29 มิถุนายน พ.ศ. 2550 00:00:00

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : ไม่ต้องไปถอดรหัสคำพูด “บิ๊กบัง” พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เรื่องจะเล่นการเมืองหลังเกษียณอายุหรือไม่?

เพราะในประวัติศาสตร์ 75 ปีประชาธิปไตยไทย มันตอบคำถามข้อนี้อยู่แล้ว นั่นคือหลังการรัฐประหารยึดอำนาจ ก็จะตามมาด้วยการร่างรัฐธรรมนูญ และจัดให้มีการเลือกตั้ง

ดูตัวอย่างในยุค รสช.ครองเมือง เมื่อ 15 ปีที่แล้ว ซึ่ง คณะทหารรหัส 0143 ได้จัดการให้ “นักเลือกตั้ง” เข้ามาอยู่ในแถวอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

เริ่มจาก พรรคสามัคคีธรรม ที่ชัดเจนที่สุดว่าเป็นพรรคการเมืองสายทหารอากาศ ซึ่งมี น.ต.ฐิติ นาครทรรพ ร่างทรง “บิ๊กเต้” พล.อ.อ.เกษตร โรจนนิล เป็นผู้จัดการรวบรวมนักเลือกตั้ง พร้อมกับเชิด ณรงค์ วงศ์วรรณ เป็นหัวหน้าพรรค

พรรคต่อมาที่ถูกคณะทหาร รสช.แทรกแซง คือ พรรคชาติไทย ที่ “ป๋าเติ้ง” บรรหาร ศิลปอาชา ยอมไปเจรจาดึงตัว พล.อ.อ.สมบุญ ระหงษ์ มาเป็นหัวหน้าพรรค เพื่อความสบายใจของคณะทหาร

ขนาด “นักเลงกรุงเก่า” มนตรี พงษ์พานิช ยังเปิดทางให้เพื่อนรัก พล.อ.สุจินดา คราประยูร อย่าง พล.ท.เขษม ไกรสรรณ์ มานั่งเก้าอี้เลขาธิการพรรค ควบตำแหน่งผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคกิจสังคม

จึงส่งให้ผลการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปลายเดือนมีนาคม 2535 หรือที่เรียกกันสั้นๆว่า “เลือกตั้ง 2535/1” กลายเป็นชัยชนะของ “นักเลือกตั้ง” ใต้ร่มธงสีเขียว

ที่สำคัญ นักเลือกตั้งที่เคยสังกัด 3 พรรค (สามัคคีธรรม,ชาติไทย,กิจสังคม) กว่าร้อยละ 70 ยังเวียนว่ายอยู่ในยุทธจักรการเมือง พ.ศ.ปัจจุบัน

จึงไม่ควรประหลาดใจ ที่พวกเขาจะมีประสบการณ์การเรียนรู้อยู่กับทหารอย่างปลอดภัย และได้อำนาจภายหลังการเลือกตั้ง

มิเช่นนั้น พล.อ.สนธิ ไม่ประกาศเสียงดังฟังชัดว่า 3 พรรคตรงข้ามขั้วอำนาจเก่าจะได้เป็นใหญ่

และในสถานการณ์การเมืองวันนี้ คณะทหารยุครวมดาว ประเมินว่าจะมีแค่ 3 พรรคยังไม่เพียงพอ ที่จะต่อกรกับ “มหาเศรษฐีแสนล้าน” จึงมีการเตรียมการสร้างพรรคใต้ร่มธงสีเขียวเพิ่มเติมอีก 2-3 พรรค

จึงเป็นหน้าที่ของ “บิ๊กตุ่น” พล.อ.วินัย ภัททิยกุล เพื่อนซี้บิ๊กบัง ก็ไม่ต่างจาก น.ต.ฐิติ นาครทรรพ ที่เดินสายพูดคุยกับนักเลือกตั้ง สังกัดพรรคไทยรักไทย แทบทุกมุ้ง

ที่ลงตัวชัดเจนแล้ว คือ กลุ่ม 4 สหาย “สุวัจน์-พินิจ-ปรีชา-สุวิทย์” ในนามกลุ่มแนวร่วมสมานฉันท์ ซึ่งเดินเกมหาเสียงในพื้นที่บ้างแล้ว

ส่วนทหารอีกกลุ่มหนึ่งที่กำลังมาแรง คือกลุ่ม “บิ๊กเปย” พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ว่าที่ ผบ.ทบ.คนใหม่ ซึ่งมีเครือข่ายนักเลือกตั้งอยู่ในหลายพรรคหลายกลุ่ม

ว่ากันว่า “บิ๊กเปย” สนิทชิดเชื้อกับแกนนำพรรคประชาธิปัตย์มากที่สุด รวมทั้งกลุ่มอดีต ส.ส.ภาคเหนือ ที่เคยทำงานร่วมกันตั้งแต่ครั้งเป็นแม่ทัพภาคที่ 3

ที่น่าจับตาคือ การสั่งสมบารมีใน สนช.ของ “เสี่ยผอม” ประพันธ์ คูณมี ที่นับวันจะเดินคนละทางกับ “ซีไอเอคาบไปป์” ซึ่งเสี่ยผอม ก็แนบแน่นกับ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ถึงนาทีนี้ ประพันธ์ คูณมี พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน และ สมชาย มีเสน (อดีตนักข่าวขาใหญ่) จึงเปรียบเป็นศูนย์หน้า “ตัวโกย” ของดรีมทีมบิ๊กเปย ที่จะสานฝันสร้างฐานอำนาจการเมืองเพื่อเป็นแกนการจัดตั้งรัฐบาลสมัยหน้า

แม้แต่ “กลุ่มมัชฌิมา” ของ สมศักดิ์ เทพสุทิน ที่ดึงตัว ดร.ชัยอนันต์ สมุทวณิช มาเป็นหัวขบวนคนหนึ่ง ที่ใครๆ ก็รู้ว่า “บิ๊กเปย” เคารพนับถือ ดร.ชัยอนันต์ มากแค่ไหน?

ด้วยเหตุนี้ เราคงหนีไม่พ้นคำกล่าวที่ว่า “ทหารการเมืองไม่เคยตาย” และอาจจะมีบทสรุป “การเมืองฆ่าทหาร” ตามมาภายหลัง ดั่งประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า