ประมวลภาพยุทธการดาวกระจายที่ยโสธรและกาฬสินธุ์

ดาวกระจายที่ยโสธร

นพ.สุทธิชัย ได้เล่าถึงเหตุการณ์ขณะเคลื่อนขบวนจาก อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด โดยในช่วงแรกประชาชนกว่า 5 พันคน เดินทางโดยรถยนต์ แต่ถูกทางเจ้าหน้าที่ทหารนำรถยีเอ็มซีมาปิดกั้นถนนและยึดกุญแจรถ ทำให้ประชาชนต้องตัดสินใจทิ้งรถ เพื่อเดินเท้าเข้าสู่ตัวเมืองยโสธร กว่า 30 กิโลเมตร และระหว่างการเดินทางมีพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณข้างทาง นำน้ำดื่มมาแจกจ่ายให้กับผู้ชุมนุม เนื่องจากตลอดเส้นทางร้านค้าได้ถูกข่มขู่จากทางเจ้าหน้าที่ ไม่ให้ขายน้ำให้กับผู้ร่วมชุมนุม หากมีการฝ่าฝืนจะถูกตรวจสอบภาษีย้อนหลัง ขณะเดียวกัน ผู้ร่วมชุมนุมที่บริเวณศาลากลางจังหวัดยโสธร ยังถูกกลั่นแกล้งจากเจ้าหน้าที่โดยการตัดน้ำตัดไฟ เพื่อไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมใช้ห้องน้ำสาธารณะ ทั้งนี้จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาตลอดทั้งวัน ทำให้เห็นถึงพลังของประชาชนที่ร่วมกันต่อสู้เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย — พีทีวีนิวส์

ผวจ.ใช้อำนาจเถื่อน กักขฬะ เส้นทางทุกสายที่เข้ายโสธรถูกปิดกั้น ทหารตำรวจพร้อมอาวุธ ลวดหนาม ถูกกักหลายชั่วโมง ยึดกุญแจรถ กักตัว ตรวจบัตร ถ่วงเวลา หลายชั่วโมง ประชาชนเลยตัดสินใจเดินเท้าเข้าจังหวัด กว่า 27 กม. เส้นทางอื่นก็ถูกกักตัวและต้องเดินเข้ามาท่ามกลางแสงแดด ใช้เวลาหลายชั่วโมง ครั้งแรกต้องการใช้สวนธารณะแต่ถูกตัดนำ ถูกตัดไฟเลยใช้ไม่ได้ น้ำดื่มที่สั่งมาจากร้านถูกผู้ว่าฯห้ามขายถ้าขายจะถูกกลั่นแกล้ง คนหลายหมื่นอดน้ำ — ราชดำเนิน

[splashcast PHIZ6243KG]

ดาวกระจายที่กาฬสินธุ์

อำนาจเผด็จการคืบกาฬสินธุ์ ตั้งด่านสกัดพลังมวลชน-ยึดใบขับขี่ไล่กลับบ้าน ทหารลุหนักรถบัสปิดถนนกันผู้ชุมนุมเข้าเมือง อีแอบโผล่สร้างสถานการณ์หวิดโดนสะกัม ขณะที่ทหารนับร้อยยืนคุมเชิงขู่รอบเวที –พีทีวีนิวส์

[splashcast SPEB7465NX]

ผู้เขียนขอปรบมือดังๆให้กับพ่อ แม่ พี่ น้อง ผู้เฒ่า ผู้แก่ชาวยโสธรและจังหวัดใกล้เคียงและชาวกาฬสินธุ์ทั้งหลายที่ออกมาเดินทัพแสดงพลังประชาธิปไตยให้ชาวโลกได้รับรู้ว่าประชาชนไทยส่วนใหญ่มิได้ยอมศิโรราบให้กับทหารและพลังศักดินา ผู้เขียนขอคารวะในน้ำใจการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของพี่น้องชาวยโสธรและชาวกาฬสินธุ์ทุกท่าน ท่านได้แสดงความกล้าหาญและเสียสละเพื่อมวลมหาประชาชนชาวไทยอย่างหาที่เปรียบไม่ได้แล้ว การแสดงพลังประชาธิปไตยของชาวยโสธรและชาวกาฬสินธุ์ในครั้งนี้ช่างองอาจและน่าภาคภูมิใจยิ่งนัก

