(Photo: ‘‘Thaksin, Where are you?’’ written by Lt Sunisa Lertpakawat, a military-beat reporter for army-run TV Channel 5, is available in bookstores today. The 200-page book provides a glimpse of the lifestyle of ousted prime minister Thaksin Shinawatra in London. PATANAPONG HIRUNARD — Bangkok Post)

เนื้อหาบางส่วนในหนังสือชื่อ ทักษิณ Where are you? จากสำนักพิมพ์นอกโลก ซึ่งเขียนโดย ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต นักข่าวสายทหาร แห่งสถานีโทรทัศน์ช่อง5 ซึ่งบินไปเปิดใจ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ทุกแง่ทุกมุมที่อังกฤษ

ชีวิตในต่างแดน มหาเศรษฐี ‘ทักษิณ’

พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้ชีวิตในลอนดอน ด้วยการอาศัยอยู่ที่ serviced apartment ชื่อดังที่คนดังนิยมไปพัก ที่ต้องมีค่าใช้จ่าย ราว 1.2 พันปอนด์ ต่อสัปดาห์ (8.4 หมื่นบาท) โดยชีวิตแต่ละวัน หมดไปกับการพักผ่อน การเดินห้าง Harrods ไปจิบกาแฟ กินวาฟเฟิล กิน fish&chips การนั่งรถแท็กซี่ไปที่ต่างๆ สลับกับการเดินทางไปต่างประเทศ

“อู้หู หลายตังค์ เดือนหนึ่งก็หลายล้านนะ 2-3 ล้านมั้ง ค่าใช้จ่ายที่นี่สูง เอางี้ดีกว่า เฉพาะค่าใช้จ่ายที่ผมนั่งรถไปมาเนี่ยนะ วันหนึ่งเนี่ย ค่าเติมน้ำมัน 25 ปอนด์ ค่าที่จอดรถ 18 ปอนด์ เป็น 43 ปอนด์แล้วนะ แล้วค่า Congestion Charge ซึ่งเป็นค่าวิ่งเข้าเมืองอีก 8 ปอนด์ รวมเป็น 51 ปอนด์ แล้วค่าประกันภัยอีกวันละ 30 ปอนด์ รวมทั้งหมด 81 ปอนด์ต่อวัน นี่ยังไม่นับค่าสึกหรอ ค่าซ่อมรถ ค่าคนขับรถเลยนะ แค่ค่าใช้รถเนี่ย 81 ปอนด์ คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 5.6 พันบาทต่อวันนะ แล้วนี่เป็นค่าใช้จ่ายของรถแค่คันเดียวนะ”

นอกจากนี้ เขายังซื้อคฤหาสน์เก่า สไตล์อังกฤษ ยุคกลางๆ 2 ชั้น 5 ห้องนอน บนเนื้อที่ 3 ไร่ ย่านนอกเมือง ที่เวย์บริดจ์ กว่า 4 ล้านปอนด์ หรือราคาราว 280 ล้านบาท

“ผมซื้อบ้านอยู่นอกเมือง อยู่ที่เวย์บริดจ์ด้วย เป็นหมู่บ้านจัดสรรเก่าแก่เป็นร้อยปีแล้ว เมื่อก่อนนี้พวกบีทเทิล คลิฟ ริชาร์ด ไดนา รอส ก็อยู่แถวนี้ เจ้าของเดิมเป็นพวกกัปตันอาวุโสของสายการบินที่นี่ เขาเป็นพวกสะสมบ้าน แล้วก็ให้พวกผู้บริหารสถาบันการเงินเช่า ผู้บริหารสถาบันการเงินที่นี่จะชอบอยู่ทางนั้น”

“แพงสิ เพราะที่นี่ถือว่าเป็นหมู่บ้านจัดสรรที่เก่าแก่ ทั้งหมู่บ้าน มีบ้านไม่ถึง 500 หลัง เนื้อที่ทั้งหมู่บ้าน ก็ประมาณ 1 พันเอเคอร์ มีสนามกอล์ฟด้วย บ้านหลังหนึ่งจะมีขนาด 1 เอเคอร์กว่าๆ อย่างบ้านผมนี่ก็ขนาดประมาณ 3 ไร่ ของบ้านเรา เป็นบ้าน 2 ชั้น มี 5 ห้องนอน แล้วก็มีห้องใต้หลังคาด้วย เอามาทำเป็นห้องนอนได้”

