รับฟังคำปราศรัยของคุณจาตุรนค์ ฉายแสงและคุณสุดารัตน์ เกยุราพันธ์เมื่อคืนวันที่ 30 พฤษภาคม 2550 หลังจากรับทราบผลของคำวินิจฉัยของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญในคดียุบพรรคการเมืองได้ที่วิทยุด้านล่างนี้ค่ะ

เสียงปราศรัยของคุณจาตุรนค์

เสียงปราศรัยของคุณสุดารัตน์

(เอื้อเฟื้อไฟล์เสียงสำหรับดาวน์โหลดโดยเว็บข่าวThai E-News)

คำแถลงของจาตุรนต์หลังคำวินิจฉัยชี้ขาดยุบพรรคไทยรักไทย

พี่น้องชาวไทยรักไทยที่รักทุกคน

กระผมขอขอบคุณคณะทำงานฝ่ายกฎหมายที่ได้ทำงานในการสู้คดีมาอย่างที่สุด รวมทั้งนักวิชาการที่ให้คำแนะนำและขอบคุณประชาชนที่ได้ให้กำลังใจพรรคไทยรักไทยมาโดยตลอด

ผลคำตัดสินที่ออกมาไม่ใช่สิ่งที่คาดหวัง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องตกใจหรือประหลาดใจ และได้เตรียมความคิดไว้ด้วยแล้ว

สำหรับความเห็นต่อคำตัดสินนั้น ได้หารือแกนนำและอดีตสส.ของพรรคแล้ว เห็นว่าพรรคไทยรักไทยได้สู้คดีในทุกประเด็นอย่างที่สุด และยังยืนยันความเห็นในทางกฎหมายและหลักนิติธรรมทุกประการ แต่ก็พร้อมที่จะยอมรับสภาพหรือผลที่เกิดขึ้นตามกฎหมาย ได้มอบหมายให้นายพงศ์เทพ เทพกาญจนาและคณะ ศึกษาคำตัดสินอย่างละเอียด แล้วพิจารณาเสนอความเห็นว่า จะสู้คดีต่อไปหรือไม่อย่างไร

อย่างไรก็ตาม พรรคไทยรักไทยขอประกาศยืนยันว่า จะดำเนินการตามที่ประกาศไว้ทุกอย่าง เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยไม่ก่อให้เกิดความวุ่นวายและเป็นการสนองกระแสพระราชดำรัส คือ จะไม่ประท้วงคัดค้านคำวินิจฉัยไม่ว่าในรูปแบบใดๆ และได้เรียกร้องให้ประชาชนผู้สนับสนุนพรรคทุกคนตั้งสติด้วยความอดทน ปฏิบัติตามแนวทางเดียวกันด้วย

เป็นเรื่องน่าเสียดายและเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์การเมืองของไทย ที่พรรคการเมืองที่ใหญ่ที่สุด มีผลงานเป็นที่ยอมรับที่สุด ต้องมาถูกยุบไป

พรรคไทยรักไทยเกิดขึ้นหลังรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ ซึ่งพรรคไม่ได้เป็นผู้ร่าง ผู้ก่อตั้งได้รวมตัวกันในช่วงที่กำลังอยู่ในวิกฤตทางเศรษฐกิจและประชาชนสิ้นหวังกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลในขณะนั้น และกำลังเรียกหาผู้นำที่มีความสามารถ

พรรคไทยรักไทยได้จัดทำนโยบายโดยประชาชนมีส่วนร่วม ได้นำเสนอต่อประชาชนจนได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง และได้นำนโยบายที่แถลงมาบริหารประเทศ จนเป็นที่ยอมรับและทำให้ได้รับชัยชนะท่วมท้นในการเลือกตั้งครั้งต่อมา

พรรคไทยรักไทยเป็นพรรคการเมืองพรรคแรกที่จัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวด้วยเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร ทำให้เกิดรัฐบาลที่เข้มแข็ง มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นผลตามที่ผู้ร่างรัฐธรรมนูญต้องการ

ต่อมามีคนบางส่วนไม่พอใจ และเสนอให้ล้มรัฐบาลไทยรักไทย โดยวิธีการต่างๆที่ไม่เป็นไปตามครรลองระบอบประชาธิปไตย จนนำไปสู่การรัฐประหารยึดอำนาจ ล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยในที่สุด ทำให้ประเทศไทยต้องกลับสู่สภาพเผด็จการอีกครั้งหนึ่ง

ในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทยเห็นว่า การรัฐประหารครั้งนี้ ทำให้ประเทศต้องถอยหลังไปมาก ประกอบกับการมีนโยบายไม่ต้อนรับการลงทุน ร่วมมือจากต่างประเทศจนเหมือนปิดประเทศ จึงเกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจอย่างยับเยิน ประเทศไทยต้องตกอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อว่า จะสามารถกลับคืนสู่ประชาธิปไตยได้หรือไม่

ขอเรียกร้องต่อประชาชนผู้สนับสนุนพรรคว่า เมื่อเห็นว่าประเทศตกอยู่ในสภาพเช่นนี้แล้ว แม้พรรคต้องประสบปัญหาร้ายแรง ก็เห็นว่าประเทศเสียหายมากกว่า จึงขอให้ทุกคนมีความมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหาของประเทศ ไม่ท้อถอย ขอให้มั่นใจว่าประชาชนทั่วจะสนับสนุนเราต่อไป และขอให้มั่นใจว่าโลกวันนี้ไม่ใช่ยุคของเผด็จการแล้ว สังคมโลกและสังคมไทยไม่ยอมรับและไม่คาดหวังที่จะเห็นประเทศไทยเป็นอย่างปัจจุบัน แต่จะต้องรีบกลับคืนสู่ความเป็นประชาธิปไตยอย่างแน่นอน

