กรณีตุลาการรัฐธรรมนูญทั้ง 9 ท่านมีคำวินิจฉัยกลางออกมาชี้ขาดให้ยุบพรรคไทยรักไทยและเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี ของกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า พรรคพลังแผ่นดินไทย และพรรคพัฒนาชาติไทยนั้นก็เป็นไปตามที่ผู้เขียนคาดหมายไว้ก่อนหน้าที่จะมีการพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดคดียุบพรรคการเมืองเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2550 ที่ผ่านมาค่ะว่า…ในที่สุดแล้วคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญจะต้องชี้ขาดออกมาตาม “ธง” ที่ตั้งไว้ตั้งแต่แรกแล้วนั่นคือมีมติลงโทษยุบพรรคไทยรักไทยและตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารพรรค 111 คนเป็นเวลา 5 ปีด้วยกัน

ก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่นอกเหนือความคาดหมายแต่อย่างใดเพราะประเทศไทยในยามนี้ปกครองโดยระบอบเผด็จการที่อารยะประเทศไม่ยอมรับและเป็นสิ่งแปลกปลอมในประชาคมโลก ดังนั้นผู้เขียนในฐานะประชาชนคนหนึ่งจึงไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของตุลาการรัฐธรรมนูญทั้ง 9 ท่านนี้เพราะที่มาแห่งอำนาจในการพิจรณาคดีของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญไม่มีความชอบธรรมและผู้เขียนไม่ถือว่า ประกาศ ของคปค. เป็นกฏหมาย

ในสถานการณ์การเมืองปัจจุบันทุกองค์กรต้องน้อมรับทุกๆประกาศที่ออกมาโดยคณะปฎิวัติรัฐประหารชุดนี้ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ก็ตาม มันจึงเป็นจุดอ่อนในระบอบการเมืองของประเทศล้าหลังอย่างประเทศไทยที่กระบวนการยุติธรรมของไทยยังคงยึดแนวคิดตามสำนักกฎหมายปฎิฐานนิยม(Positivism) เป็นหลักมาช้านานซึ่งมี จอห์น ออสติน เป็นเจ้าสำนักที่ได้เสนอแนวคิดว่า “กฎหมายคือคำสั่งของรัฐาธิปัตย์” เขาคิดว่าผู้ที่จะใช้วิธีการทางนิติบัญญัติได้คือ ผู้มีอำนาจสูงสุดของรัฐ แนวคิดของจอห์น ออสตินนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ส่งเสริมให้เกิดการรัฐประหารขึ้นมาและได้รับการยอมรับในประเทศโลกที่ 3 อย่างกว้างขวาง เช่นในประเทศฟิจิและในประเทศไทย เป็นต้น ดังนั้นจึงไม่แปลกอะไรที่คณะตุลาการรัฐธรรมนูญเลือกที่จะอ้างอิงและใช้ประกาศของคณะที่ยึดอำนาจล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ได้อำนาจมาโดยวิถีทางที่ไม่เป็นประชาธิปไตยมาลงโทษนักการเมืองที่มาตามระบอบประชาธิปไตย

คำวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักไทยในคดียุบพรรคการเมืองนี้สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าตุลาการรัฐธรรมนูญตีความบนพื้นฐานของข้อกฎหมายที่เป็นประกาศของคณะปฏิวัติฯและรัฐธรรมนูญชั่วคราว 39 มาตราเป็นสำคัญเพราะตุลาการรัฐธรรมนูญทั้ง 9 ท่านเห็นชอบว่าคำสั่งของคณะปฏิวัติรัฐประหารเป็น “กฎหมาย” นั่นเอง ดังคำให้สัมภาษณ์ของ ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ หนึ่งใน 9 คณะตุลาการรัฐธรรมนูญตัดสินคดียุบพรรคไทยรักไทย ที่ให้สัมภาษณ์นายเทพชัย หย่อง ในรายการ “สยามเช้านี้” ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 5 เมื่อเช้าวันที่ 1 มิถุนายนว่า

คปค.เขียนไว้อย่างไร ถ้าดูโดยละเอียด คปค.เป็นกฎหมาย โดยหลักทุกคนต้องปฏิบัติและอยู่ภายใต้กฎหมาย แม้จะได้มาโดยคณะปฏิวัติก็ตาม…..

เป็นคำกล่าวที่ขัดกันอย่างไรพิกล ตุลาการท่านนี้เน้นย้ำว่าทุกคนต้อง “ปฏิบัติและอยู่ภายใต้กฎหมาย” แต่ทว่า คปค.นอกจากจะไม่ยอมอยู่ภายใต้กฏมายแล้วยังฉีกกฏหมายทิ้งเสียเองแล้วอย่างนี้ประชาชนจะไปเคารพกฏหมายที่ออกโดยผู้ที่ฉีกกฏหมายบ้านเมืองได้อย่างไร?

ดังที่ผศ.สมชาย ปรีชาศิลปกุล คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า:

ตุลาการไม่เคยตั้งคำถามต่อกฎหมายที่มีที่มาจากการรัฐประหารเลย เท่ากับส่งเสริมให้การรัฐประหารสืบทอดในสังคมต่อไปได้

ตรงนี้มันบอกได้ชัดเจนค่ะว่าคนบังคับใช้กฏหมายยังเห็นว่าการทำปฏิวัติรัฐประหารเป็นเรื่องที่ชอบแล้วหรือเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เราจึงเห็นการอ้างอิงอดีตของการบังคับใช้ข้อกฎหมายที่ให้อำนาจในการวินิจฉัยคดียุบพรรคการเมืองกับตุลาการรัฐธรรมนูญและหลักการของการวินิจฉัยที่แถลงออกมาเพื่อรองรับการวินิจฉัยคดีเฉพาะกิจครั้งนี้โดยยึดตามธรรมนูญการปกครองชั่วคราวหรือวิธีการปฏิบัติของคณะปฏิวัติรัฐประหารรุ่นก่อนๆเป็นพื้นฐานรองรับ

หากผู้พิพากษาหรือตุลาการที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่ผดุงความยุติธรรมให้กับสังคมรับรองและปฏิบัติตามประกาศหรือคำสั่งของคณะรัฐประหารว่าชอบด้วยกฎหมายและชอบด้วยรัฐธรรมนูญแล้วนั่นก็เท่ากับว่าพวกเขารับรองการกระทำของคณะรัฐประหารว่าชอบด้วยกฎหมายแล้วเช่นกัน ด้วยเหตุนี้คำวินิจฉัยชี้ขาดของตุลาการรัฐธรรมนูญทั้ง 9 ท่านนั้นได้ตอกย้ำกับประชาคมโลกในยามนี้ว่าประเทศไทยในตอนนี้สิ้นแล้วซึ่งความเป็นรัฐที่ปกครองโดยกฎหมายและความยุติธรรมเป็นใหญ่ (นิติรัฐ)

ในวันนี้ผู้เขียนจึงขอถือโอกาสนำเทปสัมภาษณ์ อ.มานิตย์ ที่ท่านได้ให้สัมภาษณ์ในรายการวิทยุคนวันเสาร์ฯพร้อมบทสัมภาษณ์ อ.มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับอดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกาที่ออกโรงสะกิดวงการตุลาการถอนตัวเลิกสังฆกรรมคณะรัฐประหาร มาลงให้ผู้อ่านทุกท่านที่พลาดบทสัมภาษณ์ชิ้นนี้ได้อ่านและรับฟังกันอีกครั้งค่ะ

