สัมภาษณ์

ในภาวะที่ค่าเงินบาทแข็งอย่างรวดเร็ว รอบนี้ ภาคธุรกิจและเกษตรกรต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า “ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ นายนิพนธ์ บุญญามณี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สยามอินเตอร์เนชั่นแนลฟู๊ด จำกัด อ.จะนะ จ.สงขลา ในฐานะ ผู้ประกอบการปลากระป๋องต่อผลกระทบดังกล่าวทั้งในภาพรวมเศรษฐกิจภาคใต้และธุรกิจการเกษตร

– ค่าเงินบาทแข็งกระทบธุรกิจปลากระป๋อง อย่างไร

โครงสร้างการผลิตของประเทศเราทำการเกษตร ทั้งยางพารา ปาล์ม มันสำปะหลัง ข้าว สิ่งเหล่านี้เราล้วนแต่ผลิตแล้วส่งออก เมื่อเราส่งออก วันนี้เมื่อเราไปขายแล้วได้เงินกลับมาน้อยลง แม้ว่าเราจะขายปริมาณมากขึ้น แต่ว่าเราเหนื่อยฟรี แบงก์ชาติบอกว่าเงินบาทแข็ง ผู้ผลิตควรรีบไปซื้อเครื่องจักร ผมว่าคนพูดยังไม่เข้าใจโครงสร้างการผลิตของประเทศ

บนพื้นฐานของการเป็นประเทศเกษตรกรรม อาทิ การเลี้ยงกุ้งกุลาดำเพื่อส่งออกทั้งนั้น เมื่อเราเอาไปขายได้ดอลลาร์กลับมา แปลงเป็นเงินบาทได้น้อยลงก็ทำให้เกษตรกรเดือดร้อน เขาขาดทุน และผู้ส่งออกที่รับออร์เดอร์มา ราคาอยู่ที่ 36-37 บาท/ดอลลาร์ วันที่ส่งออก บาทแข็งเหลือ 33 บาท/ดอลลาร์ เขาขาดทุนก็ผลักภาระไปกับผู้เลี้ยง นี่คือสิ่งที่เราต้องยอมรับ ว่าวันนี้ทั้ง ผู้ผลิตทั้งเกษตรกร ทั้งผู้ส่งออกทั้งพ่อค้าคนกลาง โรงงานแปรรูปก็ดี กระทบกระเทือนกันไปหมด เพราะฉะนั้นวันนี้รัฐควรจะต้องลงมาดูแลอย่างใกล้ชิดมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

ผมเข้าใจว่าบางครั้งเราก็ต้องยอมรับในกลไกการตลาด แต่ในแง่ของเกษตรกร ผู้เลี้ยงกุ้ง ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง ล้วนแต่เป็นผู้อ่อนแอ ไม่สามารถที่จะปกป้องตนเองได้ ไม่สามารถที่จะไปซื้อประกันความเสี่ยงค่าเงินบาทได้ สิ่งเหล่านี้เราจะปล่อยไปตามยถากรรมไม่ได้ เราต้องลงมาดูแลตรงนี้ แม้เราจะบอกว่าผู้ส่งออกเป็นคนที่แข็งแรง พอที่จะดูแลตนเองได้ แต่ว่าเราต้องอย่าลืมว่าเกษตรกรเขาป้องกันตัวเองไม่ได้ ถ้ารัฐคิดว่าผู้ส่งออกดูแลตนเองได้ แต่เกษตรกร ที่เขาดูแลตนเองไม่ได้แล้วจะทำอย่างไรในมุมมองของพวกเรา เราทราบว่าวันนี้รัฐต้องใช้เงินมหาศาลในการแทรกแซงค่าเงินบาทแต่อย่างน้อยที่สุดมันต้องให้ความมั่นใจกับเกษตรกรกลุ่มผู้ส่งออกได้ว่า ค่าที่แท้จริงของเงินบาทมันอยู่ที่ใด รัฐจะต้องสะท้อนอะไรออกมาบ้าง ส่งสัญญาณอะไรมา แม้จะไม่มีการชี้นำ แต่ว่าต้องมีให้เขามีความมั่นใจ

สิ่งที่รัฐบาลหรือว่าคนในแบงก์ชาติออกมาพูดว่าผู้ส่งออกเทขายดอลลาร์ เก็งกำไร ต้องเข้าใจว่าวันนี้เมื่อผู้ประกอบการไม่รู้ว่าค่าของเงินบาทไป อยู่ที่เท่าไรเขาก็ต้องขาย เพราะเวลาขาดทุนไม่มีใครมาดูแลรับผิดชอบเขา อันนี้ต้องพยายามเข้าใจผู้ส่งออกด้วยเหมือนกัน ผมคิดว่าทางที่ดีวันนี้แบงก์ชาติก็ดี กระทรวงการคลังก็ดี จะต้องลงมาติดตามปัญหานี้อย่างใกล้ชิด แล้วก็มีการส่งสัญญาณในทิศทางที่ชัดเจนกว่านี้ ถ้าปล่อยไป ไม่มีทิศทางที่แน่นอน มันจะเสียหายต่อการผลิตของประเทศมาก

