แด่ คมช…และผู้กุมอำนาจทัพไทย

ท่านเปรียบเหมือนผู้นำทัพที่นั่งบนคอช้างศึก โดยมีผู้เฒ่านั่งบนกูบคอยให้อาณัติสัญญาณเภรี รอบๆช้างศึกของท่านรายล้อมไปด้วยขุนทหารน้อยใหญ่และขุนทหารคู่ใจ เวลานี้เบื้องหน้าของท่านคือสนามรบที่ไพร่พลไทยผู้ต่ำต้อยในยศศักดิ์กำลังเพลี่ยงพล้ำและล้มตายด้วยหน้าที่ที่แบกไว้บนบ่า หัวเมืองเล็กหัวเมืองน้อยชายขอบขอบขัณฑสีมากำลังลุกเป็นไฟ ชาวเมืองกำลังเลือกรักษาตัวมากกว่าเลือกรักษาชาติ เพราะทหารของชาติคุ้มครองและปกป้องพวกเขาไม่ได้ ใจพวกเขากำลังออกห่างไปทีละน้อย มิช้าแนวรบจะแปรเปลี่ยน พลเมืองจะแปรไป และหัวเมืองจะเปลี่ยนแปลง

การศึกที่เพลี่ยงพล้ำในเบื้องหน้า ท่านกลับมีใจเป็นอื่น เห็นชีวิตไพร่พลมีค่าดังมดปลวก ท่านทุ่มเทกำลังไพร่พลลงไปตามหน้าที่ แต่ท่านกลับไม่ทุ่มเทยุทโธปกรณ์และมันสมองเพื่อการทัพ ท่านทำเหมือนประหนึ่งมิต้องการเห็นไพร่พลของเราได้เปรียบในสนามรบ ห้วง๒เดือนที่ผ่านพ้น ข้าศึกเก็บปืนเราไปกี่กระบอกแล้ว มันซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่อย่างนี้ ยุทธวิธีก็ยังคงไม่กลับสู่พื้นฐานเพื่อการแก้ไขและปรับเปลี่ยน ท่านทำเหมือนจงใจจะให้การณ์เป็นไปอย่างนี้ ท่านย้ำเสมอว่าเรามาถูกทางแล้ว แต่ขุนทหารที่มิมีใจแอบแฝงเป็นอื่นอีกมากมาย เขาเห็นกันถ้วนทั่วว่าเรากำลังหลงทางมาไกลมาก ไกลจนเราแทบจะไม่รู้ความหมายในการต่อสู้ ไกลจนเราไม่เข้าใจว่าเรามาเพื่อปราบปรามหรือเรามาเพื่อถูกปราบปราม ไพร่พลที่ทำการศึกอย่างไร้จุดหมาย ไร้วัตถุประสงค์ มีค่ามิต่างจากทารกถือปืนในสายตาของอริราชศัตรู พวกมันเลือกจะกระทำการเมื่อใดก็ได้ตามใจชอบ ส่วนกองทัพในบัญชาของท่านนั้นกำลังอ่อนแอลงทุกวัน เพราะท่านใช้กองทัพผิดไปจากการดำรงอยู่ ทหารเกิดมาเพื่อป้องเมือง มิได้เกิดมาเพื่อครองเมือง กองทัพมีไว้เพื่อปกป้องแผ่นดิน มิได้มีไว้เพื่อปกป้องขุนทัพ กองทัพมีไว้เพื่อความมั่นคงของชาติ มิได้มีไว้เพื่อความมั่นคงของขุนทัพ

ตราบใดที่ท่านยังคงเห็นศึกในกำแพงเมือง สำคัญกว่าศึกที่ประชิดหัวเมือง นั่นเท่ากับว่าท่านได้ละทิ้งหน้าที่ของทหารไปแล้ว ท่านละเลยชีวิตของราษฎรไทยหัวเมือง ท่านละเลยชีวิตของเจ้าหน้าที่รัฐที่ออกทำหน้าที่ตามหัวเมือง ท่านเห็นแก่การดำรงอยู่ในอำนาจของท่านเป็นสำคัญ ท่านมิเคยศึกษาการเสียกรุงศรีอยุธยาเมื่อพุทธศักราช๒๓๑๐หรืออย่างไร วันนี้ท่านกำลังเดินไปสู่เส้นทางนั้นเฉกเช่นเดียวกัน และที่สำคัญ ท่านกำลังนำพาชาติและกองทัพของชาติไปสู่ความเสื่อมและแตกดับ เพราะแม้แต่อาวุธสำคัญที่ทรงอานุภาพเพียงอย่างเดียวที่อริราชศัตรูทั้งหลายเกรงกริ่งเรา และมิกล้าทำการใดๆแบบตรงๆต่อเรา นั่นคือความสามัคคีของคนไทยเมื่อยามบ้านเมืองมีภัย วันนี้แม้นมันจะเหลือเพียงเล็กน้อย ท่านก็ยังทำลายมันลงได้อย่างราบคาบ เจตนาหรือมิเจตนา ท่านและขุนทหารที่รายล้อมท่าน รู้ดีอยู่แก่ใจ

