“รอยเตอร์” ตีแผ่ความเลวร้ายยุคประชาธิปไตยปลายกระบอกปืน เชื่อมีการบล็อกโหวตประชามติร่างรัฐธรรมนูญปี 50 ปูดแผนชั่ว “ลิ่วล้อขันทีเฒ่า” จูงจมูกสภาตรายาง-ปัดฝุ่นเครื่องมือสืบทอดอำนาจรัฐทหาร ด้านนักวิเคราะห์การเมืองชี้หลังการเลือกตั้ง “ระบอบประชาธิปไตยแบบควบคุมได้” จะเริ่มแตกหน่อ! ย้ำประเทศไทยต้องอยู่ภายใต้การชี้นำโดยกองทัพ-อมาตยธิปไตยกุมอำนาจเบ็ดเสร็จ

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านการเมืองในประเทศไทย ว่า ร่างรัฐธรรมนูญภายหลังการรัฐประหารมีแนวโน้มว่าจะผ่านการลงประชามติในเดือนหน้าแม้ว่านักวิชาการ และบรรดาผู้สนับสนุนพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เตรียมคว่ำร่างดังกล่าว

การประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งถือเป็นฉบับที่ 18 ในรอบ 75 ปีของระบอบประชาธิปไตยที่ลุ่มๆดอนๆ ของไทยจะนำไปสู่การเลือกตั้งในช่วงเดือนธันวาคมนี้ และนำประเทศกลับสู่ระบอบประชาธิปไตยตามที่กองทัพได้ให้คำมั่นสัญญาเอาไว้ภายหลังเหตุการณ์รัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลของพ.ต.ท.ทักษิณในเดือนกันยายนปีที่แล้ว

อย่างไรก็ดี รัฐธรรมนูญใหม่จะก่อให้เกิดความยุ่งยากตามมา

ทั้งนี้ นักการเมือง และนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ต่างเห็นพ้องตรงกันว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นสัญญาณที่ชี้ให้เห็นถึงการสิ้นสุดของรัฐบาลที่แข็งแกร่ง และรัฐบาลพรรคเดียว และจะต้องหวนกลับไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลผสมที่เต็มไปด้วยปัญหาดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นในช่วงทศวรรษ 1990 ที่ผ่านมา

นักวิจารณ์หลายคนกล่าวแสดงความเห็นว่า นักการเมืองยังต้องได้รับผลกระทบจากอำนาจของศาลและข้าราชการ ประจำที่เพิ่มขึ้น ดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นระหว่าง “ระบอบประชาธิปไตยแบบควบคุมได้ในช่วงทศวรรษ 1980 ที่ผ่านมา ซึ่งตอนนั้นตกอยู่ภายใต้การควบคุมของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตผู้บัญชาการทหารบก และปัจจุบันเป็นประธานองค์มนตรี ซึ่งถูกมองว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายนปีที่แล้ว

ยังมีตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนอีกอย่างหนึ่งก็คือ วุฒิสภา ซึ่งก่อนหน้านี้ได้รับการเลือกตั้งมาทั้งหมด แต่ขณะนี้จะมีจำนวนครึ่งหนึ่งที่ได้รับการแต่งตั้งจากคณะข้าราชการ และผู้พิพากษา และจะมีอำนาจในการขับนายกรัฐมนตรีด้วยคะแนนเสียง 2 ใน 3

หลายคนเชื่อว่า บรรดานายพลที่ขับไล่อดีตนายกฯทักษิณจะยังคงมีอำนาจ และสืบทอดอำนาจภายหลังจากการเลือกตั้งเพื่อให้มั่นใจว่า อดีตนายกฯทักษิณจะไม่สามารถกลับเข้าสู่การเมือง และมาคิดบัญชีได้

“ถึงตอนนี้ มีความชัดเจนแล้วว่า ถ้าหากการลงประชามติผ่าน และร่างรัฐธรรมนูญผ่านเป็นกฏหมายแล้ว สิ่งนี้จะนำให้ประเทศไทยกลับสู่ภายใต้รูปแบบการบริหารของรัฐบาลแบบอมาตยธิปไตย และอยู่ภายใต้การชี้นำของกองทัพ” the Asian Human Rights Commission ซึ่งเป็นกลุ่มสิทธิมนุษยชนที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในฮ่องกงกล่าวแสดงความเห็น