เทปสัมภาษณ์ อ.มานิตย์ ทางสถานีวิทยุคนวันเสาร์ฯ

บทสัมภาษณ์ อ.มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ

ผู้พิพากษาที่เรียกว่าตระบัดสัตย์แล้ว เขาขาดคุณสมบัติในการที่จะไปประหารชีวิตคน

การรัฐประหารครั้งนี้จะเป็นข้อถกเถียงหรือเป็นบรรทัดฐานต่อไปไหมว่าเข้าข่ายผิดกฎหมาย

คำว่ารัฐประหาร แปลว่าอะไร คนไทยเราพูดแต่รัฐประหาร พูดแต่ปฏิวัติ แล้วไม่รู้แปลว่าอะไร ซึ่งความจริงภาษาไทยเรา คนโบราณเขากำหนดคำนิยามศัพท์และคำศัพท์ไว้หมดนะครับ อาจารย์มีคอมพิวเตอร์ไว้ในโทรศัพท์จะให้คุณดูนะครับ รัฐประหารเป็นภาษากฎหมาย แปลว่า เป็นการใช้กำลังยึดอำนาจ และเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ใช้กำลังยึดอำนาจและเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ส่วนการปฏิวัติ แปลว่า การเปลี่ยนแปลงระบอบบริหารบ้านเมือง เช่น ปฏิวัติการปกครอง การกระทำของคณะทหารเมื่อวันที่ 19 กันยา เข้าลักษณะทั้ง 2 อย่างเลย เห็นไหมครับยึดอำนาจการปกครองแล้วเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มาเป็นระบอบเผด็จการทหาร นี่ที่บริหารอยู่ทุกวันนี้คือระบอบเผด็จการทหาร เขาเลิกหมดเลย พรรคล้มเลิกหมด

คำแถลงการณ์ของคณะปฏิรูปฯ คำว่าปฏิรูปก็ผิดแล้ว เหมือนกับคนที่ชอบยกตัวอย่าง หมาป่าเอาหนังแกะมาหุ้มไว้ปานนั้นเลยนะ เพราะว่าคำว่าปฏิรูป ภาษาราชการ ภาษาที่ถูกต้องตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ที่มีพระราชบัญญัติรับรอง แปลว่า ปรับปรุงให้ดีขึ้น แต่คณะทหารชุดนี้เขาเข้ามาปรับปรุงให้ดีขึ้นหรือเปล่า เขามาล้มล้าง เขามายึดอำนาจ เขาเตะทิ้งคณะรัฐมนตรีที่บริหารชั่วคราวอยู่เสียด้วยซ้ำ แล้วประกาศให้รัฐธรรมนูญสิ้นสุดลง ให้ศาลรัฐธรรมนูญสิ้นสุดลง แล้วให้โน่นนี่ แล้วตั้งศาลเอง ตั้งองค์กรต่างๆ เอง

ที่คุณถามถึงเรื่อง คตส. อันนี้ตั้งโดยใคร ใครเป็นคนลงชื่อ พล.อ.สนธิ หัวหน้าคณะปฏิรูปฯ ความจริงคือหัวหน้าคณะปฏิวัติรัฐประหารนั่นเอง การปฏิวัติรัฐประหารถามว่าเป็นความผิดไหม ต้องตอบว่าเป็นความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 ชัดเจนเลยนะครับ อยู่ในหมวด 2 เรื่องความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร ผู้ใดใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญจะใช้กำลังประทุษร้าย เอารถถังมานี่ก็เป็นการแสดงลักษณะในตัว ว่าขู่เข็ญจะใช้กำลังประทุษร้าย เพราะใช้อาวุธเข้ามาเพื่อล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหารหรืออำนาจตุลาการ หรือให้ใช้อำนาจต่างๆ ไม่ได้ เข้าทั้งอนุมาตรา 1 และอนุมาตรา 2 เพราะฉะนั้นการกระทำของคณะปฏิรูปฯ ซึ่งความจริงคือคณะรัฐประหารเนี่ย เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาฐานเป็นกบฏ ดูสิครับ ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นกบฏ ต้องระวางโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต

เมื่อเข้าข่ายลักษณะเหมือนที่อาจารย์พูดตรงนี้เป็นการกระทำในนามของพระปรมาภิไธยไหม

ไม่ครับ ไม่ใช่ครับ ไหนตรงไหนที่บอกว่าเป็นพระปรมาภิไธย การปฏิวัติรัฐประหาร ไม่มี ประกาศแถลงการณ์ฉบับที่ 1 ให้ยกเลิกอะไรต่ออะไรต่างๆ ที่ว่านี้ เห็นไหมครับลงชื่อ พล.อ.สนธิ ไม่เกี่ยวอะไรกับพระปรมาภิไธย อาจารย์อยากจะอธิบายเรื่องในพระปรมาภิไธยให้เข้าใจกันให้แจ่มชัดเสียที เพราะเวลานี้ผู้ที่ไม่ได้ศึกษากฎหมายอย่างแท้จริงเข้าใจว่า พระเจ้าอยู่หัวลงพระปรมาภิไธย หรือว่ามีพระบรมราชโองการแล้วเป็นกฎหมายหมด ซึ่งไม่ใช่ ไม่ใช่ ในกรณีที่พระมหากษัตริย์ลงพระปรมาภิไธยหรือมีพระบรมราชโองการแล้วถือว่าเป็นกฎหมายนั้น ถือว่าเป็นการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ที่อำนาจอธิปไตยทั้ง 3 อำนาจ นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ เป็นของพระมหากษัตริย์พระองค์เดียว พระบรมราชโองการเป็นกฎหมาย

แต่ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พระบรมราชโองการไม่เป็นกฎหมายทุกฉบับ แม้จะลงพระปรมาภิไธยในตัวอักษร ที่เรียกว่าตัวกฎหมายก็ตาม เพราะอะไร เพราะมีรัฐธรรมนูญปี 2540 บอกเลยว่าบทบัญญัติใดที่มีข้อความ กฎหมายใดมีข้อความขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ เป็นอันใช้บังคับไม่ได้ แม้พระมหากษัตริย์ลงพระปรมาภิไธยให้ประกาศใช้เป็นกฎหมายอะไรก็ตาม แต่ถ้ามีข้อความขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ไม่ใช่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวนะ รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวอาจารย์ไม่ถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญ ไปแอบอ้าง ไปเอาคำศัพท์ที่เป็นของภาษากฎหมาย ที่เป็นภาษาราชการมาใช้ ที่บอกว่าเวลานี้ประชาชนสับสน คิดว่านี่คือรัฐธรรมนูญที่สภาร่างนิติบัญญัติแห่งชาติกำลังยกร่างฯ กันอยู่ หรือ สสร. กำลังยกร่างฯ แล้วไปอ้างว่าเป็นรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปี 2550 ความจริงจะไปเรียกว่ารัฐธรรมนูญไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญจะต้องเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากผู้เป็นเจ้าของอำนาจประชาธิปไตย คือต้องปวงชนชาวไทยเขาร่วมกันกระทำ ร่วมกันกระทำอย่างไร คือ ตามกฎกติกาที่ได้ทำกันมาแล้วตั้งตัวแทนขึ้นไป แล้วไปช่วยกันคิด ช่วยกันทำ ช่วยกันโต้เถียง

