รับฟังเทปการปราศรัยของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ(นปก.) ณ ท้องสนามหลวงเมื่อวันที่ 4, 5 และ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมาได้ที่วิทยุข้างล่างนี้
[splashcast FPUE2966YG]

พ.ร.บ.ความมั่นคงฯบ่อนทำลายประชาธิปไตย-ย่ำยีอำนาจตุลาการใบเบิกทางให้เผด็จการคมช.สืบทอดอำนาจ “รัฐทหาร”

ชำแหละพ.ร.บ.ความมั่นคงฯบ่อนทำลายประชาธิปไตย-ย่ำยีอำนาจตุลาการ กรีดแผลเน่าเผด็จการคมช.สืบทอดอำนาจ “รัฐทหาร” พร้อมแจงคณะทูต 18 ประเทศชี้เหตุวิกฤติประเทศไทย ย้ำจุดยืนแนวร่วมประชาธิปไตยฯไม่หวังผลทางการเมือง “กบฏลิ่วล้อ” หยามเกียรติคณะทูต แอบถ่ายภาพทูตหลังเสร็จภารกิจร่วมกับ นปก. “หมอเหวง” ไม่หวั่นประเทศถูกคว่ำบาตรโดยประชาคมโลก จวกยับ กอ.รมน.ศูนย์รวมอำนาจเผด็จการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำวันนี้(5 ก.ค.) ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ แนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ(นปก.) ได้แถลงข่าวความเคลื่อนไหวในการชุมนุมที่ท้องสนามหลวง และเวทีประชาธิปไตยทั่วประเทศ

นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปก. กล่าวว่า ทางกลุ่ม นปก.ได้ส่งเทียบเชิญเอกอัครราชทูต และทูตานุทูต จากประชาคมโลก ซึ่งขณะนี้มี 18 ประเทศให้การตอบรับมาแล้ว อาทิ เอกอัครราชทูตจากประเทศอาร์เจนตินา และโปแลนด์ ซึ่ง นปก.ได้ชี้แจงต่อคณะทูตถึงจุดประสงค์หลักที่ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย โดย นปก.ไม่ได้ทำเพื่อตนเอง หรือหวังผลประโยชน์ทางการเมือง

“การที่เชิญคณะทูตมาร่วมฟังคำชี้แจงในครั้งนี้ เพื่อแสดงให้ทั่วโลกรับรู้ถึงการต่อสู้กับอำนาจเผด็จการของประชาชนชาวไทย ว่าการทำรัฐประหารเป็นสิ่งที่เลวร้าย ไม่ใช่ทำเพื่อประชาชน เพียงแต่ต้องการสร้างรัฐทหารเพื่อสืบทอดอำนาจเผด็จการ”

นอกจากนี้ นปก.ยังได้ชี้แจงกับคณะทูตถึงกรณีที่คณะรัฐประหารได้ร่างพระราชบัญญัติความมั่นคงในราชอาณาจักร ซึ่งเท่ากับเป็นการเพิ่มอำนาจให้กับกองอำนวยการความมั่นคงภายใน(กอ.รมน.)โดยมีผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) เป็นผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน(ผอ.รมน.)โดยตำแหน่ง ทั้งนี้เพื่อเพิ่มอำนาจให้กองทัพเข้ามาแทรกแซงในทางการเมือง และการปกครองประเทศ อีกทั้งการร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ขึ้นมาจะเป็นการย่ำยีอำนาจตุลาการ เพราะอำนาจทุกอย่างจะรวมศูนย์ที่ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะ ผอ.รมน. ซึ่งการใช้อำนาจของ ผอ.รมน.จะเป็นการเทียบเคียงอำนาจฝ่ายบริหารของนายกรัฐมนตรีในทางปฏิบัติ