กระบวนการพัฒนาประเทศที่ผ่านมาของประเทศไทยเป็นการพัฒนาแบบทุบฐานให้อ่อนแอทุกทางทั้งฐานทางสังคม ฐานทางเศรษฐกิจ ฐานทางวัฒนธรรมและฐานทางการเมือง นโยบายจากพรรคการเมืองในยุคก่อนนั้นเป็นนโยบายแบบ “อุ้มคนรวย พิฆาตคนจน” สังคมไทยกลายเป็นสังคมที่สนใจเฉพาะข้างบน ละเลยหรือทำลายให้ข้างล่างอ่อนแอ เมื่อฐานรากอ่อนแอและปลายยอดบนไม่ถูกต้อง สังคมทั้งสังคมจึงวิกฤตและปั่นป่วนอันเป็นอาการของสังคมด้อยคุณภาพ ทำให้สังคมไทยไม่สามารถหลุดพ้นจากวัฏจักรปัญหาความยากจนซ้ำซ้อนได้ การกระจายความเจริญกระจุกตัวอยู่กับชนชั้นระดับบนในเมืองใหญ่เท่านั้นขณะที่ชนชั้นรากหญ้าในชนบทเป็นผู้แบกรับความไม่เท่าเทียมการกดขี่ต่างๆแต่เพียงฝ่ายเดียว

แต่ประเทศไทยภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลไทยรักไทยที่ผ่านมา 5 ปีต้องบอกว่า “คนจนมีสิทธิ์แล้วครับ” เพราะภายใต้รัฐบาลทักษิณชาวรากหญ้าซึ่งเป็นชนส่วนใหญ่ของประเทศพวกเขาได้รับประโยชน์จาก “นโยบายประชาสังคม” ที่เป็นรูปธรรม สามารถจับต้องได้ซึ่งตอบสนองความต้องการของพวกเขาได้อย่างที่ไม่เคยมีรัฐบาลในอดีตให้ความสนใจในการแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างจริงจังมาก่อน ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ชอบแล้วเพราะในระบอบประชาธิปไตยประชาชนเลือกรัฐบาลเข้ามาทำงานรับใช้ประชาชนมิใช่เป็นนายเหนือหัวของประชาชน รัฐบาลทักษิณได้ให้อำนาจและโอกาสกับชาวรากหญ้าจากการที่เคยคิดพึ่งพิงผู้อื่นและสิ่งอื่น มาเป็นคิดพึ่งตนเองสร้างความเข้มแข็งให้กับตัวเองและชุมชน สร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเอง ภายใต้ผู้นำที่ชื่อทักษิณ ท่านได้เปลี่ยนวิธีคิดจากการทำให้ฐานล่างอ่อนแอมาเป็นสร้างความเข้มแข็งที่ฐานล่าง เพราะถ้าฐานแข็งแรงสังคมข้างบนก็เติบใหญ่ด้วยความมั่นคงและยั่งยืน

วิกฤติการเมืองไทยที่ผ่านมาเรามักจะได้ยินคำกล่าวที่บอกว่า “ชนชั้นรากหญ้าซึ่งเป็นชนส่วนใหญ่ของประเทศ เป็น “ผู้จัดตั้งรัฐบาล” ในขณะที่คนชั้นกลางมักจะเป็น “ผู้ล้มรัฐบาล” โดยการวิพากษ์วิจารณ์และสร้างกระแสกดดัน ประท้วง ขับไล่รัฐบาล” แต่ในวันนี้ชนชั้นรากหญ้าในฐานะชนส่วนใหญ่ของประเทศขอมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางของประเทศที่พวกเขาเป็นเจ้าของ “อำนาจอธิปไตย” เช่นกัน

และต้องบอกกล่าวกันตรงๆว่าประเทศไทยในวันนี้กลุ่มนักวิชาการหอคอยงาช้าง ผู้นำเอ็นจีโอ นักหนังสือพิมพ์ นักการเมืองบางส่วน อดีตผู้นำนักศึกษา อดีตคนเดือนตุลาจำนวนหนึ่งที่เคยเรียกร้องประชาธิปไตยมาโดยตลอด พวกเขาได้แปรเปลียนไปสนับสนุนการยึดอำนาจจากประชาชนร่วมหัวจมท้ายกับเผด็จการทหารอย่างเต็มคราบ พลังของคนชั้นกลางกลุ่มนี้ที่เคยเรียกร้องประชาธิปไตยสมัยอดีต ไม่สมควรที่จะถูกยกย่องว่าเป็นกลุ่มพลังประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการอีกต่อไปเพราะพวกเขาได้ขายจิตวิญญาณประชาธิปไตยไปเรียบร้อยแล้ว

นับแต่นี้ไปพลังประชาชนชั้นล่างจะกลายเป็นส่วนสำคัญในการเรียกร้องประชาธิปไตยกลับมาและถึงเวลาแล้วที่เราจะปลดแอกจากวัฒนธรรมไพร่ฟ้า ลงรากประชาธิปไตยให้เข้มแข็งทำให้คำกล่าวที่ว่า “คนต่างจังหวัดเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล คนเมืองหลวงเป็นผู้ล้มรัฐบาล” หายสาบสูญไปจากสังคมไทยอย่างถาวร