– แต่ปัจจัยมาจากภายนอก ควบคุมไม่ได้ ซึ่งแบงก์ชาติก็แทรกแซงอยู่

เราก็ต้องดูด้วยว่าทำไมประเทศอื่นมันไม่แข็งขึ้นเหมือนประเทศไทย เรายอมรับได้ถ้าตลาดโลกมันไหลไปทั่วภูมิภาค แต่สิ่งที่เราต้องยอมรับ อย่างหนึ่งว่าเรามันแข็งกว่าคนอื่นเขา มันเพราะสาเหตุอะไร อย่างน้อยเปรียบเทียบกับประเทศอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เราแข็งมากกว่าเขา

– ในฐานะผู้ประกอบการปลากระป๋องเป็นอย่างไรบ้าง

ผมตอบได้เลยว่าตอนนี้โรงงานเจอหลายเด้ง ทั้งค่าเงิน วัตถุดิบขาดแคลน แรงงานขาดแคลน ก็แก้กันอยู่ โดยการชดเชยเอาแรงงานต่างชาติ เข้ามาบ้าง แต่ว่าวัตถุดิบขาดแคลน มันเป็นเพราะความผันแปรของอุณหภูมิน้ำหรือเปล่าก็ไม่ทราบ ปีนี้เป็นปีวิกฤตในรอบ 30 ปีของทูน่าเลย หาทูน่าไม่ได้ จับปลาจับได้น้อยลงมาก และเป็นสิ่งที่น่ากังวลในเวลานี้ หลายโรงลดการผลิตลง และพยายามหาแหล่งจับปลาใหม่ๆ

ในกลุ่มของพวกผมก็พยายามไปคุยกับอินโดนีเซีย ขอใบอนุญาตจับปลา ซึ่งในกลุ่มก็ได้มาประมาณ 200 ลำ ในลักษณะไปร่วมลงทุน การเจรจาก็กำลังดำเนินการกันอยู่ นอกจากนี้ผมก็อาศัยวัตถุดิบภายในประเทศจากปัตตานี สงขลา

– ตอนนี้โดนหลายเด้ง

ใช่ เจอ 2-3 เด้ง ทั้งแรงงาน ค่าเงินแข็ง วันนี้เจอเรื่องวัตถุดิบขาดแคลนอีก เหนื่อยเลย ช่วงนี้ทางบริษัท F.C.F.Fishery จำกัด จากไต้หวัน กับอิโตชู (Itoch- Corp.) จากญี่ปุ่นก็บินมาเจรจาเรื่องวัตถุดิบ เพราะเราสั่งไปแล้ว เขานำส่ง ให้เราไม่ได้ ตอนนี้ทุกกลุ่มมาเมืองไทยหมดเพื่อมาเคลียร์กันว่าจะทำยังไง เพราะออร์เดอร์ส่งมาแล้ว แต่ส่งของให้ไม่ได้ เราก็มาเคลียร์กันว่าจะเอาไง ตอนนี้โรงงานต่างๆ ก็พยายามรวมตัวกัน แต่ละคนต่างก็พยายามจัดการกระบวนการผลิต

– จะต้องปลดคนงานหรือเปล่า

ก็ไม่ถึงกับปลด แต่จากที่ต้องทำโอที ก็ไม่ทำ ไม่ถึงกับปลดคนงาน โดยลดเวลาการทำงาน จาก 12 ช.ม. ก็ลดเป็น 10 ช.ม. ของผมมีประมาณ 1,000 กว่าคน

– แสดงว่าออร์เดอร์ปีนี้ก็ไม่เท่าปีก่อน

เท่าที่ดูตัวเลข ตั้งแต่เดือนที่แล้ว เทรนด์มันเริ่มลดลง ปัญหาอยู่ที่จะลดลงกี่เดือนมากกว่า อันนี้ต้องไปดู

พอเงินบาทแข็ง มันไปกระทบกับรายได้ ที่กำลังกังวลใจมากตอนนี้คือการตกลงซื้อขายมันยากขึ้นทุกวัน เราก็ไม่กล้าที่จะรับออร์เดอร์ลูกค้า เพราะไม่รู้ว่าบาทมันจะแข็งไปที่เท่าไร ถ้าต้องประกันความเสี่ยงต้นทุนก็เพิ่มขึ้นอีก การที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่ามันจะแข็งอยู่ที่เท่าไร คือประเด็นใหญ่ เราไม่รู้ค่าเฉลี่ยกลางอยู่ตรงไหน เราจะรับออร์เดอร์ยังไง เราไม่กล้าฟันธงว่าจะคิดกับลูกค้าที่อัตราแลกเปลี่ยนเท่าไร บริหารความเสี่ยงยากขึ้น