ความจริงคำว่า รัฐธรรมนูญ เป็นภาษากฎหมาย เข้าใจง่ายๆ ความจริงคือกฎกติกาหรือระเบียบข้อบังคับที่ปวงชนชาวไทยทั้งประเทศจะอยู่กันอย่างไรง่ายๆ เลย แค่นี้แหละ แต่ว่าจะต้องเขียนให้เป็นกฎ ต้องใส่ว่ารัฐธรรมนูญ คำว่ารัฐธรรมนูญเป็นคำสมาส ระหว่างคำ 2 คำ คือคำว่า รัฐ แล้วบวกกับคำว่า ธรรมนูญ ถ้าเราแยกคำศัพท์นี้ให้เห็นชัด จะเข้าใจคำว่ารัฐธรรมนูญมากขึ้น รัฐแปลว่าอะไร แปลว่าบ้านเมือง ประเทศ ประเทศแปลว่าอะไร แปลว่าชุมชนแห่งมนุษย์ที่ตั้งมั่นอยู่ในดินแดนอันมีอาณาเขตแน่นอน แล้วก็มีอำนาจอธิปไตยที่จะบริหารบ้านเมืองของตน นี่เรียกว่า รัฐหรือประเทศบ้านเมือง ซึ่งความจริงแล้วก็คือปวงชนชาวไทยนั่นเอง เพราะพื้นที่ดินอะไรต่ออะไรมันเป็นประเทศไปไม่ได้

ธรรมนูญ แปลว่า กฎหมายที่จัดระเบียบองค์กร องค์กรคือองค์กรปวงชนชาวไทย กฎหมายคืออะไร คือข้อบังคับหรือข้อกำหนดที่ให้กระทำหรือไม่กระทำ ใครจะมีสิทธิหรือมีอำนาจใดๆ ที่จะมากำหนดระเบียบข้อบังคับที่พวกเราจะอยู่กันเอง มาให้เห็นองค์กรที่เล็กๆ ลงไปอีก ให้เข้าใจง่ายๆ บริษัทจำกัด หรือบริษัท (มหาชน) จำกัด ใครล่ะจะเป็นผู้มีอำนาจกำหนดระเบียบข้อบังคับของบริษัท ที่ประชุมใหญ่ของผู้ถือหุ้นใช่ไหม นี่แหละปวงชนชาวไทยเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทไทยจำกัด เทียบให้เห็น โจรเข้ามาปล้นบริษัทแล้วบอกว่า ไอ้ผู้จัดการกับกรรมการบริหารออกไป กูจะบริหารบริษัทของมึงเองแล้ว เฮ้ยประธานบริษัทมาทำหนังสือบอกไปยังคู่สัญญาต่างๆ นิติบุคคลหรือบุคคลประกาศให้รู้ทั่วกันว่ากรรมการบริษัทชุดที่แล้วเลว โกงกิน ให้มันออกไปแล้ว แล้วตั้งพวกนี้แหละให้มาบริหารแทน แล้วอั๊วก็กำลังจะจ้างนักกฎหมายให้มาเขียนข้อบังคับบริษัทลื้อแทนข้อบังคับเก่า ประธานบริษัททำอย่างไร ปล้นจี้ ถมึงทึงบัญชี 5 คน

ลั่น คตส. ไม่มีหน้าที่สอบอดีต รมต.เพราะที่มาจากปลายกระบอกปืน

ข้อเปรียบเทียบที่อาจารย์พูดให้เห็นชัด เมื่อคำสั่งที่ออกมาจากคำสั่งคณะปฏิรูปฯ อาจารย์คิดว่าไม่ว่าจะเป็นหน่วยงาน คตส. หรือว่าอะไร สุดท้ายจะถูกฟ้องร้องกลับไหมครับ

อยู่ที่ปวงชนชาวไทยที่เป็นเจ้าของอำนาจประชาธิปไตย ถูกไหมครับ เหมือนบริษัท ยกมาเป็นบริษัทดีกว่า ไอ้นี่เข้ามาถึงกำลังข้อบังคับ แล้วเอาออกมาเที่ยวถามผู้ถือหุ้น เฮ้ย ใครมาช่วยกันแก้เปลี่ยนแปลงซิ ให้ผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่โง่หลงทางตกหลุมพราง มาขอแก้ตรงนั้นตรงนี้ เท่ากับการยอมรับการปล้นบริษัท เป็นการปล้นโดยชอบด้วยกฎหมาย นี่คือหลุมพรางที่เขาขุดไว้ ถ้าประชาชนคนไทยหรือว่าผู้ถือหุ้นบริษัทไปดีใจว่าโจรมาเขียนข้อบังคับให้เราใหม่แล้วนะ ตรงนี้เราไม่ชอบ ตรงนั้นเราไม่ชอบ เรามาช่วยกันแสดงความคิดเห็นแล้วเดี๋ยวเขาจะให้มาลงคะแนนเสียง ให้ผู้ถือหุ้นทั้งหมดมาลงมติว่าจะรับข้อบังคับใหม่ไหม ถ้าหลงทางไปลงกับเขาก็เท่ากับถือว่าการปล้นบริษัทนี้ไม่เป็นการปล้น เพราะได้รับอนุมัติที่ที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น กฎหมายที่อาจารย์ถือว่าขายชาติ หรือไม่ซื่อสัตย์สุจริตต่อปวงชนชาวไทยด้วยกัน ไปสมคบให้ความคิดความเห็นพวกนี้ทำได้

การตั้งสถานภาพของ คตส. ทุกวันนี้ที่เข้ามามีการตรวจสอบทรัพย์สินของอดีตนักการเมืองในชุดที่ผ่านมา คิดว่าสถานภาพความถูกต้องทางกฎหมายมีสิทธิ์ทำได้ไหมครับ

เราต้องดูนะว่า คตส. คืออะไร คตส. เป็นชื่อย่อขององค์กรหรือสถาบันที่ตั้งขึ้น ชื่อเต็มๆ คืออะไร คือคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ เราต้องดูว่าคณะกรรมการที่ตรวจสอบความเสียหายที่ก่อให้เกิดความเสียหาย ใครตั้ง องค์กรต่างๆ ที่จัดตั้งขึ้นในประเทศไทยเรา

ตั้งแต่อดีตมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2475 จนกระทั่งถึงปัจจุบัน มีบุคคลหรือคณะบุคคลที่ตั้งขึ้นออกเป็น 2 ประเภท ประเภทหนึ่งโดยรัฐสภา ซึ่งเรารู้กันทั่วไปว่าเป็นองค์กรหนึ่งที่ใช้อำนาจอธิปไตยตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตั้งแต่ฉบับแรกคือรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรสยาม 2475 การตั้งองค์กรต่างๆ ที่จะเป็นองค์กรของปวงชนชาวไทย แล้วมีอำนาจในทางกฎหมายที่จะใช้บังคับกับปวงชนชาวไทย ที่จะเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ ที่จะใช้บังคับกับศาลยุติธรรมหรือศาลไทยเรา จะต้องมาจากเจ้าของอำนาจอธิปไตยที่แท้จริง นั่นคือปวงชนชาวไทยเท่านั้นเอง บุคคลอื่น คณะบุคคลอื่นไม่มีอำนาจใดๆ ที่จะมาตั้งองค์กรแล้วจะมาบัญญัติข้อบังคับใดๆ ที่จะมาบังคับกับประชาชนคนไทย

เราเชื่อไหม เวลานี้เกิดความสับสนเพราะนักกฎหมายใหญ่ๆ ที่เป็นทั้งอดีตผู้พิพากษา เป็นทั้งอดีตสมาชิกรัฐสภา แล้วขณะนี้ยังเป็นครูบาอาจารย์สอนกฎหมาย สอนวิชารัฐศาสตร์อยู่ในมหาวิทยาลัยของไทยเรา พากันทำให้ประชาชนคนไทยคิดว่าที่เขายังไม่ได้เรียนกฎหมายไม่รู้กฎหมายจริงๆ เขาเกิดความสับสน ทำไมถึงเกิดความสับสน รวมทั้งสื่อมวลชน ไม่ใช่สื่อมวลชน ผู้ที่ประกอบอาชีพสื่อ พากันชี้นำให้เกิดกระแสว่านี่คือกฎหมาย

