เสือ สิงห์ กระทิง แรด ครางฮือ เสียงวิพากษ์วิจารณ์ ดังเซ็งแซ่ไปหมด มีทั้งขานรับสนับสนุน เหน็บแนม โจมตีคัดค้าน กับกระแสข่าวร้อนๆ

กรณีที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ.และประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) จะลงเล่นการเมืองหลังเกษียณอายุราชการในสิ้นเดือนกันยายนนี้

สำหรับที่มาของกระแสข่าวนี้ แรกเริ่มมีการปูดออกมาจากแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) ในช่วงก่อนที่สภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) จะลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

โดยมีการตั้งข้อสังเกตในทำนองว่า มีการติดต่อกันระหว่าง คมช.กับ ส.ส.ร.เพื่อให้รับร่างรัฐธรรมนูญ จากนั้น คมช.จะแต่งตั้งแกนนำ ส.ส.ร.กลับเข้ามาเป็น ส.ว.เพื่อเป็นการตอบแทนพร้อมทั้งโยงไปถึง พล.อ.สนธิว่าเตรียมจะลงสมัครรับเลือกตั้งที่จังหวัดลพบุรี ที่ตั้งศูนย์บัญชาการสงครามพิเศษ

นาทีนั้นกระแสข่าวนี้ ถูกมองว่าเป็นเพียงการปล่อยกระแสเพื่อต้องการดิสเครดิต คมช. และการผ่านร่างรัฐธรรมนูญของ ส.ส.ร. ยังไม่มีน้ำหนักอะไรมากมายนัก

ถ้าไม่บังเอิญว่า หลังจากนั้น พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รมว.กลาโหม ได้ออกมาตอกย้ำในประเด็นดังกล่าวแบบเป็นเรื่องเป็นราว

โดยพูดถึงความเป็นไปได้ที่ พล.อ.สนธิจะลงเล่นการเมืองหลังเกษียณอายุราชการ อย่างชัดถ้อยชัดคำว่าขึ้นอยู่กับดุลพินิจของ พล.อ.สนธิ หากจะเล่นต้องเล่นตามระบอบ หมายถึงว่า เกษียณอายุราชการ ถอดเครื่องแบบแล้วลงสมัครเลือกตั้ง พูดง่ายๆว่าเข้าตามตรอกออกทางประตู

และเมื่อถูกนักข่าวถามถึงเรื่องคุณสมบัติของ พล.อ.สนธิพร้อมที่จะเล่นการเมืองและพร้อมที่จะเป็นผู้นำในอนาคตหรือไม่

พล.อ.บุญรอด ตอบว่า ขณะนี้ พล.อ.สนธิเป็นประธาน คมช. ทุกคนเห็นว่ามีบทบาทที่เป็นผู้นำได้ แต่ พล.อ.สนธิก็บอกว่ายังไม่มีขีดความสามารถที่จะเป็นผู้นำประเทศ จึงเชื่อว่า หากเล่นการเมืองคงไม่เป็นผู้นำประเทศเพราะเคยพูดไว้อย่างนี้ตลอด

พล.อ.สนธิรู้ตัวเองว่าคงไม่เป็นผู้นำ แต่ตำแหน่งอื่นไม่แน่ หมายถึงตำแหน่งด้านความมั่นคง อย่างเป็น รมว.กลาโหม ท่านก็เป็นได้อยู่แล้ว

จุดพลุ ปลุกกระแสประธาน คมช.จะโดดลงเล่นการเมืองหลังเกษียณอายุราชการให้เป็นที่ฮือฮาขึ้นมาทันที

ในขณะที่ พล.อ.มนตรี สังขทรัพย์ เสนาธิการทหารบก ก็ออกมาช่วยสนับสนุน โดยระบุว่าพล.อ.สนธิในฐานะประชาชนคนหนึ่ง มีสิทธิที่จะเล่นการเมือง หากคิดว่าทำประโยชน์ให้ประเทศได้ คิดว่าเป็นสิ่งที่ดีที่ พล.อ.สนธิจะปฏิบัติตามทำนองคลองธรรมคือ ลงไปทำในสิ่งที่ถูกต้อง ถ้าจะเล่นการเมืองก็ต้องไปลงเลือกตั้ง

ทางด้าน พล.ท.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 1 ก็ออกมาให้ความเห็นในโทนเดียวกัน

พล.อ.สนธิเป็นประชาชนคนหนึ่ง มีสิทธิที่จะทำอะไรก็ได้ หากเกษียณอายุราชการไปแล้วก็เป็นเรื่องส่วนบุคคล ทหารส่วนใหญ่หนุน หาก พล.อ.สนธิจะลงคลุกฝุ่นการเมือง