ทักษิณยังเล่าถึงเรื่องการตัดผม แรกๆ ก็ลำบาก เพราะต้องให้ช่างตัดผมขาประจำจากเมืองไทยบินมาตัดให้ โดยอาศัยจังหวะที่ พ.ต.ท.ทักษิณ แวะไปฮ่องกงหรือสิงคโปร์ จะใกล้กว่ามาอังกฤษ แต่ต่อมา พ.ต.ท.ทักษิณได้ช่างสเปนคนหนึ่งในร้านโทนี่ แอนด์ กายส์ ที่ลอนดอน เป็นคนตัดให้ เพราะเขาเอาผมทรงที่ช่างไทยตัดให้ไปให้ช่างคนนี้จำ แล้วลองตัดดูทั้งทรงและความยาว เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ กลัวที่สุดคือ กลัวสั้นเกินไป หลังจากที่ลองได้ 2-3 ครั้ง ก็โอเคยิ่งเมื่อช่างสเปนคนนี้มารู้ทีหลังว่า เขาคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ซื้อทีมแมนฯ ซิตี ก็ยิ่งปลื้ม

แม้ค่าใช้จ่ายจะสูงลิ่ว แต่กระนั้น พ.ต.ท.ทักษิณก็ยังใช้จ่ายตามประสาเศรษฐีไฮโซ เพราะเขายังเดินซื้อกระเป๋ายี่ห้อดัง ราคาเรือนหมื่นเรือนแสนให้คุณหญิงพจมาน ชินวัตร และลูกสาวทั้ง 2 คนเป็นประจำ “ทักษิณ” บอกว่า คุณหญิงพจมาน ชอบกระเป๋าแอร์เมสมากที่สุด แต่ที่เขาเคยซื้อให้ก็ราคาอย่างมากก็แสนกว่าบาท ส่วนของลูกจะใช้ยี่ห้อวัยรุ่นขึ้นมานิดหนึ่ง ก็พวกมัลเบอร์รี่ โคลเอ้ บาเลนเชียก้า มิวมิว อะไรแบบนี้

นอกจากนี้ เขายังใช้โทรศัพท์มือถือเยอะมาก คือ 8 เครื่อง 20 ซิม โดยเครื่องหนึ่งใส่หลายซิม รวมทั้งการดื่มไวน์ที่ พ.ต.ท.ทักษิณรู้สึกติดใจจากการไปตระเวนชิมไวน์ตาม cave ต่างๆ ในฝรั่งเศส ที่เจาะภูเขาเก็บไวน์ไว้ในถ้ำ ที่ทำให้เย็นตลอด โดยไม่ต้องใช้ไฟฟ้า

ไม่แค่นั้น พ.ต.ท.ทักษิณยังไปเรียนเล่นกอล์ฟ ถึงไมอามี สหรัฐอเมริกา แต่เขาเรียกว่าไป “เช็กวงสวิง” โดยได้เลือกโรงเรียนที่ดีสุดของ ไมอามี ชื่อ Jim McLean

“ทักษิณ” เขียนหนังสือชีวิตตัวเอง

พ.ต.ท.ทักษิณ บอกว่า ตอนนี้ใช้เวลาว่างในการเขียนบันทึก เขียนหนังสือเรื่องราวชีวิตของตัวเอง และในอนาคต เมื่อถึงเวลาคงจะมีการ ตีพิมพ์ออกมาอย่างแน่นอน เป็นเรื่องราวในชีวิตที่มีสีสันเยอะ ชีวิตเนี่ย ก็นึกไม่ถึงนะว่าชีวิตของคนคนหนึ่งจะมีสีสันเยอะขนาดนี้

แม้ชีวิตจะเต็มไปด้วยหลายสี แต่ พ.ต.ท.ทักษิณก็ระบุว่า “สีที่เขาป้ายให้ก็เยอะ สีที่ เราบรรจงเขียนเองก็เยอะ แต่สีที่เขาป้ายมันหนักกว่า