แต่โดยแท้จริงแล้วเวลานี้อาจารย์วิเคราะห์ออกมาได้แล้วว่า ที่เรียกกันว่ากฎหมาย รัฐธรรมนูญก็ดี พระราชบัญญัติก็ดี ของไทยเราเวลามี 2 ประเภท เพราะนักกฎหมายนอกคอก ทำให้คนเข้าใจอย่างนั้น ประเภทที่ 1 คือประเภทที่เรียกว่ากฎข้อบังคับที่เรียกว่ากฎหมาย ซึ่งออกโดยหรือบัญญัติโดยหรือตราขึ้นโดยรัฐสภา ซึ่งเป็นองค์กรที่ใช้อำนาจนิติบัญญัติ อีกประเภทหนึ่งคือข้อบังคับหรือคำสั่งต่างๆ ที่ออกโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

สภานิติบัญญัติแห่งชาติคืออะไร เป็นชื่อองค์กรๆ หนึ่งซึ่งคณะปฏิวัติ คณะปฏิวัติชุด 19 กันยายนนี่แหละ แล้วมาตั้งชื่อเรียกชื่อตัวเองหลอกว่า คณะปฏิรูปการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข บุคคลเหล่านี้ คณะเหล่านี้ กระทำเหมือนแอบอ้างเอาคำว่าทรงเป็นประมุขมาใส่ไว้เอง อาจารย์ทราบจากผู้สื่อข่าวต่างประเทศ เขาถามเชิงเป็นหัวหน้าเหรอ ถึงไปถอดคำอะไรๆ ที่เป็นภาษาอังกฤษออก ไม่กล้า ถ้าจริง ต้องไม่ถอดไม่เปลี่ยนชื่อถูกไหมครับ แล้วอาจารย์มีความเชื่อมั่นเหลือเกินว่าไม่ทรงรับรู้ด้วยแน่

ท่าทีของคนในสังคมต่อผู้ที่นั่งเป็นคณะกรรมการ คตส. ควรเป็นเช่นไร

คตส. เป็นองค์กรที่ตั้งโดยพวกกบฏ มีรัฐธรรมนูญมาตราไหนไหมที่บอกว่าให้พวกกบฏมาตั้งองค์กรขึ้น เพื่อตรวจสอบการทำงานของใครต่อใครในอดีต อำนาจในการสืบสวนสอบสวนเป็นอำนาจหนึ่งซึ่งเป็นอำนาจประชาธิปไตย คืออำนาจบริหาร อำนาจบริหารก็ออกมาเป็นบริหารจัดการมาเป็นกระทรวงต่างๆ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกรมตำรวจจะมีอำนาจหน้าที่ในการสืบสวนสอบสวน ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาความ อำนาจทั้งหมดต้องมาจากปวงชนชาวไทยให้เท่านั้น แล้วใครจะมาอ้างว่ามีอำนาจปวงชนชาวไทยให้ ต้องมีตัวหนังสือให้อ่านได้เป็นลายลักษณ์อักษร ถ้าไม่มีหนังสือที่ปวงชนชาวไทยมอบอำนาจให้เป็นลายลักษณ์อักษร เขาไม่มีอำนาจ อำนาจเถื่อน อำนาจโจร ที่คนหลายคนไม่รู้ก็ทำตาม หลายคนรู้แล้วปืนจ่อหัวอยู่ รถถังอยู่ข้างหลัง ไม่รู้จะทำอย่างไร ถ้าเราแน่จริงเราลองกลับบ้านสิ เอาไอ้เณรกลับบ้าน เอาพวกถือปืนอาวุธยืนจังก้าใส่ชุดพรางใบไม้ เอากลับบ้านให้หมด ไปทำมาหากินกับลูกกับเมีย กลับบ้านไป ลองออกมาบังคับดูสิอะไรจะเกิดขึ้น

กระบวนการที่เขากำลังดำเนินการตามคดีอยู่ อาจารย์มีมุมมองต่อกรณีนั้นอย่างไร

เขาไม่มีอำนาจใดๆ ที่จะมาทำงานสอบสวนเลย ไม่มี นั่นเป็นพวกกบฏ ปฏิวัติรัฐประหารพออ่านตามมาตรา 113 เข้าหลักที่ผมให้ดูเป็นกบฏแล้ว คำว่ากบฏเป็นความผิดตามกฎหมายอาญาใช่ไหม ผู้ที่กระทำความผิดตามกฎหมายอาญาเขาเรียกว่าโจร แปลว่าผู้ร้ายที่ลักขโมยหรือปล้นสะดมทรัพย์สินของผู้อื่น อาชญากร ผู้ก่ออาชญากรรม เป็นผู้กระทำความผิดที่เป็นคดีอาญา พวกที่กบฏทำผิดอาญาหรือเปล่า เรียกว่าอาชญากรไหม อาจารย์ไม่ได้ไปแต่งหรือกล่าวหาใครเป็นคำศัพท์ที่ราชบัณฑิตฯ กำหนดคำศัพท์ขึ้น เพื่อให้คนไทยทั้งประเทศใช้เป็นคำศัพท์ เป็นเหตุให้เวลานี้ภาษาไทยถึงมีอยู่ 2 ภาษา คือ ภาษาไทยที่ราชบัณฑิตยสถานกำหนดขึ้น กับภาษาไทยที่ คมช. กำหนดขึ้น ภาษาไทยที่ราชบัณฑิตฯ กำหนดขึ้น คำว่า ปฏิรูป แปลว่าเปลี่ยนแปลงทำให้ดีขึ้น แต่ภาษาไทยที่ คมช. กำหนด ปฏิรูปการปกครอง กลายเป็นว่ายกเลิกรัฐธรรมนูญ เตะศาลทิ้ง อะไรต่ออะไร มาถึงวันนี้ถึงเวลาที่ต้องถามปวงชนชาวไทยที่เป็นเจ้าของอำนาจประชาธิปไตยหรือยังว่า จะใช้ภาษาไทยของราชบัณฑิตฯ หรือจะใช้ภาษาไทยของ คมช.

อาจารย์คิดว่าการทำงานของ คตส. เป็นการชงเอง กินเอง รวมทั้งพิพากษาเองหรือไม่

ต้องถามพวกเขาสิว่า ใครจ้างคุณมา ใครตั้งคุณมา ตำแหน่งของคุณเวลานี้คืออะไร ที่มานั่งกินเงินเดือนที่พวกกบฏจ่าย การทำความผิดฐานกบฏมีโทษประหารจำคุกตลอดชีวิต แต่ถ้าหากว่าเอาเงินของประชาชนในท้องพระคลังไปให้คนโน้นคนนี้ด้วย พอเอาเงินไปปั๊บกลายเป็นปล้นทรัพย์ นี่เป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์อีกกระทงนะ ทีนี้คนที่ได้รับจากโจรปล้นทรัพย์ รู้ว่าเงินได้มาจากการปล้น พวกนี้รับของโจรทั้งนั้น นั่งรับเงินกันเป็นแถว ถามว่าเงินของใคร เงินของประชาชนใช่ไหม พวกคณะปฏิวัติหรือรัฐประหารเอาเงินจากไหนมาจ่าย เขาทำมาหากินอะไรมาจ่ายพวกคุณ เงินในท้องพระคลังนะ เงินปล้นทรัพย์ อาจารย์ไม่กล่าวหาใคร การแปลกฎหมายตีความกฎหมายตามตัวหนังสือ เพราะฉะนั้นถามว่า นายอุดม นายแก้วสรร นายสัก กอแสงเรือง นายอะไรอีกหลายคน นายวิชา มหาคุณ นายอะไรต่างๆ ที่เป็นอดีตที่ปรึกษา คุณรู้ไหมว่าคุณกำลังเข้าไปทำงานให้กับพวกกบฏ ไปเป็นสมุนกบฏ เป็นลูกจ้าง ไม่เป็นสมุนก็เป็นลูกจ้าง เพราะไปรับเงินเดือนเขา แล้วรู้ว่าเงินเขาปล้นไปจากประชาชน คุณรู้ไหมว่าคุณมีความผิด จะมาอ้างว่าเป็นเจ้าพนักงานมีอำนาจสืบสวนสอบสวนอีก มีหรือเปล่า