ค่าเงินบาทเป็นปัจจัยเดียวที่เราวิตกมากขณะนี้ ปัจจัยแรงงานนี่พอแก้ได้ ปัจจัยวัตถุดิบเดือนหน้าสองเดือนหน้าเข้าฤดูการจับปลาก็น่าจะแก้ได้ เพราะมันจะเป็นวัฏจักรทุกปี เพียงแต่ปีนี้มันนานขึ้นหน่อย

สำหรับคนที่นำเข้าปลาทูน่าผลกระทบน้อย เขาก็จ่ายเป็นดอลลาร์เหมือนกัน เขาหักกลบได้ แต่พวกกลุ่มที่ซื้อปลาในประเทศ มันจ่ายสินค้า เป็นเงินบาท แล้วขายเป็นดอลลาร์ มันเลยอ่วม

– ที่ผ่านมาผู้ส่งออกได้แต่ร้องๆ แต่ไม่ปรับตัวเลย

ผมว่าคนนั้นไม่เข้าใจความจริง เพราะมันเกี่ยวโยงกันหมด เพราะผู้ส่งออกเขาต้องจ่ายคนงาน จ่ายชาวประมง ต้องเข้าใจด้วยว่าเบื้องหลังของทูน่ามันมีเกษตรกรคือชาวประมง ราคาปลามันกระทบกับค่าจ้าง มันกระทบกับกล่องกระดาษ ฉลาก ฯลฯ ที่ร้องเพราะเราทำธุรกิจยากขึ้น แล้วในที่สุดมันก็จะไปกระทบกับปริมาณการส่งออก ถ้าประเทศจะไม่พึ่งการส่งออกก็บอกมาให้ชัดว่าเราจะเปลี่ยนโครงสร้างการผลิตของประเทศ แต่ถ้าเรายังต้องอาศัยเงินต่างประเทศเข้ามาอยู่ เราเร่งการผลิตข้าว มันสำปะหลัง สมมติฐานที่จะเป็นครัวโลก เราต้องคิดใหม่ บาทแข็งอย่าไปคิดว่าผู้ประกอบการได้ประโยชน์ ต้องคิดว่าประชาชนคนผลิตได้ประโยชน์ในที่สุด…

– เศรษฐกิจภาคใต้ตอนนี้เป็นอย่างไร

เจอหลายเด้ง ถ้าพูดถึงเศรษฐกิจใต้ ผมยังไม่เห็นตัวไหนที่ดี อาทิ ยางพาราราคาตกไปเยอะมาก การท่องเที่ยว การค้าชายแดน ภาคธุรกิจโรงแรม เกษตรกรเลี้ยงกุ้งกุลาดำไป กุ้งขาว ก็ไปอีก แล้วมาเจออย่างนี้อีกผมว่าโดนทุกอย่างเลย

ผมไม่ได้โต้แย้งแบงก์ชาติ ผมแค่ขอความกรุณาคนในนั้นหรือคนในรัฐบาลลงมาดูข้อเท็จจริงบ้าง วันนี้ทุกคนต้องเหน็ดเหนื่อย รากแก้วหรือใครก็ตามถ้าปล่อยไว้เปื่อยแน่ครับ วันนี้ภาค การผลิตจริงๆ กำลังจะอยู่ไม่ได้

ผมว่าทุกคนต้องช่วยกัน วันนี้มีรัฐบาล ก็เหมือนไม่มี ภาคการผลิต ภาคการส่งออก ของประเทศไทย กำลังถูกลอยแพทั้งหมด ผมพูดได้อย่างนี้ ไม่มีใครรับผิดชอบเลย ถ้าบอกว่าผู้ส่งออกอยู่ไม่ได้ นั่นก็หมายความว่าเกษตรกรก็อยู่ไม่ได้เช่นกัน ภาคการผลิตที่แท้จริงอยู่ไม่ได้แล้ว แล้วเราจะเหลืออะไร

ผมคิดว่าวันนี้เกษตรกรทุกอาชีพพึ่งตัวเองกันอย่างเต็มที่แล้ว เราส่งออกเพิ่มขึ้นเพราะเราพยายามเพิ่มการผลิต ทุกคนพยายามนำเอาเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ แต่แทนที่มันจะมีรายได้มันกลับไม่เพิ่ม เรากลับเหนื่อยเปล่า ชีวิตความเป็นอยู่ก็ไม่ดีขึ้น กระทรวงพาณิชย์ไม่คิดเลยว่าการส่งออกเพิ่ม แต่รายได้มันไม่ตกถึงมือเกษตรกร

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