“ชีวิตมันก็มี Good and Bad ทั้งนั้น ทุกmoment น่าจะหมายถึง ทุกช่วงชีวิต มีทั้งสิ่งที่ดีและไม่ดีเกิดขึ้นสลับกันไป ขนาดอยู่เฉยๆ ยังถูกนำไปโยงกับเรื่องระเบิด เมื่อคืน 31 ธ.ค. 2549 เสียอีก ที่ทำให้เขา ฉุนเฉียว ระเบิดภาคใต้เกิดขึ้นมาเป็นปีๆ ยังจับกันไม่ได้เลย แล้วพอมีระเบิดเกิดขึ้นคืนเดียว กลับมาหาว่าเป็นผม ไม่รู้ว่าคิดได้ยังไง”

ประกาศสู้คดีถูกอายัดทรัพย์

พ.ต.ท.ทักษิณยังระบายความรู้สึกเมื่อถูกอายัดทรัพย์ว่า คตส.เขาไม่มีอำนาจตามกฎหมาย และขั้นตอนที่อายัดมันไม่ใช่ขั้นตอนนี้ แต่ขั้นตอนนี้มันเป็นขั้นตอนการเมือง มันไม่ใช่ขั้นตอนที่ถูกต้องตามกฎหมาย การกระทำครั้งนี้ เป็นการกระทำของคนที่ขาดความเข้าใจเรื่องของโลก เรื่องของความเสียหายที่จะเกิดขึ้น จากการที่ไม่ยึดหลักกฎหมายที่ถูกต้อง

“โอ้โห…แน่นอน ต้องต่อสู้ ต้องฟ้องกันทั้งทางแพ่ง ทางอาญาไปอีกนาน แล้วเมื่อถึงเวลาก็จะเดินทางกลับไปชี้แจงที่ประเทศไทยแน่นอน แต่ยังบอกไม่ได้ว่าเมื่อไหร่”

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า การอายัดทรัพย์เขานั้น มีการตีฆ้องร้องป่าวกันตั้งแต่เช้า คือ พนักงานสอบสวน เขาถือว่าผู้ต้องหาเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่ากระทำความผิด เขาจะต้องให้ความเป็นธรรม

“แต่นี่ พนักงานสอบสวนตีฆ้องร้องป่าวทุกวันนะ มันเป็นการเล่นการเมือง มันไม่ใช่เป็นพนักงานสอบสวน ไม่ใช่พนักงานที่ให้ความยุติธรรมกับคน พนักงานที่ให้ความยุติธรรม เขาไม่มาตีฆ้อง ร้องป่าว เขาจะนิ่ง จะสุขุม จะว่าตามพยานหลักฐาน แต่นี่มันไม่ใช่ เขาเรียกเจ้าพนักงานแก้แค้นทางการเมือง ไม่ใช่พนักงานยุติธรรม”

รู้สึกอย่างไรที่มีคนพูดว่า นี่เป็นเงินที่คุณทักษิณโกงมา

ก็รู้สึกทุเรศ (เขาสวนขึ้นมาทันที และเน้นเสียง) ก็รู้สึกว่าคนที่กล่าวหาเนี่ยผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาถึงทำอะไรอย่างนี้ได้ ซึ่งมันทุเรศมากนะ

ได้ข่าวว่ามันเป็นเงินที่คุณทักษิณใช้เป็นท่อน้ำเลี้ยง

ก็แล้วแต่จะกล่าวหานะ มันกล่าวหาท่อน้ำเลี้ยงตั้งแต่ตอนใหม่ๆ แล้วตั้งแต่ตอนปฏิวัติใหม่ๆ เดี๋ยวก็ท่อ ก็ท่อ ไม่รู้ท่ออะไรของเขา ไม่รู้บิดาใครชื่อท่อก็ไม่รู้

มีข่าวว่ามาตลอดว่าคุณทักษิณสนับสนุนคลื่นใต้น้ำ

รู้อะไรไหม วันนี้เขาก็บอกว่าผมจะถ่ายทอดสดออกไป ก็เต้นกันไปทั้งเมืองเลย การข่าวห่วยไง การข่าวดีจะเป็นยังงี้ได้ยังไง ไม่ต้องอะไร มีอยู่วัน มีคนปล่อยข่าวว่า ผมจะเข้าทางเชียงราย คนอย่างผมจะเดินเข้าเชียงรายทำไม จะเข้าประเทศทำไมไม่เข้าทางสุวรรณภูมิ ทำไมต้องไปเข้าที่เชียงราย เสร็จแล้วส่งทหารไปเป็นกองพันไปยันชายแดน ไม่รู้สิ มันอ่อนเหลือเกินในเรื่องพวกนี้ โห…น่าสงสาร