เวลานี้มีคนสงสัยว่าตุลาการเอาตำแหน่งของตัวเองเข้าไปตัดสินคดีทางการเมือง อาจารย์คิดว่าตรงนี้เป็นวิกฤติที่ตกต่ำของตุลาการ

ผมคิดว่าอาจจะเป็นการหลงผิดไป ผมเชื่อว่าตุลาการทั้งหมดเกือบ 100% เต็ม เขาเป็นคนดี แต่ว่าเขาไม่ได้ศึกษากฎหมายรัฐธรรมนูญลึกซึ้ง เหมือนอย่างที่อาจารย์ศึกษา เพราะในช่วงกลับมาเป็นผู้พิพากษาอาวุโสแล้วได้รับแต่งตั้งให้มาเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญ ศึกษารัฐธรรมนูญปี 2540 ว่าตรงไหนมีข้อดีข้อบกพร่อง จะได้แก้โดยรัฐสภา เข้าไปศึกษาอยู่ 3 ปีเต็ม ถึงทำให้รู้ว่ารัฐธรรมนูญที่ออกโดยรัฐสภาที่พวกกบฏตั้ง ซึ่งส่วนตัวอาจารย์เองไม่ยอมให้เรียกว่ารัฐธรรมนูญ เพราะรัฐแปลว่าประชาชน ธรรมนูญแปลว่ากฎหมายที่จัดระเบียบองค์กร อาจารย์เรียกว่าข้อบังคับของพวกกบฏ

อาจารย์คิดว่าการกระทำที่ออกมาของ คตส. จะมีการฟ้องร้องกันไหม

อยู่ที่เจ้าของอำนาจประชาธิปไตยทั้งหมด ใครจะมาทนอำนาจของปวงชนชาวไทยได้ ถ้าเราให้การศึกษา ให้ปัญหาเป็นอาวุธกับผู้เป็นเจ้าของประเทศหรือเป็นผู้ถือหุ้นบริษัท ในเวลานี้โจรเข้ามาปล้นบริษัท แล้วกำลังเขียนข้อบังคับของบริษัทเราใหม่ ไม่ใช่นะ เป็นโจรนะ ถ้าเขาค่อยๆ รู้แล้วเขาจะเอาไว้ไหม ทีนี้ที่พวกผู้พิพากษาไปทำงาน เพราะในอดีตรัฐธรรมนูญปี 2475 ฉบับแรก เขาเรียกว่าพระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักรสยามชั่วคราว มีตัวหลักหมดแหละ ถ้าแปลเป็นภาษาชาวบ้าน คือ หนังสือมอบอำนาจอธิปไตยให้กับประชาชนนั่นเอง พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงทำหนังสือมอบอำนาจอธิปไตยให้กับประชาชน แล้วบอกว่าเธออย่าปกครองกันเอง อย่าไปใช้อำนาจคนเดียวเหมือนอย่างที่ฉันใช้อยู่นะ เธอต้องไปแบ่งให้ถูกหลักสากล เธอต้องไปแบ่งเป็น 3 องค์กร สภาผู้แทนราษฎรคณะราษฎร์ สมัยก่อนเขาเรียกอย่างนั้น พอทำชั่วคราวเสร็จแล้ว พวกเธอที่มาเป็นคณะผู้แทนราษฎรจะมาด้วยวิธีใด ครั้งแรกไปจัดการร่างกฎข้อบังคับ ระเบียบข้อบังคับ แล้วตั้งชื่อว่าพระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักรสยามชั่วคราว

น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และคณะ ได้ออกบทบัญญัตินิรโทษกรรมรัฐธรรมนูญ ให้ออกมาคุ้มครอง คตส. กันถูกเล่นงานภายหลัง มีความเห็นอย่างไร

เราต้องดูนะ นิรโทษกรรมคืออะไร คือ การยกโทษให้โดยการบัญญัติว่าการกระทำที่ผ่านมาไม่เป็นความผิด ต้องทำเป็นกฎหมาย ต้องทำเป็นพระราชบัญญัติเท่านั้น ถ้าไม่ทำเป็นพระราชบัญญัติ เวลามีรัฐบาลเขาใช้กฎหมายของฝ่ายบริหาร ออกพระราชกำหนดเรื่องนิรโทษกรรมให้ แล้วพอมีสภาฯ เปิดสมัย เขาเอาเข้าสภาฯ เอาเป็นพระราชกำหนด รับรองพระราชกำหนดใช้ได้ตลอดไป ถามว่าใครล่ะที่จะมีอำนาจเขียนข้อบังคับกติกาที่เรียกว่ารัฐธรรมนูญ ที่เรียกว่าพระราชบัญญัติ เจ้าของอำนาจอธิปไตยที่แท้จริงคือปวงชนชาวไทยทั้งหมด แล้วปวงชนชาวไทยจะมานั่งเขียนทั้ง 60 กว่าล้านคน หรือ 18 ล้านคน เป็นไปไม่ได้ ถึงได้บอกว่าให้หาผู้แทนจังหวัดละคน ถึงเรียกว่าทำแทนคนทั้งจังหวัด ถึงจะมีอำนาจตรากฎหมายนิรโทษกรรมได้ นายประสงค์ และคณะ พวกคุณมีอำนาจอะไรมาที่จะมาเขียนตัวหนังสือไม่กี่แถว แล้วบอกว่าที่ปล้นทรัพย์มา เป็นกบฏมา ไม่เป็นความผิด ทำไม่ได้

เป็นการหมกเม็ดช่วยเหลือพวกเดียวกันใช่ไหม

ใช่ครับ เมื่อสักครู่อธิบายมาถึงรัฐธรรมนูญ 2475 แล้วมาถึงปี 2540 นี่คนละยุคแล้ว รัฐธรรมนูญปี 2475 บัญญัติใช้เสร็จแล้ว กบฏ ปฏิวัติ ทหารทั้งนั้น ทหารเขียน ทหารลบ ทหารเขียน ทหารเลิก เลิกไม่พอตั้งตัวเองเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี มาเป็นคณะรัฐมนตรี มาเป็นองค์กรต่างๆ เต็มไปหมด นั่นหมายความว่ามีเงาทะมึน รถถังและอาวุธปืนอยู่เบื้องหลังของรัฐบาลที่ผ่านมา แล้วเข้ามาบริหารประเทศคนหนึ่ง 10 ปี 20 ปี ในช่วงนั้นออกประกาศของคณะปฏิวัติมาเรื่อยๆ แล้วบอกว่านี่คือกฎหมาย

ตอนนั้นศาลฎีกามีอยู่ 10-20 คน มองไปทางซ้ายบอกเป็นกฎหมาย มองไปทางขวาบอกเป็นกฎหมาย เลยต้องถือว่าประกาศของผู้มีอำนาจแล้วเป็นกฎหมาย ลองเขียนมาดู เขียนเสร็จแล้วตัวเจ้าของอำนาจอธิปไตย เรียกว่าอะไรนะ ยอมให้ประหารชีวิตก็ยอม ให้หมดตัวก็ยอม ให้ล้มละลายก็ยอม นั่นจึงถือเป็นประเพณีมาว่า ประกาศของรัฐไม่ว่าได้อำนาจรัฐมาโดยชอบหรือไม่ชอบ จะโดยแย่งกันเอง ทหารส่วนใหญ่แย่งกันเอง แล้วส่วนใหญ่ที่ออกมาเป็นกฎหมาย เป็นข้อบังคับที่เรียกว่าประกาศแก้ไขกฎหมายได้ แก้รัฐธรรมนูญได้ แก้พระราชบัญญัติได้ ถือว่าคนไทยในยุคนั้นที่เขายังไม่มีความรู้เรื่องคำว่ารัฐธรรมนูญคืออะไร อธิปไตยคืออะไร มันว่าอย่างนั้นก็ใช่ คนไทยเราติดมาจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ทั้งหมดเป็นของผู้มีอำนาจ ยอมรับมาเรื่อย การศึกษาไม่ถึง เมื่อศาลฎีกาพิพากษาเป็นกฎหมาย ทุกคนยอมรับถือกันมาว่าเป็นกฎหมาย

