเหมือนพายเรือในอ่าง วันหนึ่งก็ท่านทักษิณ คุณหญิงพจมาน อีกวันหนึ่งก็อุ๊งอิ๊ง โอ๊ค เอม มันวนอยู่แค่นั้น พูดกันไม่จบสิ้น ในบ้านเป็นผู้ต้องหาหมด ผมยังสงสัยว่าสุนัขเฝ้าบ้านเป็นผู้ต้องหาด้วยหรือเปล่า

ผมเรียนตรงๆ คตส. (คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ) อย่าโกรธผมเลย ผมฟังข่าวพวกท่านผมยังรำคาญ…รำคาญจริงๆ ก็เงิน 73,000 ล้านที่ไปอายัด พ.ต.ท.ทักษิณ ท่านบอกไม่รู้ได้ทรัพย์มาอย่างไร ทรัพย์ไปอยู่ตรงไหน เขารู้กันทั้งโลกว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ขายหุ้นชินคอร์ปให้เทมาเส็ก เงิน 73,000 ล้านได้มาโดยการขายหุ้น ส่วนเขาจะโอนไปเข้าบัญชีไหนก็เรื่องของเขา เงินของเขา มันเรื่องอะไรของคุณ ถ้าต้นมันถูก ปลายมันไม่ผิดหรอก

แต่กรณีที่บอกว่า พ.ต.ท.ทักษิณ กำลังถูกสอบโครงการต่างๆ ที่ทุจริตเชิงนโยบาย นั่นมันก็ส่วนหนึ่ง แต่มันไม่ใช่เงิน 73,000 ล้าน นี่ท่านพูดจนประชาชนสับสน ถ้าคุณจะอายัดโดยมีเหตุ ก็ไม่ใช่การยึด ต่อไปถ้าสอบสวนว่าเขาผิด ทุจริตเป็นเม็ดเงินเท่าไหร่ ก็ยึดได้เท่านั้น คุณเอาเขาไปหมดได้อย่างไร เขาขายหุ้นได้ แต่ถ้าไม่ปรากฏว่าเขาทุจริต ก็ต้องถอนอายัด

กรรมการบางคนก็ชอบกล้อง ให้สัมภาษณ์อยู่นั่นแหละ นี่จะทำให้คะแนนไทยรักไทยเดิมดีขึ้นนะ บางคนก็ไปพูดให้สับสน ไม่รู้จะด่าอะไรเขา ก็บอกว่าถ้าไปเลือกไทยรักไทยเดิมกลับมา คดีจะเลิกกันหมด คดีมีอยู่คดีเดียว คือทุจริตที่ดินรัชดาฯ ส่วนคดีอื่นท่านยังสอบไม่เสร็จ ซีทีเอ็กซ์ยังแปลภาษาอังกฤษไม่จบ แล้วไปบอกว่าทุจริต มันประหลาด

O กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยประกาศว่า ถ้าพรรคพลังประชาชนชนะเลือกตั้งออกมาจะเคลื่อนไหว

ประชาชนเขาเอาด้วยหรือ เป็นความไม่เข้าท่า ต่อไปพันธมิตรฯก็จะถูกด่าบ้าง คิดได้แต่ทำไม่ได้หรอก