ภาพชุด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รับมอบประกาศนียบัตรศาสตราจารย์พิเศษ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจและเศรษฐศาสตร์ จากศาสตราจารย์ โตชิโอะ วาตานาเบ้ อธิการบดี มหาวิทยาลัย ทากุโชกุ แห่งกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น มอบให้ภายหลังการบรรยายพิเศษวิชา”อุตสาหกรรมกับพลเมือง(Industry and People)”เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2550 ที่ผ่านมา (เอื้อเฟื้อภาพและข้อมูลโดย hi-thaksin.net)

ประชาไท – พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีได้ไปปรากฏตัวที่มหาวิทยาลัยทากุโชกุ(Takushoku University)ประเทศญี่ปุ่น ประกาศต่อสาธารณะว่าจะกลับเมืองไทยในฐานะประชาชนธรรมดาและจะกลับประเทศไทยเมื่อเข้าสู่ภาวะประชาธิปไตย

วันที่ 7 มิ.ย.50 สำนักข่าว AP และ Reuters รายงานว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีปรากฏตัวที่มหาวิทยาลัยทากุโชกุ (Takushoku University) ประเทศญี่ปุ่น เพื่อแถลงข่าวการรับตำแหน่งอาจารย์พิเศษ (guest lecturer) บรรยายเกี่ยวกับเศรษฐกิจของเอเชียและรูปแบบทางธุรกิจ ซึ่งจะเริ่มบรรยายในวันที่ 5 ก.ค.ที่จะถึงนี้

โดยจากเนื้อความที่ AP เสนอนั้น ระบุว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กล่าวกับนักข่าวว่า

“นี่เป็นงานแรกหลังจากที่ผมตกงาน… และผมก็กำลังพยายามจะหางานเป็นประธานสโมสรฟุตบอลไปด้วย แต่มันยังไม่คืบหน้าเท่าไหร่” (“This is my first employment after being ousted — I’ve been unemployed for a while…. I’ve been trying to find a job… as chairman of a soccer club, but it’s not coming quick enough.”)

ส่วนในรายละเอียดของการเจรจาการเข้าเทคโอเวอร์สโมสรแมนเชสเตอร์ซิตี้นั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ปฏิเสธที่จะตอบคำถามกับนักข่าว

“ถ้าหากประเทศไทยกลับคืนสู่ความเป็นประชาธิปไตย ผมคิดว่ามันคงจะมีอิสรภาพทางความคิดและการแสดงออก เมื่อถึงเวลานั้น ผมก็จะกลับบ้าน ผมจะกลับไปสอนหนังสือ สอนให้กับคนรุ่นใหม่ ด้วยประสบการณ์ที่ผมมีอยู่” (“After Thailand returns to democracy, I think freedom of speech and thinking will prevail. At that time, I will go back. I will teach the younger generation from the experience that I have,”)


เมื่อนักข่าวถามเกี่ยวกับเรื่องการเลือกตั้งในประเทศไทยที่จะเกิดขึ้นเดือนธ.ค.ที่จะถึงนั้น

“ผมคิดว่าประเทศไทยจะกลับสู่ประชาธิปไตย มันจะเกิดขึ้นในอนาคต” (“I think the return to democracy will happen soon,”)

ทางด้าน Reuters ได้เสนอข่าว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ว่า:

“ถ้าประชาธิปไตยคืนมาสู่ประเทศไทย ประเทศไทยจะกลับมามีเสถียรภาพอีกครั้ง ผมจะกลับไปช่วยเหลือประเทศของผมในฐานะประชาชนธรรมดาคนหนึ่ง” (“When democracy returns to Thailand, Thailand will prosper again and I will go back to contribute to the country as a normal citizen.”)

“ผมไม่ต้องการให้ความรู้และประสบการณ์ที่ผมสั่งสมไว้ ต้องตายลงไปพร้อมกับตัวผม ผมต้องการนำมันไปแบ่งให้กับคนรุ่นใหม่ๆ” (“I don’t want my accumulated knowledge and experience to die with me, I want to share it with young people,”)

“ผมต้องการที่จะพักผ่อนแล้ว จากนี้ไปผมคงจะอุทิศตนให้แก่การศึกษาและกิจกรรมการกุศลต่างๆ แทน” (“I would like to spend the rest of my life in education and charitable activities.”)

ทั้งนี้ AP และ Reuters ได้ประเมินเหมือนกันว่า จากนี้ไป พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร คงจะฆ่าเวลาด้วยการเทียวมา เทียวไป ระหว่างญี่ปุ่นและอังกฤษ เพื่อทำภารกิจสอนหนังสือและเจรจาเกี่ยวกับการซื้อสโมสรฟุตบอล Manchester City ไปพลางๆ ก่อนกลับประเทศไทย.