พอถึงรัฐธรรมนูญปี 2540 ไม่ใช่รัฐธรรมนูญที่ทหารเขียน เป็นรัฐธรรมนูญที่ปวงชนชาวไทยร่วมกันบัญญัติ โดยผ่านองค์กรรัฐสภา สมัยรัฐบาลนายบรรหาร ศิลปอาชา แล้วมีการทำประชาพิจารณ์ คุณไปอ่านคำปรารภที่ทำอย่างนั้นนะ แล้วทุกคนยอมรับ แล้วปฏิบัติแทนรัฐธรรมนูญฉบับเก่าๆ ที่เป็นรัฐธรรมนูญทหาร เราจะถือกันอีกไหมล่ะว่าการปฏิวัติต่อไปนี้ทำได้เหมือนที่แล้วๆ มา 16 ครั้ง

ต้องถามปวงชนชาวไทยแล้วล่ะว่า เราจะถือเป็นประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยไหม หลังจากมีรัฐธรรมนูญปี 2540 แล้ว ถ้าจะถือ คุณไปใส่ไว้ในมาตรา 7 บอกว่ายกเลิกแล้ว ความจริงยกเลิกไม่ได้ คำว่ายกเลิกใช้กับพวกกบฏ กับลูกน้องกบฏ รัฐธรรมนูญต้นฉบับอยู่ที่สำนักนายกฯ ที่มาบอกว่าฉีกหรือเลิกเป็นภาษาของ คมช. ใช้กับพวกสมุนของ คมช. และพวกที่เรียกร้องเห็นด้วย อาจารย์ไม่ยอม เพราะว่ารัฐธรรมนูญฉบับของปวงชนชาวไทยฉบับแรกจนถึงฉบับนี้ แล้วเขียนไปด้วยในมาตรา 7 ในเมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับในกรณีใด ให้วินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ประเพณีแปลว่าอะไร สิ่งที่นิยมถือประพฤติสืบกันมาจนเป็นแบบแผน ขนบธรรมเนียมหรือจารีต หรือประเพณีนิยมคือยอมรับกันมา จะมีรัฐธรรมนูญใหม่ฉบับแรกที่เป็นของปวงชนชาวไทย แล้วเขียนไว้ในมาตรา 7 อย่างนี้ ใส่ลงไปว่าการปฏิวัติรัฐประหารที่ผ่านมา 16 ครั้ง ให้ใส่ยกตัวอย่างไว้ในมาตรา 7 เลย เช่น ประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของไทย ที่มีรัฐธรรมนูญคือว่า ถ้าหากว่าใครสามารถรวบรวมกำลังทหารหรือตำรวจอะไรได้เยอะ แล้วมีอาวุธมาก แล้วหมั่นไส้รัฐบาลที่บริหารประเทศอยู่ ก็เข้าไปยึดอำนาจซึ่งถ้าชนะถือว่าไม่เป็นกบฏ ใส่ไปสิ ถ้าเขียนต้องไปบอกประชาชนไหม ถ้ากล้าเขียนจะได้ย้ายไปอยู่ประเทศอื่น ชัดเจนไหมครับ

แม้กระทั่งข้อเขียนที่กำลังไปรับจ้างนั่งเขียนกัน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ พวกกบฏตั้ง จะมีใครตั้ง อย่าไปอ้างว่ามีพระปรมาภิไธยนะ เพราะพระปรมาภิไธยไม่เป็นกฎหมาย และไม่สามารถใช้บังคับได้ทุกเรื่อง ตามหลักที่ว่าการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้น พระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญคืออะไร คือกฎระเบียบข้อบังคับที่ปวงชนชาวไทยร่วมกันบัญญัติไว้ เพื่อจัดระเบียบความเป็นอยู่ ระเบียบความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล พระมหากษัตริย์ทรงอยู่ภายใต้นี้ นั่นเป็นเหตุให้อาจารย์บอกว่าพระบรมราชโองการของพระมหากษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตย โดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่เป็นกฎหมายทุกฉบับ

ถ้าไปยกตัวอย่างว่าการปฏิวัติรัฐประหารถือว่าเป็นประเพณี เท่ากับว่าจะยอมรับไหมว่าเป็นประเพณีการปกครองของไทย ใส่สิครับ ยกตัวอย่างเลย ในสภานิติบัญญัติเลยที่โจรตั้งกันขึ้นมา ที่พวกกบฏตั้งขึ้นมา อาจารย์ไม่เกรงใจใครหรอกครับ อำนาจประชาธิปไตยเป็นของอาจารย์ เป็นของทุกคน แล้วทำไมคุณเอาไปใช้กันเพียง 4-5 คน คุณได้รับฉันทานุมัติมาจากใคร นายมีชัย ฤชุพันธุ์แนะนำเหรอ ทำได้เหรอ นายวิษณุ เครืองาม หรือนายบวรศักดิ์ ที่เข้าไปนั่งในสภานิติบัญญัติอยู่ในเวลานี้ 3 คนถือกันว่าเป็นนักกฎหมายชั้นเยี่ยมของประเทศใช่ไหมครับ คุณเข้าไปนั่งในสภาฯ นั้นได้อย่างไร คุณบอกประชาชนสิครับ บอกเนี่ยเรา 3 คน ถือว่าการปฏิวัติรัฐประหารที่ผ่านมา 16 ครั้งเป็นประเพณีการปกครอง ผมจึงแนะนำทหารให้เขาทำได้ แล้วผมเข้ามาช่วยเขามาเขียนกฎหมายเขียนรัฐธรรมนูญอยู่ในเวลานี้ คุณบอกสิครับ

ช่วยไปถามคุณมีชัยทีว่าอาจารย์บอกไว้ไหมว่า เป็นประเพณีการปกครองตามมาตรา 7 แล้วมาตรา 7 ที่คุณกำลังรับจ้างเขาเขียนได้เงินเดือนเป็นรายเดือน คุณมีชัย คุณวิษณุ คุณบวรศักดิ์ คุณประสงค์ สุ่นสิริ กล้าเขียนออกมาเป็นตัวอย่างบอกประชาชนไหมว่ามาตรา 7 ที่มีข้อความเหมือนกับของเก่า

ตัวอย่างเช่น ปวงชนชาวไทย ถ้า คมช. ชุดนี้ถอยไปแล้ว เกิดวันหนึ่งมีประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจปวงชนแท้จริงฟ้องการปฏิวัติ แน่นอน เขาหาทางลงไม่ได้ เวลานี้อาจารย์เขียนหนังสือเยอะแยะให้เขาอ่าน เขียนเสร็จหนังสือกฎหมายไทยคืออะไรกันแน่ ฝากให้คุณวิเชียร บวรนาถประเสริฐ เอาไปให้ คมช. 5 คนด้วย บอกอาจารย์มานิตฝากมาให้ด้วยความปรารถนาดี แล้วไปศึกษากฎหมายจะได้รู้ว่านี่จริงๆ เป็นอย่างนี้ ไม่ใช่อย่างที่นายมีชัยแนะนำ แต่ละคนจะกล้าปฏิวัติอีกไหม

