เราคือหนึ่งในผู้ที่อยู่ในกลุ่มประชาชนที่ชุมนุมขับไล่พลเอกเปรมที่หน้าบ้านสี่เสาขณะที่กำลังตำรวจเข้าสลายการชุมนุมเมื่อตอนหัวค่ำที่ผ่านมา

ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมต่างนั่งฟังการปราศรัยของแกนนำอยู่บริเวณถนนหน้าบ้านสี่เสาซึ่งแกนนำประกาศว่าจะอยู่ชุมนุมยืดเยื้อไม่กลับจนกว่าพลเอกเปรมจะลาออก ขณะที่ณัฐวุฒิกำลังขึ้นปราศรัยและประกาศต่อกลุ่มผู้ชุมนุมว่าได้รับการรายงานว่าจะมีการใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมและจับตัวแกนนำทั้ง 8 คน ชั่วประเดี๋ยวเดียวมองไปเห็นมีการชุลมุนที่รถปราศรัย ประชาชนเริ่มฮือลุกขึ้น(ผู้ชุมนุมมีทั้งหญิงและชายเยอะมาก) เรานั่งอยู่ฝั่งด้านหน้าร้านค้าและบ้านคนตรงข้ามกับบ้านสี่เสา

เรากับคนรอบข้างก็ลุกขึ้นดูเหตุการณ์จึงเห็นกำลังตำรวจลุยโอบเข้ามาทางด้านหัวถนนที่ใกล้หอสมุดและกำลังตำรวจฝั่งตรงข้ามที่ตรึงกำลังทางฝั่งบ้านพลเอกเปรม ตอนนั้นชุลมุนมากประชาชนที่อยู่ถนนเลนกลางใช้ตัวและมือดันตำรวจ ตอนนั้นเราเริ่มหายใจไม่ออกคิดว่ามีการใช้ “แก๊สน้ำตา” หรือ “พริกไทย” แน่นอน ประชาชนบางส่วนที่มีมือเปล่าเริ่มถอยร่นกำลังตำรวจก็ยังลุยเข้าอีกกลุ่มผู้ชุมนุมที่แข็งแรงพยายามดันกับตำรวจ บางส่วนเริ่มถอยร่นมาทางเทเวศน์แต่ไม่ได้หนีไปไหนยังจับกลุ่มกันอยู่ที่จะรวมตัวกันอีกรอบ

ช่วงการเข้าสลายการชุมนุมตำรวจพยายามจะปีนขึ้นไปบนรถปราศรัยเพื่อจับตัวแกนนำ ตอนนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมที่อยู่รอบรถเยอะมากคงช่วยกันไม่ให้ตำรวจจับตัวแกนนำได้ ตอนนั้นชุลมุนมากตอนนั้นได้เห็นหัวใจของการต่อสู้เผด็จการณ์ของผู้ชุมนุมและแกนนำที่มีหัวใจของการต่อสู้ไม่ยอมแพ้

เรานั่งตุ๊กตุ๊กมาบางลำพูเพื่อหาร้านอินเตอร์เนต (Internet Cafe) เพื่อรายงานให้เพื่อน ๆ รู้จากเหตุการณ์จริง เดี๋ยวจะกลับไปร่วมชุมนุมต่อไปร่วมกับเพื่อน ๆ ที่ต่อสู้อีก วันนี้ไม่กลับบ้าน

ขอยืนยันมีผู้ได้รับบาดเจ็บ

อยากจะบอกว่าผู้ชุมนุมมีหัวใจที่กล้าหาญและยึดมั่นต่ออุดมการณ์จริงทั้งหญิงและชายบางส่วนมีอายุด้วยแต่เขาไม่กลัว