ขณะเดียวกัน ทางด้านพรรคการเมืองและกลุ่มการเมือง หลายพรรคหลายกลุ่มก็ออกมาขานรับ ไม่ว่าจะเป็น นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ หัวหน้าพรรคมหาชน

นายพินิจ จารุสมบัติ แกนนำกลุ่มแนวร่วมสมานฉันท์ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน หัวหน้ากลุ่มมัชฌิมา ร.อ.ขจิต หัพนานนท์ แกนนำกลุ่มรักชาติพร้อมต้อนรับ พล.อ.สนธิเข้าสู่สนามการเมืองหลังเกษียณ อายุราชการ

แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีหลายฝ่ายที่ออกมาท้วงติง คัดค้าน ไม่เห็นด้วยกับการที่ พล.อ.สนธิจะเข้ามาเล่นการเมือง

นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ส่งเสียงเตือนแบบนิ่มๆประธาน คมช.ต้องพิจารณาถึงเรื่องความเหมาะสม และต้องพิจารณาด้วยว่าจะทนแรงเสียดทานได้หรือไม่ เพราะการลงเล่นการเมืองต้องเผชิญอะไรหลายอย่างเหมือนนักการเมืองทั่วไป เวลาเลือกตั้งต้องเผชิญกับกลไกทางการเมือง ต้องระมัดระวังตัวเอง

น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เตือนด้วยดีกรีที่แรงขึ้นมาอีกขั้น

หากประธาน คมช.ลงสมัครเลือกตั้งจริง คงไม่พ้นคำครหาว่าการยึดอำนาจที่ผ่านมาเป็นการกระทำเพื่อตัวเองหรือไม่ ทั้งที่ไม่ได้ทำเพื่อตนเอง

ประสบการณ์ทาง การเมืองของทหาร หากไม่เข้าใจจริงๆแล้วไปลงในสนาม การเมือง โดยไม่ได้ดูอย่างรอบด้าน กับระเบิดมันเยอะ

ในอดีตที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ทหารไม่ค่อยประสบความสำเร็จในการลงเล่นการเมือง

นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์ เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) หนึ่งในแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขวางลำเต็มที่ โดยระบุว่า

การจะลงสมัครรับเลือกตั้ง แม้เป็นสิทธิเสรีภาพเฉพาะตัวของ พล.อ.สนธิ แต่คงไม่เหมาะสมและขาดความชอบธรรม ถือเป็นการสืบทอดอำนาจแบบใหม่

วัดกระแสต้านแล้ว ถือว่าแรงไม่แพ้กัน

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์มาถึงนาทีนี้ ก็ยังไม่มี ความชัดเจนแบบชัวร์ๆ ออกมาจากประธาน คมช.ว่าจะตัดสินใจลงเล่นการเมืองจริงหรือไม่

เพราะ พล.อ.สนธิ ยังแบ่งรับแบ่งสู้

ออกมาบอกเพียงว่า เรื่องการลงเล่นการเมืองหลังเกษียณอายุราชการ ยังไม่ได้ตัดสินใจในตอนนี้ ยังมีเวลาอีก 2 เดือน ถ้าหากตัดสินใจยังมีเวลาอีกมาก

ตอนนี้ยังไม่ได้คิดอะไร ต้องดูสถานการณ์ก่อนว่าบ้านเมืองเป็นอย่างไร ไปรอดหรือไม่ ถ้าไปรอด เราก็จะได้พ้นภาระ

ก่อนสรุปเปรี้ยง ยังห้าสิบ ห้าสิบ

ทั้งหมดนี้ คือปรากฏการณ์ความเคลื่อนไหวจากกระแสข่าว พล.อ.สนธิจะลงสมัครรับเลือกตั้ง โดดลงสนามการเมืองหลังเกษียณอายุราชการ

“ทีมข่าวการเมืองไทยรัฐ” ขอบอกว่า หาก พล.อ.สนธิจะลงเล่นการเมืองจริงก็เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ เพราะไม่มีกฎหมายห้ามไว้

แต่ถามว่า เหมาะสมหรือไม่ ตอบได้เลยว่า ไม่ เหมาะสม

เพราะหากย้อนกลับไปในช่วงหลังจากคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) เข้ายึดอำนาจจากรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

พล.อ.สนธิ ในฐานะประธาน คปค. ที่ภายหลังได้ แปลงสภาพมาเป็นประธาน คมช. ได้ประกาศเอาไว้อย่างชัดเจนว่า

