มีเรื่องโกหกอยู่เรื่องหนึ่งที่กล่าวว่า พวกเรารักอิสระเสรีภาพแต่ชนชาติอื้่นไม่ได้ชอบหรือคิดเหมือนอย่างเรา ความหวงแหนและยึดมั่นในอิสระเสรีภาพของพวกเรามันเป็นเรื่องของผลผลิตทางวัฒนธรรม อิสระเสรีภาพ ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน หลักนิติรัฐ เหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องของพวกอเมริกันและฝรั่งตะวันตก.สิ่งเหล่านี้ อิสระเสรีภาพ ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน หลักนิติรัฐ หาใช่ “ค่านิยมตะวันตก” แต่มันคือคุณค่าหรือค่านิยมสากลของจิตวิญญาณแห่งมวลมนุษยชาติทั้งมวล และไม่ว่า ณ ที่แห่งหนใด เวลาไหนประชาชนคนธรรมดาก็มีสิทธิที่จะเลือกและถวิลหา. ตัวเลือกของพวกเขาก็ยังคงเหมือนเดิมนั่นคือ ถวิลหาอิสระเสรีภาพหาใช่การปกครองแบบกดขี่ ประชาธิปไตยหาใช่เผด็จการ ความเป็นนิติรัฐหาใช่กฏเหล็กของเครือข่ายตำรวจลับ — โทนี่ แบร์ (Tony Blair)

คำพูดดังกล่าวข้างต้นที่ผู้เขียนคัดลอกมาจากหนังสือ The Case For Democracy ที่ประพันธ์โดยนาธาน ชารานสกี้นั้นเป็นคำพูดของนายกรัฐมนตรีอังกฤษ โทนี่ แบร์เมื่อตอนที่เขาได้มีโอกาสไปกล่าวสุนทรพจน์ในที่ประชุมสภาคองเกรสแห่งสหรัฐอเมริกาเมื่อช่วงฤดูร้อนปี 2003 ถึง “สิทธิเสรีภาพของชาวอิรัค” ที่พวกเขาควรจะได้รับเฉกเช่นเดียวกับชนชาติอื่นๆในโลกนี้ เช่นเดียวกับที่ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิ้ลยู บุชที่ท่านได้เคยกล่าวสุนทรพจน์ในที่สาธารณะหลายครั้งถึงความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าของท่านในเรื่องประชาธิปไตยและเสรีภาพว่า:

อิสระเสรีภาพหาได้เป็นของขวัญจากชาวอเมริกันที่หยิบยื่นให้กับชาวโลกไม่แต่มันเป็นสิ่งที่พระเจ้าประทานมาให้กับมวลมนุษยชาติทั้งมวลต่างหาก — จอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช (Gorge W. Bush)

เหตุการณ์ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการของกลุ่มพลังประชาชนต่างๆในชื่อ “แนวร่วมประชาธิปไตย ขับไล่เผด็จการ(Democratic Alliance Against Dictatorship)” ภายใต้คำขวัญ “Democracy Now” ที่ประเทศไทยในตอนนี้ที่การต่อสู้ของประชาชนกำลังเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ กำลังจะกลายเป็นบทพิสูจน์หนึ่งที่สะท้อนภาพความเป็นจริงให้เห็นชัดเจนว่า ไม่มีชนชั้นใดที่อยากจะอยู่ภายใต้การกดขี่และก็ไม่มีชนชั้นใดสมควรที่จะดำรงอยู่เยี่ยงทาส อิสระเสรีภาพจำเป็นต้องถูกเลือกและถูกปกปักษ์รักษาโดยประชาชน และการปกป้องสิทธิมนุษยชนจะไม่มีทางบังเกิดขึ้นมาได้หากอิสระเสรีภาพของมนุษย์ในสังคมนั้นถูกริดรอน ดังอมตะพจน์ของบุชและแบร์ที่กล่าวว่า Freedom is for everyone นั่นคือ “อิสระเสรีภาพเป็นของทุกคน” นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมชาวเยอรมัน เจแปนนีส อิตาเลี่ยน สแปนยาร์ดและอีกหลายชนชาติได้พัฒนาสังคมการเมืองเปลี่ยนผ่านจากระบบหลักกฎหมู่ของชนชั้นเจ้าขุนมูลนายและชนชั้นนำในสังคม จาก “สังคมแห่งความหวาดกลัว” มาเป็น “สังคมแห่งเสรีภาพ” ในช่วงศตวรรษที่ 20