ตอนนี้ห้าทุ่มเดี๋ยวจะกลับไปเทเวศร์อีก

รายงานจากคุณ bananapony ห้องราชดำเนิน

ตัวเองอยู่บ้านนอกและอายุมากแล้วแต่ก็ติดตามเหตุการณ์อย่างใกล้ชิดโดยมีคนที่อยู่ในเหตุการณ์โทร.มารายงานข่าวตลอดเวลาเรื่องตำรวจใช้กระบองและสเปรย์หรือแก๊สน้ำตานั้นมีจริงและยังปรากฏมี “กลุ่มคนนอกเครื่องแบบ” ถูกส่งออกมาจากประตูสถานที่ทำการของทหาร ที่อยู่ใกล้เคียงบริเวณนั้นเข้าล้อมกลุ่มผู้ชุมนุมไว้ด้วย

ได้ยินเสียงแกนนำคอยเตือนผู้ชุมนุมให้ “ถอยออกมาๆๆ” อยู่ตลอดเวลา ไม่ได้มีการยั่วยุให้เกิดความรุนแรงแต่เหตุการณ์และสภาพของทั้งฝ่ายเจ้าหน้าที่และผู้ชุมนุมที่อยู่ในสถานะการณ์นั้นถูกกดดันมากทำให้มีการกระทบกระทั่งกันจนควบคุมไม่ได้

เมื่อทางแกนนำเห็นว่าสถานะการณ์ตึงเครียดถึงจุดอันตรายจึงตัดสินใจถอยกลับมาที่สนามหลวงเพราะไม่ต้องการให้เกิดการเสียเลือดเนื้อเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้ว ไม่ใช่เรื่องที่จะมาเยาะเย้ยถากถางกันว่าเขาขี้ขลาดหรือไม่รักษาคำพูด

เป็นกำลังใจให้ช่วยกันสู้ด้วยอุดมการณ์ต่อไป

รายงานจากคุณ dogpeople1 ห้องราชดำเนิน

ตำรวจหวดก่อนครับ เพราะผมเป็นคนโดนคนแรกได้มั้ง

ปะทะกันทั้งหมด 4 ครั้ง ผมเป็นพวกสันติวิธี

ครั้งแรกบุกรวบแกนนำ ตำรวจไม่มีกระบองแต่ใช้สเปร์ยพริกไทย จึงเป็นเหตุให้ประชาชนไม่พอใจ
ครั้งที่ 2 ตอนที่ตำรวจตั้งแถวพร้อมกระบองผมเข้าไปกัน พร้อมตะโกนบอกไม่ให้พี่น้องก่อเหตุรุนแรงโดยหันหลังเข้าหาเจ้าหน้าที่ (หันหน้าเข้าหาม้อบ) แป๊บเดียว ผมถูกตำรวจหวดประเดิมจนผมต้องหันไปด่าตำรวจแทน และล่าถอยออกมา
ครั้งที่ 3 ผมเจอก้อนหินปาสวนมาจากฝั่งตำรวจเต็มๆ แขน (ย้ำจากฝั่งตำรวจ) ไม่ใช่ชาวบ้านปาฝ่ายเดียวดังที่เป็นข่าวตำรวจทั้งปา และใช้กระบองหวดไม่เลี้ยง
ครั้งที่ 4 ตำรวจยิงแก๊สน้ำตาประมาณ 5 ลูกจนแกนนำประกาศถอยมาที่สี่แยกไฟแดงแต่ตำรวจก็ยังยิงแก๊สน้ำตาซ้ำอีกในขณะที่ประชาชนถอยแล้ว พร้อมที่จะกลับสนามหลวง

ในขณะอยู่ที่สนามหลวงมีข่าวจะล้อมปราบม้อบผมจึงตัดสินใจอยู่เป็นเพื่อนม้อบจนเกือบเช้ามีผลอยหลับไปบ้าง ออกจากสนามหลวงประมาณ หกโมงครึ่ง