อัดยุบ ทรท.‘คนไม่ปกติ’ แทรกแซงศาล

แต่เมื่อถูกถามถึงความมั่นใจเกี่ยวกับความยุติธรรมที่จะได้รับจากศาลนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่า “เราก็หวังอย่างยิ่งว่า ศาลจะไม่ถูกแทรกแซง เพราะอย่างเรื่องคดียุบพรรค ตุลาการรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา ก็ถูกแทรกแซง เรียกว่า คนที่มีปัญหาเพียงครึ่งเดียว แข็งครึ่ง อ่อนครึ่ง ก็ยังเข้าใจว่าแทรกแซง

แล้วคิดว่าใครแทรกแซง

ก็มีคนเดียวนี่แหละ ที่ไม่ปกติ

ไม่ปกติยังไง

เป็นคนไม่ปกติมานานแล้ว เราเรียกร้องหาความยุติธรรม

“ความยุติธรรมก็คือว่า ผิดคือผิด ถูกคือถูกไง หลายคนผิดคือถูก หลายคนถูกคือผิด ก็เห็นคำพิพากษาไหมล่ะ พรรคประชาธิปัตย์นี่เป็นพรรคที่ดีเลิศประเสริฐศรี พรรคไทยรักไทยเป็นพรรคที่ชั่วช้าไม่มีเหลือเลย อ่านคำพิพากษาแล้วผมบอกว่า นี่ไม่ต้องเอาคนฟังเลย ให้ใครฟังก็รับไม่ได้นะ ว่าวิธีการมันแย่”

การตัดสินยุบพรรคนั้น มันก็เหมือนกับบอกว่า เอ่อ ประชาชนนะ คราวหน้า ผมจะเอาพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลแล้วล่ะ เพราะฉะนั้น ประชาธิปไตยที่ผมต้องการก็คือว่า ให้เลือกประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล

ระลึกถึง ‘สนธิ’

พ.ต.ท.ทักษิณ แสดงความรู้สึกต่อแกนนำ คมช.หลายคน โดยเริ่มจาก พล.อ.สนธิ บุญย รัตกลิน ผบ.ทบ.และประธาน คมช. โดยเขาเชื่อ พล.อ.สนธิ จะเล่นการเมือง แน่นอน

แล้วคุณทักษิณละคะ เปลี่ยนใจรึยัง ที่บอกว่าจะไม่เล่นการเมือง

ก็คงไม่เล่นนะ ก็ทุกวันนี้เขาถึงขนาดยอมเอาชาติพังทั้งชาตินะ เพราะต้องการขจัดผมออกจากการเมืองอย่างเดียว ถ้าผมขืนอยู่ต่อ ชาติมันจะพังมากกว่านี้ เพราะว่าเขาต้องการขจัดผม โดยที่ไม่คำนึงเลยว่าชาติจะแย่

กรณีที่ พล.อ.สนธิ ให้สัมภาษณ์ว่า ตอนที่ไปพม่ากับ พ.ต.ท.ทักษิณนั้น กลัวจะถูกคุณทักษิณจับตัว จนต้องเอามือจับปืนตลอดเวลานั้น

ปัดโธ่ สร้างนิยาย สร้างนิยาย นิยายเรื่องอะไรก็ไม่รู้

เคยคิดจะทำอย่างนั้นไหม

ผมไม่เห็นจะอะไรเลย ผมไม่ได้ให้ความสำคัญเลย คือ ที่ให้ไปเนี่ย ก็เพราะว่า เออ จะได้ไปรู้จักกับทหารด้วยกัน เพราะว่าเขาเป็นรัฐบาลทหารจะได้รู้จักกัน วันนี้ก็เป็นเพื่อนกันได้ดีแล้วนี่

ส่วนความรู้สึกที่มีต่อ พล.อ.สนธินั้น พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ก็ไม่ได้คิดอะไร ผมเป็นคนที่ชอบมองไปข้างหน้า ผมก็ยังถือว่าเขาเป็นรุ่นพี่ของผมอยู่ เพียงแต่อยากจะบอกเขาว่า ในเมื่อเขาตัดสินใจเข้ามาตรงนี้แล้ว ก็ขอให้ทำให้ดี ทำให้เป็นก็แล้วกัน