อย่างไรก็ตาม เมื่อมองภาพการเมืองในระยะยาวแล้ว ภาพรวมอย่างปัจจุบันภายหลังการเลือกตั้งตามที่กำหนดเอาไว้ในเดือนธันวาคมยังคงยุ่งเหยิงวุ่นวายอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภายหลังจากที่คณะตุลาการรัฐธรรมนูญได้ตัดสินเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาโดยยุบพรรคไทยรักไทย และตัดสิทธิ์ทางการเมืองกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยจำนวน 111 คนเป็นเวลานาน 5 ปี

สมาชิกอาวุโสคนหนึ่งของพรรคการเมืองขนาดเล็กพรรคหนึ่งที่ไม่ได้ถูกยุบพรรคกล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็น” การต่อสู้ระหว่างตัวแทน หรือนอมินี” ของนักการเมืองที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง โดยนักการเมืองเหล่านี้จะส่งคู่สมรสของตัวเอง ญาติ หรือลูก ๆ เพื่อลงสนามการเลือกตั้งแทนตัวเอง

ด้านนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รองหัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวว่า พรรคการเมืองต่างๆจะยังคงเผชิญปัญหา และอุปสรรคหลายอย่างในเดือนธันวาคมนี้ เนื่องจากยอมรับว่า รัฐบาลชุดหน้าจะเป็น “สะพานข้ามเพียงแค่ชั่วคราว” เท่านั้น

นายวีระศักดิ์กล่าวต่อว่า วาระหลักสำหรับรัฐบาลชุดหน้าดูเหมือนจะอยู่ที่การปฏิรูปรัฐธรรมนูญ ซึ่งร่างขึ้นโดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือสสร.ที่ได้รับการแต่งตั้งโดยกองทัพภายหลังรัฐประหาร ขณะที่กระบวนการดังกล่าวอาจใช้เวลายาวนานถึง 2 ปี

“จะมีพรรคการเมืองหลายพรรคในรัฐบาลผสม และมีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่แต่ละพรรคต่างมีความปรารถนาร่วมกัน นั่นก็คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ” นายวีระศักดิ์กล่าว

พีทีวีนิวส์
30 กรกฏาคม 2550

Thailand looks set for “managed democracy”
By Nopporn Wong-Anan | July 29, 2007

BANGKOK (Reuters) – Post-coup Thailand’s draft constitution looks set to pass a referendum next month, despite efforts by some academics and supporters of ousted Prime Minister Thaksin Shinawatra to derail it.

Passage of the charter, the 18th in 75 years of on-off democracy, should then lead to elections in December and the return of democracy as promised by the army when it launched its coup against Thaksin in September last year.

What sort of democracy the new constitution creates remains to be seen.

Most politicians and analysts agree that it signals the end of strong, single-party government, and will instead usher in a return to the constantly collapsing coalitions that typified the 1990s.

Critics say politicians will also be suborned by the increased power of judges and bureaucrats, such as happened during the “managed democracy” of the 1980s under army chief Prem Tinsulanonda, now the king’s chief adviser and seen by the Thaksin camp as masterminding the September 19 coup.

For example, the Senate, which was previously fully elected, will instead have half its members appointed by a panel of bureaucrats and judges and will have the power to impeach the Prime Minister with a majority of two-thirds.

Many believe the generals who ousted Thaksin will, in some form or another, also remain in the fray well after the elections to ensure the exiled billionaire does not try to make a comeback.

“It is by now clear that if the referendum is passed and the bogus draft constitution brought into law, it will return Thailand to a 1980s model of elite-bureaucratic government under military guidance,” the Asian Human Rights Commission, a Hong-Kong based rights group, said.

MESSY OUTLOOK

Whatever the long-term political landscape, the immediate outlook after December’s scheduled poll is messy, especially after May’s dissolution of Thaksin’s Thai Rak Thai party and the barring of 111 of its executives from running for office for five years.

A senior member of a small party that was not disbanded said the election would be a “battle of nominees” in which suspended politicians sent their spouses, siblings or children to run on their behalf.

Weerasak Kowsurat, a deputy leader of the mid-sized Chart Thai party, said parties would keep their powder dry in December in the knowledge that the next parliament would be merely a “temporary bridge.”

The main agenda for the next government was likely to be reform of the charter, which was drawn up in haste by an army-appointed panel after the coup, a process that could take as long as two years, Weerasak said.

“There will be several bickering parties in a coalition with the only thing holding them together being their desire to amend the constitution,” Weerasak said.