คณะปฏิรูปการปกครองฯ ที่เข้ายึดอำนาจการปกครองแผ่นดิน ไม่มีเจตนาจะเข้ามาเป็นผู้บริหารราชการแผ่นดินเสียเอง

รวมทั้งในช่วงที่ผ่านมา ก็ได้เน้นย้ำอีกหลายครั้งหลายหนว่า

คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติและรัฐบาลเฉพาะกิจ จะไม่ต่อท่ออำนาจทางการเมืองอย่างเด็ดขาด

ถือเป็นสัญญาประชาคม เป็นสัญญาสุภาพบุรุษ

ดังนั้น หาก พล.อ.สนธิจะตัดสินใจลงเล่นการเมืองทันทีหลังเกษียณอายุราชการ ตรงนี้จะกลายเป็นปมปัญหาใหญ่ที่ต้องไปเคลียร์กับสังคม

ที่สำคัญ หาก พล.อ.สนธิ โดดลงมาเล่นการเมืองจริง สิ่งที่ตามมา ก็คือ

มันจะเป็นตัวเร่งให้เกิดการเผชิญหน้า เปิดเงื่อนไขให้ฝ่ายอำนาจเก่าปลุกกระแสโจมตีว่าสืบทอดอำนาจ

ในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทย และพรรคมหาชน ที่ถูกโจมตีอยู่แล้วว่าทำตัวรับใช้ คมช. ก็ต้องถูกมองเป็นท่อต่ออำนาจเผด็จการรูปแบบใหม่

ซึ่งจะทำให้เกิดการเผชิญหน้า ชูกระแสประ-ชาธิปไตยชนกับประชาธิปไตยแบบเผด็จการ

เหนืออื่นใด ยังถือว่าเป็นการฝืนกระแสโลกที่ไม่ยอมรับคนในอำนาจเผด็จการ

เพราะกระแสหลักของโลก ยึดถือเรื่องความเป็นประชาธิปไตยที่มาจากพื้นฐานเบื้องต้น ไม่ใช่การใช้ ระบบเผด็จการทหารมาต่อท่อเป็นประชาธิปไตย

เมื่อต่างประเทศไม่ยอมรับ ก็ยิ่งจะก่อให้เกิดปัญหา

เรื่องที่คิดว่าจะเล่นการเมืองเพื่อบ้านเมือง ก็อาจจะกลายเป็นการซ้ำเติมบ้านเมือง

ขณะเดียวกัน ในเรื่องของส่วนตัว หากประธาน คมช. ลงเล่นการเมือง ย่อมต้องเผชิญกับแรงจิกตีของฝ่ายตรงข้ามอย่างหนักหน่วง

ทุกเรื่องทุกราวของชีวิต ถ้าลงสนามการเมืองจะโดนลากโยงเอามาแฉหมด

ปรากฏการณ์เหล่านี้ พล.อ.สนธิต้องได้เผชิญแน่ ถ้าโดดเข้ามาเล่นการเมืองจริงๆ

อย่างไรก็ตาม การที่มีกระแสข่าวออกมาว่า พล.อ.สนธิ อาจจะตัดสินใจลงเล่นการเมืองหลังเกษียณอายุราชการจากตำแหน่ง ผบ.ทบ.ในสิ้นเดือนกันยายนนี้

อีกมุมหนึ่ง มันก็เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงสภาพปัญหาของ พล.อ.สนธิ ในฐานะประธาน คมช. ที่จะต้องพ้นจากเก้าอี้ ผบ.ทบ. แต่ยังมีภารกิจในตำแหน่งประธาน คมช.ต่อไปจนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง

มีหน้าที่ดูแลด้านความมั่นคง แต่ไม่ได้มีอำนาจคุมกำลังทหารอยู่ในมือ

ตกอยู่ในสภาพตีนลอย

เปรียบเสมือนต้นไม้ใหญ่ ไร้ราก โดนพายุแรง ก็มีสิทธิล้มครืนได้ง่ายๆ

ตรงนี้ คือปมสำคัญที่ พล.อ.สนธิเอง ก็คงคิดอยู่ เหมือนกันว่าจะทำอย่างไร ที่จะให้มีอำนาจคุมกำลังทหารอยู่เหมือนเดิม

ซึ่งก็อาจเป็นไปได้ว่า กระแสข่าวเรื่องประธาน คมช. จะโดดลงเล่นการเมือง ที่กำลังฮือฮาอยู่ในขณะนี้ เป็นการส่งกระแสให้สังคมเห็นใจ

เพื่อลดแรงเสียดทานในการต่ออายุเก้าอี้ ผบ.ทบ.

“ทีมการเมือง”

ที่มา : ไทยรัฐ