พ.ต.ท.ทักษิณ ยอมรับว่า ช่วงแรกๆ หลังการเกิดเหตุการณ์ 19 กันยา ได้เคยโทรศัพท์ไปคุยกับ พล.อ.สนธิ

“ช่วงแรกก็เคย โทร.ไปคุยกันนะ แต่ตอนหลังๆ ไม่ได้คุยแล้ว เพราะผมพยายามคุยกับเขาเรื่องสมานฉันท์ แต่เขาทำเฉยๆ ก็เลย ไม่ได้ โทร.ไปแล้ว”

เพื่อนทหารรุ่น 10 ที่ชื่อ ‘อนุพงษ์’

ส่วนเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 10 ที่เป็นแกนนำ คมช.อย่าง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผช.ผบ.ทบ.และ ผช.เลขาธิการ คมช.นั้น มีปัญหาอะไรกันหรือไม่

“ไปถามเขา ไม่ต้องถามผม” พ.ต.ท.ทักษิณ ตอบห้วนๆ ก่อนจะบอกว่า ตอนเรียนเตรียมทหารก็ไม่ได้สนิทกัน เพราะนักเรียนเตรียมทหารมันมีตั้ง 12 ห้อง ไม่เคยอยู่ห้องเดียวกัน ผมไม่มีปัญหาอะไรกับเขา ผมเป็นคนดูแลเขาด้วยซ้ำ ตอนเขาเป็น ผบ.พล.ร.2 รอ.จะไปเป็น ผบ.พล.1 รอ. เนี่ย ผมเป็นคนขยับเขาไปเป็น ผบ.พล.1 รอ. นะ เพราะว่าถูกไล่ที่ ผบ.พล.ร. 2 รอ. ผมก็เลยคิดว่า เอ๊ะ ถ้าเขาจะออกจาก ผบ.พล.ร.2 รอ. เนี่ย เขาก็ควรจะต้องได้ดีกว่านั้น ก็เลยให้มาอยู่ ผบ.พล.1 รอ.

ที่มา: โพสต์ทูเดย์

“ทักษิณ”อินพ็อคเก็ตบุ๊ก เปิดใจถึง “ป๋า”-เตือน “คมช.”

“มีตุลาการรัฐธรรมนูญบางคนถูกแทรกแซง คนที่แทรกแซงเป็นคนที่มีปัญหาครึ่งเดียว เป็นคนแข็งครึ่ง อ่อนครึ่ง”

หมายเหตุ : คัดมาจากพ็อคเก็ตบุ๊กชื่อ “ทักษิณ : Where are you?” ของ ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต อดีตผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 และนักเขียนอิสระ ที่เดินทางไปสัมภาษณ์พิเศษ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อเดือนมิถุนายน 2550

@ มองการทำงานคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ (คตส.)

มันไม่ได้เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย แต่เป็นขั้นตอนการเมือง การกระทำครั้งนี้เป็นการกระทำของคนที่ขาดความเข้าใจเรื่องโลก มันเป็นเงินของเรา เงินของผมนะ ผมจะไปอะไร จะมายุ่งกับของผมได้ไง ตราบใดที่ผมใช้สิ่งนั้นถูกกฎหมายภายใต้ระเบียบของกระทรวงพาณิชย์ และธนาคารแห่งประเทศไทย คุณยุ่งกับผมไม่ได้ นี่คุณยุ่งกับผมนะ ก็คงต้องต่อสู้ ฟ้องกันทางแพ่ง และทางอาญาอีกต่อไป คนที่ทำคือพนักงานแก้แค้นทางการเมือง ไม่ใช่พนักงานยุติธรรม

ผมไม่ได้มีความขัดแย้งกับคุณกล้านรงค์ จันทิก หรือคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา คตส.เป็นการส่วนตัว แต่มองว่าเป็นบุคคลที่เห็นตรงข้ามกันทางการเมือง แต่เชื่อว่าในที่สุดจะได้รับความยุติธรรมและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าศาลจะไม่ถูกแทรกแซง เพราะในคดียุบพรรคไทยรักไทยที่ผ่านมานั้น มีตุลาการรัฐธรรมนูญบางคนที่ถูกแทรกแซง ซึ่งคนที่แทรกแซงเป็นคนที่มีปัญหาครึ่งเดียว เป็นคนแข็งครึ่ง อ่อนครึ่ง