พรรคไทยรักไทยไม่มีวันตาย ตราบใดที่ทุกคนยังผนึกกำลังกันอย่างเข้มแข็ง ยึดมั่นในอุดมการณ์และไทยรักไทย ประชาชนที่ประจักษ์ในผลงานของพรรคย่อมโอบอุ้มสนับสนุนพรรคไทยรักไทยต่อไป เพียงแต่ขอให้ชาวไทยรักไทยทุกคนเข้าใจถึงจุดแข็งในข้อนี้ของตัวเองไว้ แล้วมุ่งไปสู่การเลือกตั้ง เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสแสดงพลังทวงเอารัฐบาลของประชาชนและนโยบายที่ประชาชนชื่นชอบกลับคืนมา พรรคไทยรักไทยก็จะสามารถประสบความสำเร็จได้

สำหรับแนวทางที่จะดำเนินการต่อไปนั้น ได้สรุปผลการหารือแกนนำและอดีตสส.ของพรรคว่า นอกจากการขอให้ประชาชนทุกคนมีขันติธรรม ความอดทนอดกลั้นแล้ว ยังต้องย้ำว่าแนวทางที่จะสู้ต่อไปนี้เป็นแนวทางต่อสู้ในระบอบรัฐสภาที่ยึดมั่นสันติวิธี ไม่ต้องการเผชิญหน้า แตกหักหรือความรุนแรงใดๆ

แกนนำพรรคไทยรักไทยได้กำหนดแนวทางขั้นตอนการดำเนินการดังนี้

(1) จัดตั้งกลุ่มไทยรักไทย โดยคณะที่ทำหน้าที่ผู้บริหารจัดการพรรคมาขออาสาเป็นแกนนำต่อไป มีอดีตสส.ร่วมลงชื่อแล้ว….คน เจตนารมณ์คือยึดมั่นอุดมการณ์นโยบายพรรคไทยรักไทย
(2) เดินหน้าตั้งพรรคการเมือง เฉพาะหน้าเรียกร้องให้ยกเลิกประกาศคปค.ฉบับที่ 15 และ 27 หากตั้งพรรคได้จะใช้ชื่อพรรคไทยรักไทย
(3) เรียกร้องรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย ขอให้แก้ไขประเด็นที่ไม่เป็นประชาธิปไตย และหากไม่แก้ ไม่เป็นประชาธิปไตย จะเสนอให้คว่ำรัฐธรรมนูญในขั้นตอนลงประชามติ แล้วเสนอให้คมช.และรัฐบาลนำรัฐธรรมนูญที่ดีมาใช้
(4) ให้มีการเลือกตั้งตามกำหนด และเป็นการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม อย่ากำหนดผลเลือกตั้งล่วงหน้าอย่างที่ทำอยู่ และขอเรียกร้องให้ทุกฝ่าย โดยเฉพาะคมช.และพันธมิตรของคมช.ยอมรับผลการเลือกตั้ง
(5) เราจะเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง ด้วยการนำเสนอนโยบายเดิมและนโยบายใหม่ต่อประชาชนและต่อประเทศ เพื่อจะกลับมาเป็นรัฐบาล บริหารประเทศอีกครั้ง

สำหรับดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ที่ผ่านมาอยู่ในสภาพที่น่าเห็นใจ ต้องระหกระเหินจากบ้านเกิดเมืองนอน ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการดำเนินคดีและยังถูกโจมตีฝ่ายเดียวอยู่ตลอดเวลา

ชาวไทยรักไทยถือว่า ดร.ทักษิณเป็นผู้ร่วมก่อตั้งพรรค เป็นหัวหน้าพรรคคนแรก และได้ร่วมสร้างนโยบายที่ได้นำไปสู่การใช้ปฏิบัติจนเป็นที่ยอมรับ สร้างผลงานไว้มากมาย แม้ดร.ทักษิณจะวางมือทางการเมืองแล้ว แต่สมาชิกพรรคไทยรักไทยก็จะยืนยันสืบทอดนโยบายพรรคที่ ดร.ทักษิณมีส่วนร่วมสร้างไว้อย่างสำคัญ

หลังการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น เราต้องการเห็น ดร.ทักษิณกลับเมืองไทยได้ในฐานะคนไทยคนหนึ่งและในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรี ตราบใดที่ยังไม่ได้ถูกพิพากษาถึงที่สุดโดยศาลยุติธรรม ก็ควรได้รับการปฏิบัติอย่างผู้บริสุทธิ์ และควรจะได้รับการคุ้มครองจากรัฐ โดยได้รับการพิจารณาคดีอย่างยุติธรรมจากกระบวนการยุติธรรมที่แท้จริง

พรรคไทยรักไทยเห็นว่า การเลือกตั้งครั้งที่จะถึงนี้ จะไม่ใช่เพียงการใช้สิทธิตามระบอบประชาธิปไตยเท่านั้น แต่จะมีเนื้อหาเป็นการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยอยู่ในตัว คือเป็นการแสดงออกของประชาชนทั่วประเทศว่า ไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารยึดอำนาจ และเป็นการทวงรัฐบาลของประชาชนคืนมา พร้อมกับทวงความเป็นธรรมของคนไทยทุกคนกลับคืนมาด้วย

ขอให้ทุกคนมั่นใจว่า หากพวกเรายืนหยัดสู้ต่อไป ด้วยอุดมการณ์ไทยรักไทย เราจะก้าวไปสู่ชัยชนะเพื่อกลับมาบริหารประเทศอีกครั้งให้จงได้ ไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะมีอุปสรรคยากลำบากเพียงใดก็ตาม

ที่มา: ประชาไท