คำสั่งของคตส.ให้อายัดทรัพย์สินบัญชีเงินฝาก ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและคุณหญิงพจมาน ชินวัตร รวมเป็นเงิน 51,000 ล้านบาท เมื่อเย็นวันนี้ (11มิ.ย.50) เป็นประเด็นที่ประชาชน ต้องพิจารณาใคร่ครวญอย่างยิ่ง

ใคร่ครวญในด้านที่มาแห่งอำนาจ ของคตส. ใคร่ครวญในความชอบธรรม

ที่มาของอำนาจคตส. มิอาจปฏิเสธได้ว่า เป็นอำนาจมาจากการแต่งตั้ง คมช. อันเป็นคมช.ที่ได้อำนาจมาจากการรัฐประหารพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2550 อันเป็นอำนาจแห่งเผด็จการทหาร

อำนาจเผด็จการทหาร ทุกยุคทุกสมัย ล้วนไม่ใช่มาจากการมอบหมายโดยฉันทานุมัติ จากประชาชน หากแต่เป็นอำนาจที่ใช้กระบอกปืนบังคับเอามาจากประชาชน

ไม่ว่าอำนาจเผด็จการทหาร จะแปรเปลี่ยนชื่อเป็น คปค. หรือ คมช. แต่ข้อเท็จจริงก็คือ เป็นอำนาจเผด็จการทหาร ที่ใช้ปืนบังคับเอามาจากประชาชน เป็นอำนาจที่ไม่ชอบธรรม

เมื่ออำนาจของเผด็จการ คมช. เป็นอำนาจที่ไม่ชอบธรรม ตามระบอบประชาธิปไตย ย่อมส่งผลสะเทือนต่อ อำนาจของคตส. อันเป็นหน่วยงานที่แต่งตั้งโดย คมช. เป็นอำนาจที่ไม่ชอบธรรมตามระบอบประชาธิปไตย

ดังนั้นจึงไม่แปลก ที่ประชาชนที่อยู่ในระบอบประชาธิปไตย เมื่อลุกขึ้นมาปฏิเสธอำนาจเผด็จการทหาร คมช. ย่อมนำไปสู่การปฏิเสธการดำรงอยู่ของอำนาจของคตส.

อำนาจคตส. จึงเป็นอำนาจปลอม ในสายตา ของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย

อำนาจคตส. จึงเป็นอำนาจที่ไม่มีอำนาจแท้จริง ในระบอบประชาธิปไตย

อำนาจการสั่งอายัดทรัพย์ ของคตส. จึงเป็นอำนาจปลอม ในระบอบประชาธิปไตย

พลันที่คตส.อาศัยอำนาจจากรากเหง้าเผด็จการทหาร คมช. สั่งอายัดทรัพย์พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรและคุณหญิงพจมาน ชินวัตร จึงไม่เพียงสั่นสะเทือนต่อเงินในบัญชีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรและภรรยา แต่ยังเป็นบูมเมอแรงเหวี่ยงกลับไปสั่นสะเทือนอำนาจ ของคตส. พร้อม ๆ กัน

นี่เป็นประเด็นที่ประชาชนในระบอบประชาธิปไตย ต้องใคร่ครวญ และต้องพินิจให้ลึกซึ้ง พินิจถึงการดำรงอยู่ของอำนาจปลอม ของคตส.และคมช.

พีทีวีนิวส์
11 มิถุนายน 2550

พ.ต.ท.ทักษิณตั้งทนายความฟ้องกลับ คตส.

นายนพดล ปัทมะ ที่กรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้รับทราบเรื่องที่คระกรรมการ คตส.มีมติให้อายัดทรัพย์บัญชีเงินฝากแล้ว โดยแสดงความรู้สึกว่า กำลังเป็นควาพยายามกลั่นแกล้งทางการเมือง เนื่องจากในตอนแรกนั้น เอาผิดพ.ต.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ไม่ได้ จึงมาใช้ช่องทางนี้ อย่างไรก็ตามได้ตั้งทีมทนายความและจะขอฟ้องกลับคตส. ทั้งทางแพ่งและทางอาญาจนถึงที่สุด ส่วนตัวเลขจำนวนเงินที่ฟ้องเรียกค่าเสียหายนี้ยังคำนวณไม่ได้ต้องขอตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินก่อนว่า มีจำนวนเท่าใด เพราะถือว่าเป็นการเสียโอกาสในการประกอบธุรกิจระหว่างที่มีการอายัดทรัพย์สิน

นายนพดล กล่าวต่อว่า เรื่องนี้เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการกรรโชก ประทุษร้ายหลักนิติธรรม อีกทั้งการดำเนินการเช่นนี้ยังเสื่อมเสียต่อภาพลักษณ์ประเทศไทย การที่กรรมการคตส. ระบุว่า การอายัดทรัพย์เป็นผลจากการตรวจสอบคดีทุจริต 5 คดี ก็เป็นการอ้างที่ขาดน้ำหนัก พยายามเหวี่ยงแหให้ถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ให้ได้ ยังเป็นการเด็ดปีกสร้างความลำบากให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยไม่คำนึงถึงหลักกฎหมาย

ขณะที่รายงานท่าน ท่านอยู่ที่ฮ่องกงก่อนจะเตรียมเดินทางไปยังอังกฤษ ท่านกำลังทานข้าวอยู่ ท่านเปรยว่า ต่อไปคงต้องขอเงินลูก และยืนยันว่า เงินที่ได้มาด้วยความสุจริต สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินได้หมด และไม่คิดว่า 5 ปีที่เคยเป็นถึงอดีตนายกฯ เคยทุ่มเทให้กับประเทศชาติ กลับได้รับการปฏิบัติเช่นนี้ แต่ท่านไม่ได้ท้อแท้ หรือมีอารมณ์เกรี้ยวกราดระหว่างที่ผมรายงานท่าน นายนพดล กล่าว

อย่างไรก็ตามเมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้แสดงความเป็นห่วงหรือไม่ว่าหลังมีคำสั่งของคตส.จะทำให้อารมณ์ม็อบบานปลายขึ้น นายนพดลกล่าวว่า หลังจากนี้คงไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น แต่คมช.และคตส. ต้องรับผิดชอบ

ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ข่าว/บทความที่เกี่ยวข้อง
คตส. สั่งยึดทรัพย์ “ทักษิณ-พจมาน” 5.2 หมื่นล้าน
สาระสำคัญของประกาศ คปค.ฉบับที่ 30 (แก้ไขประกาศ คปค.ฉบับที่ 23)
มติคณะกรรมการตรวจสอบ เรื่อง ให้อายัดทรัพย์ของพันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร กับพวก