@ ใครแทรกแซง

ก็มีคนเดียวที่ไม่ปกติ

@ ไม่ปกติอย่างไร

เป็นคนไม่ปกติมานานแล้ว

@ ขอให้เล่าเหตุการณ์วันโดนยึดอำนาจ

เมื่อทราบว่าคณะปฏิวัติยึดสถานีโทรทัศน์ได้ทุกช่อง และได้มีการเข้าเฝ้าฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้ว ก็ถือว่าทุกอย่างจบ และไม่ได้คิดจะสู้เลย หลังจากนั้นก็กลับไปนอนต่อ และหลับสบายด้วยในคืนนั้น การที่ผมสั่งตั้ง บก.ควบคุมสถานการณ์ที่กองบัญชาการทหารสูงสุดก็เป็นช่วงก่อนหน้าซึ่งผมได้ประกาศภาวะฉุกเฉินไปก่อน แต่หลังจากนั้นเมื่อเข้าเฝ้าฯทุกอย่างก็จบ ก็ยุติ ส่วนข่าวที่ว่าส่งกำลังไปบล็อค พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ที่บ้านพักนั้น ก็ไม่จริง และไม่ได้สั่งเลย

@ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร เข้าไปพบ พล.อ.เปรม ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ หลังจากมีการยึดอำนาจใหม่ๆ ได้พูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไร

ก็คงต้องถาม พูดให้เคลียร์ให้แจ่มแจ้ง เพราะป๋าคือ super power อย่างไรก็ดี เนื้อหาการสนทนาก็เป็นเพียงการสอบถามสารทุกข์สุกดิบกันเท่านั้น

@ กับข้อกล่าวหาต่อท่อน้ำเลี้ยงต่อต้านคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.)

รู้สึกทุเรศที่มีคนมาพูดว่าเงินและทรัพย์สินที่มีอยู่ได้จากการโกงมา หรือแม้กระทั่งบอกว่าใช้เงินเพื่อไปต่อท่อน้ำเลี้ยงในการต่อต้าน คมช.นั้นก็เป็นเรื่องที่คนกล่าวหากันไป หรือแม้กระทั่งเว็บไซต์ “ไฮ-ทักษิณ” ก็เป็นคนที่ชอบและสนับสนุนผมทำขึ้นมา จะมีบางครั้งเท่านั้นที่มีการติดต่อผ่าน ส.ส.หรือสื่อมวลชนที่สนิทเพื่อขอให้ผมถ่ายคลิปไปลง ซึ่งก็ทำให้แค่นั้น

กล่าวหาผมตั้งแต่ปฏิวัติใหม่ๆ แล้ว เดี๋ยวก็ท่อนั้น ท่อนี้ ไม่รู้ท่ออะไรของเขา ไม่รู้บิดาใครชื่อท่อ

สำหรับเงินที่ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม “พีทีวี” ใช้ไม่ใช่เงินของเขา กลุ่มแกนนำเขาจะใช้เงินกี่ตังค์กันเชียว พวกนี้เขาก็มีเงิน พวกนั้นพยายามหาเรื่องว่าเงินหายไป 2 หมื่นล้านเพราะเอาไปใช้อย่างนี้ ปัดโธ่…เงินตรงนี้ หมื่นล้านอยู่เมืองไทย เอาไปลงทุนในบริษัท ลงทุนในหุ้น ซื้อที่ดิน ใครจะมาเก็บเงินสดเอาไว้ อีกส่วนก็ลงทุนในอังกฤษ ก็ขออนุญาตแบงก์ชาติถูกต้อง

@ มีข่าว พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) ประธาน คมช.จะเล่นการเมืองหลังจากเกษียณอายุราชการ

แน่นอน ลองดูต่อไปซิ แต่ผมไม่ได้คิดอะไรกับ พล.อ.สนธิเลย ชอบมองไปข้างหน้า ตอนหลังปฏิวัติใหม่ๆ ก็โทรศัพท์มาคุยกับเขานะ ตอนหลังไม่ได้คุยแล้ว เพราะผมพยายามคุยกับเขาเรื่องสมานฉันท์ แต่เขาเฉยๆ ก็เลยไม่ได้โทร.ไป แต่ผมยังถือว่าเขาเป็นรุ่นพี่ของผม เพียงแต่อยากบอกเขาว่าในเมื่อเขาตัดสินใจเข้ามาตรงนี้แล้วก็ขอทำให้ดี ทำให้เป็นเท่านั้นเอง

