1 สิงหาคม พ.ศ. 2550 00:01:00

๐ ชำนาญ จันทร์เรือง

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : เมื่อเช้าวันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสฟังรายการ “เปิดบ้านพิษณุโลก” ของนายกฯ สุรยุทธ์ ที่ถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศ แต่เมื่อฟังถึงตอนที่ผู้ดำเนินรายการในวันนั้นแสดงความไม่เห็นด้วยต่อประเด็นที่ฝ่ายต่อต้านการรับร่างรัฐธรรมนูญจุดขึ้นมาว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้มาจากตัวแทนประชาชน แต่มาจากการปฏิวัติ ตน (ผู้ดำเนินรายการ) คิดว่ารัฐธรรมนูญฉบับแรกของสหรัฐอเมริกาก็มาจากการปฏิวัติหรือฝรั่งเศสเองก็เช่นกัน และย้ำว่ารัฐธรรมนูญประเทศไหนๆ ก็มาจากการปฏิวัติทั้งนั้น โดยนายกฯ สุรยุทธ์ได้กล่าวเห็นด้วยพร้อมกับเสริมว่า แม้กระทั่งของอังกฤษก็เหมือนกัน

ผมฟังการให้ข้อมูลประชาชนเช่นว่านี้ด้วยความไม่สบายใจ เพราะเป็นการให้ข้อมูลที่ออกอากาศไปทั่วประเทศ และที่สำคัญก็คือ ผู้พูดเป็นถึงนายกรัฐมนตรี ผู้ฟังย่อมที่คล้อยตามได้ง่ายอยู่แล้ว หากผู้ฟังไม่ได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนแท้จริง ก็อาจสร้างความเข้าใจผิดเกี่ยวกับคำกล่าวที่ว่า “รัฐธรรมนูญประเทศไหนๆ ก็มาจากการปฏิวัติทั้งนั้น” เสียเป็นแน่

ก่อนที่ผมจะแสดงความเห็นแย้งต่อคำกล่าวดังกล่าว ก็อยากจะให้ข้อมูลถึงความหมาย ความสำคัญ ประเภทและที่มาของรัฐธรรมนูญก่อนว่าเป็นอย่างไร

ความหมายและความสำคัญ

รัฐธรรมนูญคือกฎหมายสูงสุด (supreme law) โดยรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายที่วางกฎเกณฑ์เกี่ยวกับรูปแบบโครงสร้างการเมืองการปกครองของรัฐ และวางพื้นฐานของอำนาจของรัฐที่มีเหนือปัจเจกบุคคล กฎหมายใดๆ ก็ตามจะต้องไม่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ กฎหมายใดที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ ย่อมเป็นอันใช้บังคับไม่ได้

การแบ่งประเภทของรัฐธรรมนูญ

เราสามารถแบ่งประเภทของรัฐธรรมนูญออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ

1) รัฐธรรมนูญแบบจารีตประเพณี (unwritten constitution) รัฐธรรมนูญแบบจารีตประเพณีนี้มีที่มาจากอังกฤษ ซึ่งถือว่าเก่าแก่กว่ารัฐธรรมนูญแบบลายลักษณ์อักษร รัฐธรรมนูญแบบนี้ประกอบด้วย กฎหมายที่ได้ตราออกมา , คำพิพากษาของศาลที่ได้รับการยอมรับจนกลายเป็นบรรทัดฐานในรัฐธรรมนูญ , จารีตประเพณีที่สืบกันมา เช่น พรรคการเมืองที่มีชื่อเสียงข้างมากในสภาเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล ฯลฯ หรือธรรมเนียมปฏิบัติของรัฐธรรมนูญ เช่น ธรรมเนียมเกี่ยวกับการใช้อำนาจของพระมหากษัตริย์ ฯลฯ

ถึงแม้ว่ารัฐธรรมนูญของอังกฤษจะเป็นจารีตประเพณี แต่ก็มีเอกสารที่เป็นลายลักษณ์อักษรเพิ่มเติมเข้าไปในรัฐธรรมนูญด้วยเช่นกัน

2) รัฐธรรมนูญแบบลายลักษณ์อักษร (written constitution) รัฐธรรมนูญแบบลายลักษณ์อักษรนี้มีในสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศแรก ส่วนใหญ่ประเทศต่างๆ ในโลกจะใช้รัฐธรรมนูญในลักษณะนี้ โดยเฉพาะประเทศที่เพิ่งได้รับเอกราช หรือเพิ่งเปลี่ยนแปลงการปกครอง ทั้งนี้ เพราะไม่สามารถมีจารีตประเพณีที่จะกลายเป็นรัฐธรรมนูญได้ จึงต้องมีการเขียนรัฐธรรมนูญเป็นลายลักษณ์อักษรขึ้นมาใหม่

