เรื่องโดย:คุณ Nofag
ที่มา:ราชดำเนิน

เดี๋ยวนี้สนามหลวงไม่ได้เป็นสถานที่ชุมนุมต่อต้าน คมช. อย่างเดียวแต่สนามหลวงได้กลายเป็นศูนย์กลางของคนทุกวงการซึ่งบางคนก็ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนแต่มีใจตรงกันคือเกลียดทหารและบุคคลในรัฐบาล บางคนอึดอัดไม่รู้จะพูดกับใครก็เลยเอ่ยระบายพูดกับคนใกล้เคียง คนใกล้เคียงก็อยากระบายอยู่แล้ว เลยไปด้วยกันได้บางคนบางคณะติดลมเม้าท์กันทั้งคืนแล้วก็นัดพบกันอีกในวันต่อๆมา

บุคคลทุกสาขาอาชีพมุ่งหน้าสู่สนามหลวงเพื่อพบปะผู้คนคอเดียวกันและที่แปลกส่วนมากจะเกลียดอะไรๆที่เหมือนๆกันทั้งนั้นเช่นเกลียดทหาร เกลียดคมช. คตส. โดยเฉพาะไอ้บัง ไอ้พั่งและไอ้ปะยุด ไอ้บันวิดและรัฐธรรมมนูญฉบับ ‘ประสงค์ร้าย’

หมอ อาจารย์มหาวิทยาลัย นักธุรกิจ เจ้าของกิจการ ด็อคเตอร์อาจารย์สอนมหาวิทยาลัยมาพบกันที่นี่แบบไม่น่าเชื่อ ด็อคเตอร์ท่านหนึ่งยังเคยพาภรรยามาเช่าเสื่อ ผ้าใบเอากระเป๋าหนุนหัวนอนฟังการปราศรัยใกล้กับผมอยู่หน้าจอหนังตรงข้ามวัดพระแก้วเลยครับ พอฝนตกยังเอาผ้าใบผืนละ10บาทยืนคลุมหัวอยู้ด้วยกันจนปิดรายการปราศรัย

นี่คือเสน่ห์มนต์ขลังของสนามหลวงขณะนี้…

แล้วคนระดับอย่างนี้ยังมีคนเอาไปนินทาว่ารับจ้างมาคนละ 300-500 บาท ที่สำคัญ…เราจะไม่เห็นการทะเลาะรือมีการทำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน ตรงกันข้ามผู้คนกลับยิ้มแย้มแจ่มใสเข้าหาซึ่งกันและกัน เดินผ่านมาผ่านไปหาของอร่อยๆกินกัน ของขายอาหารหวานคาว ทุกอย่างดูสะอาดน่ากินทั้งนั้นและถูกด้วยโดยเฉพาะผมชอบไอติมถ้วยละ 10 บาททุกครั้งที่ไปต้องอุดหนุน

ประชาชนจะมีความสามัคคีกันโดยมิได้นัดหมายกันเมื่อภัยมาถึง ดังจะเห็นได้ตอนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้ามาจะพังเวที PTV ครั้งหนึ่ง ประชาชนก็พร้อมใจกันดาหน้าสู้กับเจ้าหน้าที่จนเจ้าหน้าที่ต้องถอยหนีหรือบางครั้งก็ไล่อัดเจ้าหน้าที่เทศกิจที่เข้ามารื้อเวทีอะไรอย่างนี้เป็นต้น เพราะอะไรก็เพราะประชาชนมีใจตรงกันเหมือนกัน ต้องการไประบายความอัดอั้นตันใจกันที่นี่

จะสังเกตุเห็นได้ว่ามีกลุ่มคนจับกันเป็นกลุ่มๆคุยกันจนบางครั้งไม่ใด้สนใจบนเวทีมากนักเพราะไปกันประจำฟังจนเกือบจะจำได้หมดแล้ว นอกจากจะมีเรื่องใหม่ๆหรือข่าวประกาศเรื่องด่วนพวกเราถึงจะหยุดคุยและฟังอย่างตั้งใจ…

นี่คือเรื่องจริงเล็กๆน้อยๆส่วนหนึ่งของคนสนามหลวงในยามนี้ครับ