อยากเล่าถึงการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารก่อนการยึดอำนาจ ในบัญชีรายชื่อโยกย้ายมีการร้องเรียนเข้ามามาก จึงขอกลับมาดูข้อเท็จจริงก่อนขึ้นทูลเกล้าฯ และยืนยันว่า ไม่มีการเปลี่ยน ผบ.ทบ. พล.อ.สนธิ ยังอยู่ที่เดิม พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เป็น ผบ.สส. และ พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช เป็นปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งเสนอมาอย่างไรก็ทูลเกล้าฯไปตามนั้น ไม่ได้คิดจะขยับรุ่นน้องไปข้ามหัวรุ่นพี่

@ ความสัมพันธ์กับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผช.ผบ.ทบ. ผู้ช่วยเลขาธิการ คมช. เพื่อนเตรียมทหารรุ่น 10 เป็นอย่างไร

ไม่ได้มีอะไรกัน และไม่ได้สนิทมาก เรียนกันคนละห้อง ผมเป็นคนดูแลเขาด้วยซ้ำ ตอนที่เขาเป็น ผบ.พล.ร.2 รอ.ขยับไปเป็น ผบ.พล.1 รอ. ผมเป็นคนขยับให้เขาเป็น ผบ.พล.1 รอ.เพราะโดนไล่ที่ พล.2 รอ. ผมเลยเสนอว่า ถ้าขยับจาก พล.2 รอ. ควรจะต้องดีกว่านี้ สำหรับ พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ผช.ผบ.ทบ.จำได้ว่าโผที่เสนอมาขึ้นมาเป็น พล.อ.ประจำ แต่ก่อนหน้านี้ โผโยกย้ายครั้งก่อน เคยเสนอให้เป็นแม่ทัพภาคที่ 4

ผมไม่ได้รู้จักกับ พล.อ.สพรั่งเป็นการส่วนตัว จะว่าไปผมก็ชื่นชมเขาด้วยซ้ำ ยังเคยให้เขาเป็นแม่ทัพภาคที่ 4 เลย เพราะเห็นว่าเป็นนักรบ บู๊ดี แต่ตอนนั้นมีคนในกองทัพเบรกไว้ สพรั่งก็เลยไม่ได้

ผมเองคงไม่สามารถยืนยันได้ว่า จะมีการปฏิวัติเกิดขึ้นในประเทศไทยอีกหรือไม่ เพราะตอนนี้มันศตวรรษที่ 21 ใครจะเชื่อว่าประเทศไทยซึ่งศิวิไลซ์มันยังเกิด แต่มันจะเป็นชนักติดหลังประเทศยาวไปเลย ผู้นำคนต่อไปจะไปพูดเชิญชวนให้มาลงทุนก็หนักใจ เดี๋ยวจะถูกเหน็บกลับว่าคุณจะได้กลับบ้านเมืองทักษิณหรือเปล่า

สำหรับรัฐบาลของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์นั้น วันนี้ถือว่าเป็นเผด็จการ ลองไปประเทศในยุโรป จะมีใครรับบ้าง เขาถือเรื่องประชาธิปไตย ในประเทศต่างๆ ของสหภาพยุโรปมีระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ ตอนนี้รัฐมนตรีของเราไปพบรัฐมนตรีของเขา ทางเขาก็ไม่ให้พบ

ผมเองคงไม่เล่นการเมืองแล้ว เพราะทุกวันนี้ขนาดยอมให้ชาติพังทั้งชาติ เพราะต้องการขจัดผมออกจากการเมืองอย่างเดียว โดยไม่คำนึงว่าชาติจะแย่ ถ้าขืนผมอยู่ต่อชาติก็จะพังแน่ เขาบอกว่าไม่ได้มองย้อนไปในชีวิตของการเป็นนักการเมือง เพราะได้แต่มองไปข้างหน้า พอมองข้างหน้าถึงบอกว่าไม่เอาอีกแล้ว ภรรยา บุตรชาย และบุตรสาวก็ไม่ต้องการให้เล่น ถึงขนาดที่ภรรยาขู่ว่าหากเล่นการเมืองก็จะหย่า