ย้อนหลังไปวันที่ 19 กันยายน คุณรู้ไหมเวลานี้แท็กซี่เมืองไทยมีกี่คัน อาจารย์รู้จากชมรมแท็กซี่มี 70,000-80,000 คัน และแต่ละคันมีคนเช่า 2 กะ แสนกว่าคนมั้ง แล้วเขามีสถานีวิทยุ 92.75 เขาโกรธมากนะ ถ้าปฏิวัติโครม เขาบอกเขาจะทำอะไรกันรู้ไหม เขาจะบอกกันว่าจอดรถกันกลางถนน แล้วเราเข้าข้างทางจะไปไหนก็ไม่ไป รถถังจะไปไหนไม่รู้ครับ มีประชาชนด่านแรกที่เขาจะออกมาต่อต้านต่อสู้ผู้ที่คิดจะมาปฏิวัติซ้ำครั้งที่สอง แล้วพวกบริษัทแท็กซี่บอกว่าเสียหายไม่เป็นไร

แนะทางออกคืนอำนาจให้ “ชิดชัย” นิรโทษกรรม-จัดเลือกตั้ง

อาจารย์กำลังจะสื่อบอกว่ามันมีกลุ่มอำนาจที่ยึดอำนาจ จริงๆ แล้วเข้ามาร่างรัฐธรรมนูญแบบหมกเม็ด จริงไหม

ใช่แล้ว คุณคิดอย่างไร บอกประชาชนสิครับว่าพวกผมที่ตั้งชื่อว่าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ใครตั้ง ใครเป็นคนลงชื่อตั้ง ถ้าต่างคนต่างอ้างพระบรมราชโองการด้วยกัน ต้องถามประชาชนนะว่าจะเอาพระบรมราชโองการฉบับไหน เพราะว่าแม้มีพระบรมราชโองการกฎหมายที่มีข้อความขัดหรือแย้งรัฐธรรมนูญนี้ก็ยังไม่มีผลใช้บังคับนะ เรามาดูมาตรา 8 กฎหมายทุกฉบับต้องมีพระบรมราชโองการ ก็ยังไม่มีผลบังคับเลย เพราะฉะนั้นไม่ใช่ว่ามีพระบรมราชโองการแล้วจะเป็นกฎหมายใช้บังคับได้เสมอไป แต่ความรับผิดชอบอยู่ที่ผู้สนองพระบรมราชโองการ ผู้รับสนองจะบอกทรงเห็นด้วยแล้วนะ อ้างโน่นไม่ได้แล้วนะ เพราะข้อความที่คุณทูลเกล้าฯ ถวายไปต้องถือว่าคุณกลั่นกรองดีแล้ว คุณจะต้องรับผิดชอบว่าจะไปอ้างว่าทรงเห็นด้วยกับผมแล้ว ฉะนั้นเป็นกฎหมายไม่ได้ มันถูกบังคับโดยมาตรา 8 เมื่อ คุณอ้างอย่างนั้นเมื่อไรคุณติดคุกเลยนะ นี่คือผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ต้องรับไปเต็มๆ ทั้งหมด ไม่สามารถจะอ้างได้

ประชาชนคนไทยยังไม่ค่อยรู้เรื่องเหล่านี้ ทรงยอมอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับแรก อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ อยู่ใต้มาตรา 233 อยู่ใต้มาตรา 3 ด้วย อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจนี้ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญนี้ เป็นข้อความที่บอกว่าพระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ ไม่ได้ใช้ได้ตามพระทัยทุกเรื่อง แล้วพอไปลงพระปรมาภิไธยให้แล้วไปขัดกับมาตรา 6 ก็ไม่มีผลบังคับ เท่ากับไม่เป็นกฎหมาย ถ้าเราเข้าใจอย่างนี้ ที่ อาจารย์กล้าพูดอะไรออกมาดังๆ เพราะอาจารย์ศึกษาและพร้อมที่จะรับทุกอย่าง ชีวิตเกิดมาชาติหนึ่งที่ได้ทำหน้าที่ตรงนี้ ภูมิใจแล้ว ถือว่าถ้ารู้แล้วไม่ออกมาชี้ความอัปยศต่อประชาชนแล้ว ในที่สุดกฎหมาย คมช. ต้องมาตัดสิน อาจารย์เองหรือญาติพี่น้องหรือเพื่อนอาจารย์ นี่อาจารย์รู้แล้วออกมาชี้ ชี้อย่างมีเหตุมีผล มีทั้งกฎหมายให้อ่านเป็นตัวหนังสือ มีทั้งพจนานุกรมเอามาแปลถ้อยคำในกฎหมาย รู้แล้วต้องออกมาชี้ ถ้าไม่ชี้ถือว่าผิด เกิดมาแล้วเสียชาติเกิด แล้วเมียถาม ลูกถาม เพื่อนถาม ไม่กลัวเหรอ บอกว่าไม่กลัวแล้ว 69 แล้ว ความภูมิใจที่จะทำงานนี้ วิญญาณนี้ขอให้กับแผ่นดิน ถวายพระเจ้าอยู่หัว ให้ประชาชนไปแล้ว เวลานี้เหลือแต่ซากใครจะเอาไปไหนให้เอาไป

ที่ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ พยายามยกเอาตัวอย่างกรณีที่ศาลเข้าไปแก้วิกฤติบ้านเมืองคราวนั้น อาจารย์เห็นอย่างไร

ทรงบอกให้คุณมาตัดสินคดีตามมาตรา 233 ไม่ใช่ให้ไปใช้อำนาจบริหาร ทรงบอกว่า คุณเป็นศาลต้องมาแก้ไขนะ พระเจ้าอยู่หัวอ่านกฎหมายแล้วแปลเก่ง ว่าใช้กฎหมายแก้ไขได้ แล้วคุณเป็นศาล พระเจ้าอยู่หัวย่อมไม่บอกให้ไปใช้อำนาจอื่น ข้าพเจ้าไม่มีอำนาจมาขอรัฐธรรมนูญมาตรา 7 ข้าพเจ้าไม่มี แต่งตั้งไม่ได้ ถ้าท่านแนะนำ 3 ตุลาการใหญ่วันนั้นให้ไปทำอย่างนั้น ท่านจะบอกมาตรา 7 ทำไมว่าข้าพเจ้าไม่มีอำนาจ อำนาจเป็นของปวงชนชาวไทย ข้าพเจ้าก็อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญเหมือนพวกท่านตามที่รัชกาลที่ 7 ท่านได้พระราชทานมาแล้ว พวกนี้ใช้ภาษา คมช. แปลกัน

ภาษาไทยเวลานี้มี 2 ภาษา คือ ภาษาราชบัณฑิตฯ คือพจนานุกรม และภาษาของ คมช. รัฐธรรมนูญแปลว่ากฎอะไรก็ได้ที่กูเขียนก็เป็นคำสั่งที่กูเขียนเอง ใช้อำนาจบาตรใหญ่ เขียนแทนรัฐสภา ถือว่าเป็นกฎหมาย นี่คือภาษา คมช. ภาษาราชการที่มีกฎหมายรับรองคือภาษาตามพจนานุกรม

เหตุผลการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้คือ โดยที่พระราชบัญญัติพุทธศักราช 2488 ใช้บังคับมาระยะเวลานาน ประกอบกับงานในหน้าที่ของราชบัณฑิตสถานได้ขยายตัวออกไปมากในด้านการค้นคว้าวิจัยและการให้วิชาการแก่รัฐบาลของรัฐและประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับปรุงและตรวจชำระพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานให้สมบูรณ์และทันสมัย ใช้เป็นมาตรฐานในการเขียนและการอ่านการพูดภาษาไทยให้ถูกต้อง

