วันนี้ (12 มิ.ย.) นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและครอบครัวชินวัตร แถลงข่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) มีมติอายัดทรัพย์สินของ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา รวมทั้ง ทรัพย์สินทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายหุ้นชินคอร์ปฯ ให้กับเทมาเส็ก จำนวน 21 บัญชี เป็นเงิน 52,000 ล้านบาท ว่าได้พูดโทรศัพท์กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งฝากถามผู้มีอำนาจว่า ต้องการให้กลับเข้าสู่การเมืองใช่หรือไม่ เพราะขณะนี้ครอบครัวไม่ได้รับความเป็นธรรม

“เมื่อเข้าตาจน ทุกคนก็ต้องหาทางต่อสู้ สิทธิความเป็นคนไทย และสิทธิในการเคลื่อนไหวท่านก็มี วันนี้ ท่านยังไม่ตัดสินใจที่จะกลับประเทศไทย เพียงแต่อยากฝากถามผู้มีอำนาจว่า อยากให้เป็นเช่นนั้นหรือไม่” นายนพดล กล่าว

นายนพดล กล่าวว่า ที่ผ่านมามีข่าวลือในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางกลับประเทศไทย วันที่ 22 มิ.ย. เพราะพ.ต.ท.ทักษิณคิดว่า จะมีการอายัดทรัพย์ของตัวเอง และภรรยาเท่านั้น จึงบอกว่าจะขอเงินลูกใช้ แต่พอทราบภายหลังว่า บัญชีของลูกก็ถูกอายัดด้วย จึงรู้สึกว่าไม่เป็นธรรม จึงเป็นไปได้ว่า เรื่องนี้จะส่งผลให้ พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางกลับประเทศไทยเร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม ตนไม่กล้าฟันธงว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางกลับมาเมื่อไร จะเป็นก่อนสิ้นเดือนนี้หรือไม่ คาดว่า 2-3 วันนี้จะมีความชัดเจน และยืนยันว่าจะไม่ให้เกิดความปั่นป่วนแน่นอน

ส่วนที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) คาดว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางกลับ วันที่ 24 มิ.ย. ซึ่งจะมีการพิจารณาคดีที่ดินรัชดาภิเษกนั้น นายนพดล กล่าวว่า เมื่อศาลมีคำสั่งก็จะเดินทางกลับ แต่เวลานี้สถานการณ์เปลี่ยนไป คงต้องพิจารณาอีกครั้งว่า จะเดินทางกลับเร็วขึ้นหรือไม่ ซึ่งมีความเป็นไปได้ ส่วนการเดินทางกลับมาของ พ.ต.ทักษิณ เป็นไปได้หลายวิธี แม้จะเล่นการเมืองไม่ได้ แต่ก็ยังสนับสนุนได้ ให้กำลังใจให้คำปรึกษา สนับสนุนทางการเงิน หรือช่วยปราศรัยได้ ถ้าหากมีการบังคับ และกลั่นแกล้งกันมาก พ.ต.ท.ทักษิณ ก็จะไม่กลับมาในฐานะผู้นั่งชม แต่จะเป็นผู้เล่น เพราะคนเราถ้าไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็มี 3 วิธี คือ ต่อสู้ตามกฎหมาย ต่อสู้ทางการเมืองโดยการเลือกตั้ง และอยู่เฉยๆ

“ผมไม่เชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะไม่อยู่เฉยๆ หลังจากที่ครอบครัวโดนกลั่นแกล้งขนาดนี้ เกือบทุกเรื่องยังเป็นเพียงข้อกล่าวหา ไม่ได้เป็นความผิด แต่กลับมาอายัดทุกทรัพย์สินโดยไม่เป็นธรรม เชื่อว่าประชาชนจะเห็นใจครอบครัวชินวัตร การกระทำของ คตส.ครั้งนี้ ไม่ใช่การตัดสินใจที่ฉลาดนักทางการเมือง” นายนพดล ย้ำ

นายนพดล กล่าวด้วยว่า วันนี้ ได้ประชุมทีมทนายความของ พ.ต.ท.ทักษิณ คาดว่า ภายใน 2–3 วัน หรือช่วงต้นสัปดาห์หน้า จะดำเนินคดีแพ่ง และคดีอาญา เพื่อเอาผิดกับ คตส. รวมทั้งเรียกร้องค่าเสียโอกาส ที่ไม่สามารถนำเงินไปทำการใดๆ ได้ ซึ่งต้องพิจารณาก่อนว่าเป็นจำนวนเท่าไร และอาจจะฟ้องร้องตามนั้น เวลานี้ พ.ต.ท.ทักษิณไม่มีที่พึ่ง คงหวังได้แต่เพียงศาลยุติธรรม

ด้านสำนักข่าวต่างประเทศทั้งเอพี เอเอฟพี รอยเตอร์ สำนักข่าวบีบีซี และซีเอ็นเอ็น ต่างรายงานข่าวที่ คตส.มีมติให้อายัดทรัพย์สินของ พ.ต.ท.ทักษิณ และคนในครอบครัวชินวัตรเผยแพร่ไปทั่วโลก รวมถึงคำให้สัมภาษณ์ตอบโต้กลับของนายนพดล ปัทมะ ทนายความของ พ.ต.ท.ทักษิณที่ขู่จะฟ้องกลับทั้งทางอาญาและแพ่ง โดยกล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณรู้สึกว่าตนเองได้รับการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมและไม่ชอบธรรมจาก คตส. ซึ่งมติดังกล่าวของ คตส.นั้นจะยิ่งทำให้ชื่อเสียงของไทยในสายตาต่างประเทศนั้นเสียหายมากขึ้น และจะรวบรวมทีมทนายฝีมือดีในการฟ้องร้องเพื่อทวงทรัพย์สินคืนต่อไป

สำนักข่าวต่างประเทศตั้งข้อสังเกตด้วยว่า มติที่ คตส.ให้อายัดทรัพย์ของ พ.ต.ท.ทักษิณและภริยานั้นมีออกมาหลังจาก พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ได้ออกกล่าวทางสถานีโทรทัศน์และวิทยุ โดยมุ่งเน้นถึงภารกิจในการขจัดปัญหาการฉ้อราษฎร์บังหลวง และมีขึ้นหลังจากกว่าสัปดาห์ที่ศาลมีคำพิพากษาสั่งยุบพรรคไทยรักไทยและสั่งตัดสิทธิทางการเมืองของคณะกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย 111 คน

เรียบเรียงข่าวจาก ไทยรัฐ และ มติชน