เทปการปราศรัยของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ ณ ท้องสนามหลวงเมื่อวันที่ 27 และ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา
[splashcast QVQO6785KS]

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มพีทีวี เปิดเผยว่า ขณะนี้ นปก.อยู่ในช่วงการปรับยุทธวิธีต่อสู้ จากการตั้งมั่นอยู่ที่สนามหลวง เป็นการเคลื่อนที่แบบดาวกระจายกดดัน คมช.ทั้งใน กทม.และต่างจังหวัด โดยในเย็นวันที่ 30 มิ.ย.นี้ จะมีการชุมนุมใหญ่และเดินขบวนแสดงพลังไปที่พักอาศัยของบุคคลและองค์กรที่อยู่เบื้องหลังการรัฐประหาร 19 ก.ย. เพื่อแสดงจุดยืนให้รู้ว่าประชาชนไม่ต้องการอยู่ในใต้อำนาจปกครองของเผด็จการทหาร ส่วนจะเป็นสถานที่ใด แกนนำ นปก.ทั้ง 8 คน จะประกาศให้ทราบอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ส่วนยุทธการดาวกระจายในต่างจังหวัดนั้น หลังจาก นปก.ประสบความสำเร็จในการจัดชุมนุมที่ จ.นนทบุรีและนครปฐม ในวันที่ 3 ก.ค. จะเดิน หน้าต่อเพื่อไปเปิดเวทีปราศรัยที่สวนสาธารณะกลางเทศบาลเมืองยโสธร และในวันที่ 5 ก.ค. ที่ อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์

ส่วนที่ทำเนียบรัฐบาล ตัวแทนศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อประชาธิปไตย นำโดยนายเมธา มาสขาว ผู้ประสานงานเยาวชนเพื่อประชาธิปไตย เดินทางมายื่นแถลงการณ์ถึง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้หยุด พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร โดยได้ เผาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเพื่อแสดงการคัดค้าน ทั้งนี้ นาย เมธากล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.นี้ให้อำนาจ ผอ.รมน.คือ ผบ.ทบ. มากมายเทียบเท่านายกรัฐมนตรี มีอำนาจล้นฟ้า สามารถสั่งงานหน่วยงานรัฐทุกหน่วยได้ ถือเป็นการสร้างระบอบกองทัพมาแทนที่ระบอบทักษิณ เป็นการสืบทอดอำนาจอย่างชัดเจน เชื่อว่ารัฐมนตรีที่ร่วมประชุม ครม.ในวันที่มี มติเรื่องนี้คงไม่ได้อ่านสาระสำคัญของร่างกฎหมาย เพราะถ้าอ่านให้ดีคงไม่มีใครยอมให้ผ่านได้ จึงขอเรียกร้องให้ นายกรัฐมนตรีมีมติยกเลิกร่างกฎหมายดังกล่าวทันที เพราะเป็นการขุดหลุมฝังศพให้กับตัวเองและประเทศชาติ หากไม่เลิกมติ ครม.เรื่องนี้ ขบวนการภาคประชาชนทุกสายจะเคลื่อนไหวโค่นล้มรัฐบาลและ คมช.แน่นอน

และเมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ที่ผ่านมา นายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตย ขับไล่เผด็จการ กล่าวบนเวทีปราศรัยว่า วันนี้มีความเชื่อมั่นเป็นอย่างมาก พร้อมยืนยันว่ากลุ่มแนวร่วมฯ เดินตามแนวทางที่ถูกต้องแล้ว จะต้องได้รับชัยชนะอย่างแน่นอน ภายหลังจากที่มีกำลังใจจากศิษย์เก่าและรุ่นน้องมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นักศึกษาธรรมศาสตร์ในปัจจุบัน ที่ร่วมกันต่อต้านเผด็จการหรือแม้แต่นักวิชาการ อย่างเช่นอดีตอธิการบดี มหาวิทยาลัยรามคำแหง อาจารย์สุขุม นวลสกุล ที่มีแนวคิดและมีจุดยืนเหมือนกับแนวร่วม คือการร่วมกันต่อต้านเผด็จการ

นายวีระ กล่าวอีกว่าไม่เห็นด้วยกับแนวคิดหรือทฤษฏีรัฐบาลผสมที่จะทำให้รัฐบาลเข้มแข็ง แต่รัฐบาลพรรคเดียวอย่างเช่นพรรคไทยรักไทย ที่ประชาชนเลือกมาก็มีความเข้มแข็งไม่น้อยกว่ากัน พร้อมกล่าวถึงจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์และนายชวนว่า ปัจจุบันจะเป็นส่วนหนึ่งหรือลิ่วล้อของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หรือคมช.ไปแล้ว

นอกจากนี้ นายวีระ ยังได้พูดถึงนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ว่าระยะเวลา 15 ปี หลังจากสมัยที่เป็นนายกรัฐมนตรีและจัดให้มีการเลือกตั้ง ไม่มีรัฐประหาร มีแต่เปลี่ยนนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือกตั้ง 4 คน โดยไม่มีรัฐประหาร และคิดว่าการย้ายทหาร 4-5 คน ก็ปรับตัวเองเข้าสู่กรมกอง ทหารเป็นกองทัพอาชีพไม่ออกมาพูดเรื่องแปลก ๆ แต่ครั้งสุดท้ายไม่เหมือนคราวก่อน ๆ มองว่าเป็นรัฐประหารที่หลักการหลายคนรับไม่ได้ แต่เกิดโดยอุบัติเหตุมากกว่า เหตุการณ์พาไป ข้อบกพร่องที่เกิดจากรัฐธรรมนูญ ปี 2540 ไม่ใช่ตัวรัฐธรรมนูญ แต่อยู่ที่กฎหมายลูกประกอบรัฐธรรมนูญ หลักประชาธิปไตยในมุมมองของตนไม่ได้มองว่าขึ้นอยู่กับรัฐธรรมนูญ แต่ขึ้นอยู่กับการเลือกตั้งฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ หรือฝ่ายตุลาการ

ทั้งนี้อดีตนายกรัฐมนตรี ยังได้แสดงความเห็นต่อรัฐบาลปัจจุบันว่า มีความตั้งใจดีที่จะปฏิรูปการปกครอง ให้เข้าสู่ประชาธิปไตย แต่ไม่ค่อยแน่ใจว่าคนเหล่านั้นจะเข้าประเด็นนี้ได้ลึกซึ้งในสาระมากน้อยอย่างไร แต่ถ้าฟังเสียงนักสังเกตการณ์ ประชาชนและองค์กรต่าง ๆ ก็ค่อนข้างมีความหวังว่า รับฟังแล้วนำสิ่งที่คนตำหนิ หรือตั้งข้อสังเกตไปปรับปรุงวิธีคิด ก็ค่อนข้างมั่นใจว่าวิวัฒนาการการเมืองไทย ถึงขั้นที่ว่าประชาชนส่วนใหญ่ คงไม่สามารถรับได้ถ้ามีการสืบทอดอำนาจไม่ว่าจะโดยตรงหรืออ้อม

เรียบเรียงข่าวจาก พีทีวีนิวส์ และ ไทยรัฐ