รัฐประหารซ้ำ 30 พ.ค. 50

ชูวัส ฤกษ์ศิริสุข

คืนวันที่ 30 พฤษภาคม 2550 อารมณ์ความรู้สึกของใครหลายคนคงคล้ายกับคืนวันที่ 19 กันยายน 2549 และสำหรับผมเหตุการณ์หน้าประวัติศาสตร์การเมืองที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยยุบพรรคไทยรักไทย และพรรคเล็กพรรคน้อย เว้นแต่พรรคประชาธิปัตย์ ตลอดจนตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปีนั้น เป็นเรื่องที่เศร้ามาก

ในทางปฏิบัติแล้ว นี่คือพัฒนาการของการรัฐประหารที่ใช้อำนาจตุลาการมาสร้างความชอบธรรมให้กับการยุบพรรคการเมืองซึ่งเป็นสถาบันทางการเมืองของประชาชน เหตุผลที่ตุลาการให้ตลอดระยะเวลา 9 ชั่วโมง ก็ฟังดูดีครับ โดยเฉพาะในช่วงท้ายๆ ที่ดีเป็นพิเศษ ดีแบบเหตุผลที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และคณะรัฐประหารเคยใช้ในการล้มล้างระบอบประชาธิปไตย

ผมไม่มีประเด็นตั้งข้อสงสัยกับเจตนาบริสุทธิ์ของตุลาการทั้ง 9 แต่การโยนความรู้สึกนึกคิดของสมาชิกพรรคไทยรักไทย 14 ล้านเสียง ให้เป็นความรับผิดชอบของกรรมการบริหารพรรคบางคนที่กระทำผิดนั้น ไม่ได้เป็นแนวคิดในการส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยที่มีพรรคการเมืองเป็นรากฐานของประชาชนแต่อย่างใดเลย

ถ้าการคิดว่า ความพยายามทำให้การเลือกตั้งสำเร็จลุล่วงภายใต้สถานการณ์เยี่ยงนั้น โดยวิธีที่ผิดพลาดของกรรมการบริหารพรรคบางคน มีความผิดฐานเป็นศัตรูของระบอบประชาธิปไตย จนต้องโทษถึงขึ้นยุบพรรค กรรมการบริหารพรรคถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมือง 5 ปี

ด้วยวิธีคิดแบบนี้ ก็น่าจะบอกได้เช่นเดียวกันการพิจารณายุบพรรคการเมืองของตุลาการทั้ง 9 นั้นเป็นความผิดฐานเป็นศัตรูของระบอบประชาธิปไตยเช่นเดียวกัน แล้วตุลาการจะรับผิดชอบอย่างไร

นักการเมืองเหล่านี้ อย่างไรเสียเขาก็ต้องลงเลือกตั้งพิสูจน์ตัว แต่ตุลาการทั้ง 9 จะรับผิดชอบอย่างไร

ไม่เท่านั้น ผลของมันยังสร้างความไม่เป็นธรรมในระดับพื้นฐานให้เกิดขึ้นกับผู้คนในบ้านในเมืองจำนวนมาก เพราะขณะที่การจ้างพรรคเล็กลงสมัครเพื่อผ่าทางตันทางการเมืองที่เป็นวิธีการที่ผิด (ยังไม่ต้องนับว่า นั่นใม่ใช่แค่ทางตันของพรรคไทยรักไทย แต่เป็นทางตันของประชาธิปไตยด้วย) เป็นความผิดต้องโทษประหาร ถูกคน 9 คนที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ตัดสินว่าเป็นศัตรูระบอบประชาธิปไตย แต่การเรียกร้องวิถีทางที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ทั้งกรณีการขอนายกฯ พระราชทานตามมาตรา 7 ของหัวหน้าพรรคการเมืองบางพรรค กลับมิใช่การก่อปัญหาใดๆ ของระบอบประชาธิปไตย กระทั่งการรัฐประหาร อันเป็นที่มาของตุลาการทั้ง 9 ก็มิใช่ศัตรูของระบอบประชาธิปไตย?

ผมไม่มีความรู้ทางกฎหมาย รู้แต่ว่ากฎหมายมันออกแบบโดยมนุษย์เพื่อรับใช้มนุษย์ เพื่อสร้างความเป็นธรรม สร้างระเบียบสังคม ทำให้มนุษย์มีค่าความเป็นมนุษย์ แต่ผลของคำตัดสินของตุลาการรัฐธรรมนูญออกมาเป็นอย่างไร คงไม่ต้องบอก เราใช้กฎหมายที่ได้รับการตีความของกลุ่มคนชนชั้นหนึ่งเป็นตัวตั้ง ไม่ได้ใช้ประชาชนเป็นตัวตั้ง แล้วเราจะเรียกว่าประชาชนเป็นเจ้าของประเทศได้อย่างไร เมื่อประชาชนไม่ใช่เจ้าของประเทศแล้วเราจะเรียกว่า ‘ประชาธิปไตย’ ได้อย่างไร

ไม่เท่านั้น ผลของมันสร้างตลาดการเมืองให้เกิดการผูกขาด เหลือแต่พรรคประชาธิปัตย์เท่านั้นที่มีคุณภาพหรือศักยภาพเหลือพอที่จะเป็นรัฐบาล ใช่หรือไม่

เสียดายครับ เสียดายประวัติที่ดีงามของตุลาการทั้ง 9 ท่าน และทำให้เสาหลักอันเป็นที่สถิตของธรรมอันเป็นที่ยุติ มีคำถามตัวใหญ่ๆ ทีเดียว แล้วจะเหลือสถาบันไหนที่เป็นที่พึ่งให้กับคนจำนวนมากที่รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม

ที่มา: ประชาไท