หากวันใด เราเสียหัวเมืองทั้ง๓ วันนั้นจะเป็นตัวอย่างให้หัวเมืองอื่นที่เปราะบางทางด้านเชื้อชาติและประวัติศาสตร์ อาจยกเป็นเยี่ยงอย่างในการเอาใจออกห่างราชอาณาจักร ประวัติศาสตร์ในอดีตเคยบอกให้เรารู้ถึงเรื่องอย่างนี้ได้ดีในหลายแง่มุม เมื่อใดอำนาจรัฐไทยที่มีต่อหัวเมืองอื่นๆเสื่อมถอย อำนาจจากภายนอกก็จะเข้าแทรกแซงเราอย่างต่อเนื่อง ท้ายสุดเราอาจล่มสลายเหลือแค่ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เมืองหลวงที่ท่านแสนห่วงแสนหวงในอำนาจเป็นนักหนา เราอาจเหลือแค่นี้เท่านั้นเพราะท่านตั้งใจรักษามันไว้จริงๆจังๆ ท่านเลือกที่จะรักษาหัวใจโดยทิ้งบาดแผลที่ตีนให้ลุกลามโดยไม่เยียวยารักษาให้เด็ดขาดตามลักษณะหน้าที่ที่ท่านต้องถือเป็นปฐม

ผู้เขียนคือผู้ใต้บัญชาท่านคนหนึ่ง ที่มีวินัยเป็นเครื่องดำรงวิชาชีพด้วยเกียรติยศและความภาคภูมิใจในหน้าที่ที่แบกไว้บนบ่ามาตลอดชีวิตที่เลือกทางสายนี้ ผู้เขียนมิอาจเกรี้ยวกราดด่าทอผู้บังคับบัญชาอย่างท่านได้อย่างที่ใจคิดแม้นส่วนลึกนั้นอยากจะทำเพียงใดก็ตาม แต่ถึงอย่างไร ทหารที่ดีต้องเทอดชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ไว้เป็นหลักชัย มีขุนทหารอีกมากมายในทัพ ที่มีคำตอบและแนวทางของตนไว้ในใจอยู่แล้ว ถึงที่สุดแล้วนั้น คนอย่างนี้ทหารอย่างนี้ คงมิอาจทำตามบัญชาของท่านที่จะทำให้กองทัพและชาติล่มจมได้อีกต่อไป ท่านคือไม้ใกล้ฝั่งที่มินานก็คงแตกดับไปตามอายุขัย แต่ชาติและแผ่นดินของเราจักต้องคงอยู่ไปชั่วฟ้าดินสลาย มีขุนทหารอย่างผู้เขียนอีกเป็นหมื่นเป็นแสนที่พร้อมจะเลือกความอยู่รอดของชาติ มากกว่าความอยู่รอดของผู้บังคับบัญชาอย่างท่าน ด้วยความเคารพเครื่องหมายบนบ่าของท่านที่ครั้งหนึ่งคฑาขององค์จอมทัพได้ทรงจรดแต่ะ ครับท่าน

ปล. ท้ายสุดนี้นั้น ลิ่วล้อหรือม้าใช้ของนายท่านทั้งหลาย คุณควรเอาเวลาที่จะตรวจสอบติดตามทางอิเลคทรอนิคส์ในสิ่งที่ผู้เขียนโพสในที่ต่างๆ ไปทำการตรวจสอบลอคไฟล์ของสถานีเบสของโพรไวเดอร์มือถือค่ายต่างในพื้นที่๓จชต.จะได้ประโยชน์กับกองทัพทางยุทธการมากกว่าจะมาตามดูคนที่เห็นแก่บ้านเมืองเป็นหลักอีกหลายๆคนในประเทศนี้

จากผู้ที่เรียกตัวเองว่า INFANTRY
ที่มา: ราชดำเนิน