ม้อบ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ไม่เห็นมันทำอะไร ที่นี่กรุงเทพ มันใช้ทั้งกระบองหวดไม่เลี้ยง สเปรย์พริกไทย แก๊สน้ำตารวมถึงก้อนอิฐที่เป็นสิ่งที่มันปาตอบโต้กลับมาด้วยประชาชนทั้งเด็ก แก่ หญิง ชาย บาดเจ็บกันเป็นจำนวนมากครับไม่รวมถึงพิษแก๊สน้ำตาที่โดนกันถ้วนหน้า

ขอประฌามกับการเริ่มต้นใช้ความรุนแรงของตำรวจก่อน

รายงานจากคุณ นักกวนเมือง ห้องราชดำเนิน

อยากขอเล่าเหตุการณ์ในคืนวันที่ 22 หน้าบ้านป๋า ด้วยความอัดอั้นตันใจ

ดิฉันไม่อยากออกความเห็นค่ะว่า พ.ศ. นี้ มันเกิดเหตุกาณณ์แบบนี้ขึ้นในประเทศไทยได้อย่างไรขอพี่น้องไทยที่คิดว่าเป็นคนไทย ลองพิจารณาดูก็แล้วกัน ส่วนดิฉัน ได้อำลาคำว่าป๋าเปรมไปเรียบร้อยแล้วค่ะ

การเข้าชาร์จ แกนนำ นปก. ครั้งที่ 1 ขณะที่เรานั่งฟังแกนนำปราศรัยไป กินไปคุยไปตามประสาไทยๆ ซื้อขนมและน้ำเลี้ยงตำรวจชุดสังเกตการณ์ด้วยความเป็นมิตร ทันใดนั้น เห็นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มมากผิดปกติเดินอยู่ด้านหลังตำรวจชุดแรกเลยถาม ตำรวจว่า เกิดอะไรขึ้น ตำรวจบอกว่าไม่มีอะไร ไม่ต้องกลัวนะพูดยังไม่ทันขาดคำ ก็มีคำสั่งให้เตรียมพร้อมทั้งหมวกและโล่ที่ใช้ปราบจลาจลสังเกตเห็นน้ำตาลูกผู้ชายที่ไหลออกมาแบบอั้นไม่อยู่หลังจากที่เข้าชาร์จแกนนำ นปก.ไม่สำเร็จ ถอยร่นเข้าที่แล้วมีมือที่สามพยายามที่จะเข้าด่าและทำร้ายตำรวจ กลุ่มดิฉันและเพื่อนๆซึ่งเป็นผู้หญิงจึงได้เข้าไปขวางและเตือนว่าอย่าทำร้ายตำรวจๆก็เป็นคนไทยด้วยกันส่วนพวกผู้ชายก็พยายามกันคนที่จะก่อเหตุไว้หลังจากเหตุการณ์ผ่านไปแล้ว พวกเราก็นั่งชุมนุมอย่างสงบต่อ

การเข้าชาร์จ แกนนำ นปก. ครั้งที่ 2 นั่งพักและฟังแกนนำปราศรัยยังไม่ทันถึง 1 ชม. ทันใดนั้นได้ยินเสียงดังเหมือนไม้กระทบกันเยอะ มาทางด้านหลังผู้ชุมนุมหันไปดู ต้องบอกว่า ตลึงเลยค่ะ ตำรวจในชุดปราบจลาจลเต็มยศเรียงหน้ากระดานเต็มฟื้นที่ถนนหน้าบ้านป๋าไล่ตีประชาชนวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว พวกเราต้องทิ้งของวิ่งหนีแทบไม่ทันหันกลับไปเห็นเพื่อนที่หนีไม่ทันถูกตีและเยียบผ่านไปเหมือนไม่ใช่คนภาพอย่างนี้ ถ่ายรูปไม่ทันค่ะ เพราะมัวแต่ตกใจวิ่งหนีหลังจากนั้นพวกเราไม่กล้านั่งเลยค่ะ เพราะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีก

การเข้าชาร์จ แกนนำ นปก. ครั้งที่ 3 ห่างกันไม่ถึง 20 นาที ป้ากๆ….. !!! จากด้านหลังมันมาอีกแล้วคิดได้อย่างเดียว หนี….หนี…ลูกเดียว
ตอนแรกหลบไปทางบ้านป๋า เห็นมีคนปาก้อนหินไม่ปลอดภัยแน่เลยหนีข้ามไปตรงข้ามบ้านป๋า พอดีมีรั้วเลยปีนเข้าไปหลบภัยเหมือนหนีสงครามเลยเชียวล่ะ นี่หรือเมืองไทยของเราตอนนี้เองพวกเราสังเกตเห็นก้อนหิน ก้อนเท่าฝ่ามือเยอะเต็มฟื้นไปหมดผู้ชุมนุมหลายคนกำลังเก็บก้อนหินเล่านั้น บ้างก็ไปงับตัวหนอนข้างถนนปาเข้าไปในบ้านป๋า ด้วยความโกรธแค้น ส่วนพวกเราก็ยังคงอยู่ในที่หลบซ่อน

การเข้าชาร์จ แกนนำ นปก. ครั้งที่ 4 ตอนนี้เจ้าของบ้านที่เราปีนเข้าไปหลบ มาเปิดประตูดูแลพวกเราพวกเราขอโทษที่ได้ล่วงล้ำเข้ารั้วบ้านเขาเพื่อความปลอดภัยเจ้าของบ้านบอกเข้าใจและให้อภัย เพราะเขาเห็นเหตุการณ์จากชั้นบนตึก ทีนี้ตำรวจใช้ทั้งสารเคมีและแก๊สน้ำตา ทำให้แสบหน้าแสบตาไปหมดหายใจไม่ออกต้องวิ่งฝ่าออกจากที่หลบซ่อน เพื่อหาน้ำล้างหน้าล้างตัวหลังจากนั้นแกนนำได้ประกาศให้ประชาชนกลับสนามหลวงเพื่อความปลอดภัยเพราะพวกเราบาดเจ็บกันเยอะ ทั้งที่ไปหาหมอและที่ไม่ยอมไปหาหมอเพราะไม่อยากเปิดเผยตัวเนื่องจากรับราชการค่ะ

จากคุณ กุหลาบสยาม ห้องราชดำเนิน

เมื่อวานตั้งแต่บ่ายถึงช่วงค่ำ นั่งอยู่หน้าบ้านสี่เสาร์ ฟังแกนนำปราศรัย ด้วยบรรยากาศที่ปกติ เหมือนการชุมนุมทุกครั้งพอประมาณ 1 ทุ่ม มีการเปลี่ยนผลัดตำรวจ ที่ยืนเป็นหน้ากระดานเรียง 1 ตำรวจผลัดแรกกับม็อบ มีมิตรจิตมิตรใจกันเป็นอย่างดี

สังเกตว่าไม่เคร่งเครียดอะไร และอมยิ้มกับมุกของคุณนัฐวุฒิมีการยืนอ่านหนังสือพิมพ์ที่พวกเราเอาไปแจกหลังจากที่เปลี่ยนผลัดกันแล้ว ผู้ชุมนุมได้นำผ้าโผกหัว “คมช ออกไป” ให้ตำรวจผลัดแรกด้วย(ไม่ทราบว่าเป็นการขอก่อน หรือให้ก่อน) ตำรวจหลายคนรับไว้แล้วพับใส่กระเป๋าเสื้อ

นั่งอยู่ตรงจุดนั้นจนกระทั่ง ประมาณ 2ทุ่ม ก็ออกเดินสำรวจไปทางเทเวศน์ด้วยอยากจะรู้ว่ามีผู้มาเข้าร่วมชุมนุมมากน้อยแค่ไหนปรากฎว่ามีผู้เข้ามาสมทบมากขึ้น จนล้นออกไปกินพื้นที่ถนนสามเสนเดินข้ามไปอีกฝั่งก็เห็นคนยืนจับกลุ่มคุยกันแล้วก็เห็นตำรวจเตรียมตั้งแถวตอน(ไม่แน่ใจว่า 3หรือ4แถว) หันหน้าไปทางกลุ่มผู้ชุมนุม คนที่ยืนอยู่แถวนั้นบอกว่าตำรวจกำลังจะเข้าสลายม๊อบก็มีการพูดจาต่อว่าต่อขานตำรวจว่าจะมาปราบผู้ชุมนุมทำไมที่นั่งอยู่นั่นก็มีคนแก่และผู้หญิงเยอะด้วย