ชนชาติเหล่านี้ พวกเขาล้วนมีความแตกต่างในด้านประเพณีวัฒนธรรม ความเชื่อ ศาสนา ค่านิยมและรูปแบบการดำเนินชีวิตแต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่พวกเขามีเหมือนกันก็คือ “ไม่มีใครต้องการดำรงชีวิตอยู่ภายใต้สังคมแห่งความกลัวและการกดขี่อีกต่อไป” ชาวเยอรมันตะวันออกจึงไม่เคยยี่หระหรือหวาดหวั่นในการลักลอบหลบหนีข้ามพรมแดนมายังเยอรมันตะวันตกด้วยวิธีการสารพัดรูปแบบ ทั้งเดินข้ามพรมแดนผ่านรั้วลวดหนามไปจนกระทั่งหลบซ่อนมาในท้ายรถยนต์ข้ามด่านตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งแม้จะรู้ว่าเสี่ยงตายหรืออาจไม่มีชีวิตรอดกลับไปแต่ทุกคนก็พร้อมยอมเสี่ยง เพียงแค่เพื่อความหวังว่าจะมีชีวิตที่ดีขึ้น เพื่ออิสรภาพที่รออยู่ข้างหน้า จวบจนกระทั่งกำแพงเบอร์ลินถูกทำลายลงและการรวมชาติเยอรมันตะวันออกและตะวันตกเป็นผลสำเร็จ ภาพของคนหนุ่มสาวที่ถูกจับได้ ถูกถ่ายรูปเป็นหลักฐานและติดไว้บนบอร์ด พร้อมตัวอย่างรถยนต์ที่ยึดได้เป็นเครื่องเตือนความจำ เป็นหลักฐานที่แสดงถึงความโหดร้ายที่เกิดขึ้นในอดีต แนวรั้วลวดหนามกับป้อมปราการหลายแห่งจึงกลายเป็นสัญญลักษณ์ตอกย้ำให้ชนรุ่นหลังได้ตระหนักว่าอิสรภาพและเสรีภาพของมนุษย์สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด

ผู้เขียนจึงรู้สึกขบขันเป็นอย่างยิ่งที่เห็นคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) พยายามประชาสัมพันธ์ไปไกลถึงเยอรมนีเมื่อไม่นานมานี้เพื่อให้เขายอมรับความถูกต้องชอบธรรมของการทำรัฐประหารในประเทศไทย เผด็จการทหารเหล่านี้ไม่มีความตระหนักเลยหรือว่าคนเยอรมันนั้นเขายึดมั่นในอุดมการณ์ความเป็นประชาธิปไตยและรักหวงแหนในอิสระ เสรีภาพของตนมากที่สุดเพราะกว่าที่พวกเขาจะได้มาซึ่งสิทธิ เสรีภาพและความเสมอภาคนั้นพวกเขาต้องแลกด้วยเลือดเนื้อ ชีวิตและคราบน้ำตาของบรรพบุรุษของตนจำนวนนับไม่ถ้วนเพราะ “เสรีภาพไม่เคยได้มาฟรี(Freedom is not free)” นั่นเอง

และเช่นเคยค่ะ ในเมื่อสื่อกระแสหลักไม่อาจเป็นที่พึ่งและเป็นความหวังของคนไทยได้อีกเมื่อสื่อภายในประเทศถูกปิดกั้นในยุคเผด็จการครองเมือง ในวันนี้ผู้เขียนจึงขอนำเทปการปราศรัยของกลุ่ม แนวร่วมประชาธิปไตย ขับไล่เผด็จการ(Democratic Alliance Against Dictatorship) ในวันที่ 6 และ 7 มิถุนายนที่ผ่านมามาให้คุณผู้อ่านทุกท่านที่พลาดการฟังการถ่ายทอดสดได้รับฟังกันอีกครั้งหนึ่งค่ะ

เทปการปราศรัยของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตย ขับไล่เผด็จการ ณ ท้องสนามหลวงเมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา
[splashcast ILIY4015KO]
เทปการปราศรัยของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตย ขับไล่เผด็จการ ณ ท้องสนามหลวงเมื่อวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา[splashcast TKPS7699DE]