“ประเด็นที่สำคัญก็คือ กอ.รมน.เป็นหน่วยงานที่สามารถใช้งบลับทางการทหาร ซึ่งองค์กรอิสระ หรือหน่วยงานรัฐต่างๆ ไม่อาจเข้าไปตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณในส่วนนี้ได้ และปรากฏว่าในเวลา 9 เดือนหลังการปฏิวัติล้มล้างระบอบประชาธิปไตย ได้มีการเปลี่ยนโครงสร้างกองทัพให้มีอำนาจที่เกินขอบเขต โดยมีการใช้งบประมาณไปแล้วกว่าหมื่นล้านบาท ทั้งๆที่รัฐบาลชุดที่แล้วที่มาจากการเลือกตั้งใช้งบลับทางการทหารไปเพียง 3 ร้อยกว่าล้านบาทเท่านั้น” แกนนำ นปก.ระบุ

อย่างไรก็ตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้ได้กำหนดให้หน่วยงานของรัฐทั้งหมด ต้องขึ้นตรงต่อ กอ.รมน. ซึ่งมีการจัดตั้ง กอ.รมน.ในระดับต่างๆ ทั้งระดับภาค และในระดับจังหวัดทั่วประเทศ นอกจากนี้ได้มีหน่วยงานด้านความมั่นคงอย่างน้อย 5 หน่วยงาน อยู่ภายใต้การควบคุมโดย กอ.รมน. ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ปปส.) ,สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ,สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.) ,สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.)

นพ.เหวง กล่าวยืนยันว่า การหารือกับคณะทูตมาในวันนี้ เพื่อให้เข้ามาสังเกตการณ์ ไม่ได้มีข้อตกลงอย่างอื่น และไม่อยากให้วิตกกันมากว่าประเทศไทยจะถูกคว่ำบาตรจากนานาประเทศ ซึ่งนปก.ได้ชี้แจงต่อคณะทูตถึงจุดประสงค์หลักในการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตย และขอย้ำว่าไม่ได้หวังผลทางการเมืองแต่เป็นการต่อสู้เพื่อเรียกร้องความยุติธรรม

ขณะที่ นายจักรภพ เพ็ญแข โฆษก นปก. กล่าวถึงกรณีคณะทูตได้ตั้งคำถามว่า เพราะเหตุใดถึงไม่รอการเลือกตั้งที่กำลังจะมีขึ้น ซึ่ง นปก.ได้ชี้แจงว่า แม้จะมีการเลือกตั้งก็ไม่ได้ช่วยให้ประชาธิปไตยกลับคืนมา ส่วนหนึ่งที่ออกมาต่อสู้เพราะอยากให้ประชาชนรับรู้ถึงข้อเท็จจริง นอกจากนี้ได้มีประชาชนส่วนหนึ่งที่เห็นว่าการเลือกตั้งจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนเข้าใจผิด

อย่างไรก็ตาม ระหว่างการแถลงข่าวในวันนี้ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ ได้มีโทรศัพท์จากคณะทูต 2 ประเทศที่ร่วมฟังคำชี้แจง ติดต่อเข้ามาเพื่อแจ้งกับนายจักรภพว่า ขณะที่คณะทูตเดินออกจากโรงแรมรัตนโกสินทร์ ได้ถูกแอบถ่ายภาพ คาดว่าน่าจะเป็นทหาร ทำให้คณะทูตจากทั้ง 2 ประเทศมองว่าเป็นการไม่ให้เกียรติ ซึ่งพฤติกรรมของทหารที่ได้รับคำสั่งมาลอบถ่ายภาพในครั้งนี้ ได้ทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตาประชาคมโลกต้องเสื่อมเสียเป็นอย่างมาก

“แม้แต่การเดินทางมาร่วมฟังคำชี้แจงของ นปก.ก็ยังถูกขัดขวาง โดยมีการล็อบบี้โรงแรมแลนด์มาร์ค ซึ่งเป็นโรงแรมที่อยู่ใกล้สถานทูต ซึ่งทางนปก.ได้จองโรงแรมดังกล่าวเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับคณะฑูต แต่ก็ถูกกดดันจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.) เพื่อให้คณะทูตต่างๆปฏิเสธการเข้าร่วมฟังคำชี้แจง แต่ยิ่งกดดันแทนที่จะมีเพียง 12 ประเทศ กลับมีประเทศเข้าร่วมมากถึง 18 ประเทศ” นายจักรภพ กล่าวในที่สุด

พีทีวีนิวส์
05 กรกฏาคม 2550