ถึงแม้ว่าจะมีการแบ่งรัฐธรรมนูญออกเป็น 2 ประเภท แต่ประเทศต่างๆ ในโลก ก็มีลักษณะของรัฐธรรมนูญลายลักษณ์อักษรและจารีตประเพณีผสมผสานกันอยู่ โดยสัดส่วนของรัฐธรรมนูญว่าจะเป็นลายลักษณ์อักษรหรือจารีตประเพณีมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละประเทศ

ที่มาของรัฐธรรมนูญ

1) โดยวิวัฒนาการ รัฐธรรมนูญของอังกฤษ เป็นแบบอย่างของรัฐธรรมนูญที่มาจากการวิวัฒนาการ โดยเป็นการต่อสู้ระหว่างอำนาจของประชาชนกับอำนาจของกษัตริย์ โดยเริ่มที่กฎบัตรแม็กนาคาตา ซึ่งมีเนื้อหาว่ากษัตริย์จะเก็บภาษีได้ก็ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาเท่านั้น หลังจากนั้น ได้มีการต่อสู้เพื่อพัฒนารัฐธรรมนูญเพื่อประชาชนในอังกฤษมาอีกกว่าร้อยปี จนกระทั่งได้รัฐธรรมนูญที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน

2) โดยการปฏิวัติหรือรัฐประหาร ในบางประเทศ ประชาชนไม่สามารถค่อยๆ ต่อสู้เพื่อเรียกร้องรัฐธรรมนูญจากกษัตริย์ได้ จึงต้องมีการใช้ความรุนแรง ทั้งนี้ เพื่อเรียกร้องให้เกิดระบอบการปกครองแบบกษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ดังเช่น การเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของไทยโดยคณะราษฎร เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475 เป็นต้น แต่ในบางกรณีผลกระทบอาจจะรุนแรงถึงขั้นปฏิเสธสถาบันกษัตริย์ไปเลย ดังเช่น การปฏิวัติฝรั่งเศส ค.ศ.1789 เป็นต้น

3) ประมุขของรัฐเป็นผู้มอบให้ ในบางกรณีประมุขของรัฐเป็นผู้มอบรัฐธรรมนูญให้เอง เช่น อดีตสมเด็จพระราชาธิบดี แห่งภูฏาน เป็นต้น

4) โดยการมีรัฐหรือประเทศใหม่ เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งหลังจากกลายเป็นประเทศใหม่หลุดพ้นจากการเป็นอาณานิคมของอังกฤษแล้ว ได้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญของตัวเอง หรือประเทศที่เคยตกเป็นอาณานิคมอื่นๆ อาทิเช่น อินเดีย มาเลเซีย ฯลฯ

5) โดยประเทศผู้ยึดครองเป็นผู้มอบให้ เช่น ประเทศญี่ปุ่น โดยสหรัฐอเมริกาที่ชนะสงครามโลกครั้งที่ 2 ต่อญี่ปุ่น เป็นผู้มอบรัฐธรรมนูญให้ ซึ่งจำกัดอำนาจทางการทหารของญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก

จึงจะเห็นได้ว่า รัฐธรรมนูญที่มีผลมาจากการปฏิวัติรัฐประหารที่กล่าวอ้างนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นการปฏิวัติรัฐประหารการปกครองต่อระบอบเผด็จการ ต่อระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ หรือต่อระบอบการปกครองของเจ้าอาณานิคม เพื่อนำไปสู่ระบอบประชาธิปไตย มิใช่การปฏิวัติรัฐประหารโค่นล้มระบอบประชาธิปไตยที่ทำให้การปฏิรูปการเมืองสะดุดหยุดลง และนำประเทศย้อนยุคไปยิ่งกว่าอดีตกาล ดังเช่นการรัฐประหาร 19 กันยาของไทยเรา

ฉะนั้นการที่กล่าวว่า “รัฐธรรมนูญประเทศไหนๆ ก็มาจากการปฏิวัติทั้งนั้น” จึงเป็นการให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง เพราะเป็นการให้ข้อมูลเพียงเสี้ยวเดียวเท่านั้น

อยากให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ ก็รณรงค์ไปว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ดีกว่าฉบับเก่าอย่างไร มีความเป็นมาเป็นไปอย่างไร หากรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญจะมีผลตามมาเช่นไรก็ว่ากันไป ไม่ใช่ไปกล่าวหาผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ โดยวิธีการให้ข้อมูลที่บิดเบี้ยวเช่นนี้