ตำรวจเดินหน้าจะเข้าลุยผู้ที่นั่งชุมนุมอยู่พวกผู้ชายที่ยืนอยู่แถวนั้น ก็พยายามเข้าไปขวาง คนมีขวดน้ำอยู่ในมือก็ขว้างใส่ตำรวจหยิบฉวยอะไรได้ ก็เอาปาใส่ตำรวจที่มีกระบองและโล่ป้องกันใครอยู่ตรงนั้นก็จะรู้ว่าเขารู้สึกเจ็บปวดและแค้นใจขนาดไหนที่ผู้มีอำนาจและอาวุธอยู่ในมือมุ่งหมายเข้าปราบปรามประชาชนที่ไม่มีอาวุธแถมจำนวนไม่น้อยเป็นผู้มีวัย 50 ขึ้นไป ลุงๆป้าๆทั้งน้าน

ถามผู้มีใจเป็นธรรม….ว่าสกัดกั้นไม่ให้ตำรวจเข้าไปชาร์ทผู้ชุมนุมเป็นอันธพาลหรือคนที่สั่งให้สลายผู้ชุมนุม เป็นอันธพาลกันแน่

จากคุณ แวววัฒน์ ห้องราชดำเนิน

ผมเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์ หยุดกล่าวหาว่าประชาชนที่มีการขว้างปาแล้วพลาดไปขว้างปาถูกกันเอง ผมขอสาบานได้ว่าถ้าผมกล่าวคำเท็จแม้แต่คำเดียวขอให้มีอันเป็นไปใน 3 วัน 7 วัน แต่ถ้าผมไม่ได้กล่าวเท็จ ก็ขอให้พวกที่จ้องจะป้ายความผิด หรือไม่รู้จริง ดูแต่ข่าวทีวี จงเลิกกล่าวหากันได้แล้ว แล้วก็สำนึกกลับใจได้มาอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง ที่เกิดขึ้นจริง

ขอเล่าย่อๆ วันที่เกิดเหตุมีฝ่ายผู้ชุมนุมขว้างปาของจริง (เนื่องจากถูกเจ้าหน้าที่เข้าล้อม และฉีดสเปรพริกไทย) มีทั้งก้อนอิฐ ขวดน้ำ อื่นๆๆ ที่จะใช้ได้ (ที่ไม่ได้มีการเตรียมการกันมาก่อน) หยิบฉวยจากข้างๆๆถนน ขว้างใส่ตำรวจ เป็นละลอก ขว้างยังไงตำรวจก็ไม่โดนหรอกครับ เพราะมีโล่และหมวกเหล็กป้องกันอย่างดี นอกจากขว้างตรงขา “ตรงนี้สำคัญมาก” เหล่าตำรวจเมื่อถอยร่นกำลังเข้าไปในสโมสรทหารบก ก็มีการหยิบก้อนหินปาสวนกลับใส่ผู้ชุมนุมจำนวนมากเหมือนกัน (ประชาชนไม่มีอารายป้องกัน) ก็เลยมีโดนก้อนอิฐจากที่ตำรวจขว้างออกมา นี่เป็นบางส่วนทีมีการขว้างปา

ปล. ที่ผมเห็นจุดนี้ชัดมากจุดอื่นๆ จะไม่ค่อยเห็นเลยกล้าท้าสาบาน

รายงานจากคุณ ป.ปิ้นซัง ห้องราชดำเนิน