ปฏิรูปต้องแปลว่าการปรับปรุงให้ดีขึ้น ไม่ใช่อย่างในแถลงการณ์ฉบับที่ 1 ตั้งชื่อว่าตัวเองเป็นคณะปฏิรูป แล้วปฏิรูปหรือเปล่า ทั้งปฏิวัติและรัฐประหาร ภาษาของ คมช. กับภาษาของราชการไทยของราชบัณฑิตฯ ไม่เหมือนกัน ก็เป็นหน้าที่ของปวงชนชาวไทยต้องเลือก

คณะ คมช. เวลานี้ เริ่มหาทางออกที่ลงค่อนข้างยากแล้ว

ไม่ยากหรอกครับ คืนอำนาจให้ประชาชนเลย ถามประชามติที่ให้ไปถามวันแรกนั่นแหละ จะให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติมาบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาอนุมัติรัฐธรรมนูญแทนพวกท่านทั้งหลายไหม หรือจะให้รัฐสภาเขามาทำกันเอง คำตอบออกมาเลยครับว่าพวกเราจะทำกันเอง แล้วถอยไป มตินี้ปวงชนชาวไทยเห็นดีเห็นงามว่าจะทำกันเอง ไม่ให้พวกสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่พวกข้าพเจ้า คืนอำนาจให้ประชาชน ให้ พล.อ.ชิดชัย ซึ่งถือว่ายังเป็นรัฐมนตรี รองนายกฯ รักษาการตามรัฐธรรมนูญปี 40 อยู่

ที่บอกว่า ยกเลิก เป็นศัพท์ภาษาของ คมช. คปค. นะ รัฐธรรมนูญปี 40 ยังอยู่นะ เขาเป็นรัฐบาลรักษาการ ถูกพวกกบฏให้เขาเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้เช่นนั้นใช่ไหม ตกลงกับเขาสิ พล.อ.ชิดชัยก็บอก พวกนี้ถูกนักกฎหมายนอกคอกบอกว่าทำได้ เห็นสมควรให้อภัย ออกพระราชกำหนดนิรโทษกรรมให้หมดแล้ว จะเอาไว้สักคนสองคนแล้วก็ขอพระราชทานพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งของรัฐธรรมนูญของประชาชน เราไปจัดการกันเอง ถ้าขออย่างนี้พระเจ้าอยู่หัวเต็มพระทัยลงพระปรมาภิไธยโปรดเกล้าฯ นะ เพราะเอาไปใช้เป็นรัฐธรรมนูญของประชาชน

แสดงว่าอาจารย์มีความกังวลว่า คณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับสมอ้าง 2550 มีโอกาสที่จะไม่ได้รับประชามติ

ถามอันแรกก่อน อย่าเพิ่งไปถามว่ารับข้อไหน ไม่แก้ข้อไหน การไปถามว่าแก้ข้อไหนช่วยกันปรับปรุง มันเป็นหลุมพราง ถ้าไปช่วยกันแก้เมื่อไรแสดงว่าการปฏิวัติชอบ แต่เวลานี้การรณรงค์ให้ไปรับเพราะสื่อเลว ถ้ามีสภาข้างหน้า อาจารย์มีสิทธิ์ที่จะเสนอแนะ คนที่จะมาประกอบอาชีพสื่อ อย่างน้อยๆ ต้องเอาไปอบรมภาคพิเศษ คือ ภาษาไทยตามพจนานุกรม และเมื่อเวลาคุณเขียนข่าวคุณจะได้ตัดสินกันตามพจนานุกรม ไม่ใช่มาเขียนเอาเอง

แสดงว่าสื่อก็เป็นส่วนของการพิพากษา

สำคัญที่สุดเลย ชี้นำปวงชนชาวไทยให้หลงทางไปหมดเลยเวลานี้ ไปเขียนร่างรัฐธรรมนูญถ้ารู้อย่างนี้คุณเป็นสื่อคุณไปเขียนทำไม แสดงว่าคุณยอม มติชน ผู้จัดการ อะไรของนายสุทธิชัย หยุ่น คุณยอมรับหรือว่ากฎข้อบังคับที่เขียนโดยสภานิติบัญญัติมันเป็นรัฐธรรมนูญของคุณ คุณรู้ไหม ถ้าคุณรู้แล้วเขียน เท่ากับตะแบง เท่ากับคุณเป็นพวกดึงกระแสให้ประชาชนที่ไม่รู้เท่าคุณ หลงทางลงหลุมพรางตามคุณไป ชัดเจนไหมครับ อย่าไปใช้คำว่ารัฐธรรมนูญดีไหม ใช้คำว่ารัฐธรรมนูญชั่วคราว (สภานิติบัญญัติร่าง) สภานิติบัญญัตินี้ตั้งขึ้นโดยคณะปฏิวัติ อย่าหมกเม็ด อย่าชี้นำกระแสสังคม แล้ววันหนึ่ง พวกหนังสือพิมพ์ทั้งหมดเขาจะต้องได้รับทุกข์อย่างสาหัส ถ้าเขารู้แล้วเขาแกล้งชี้นำให้หลงทาง อย่างคุณไม่รู้แล้วได้ยินจากปากอาจารย์ กลับไปทบทวน จริงนะ ไม่ใช่รัฐธรรมนูญนี่หว่า รัฐ+ธรรมนูญ รัฐแปลว่าประชาชน ธรรมนูญแปลว่าข้อบังคับจากองค์กร เรามีสิทธิ์เลือกคนเข้าไปเขียนไหม เลือกคนยกมือได้ไหม เข้าใจง่ายไหมครับ

อธิบายได้ไหมว่าตอนนี้สื่อก็เป็นส่วนสำคัญ

สำคัญที่สุด ถ้าสื่อรู้ภาษากฎหมาย เข้าใจกฎหมายแล้วไม่แกล้งบิดเบือน ประชาชนจะหลงทางไหมว่ามาร่างรัฐธรรมนูญกันอยู่ไหม ไม่เห็นมีใครเชิญอาจารย์ไปออกรายการบ้างล่ะ ไปถามมีชัย วิษณุ บวรศักดิ์ ออกรายการกับอาจารย์มานิตหน่อยสิ แล้วให้คุณเป็นพิธีกรก็ได้ กล้าไหม ถามนักกฎหมายใหญ่ว่าท่านกล้าออกรายการทีวีกับอาจารย์มานิตเรื่องร่างรัฐธรรมนูญไหม ทำไมไม่มีใครเชิญ พวกเราไม่เคยได้ยินเรื่องเหล่านี้มาก่อน

เท่าที่อาจารย์ติดตามสื่อคิดว่าครั้งนี้สื่อมวลชนควรได้รับไปเต็มๆ เลยไหม

ใช่ครับ พวกคนที่อยู่ตามซอกตามซอยมันรู้ว่าเป็นรัฐธรรมนูญเพราะใคร แล้วยังมีพวกเอาไปอ่านแจ้วๆๆๆ อีก เช้าขึ้นมาเรามาช่วยกันร่างรัฐธรรมนูญเถอะ แถมทั้งปากแดงปากดำ เขารู้หรือเปล่า คุณยอมรับหรือว่าที่มารับจ้างเขียนกว่า 100 คนไปนั่งหน้าตาเป๋อเหลอซึ่งไปใช้สถานที่ที่เรียกว่ารัฐสภาเขา คุณมีความชอบธรรมที่จะไปนั่งไหม นั่นเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์นะ ถ้ารู้แล้วจะฝากไปด้วยนะ ถ้ารู้แล้วกรุณาถอนตัวออกมา

ที่มา: นิตยสารรายสัปดาห์ประชาทรรศน์