แต่อย่าต้อนให้ผมเข้ามุมสิ หมาจนตรอกมันยังสู้เลย ถ้าไม่กลั่นแกล้งกัน เราก็เลิก ก็ไปพักผ่อน ใช้ชีวิตแบบเป็นปกติ ถ้ากลั่นแกล้งทางการเมืองก็ต้องต่อสู้กันทางการเมือง

@ เคยมีข่าวว่าคุณหญิงพจมานจะมาดูแลพรรคไทยรักไทยแทน

ความจริงคุณหญิงไม่ชอบการเมือง ยกเว้นต้องบังคับเพราะถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง ส่วนคุณบุญคลี ปลั่งศิริ อดีตประธานชินคอร์ปฯ ถือเป็นคนที่มีฝีมือเป็นมืออาชีพ แต่ไม่ชอบการเมือง เช่นเดียวกับ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ก็ไม่ชอบ แต่ผมบังคับให้มาเล่น

@ มองอย่างไรกรณี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อาจตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาใหม่

ท่านยังแอคทีฟทางการเมืองอยู่ ก็เป็นไปได้ที่ท่านอาจจะตั้งพรรคการเมืองของท่าน แต่ผมคงไม่ไปสนับสนุน ส่วนในแง่การบริจาคเงินก็มีกฎหมายอยู่ มันเป็นเรื่องทางการอยู่แล้ว

@ รู้สึกว่าเป็นห่วงครอบครัวมาก

เชื่อเถอะ ผมผ่านชีวิตมาหมดทุกอย่าง ในที่สุดความสุขที่แท้จริงอยู่ที่บ้าน ทุกอย่างมันเป็นสมมุติทั้งนั้น ของปลอมทั้งนั้น อำนาจ วาสนา เงินทองมันเป็นสิ่งที่เมื่อถึงจุดหนึ่งมันก็ธรรมดา

@ รู้สึกอย่างไรที่เห็นภรรยา และลูกต้องขึ้นศาล

ก็ต้องท่องโคลงศรีปราชญ์

@ อนาคตทางการเมืองต่อไป

ไม่เอาแล้วท่องเที่ยวดีกว่า และอยากจะกลับไปสอนหนังสือ ผมจะกลับเมืองไทยเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ไม่อยากให้วุ่นวาย ไม่อยากให้เขาทะเลาะกันเพราะผม ทั้งนี้ ผมเกิดที่ไทยก็ต้องตายที่ไทย

ชีวิต”คนจน”ในต่างแดน

ในบทส่งท้ายของพ็อคเก็ตบุ๊ค ผู้เขียนบรรยายวิถีชีวิตของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเอาไว้โดยเคร่าๆ สรุปว่า

ตลอด 1 เดือนหลังจากเกิดเหตุการณ์รัฐประหาร พ.ต.ท.ทักษิณ จะใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยพักอาศัยอยู่ที่ “เซอร์วิส อพาร์ตเม้นท์” ใจกลางเมืองลอนดอน และบ้านพักนอกเมืองย่าน “เวย์บริดจ์” มูลค่าราว 280 ล้านบาท

นอกจากนั้น ยังไปท่องเที่ยวที่ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น จีน ฮ่องกง และมัลดีฟ ใช้เวลาในต่างแดนในการตีกอล์ฟ ดำน้ำ ช็อปปิ้ง ร้องคาราโอเกะ กับ “ลิเดีย” ศรัณญ์รัชต์ วิสุทธิธาดา นักร้องค่ายอาร์เอส เพื่อนใหม่ต่างวัย และครอบครัวของเธอ ซึ่งสนิทสนมกับเขา เช่นเดียวกับใหม่ เจริญปุระ ดารานักร้องชื่อดัง ที่แวะไปเยี่ยม สืบเนื่องมาจากเขารู้จักกับ รุจน์ รณภพ ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง บิดาของใหม่ ตั้งแต่ทำธุรกิจหนัง

นักร้องทั้งคู่จะร่วมร้องเพลงในงานเปิดสโมสรแมนฯซิตี้ ซึ่งเขาเป็นเจ้าของในวันที่ 4 สิงหาคมนี้ด้วย

ที่มา: มติชน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง