กลิ่นคาวเลือดและคราบเลือด ของเหล่าวีรชน พฤษภาคม 2535 ได้จางหายไป 15 ปีแล้ว…

เขาเหล่านั้น ได้ทิ้งสมบัติอันล้ำค่า ไว้ให้แก่สังคมไทย นั่นคือรัฐธรรมนูญ ปี 2540 ที่ประชาชนมีส่วนร่วมรังสรรค์อย่างกว้างขวางและได้รัฐบาลที่เข้มแข็งที่สามารถสร้างคุณูปการให้แก่ประเทศไทยเป็นเวลา เกือบ 6 ปี ประชาชนทุกทั่วหัวระแหงต่างแซ่ซ้องที่ประเทศไทยได้มีรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่ได้ชื่อว่ารัฐธรรมนูญฉบับประชาชนมาเป็นกฏหมายสูงสุดปกครองบ้านเมือง นอกจากนี้ พวกเขาวีรชนเหล่านั้นได้พลีชีพ สร้างวีรกรรม ตลอดจนเป็นตำนานการต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งระบอบประชาธิปไตย และเป็นแบบฉบับให้แก่คนรุ่นหลัง อย่าง เราๆ ท่านๆ ทั้งหลาย

ปี 2535 เป็นต้นมากระแสการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยดังกึกก้อง ดูเหมือนว่าจะมีส่วนสร้างจิตสำนึกต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอย่างลึกซึ้งแก่คนไทยทั้งประเทศและก็มี บุคคล มากหน้าหลายตา ได้ยืนบนยอดคลื่นการเรียกร้องประชาธิปไตย ด้วยลีลาที่งดงาม ราว นักกีฬากระดานโต้คลื่น(วินเซิร์ฟ) จนมีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับกันโดยทั่วไปเขาเหล่านั้น มี จำลอง ศรีเมือง พิภพ ธงไชย สุริยไส ตักกะศิลา ปริญา เทวานฤมิตรและบุคคลผู้มีรายนามแนบท้ายบทความนี้อีกจำนวนหนึ่ง

เมื่อ 15 ปี่ผ่านมา…พวกเขาพูดถึงพลังประชาชน อำนาจประชาน การมีส่วนร่วมของประชาชน การบริหารรัฐบาลที่โปร่งใส สิทธิพลเมือง เสรีภาพประชาชน และบ้างก็ชอบกล่าวคำโตเช่น good Governance(หลักธรรมาภิบาล) และ Accountability(โปร่งใสตรวจสอบได้)

พวกเขาเกือบทั้งหมด โพกหัวด้วยแถบผ้าเขียวและโบกธงเขียว รณรงค์กดดันให้ทุกพรรคการเมือง รับรอง รัฐธรรมนูญ ปี 2540

พวกเขาเกือบทั้งหมด พูดและโพนทนา อย่างกว้างขวางว่า รัฐธรรมนูญปี 2540 เป็นรัฐธรรมนูญที่ก้าวหน้าและเป็นประชาธิปไตยมากที่สุดในประวัติศาตร์ชาติไทยเพราะเป็นรัฐธรรมนูญที่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด เป็นรัฐธรรมนูญที่ให้สิทธิ เสรีภาพและการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนมากที่สุดอย่างที่ไม่เคยมีรัฐธรรมนูญฉบับใดตระหนักถึงสิทธิ เสรีภาพและความเสมอภาคอย่างเข้มข้นแบบนี้มาก่อน และเป็นรัฐธรรมนูญที่มุ่งแก้ปัญหารัฐบาลผสมที่อ่อนแอ ไร้เสถียรภาพ โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมระบบพรรคการเมืองที่เข้มแข็ง เพื่อจะได้มีรัฐบาลที่มีฐานการสนับสนุนจากประชาชน และให้บทบาท อำนาจแก่นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำ ที่สามารถแก้ปัญหาและเปลี่ยนแปลงเรื่องสำคัญๆได้ดีขึ้นกว่าแต่ก่อน

แต่กระนั้นก็ตามแม้เหตุการณ์พฤษภาทมิฬในปี 35 จะได้สร้างตำนานให้กับหลายคนเป็นวีรบุรุษที่ยอมสละชีพเพื่อประชาธิปไตยจนประเทศไทยได้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนมาแต่ก็ยังมีกลุ่มบุคคลจำนวนหนึ่งและพวกเขาจำนวนไม่น้อย ใช้ประโยชน์และช่องทางที่มีในรัฐธรรมนูญ เพื่อประโยชน์ทางการเมืองอย่างชัดแจ้ง

ด้านหนึ่ง เพื่อเข้าสู่การเมือง ในตำแหน่ง สว. สส. องค์กรอิสระ คณะกรรมการชุดต่างๆ
และ
อีกด้านหนึ่ง พวกเขาใช้ช่องทางของรัฐธรรมนูญเพื่อเล่นงาน คู่ต่อสู้ทางการเมือง เช่น กรณีคดี หุ้นนายกทักษิณ กรณี ฟ้องร้องศาลปกครองในหลายคดี ฟ้องร้องศาลรัฐธรรมนูญ อีกนับไม่ถ้วน หากรวม การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลและ กรณีอื่นๆ ด้วยแล้ว กล่าวได้ว่า พวกเขาใช้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญ ปี 2540 ได้อย่างครบถ้วน คุ้มค่า สมราคาคุย ที่เคยคุยกันว่ารัฐธรรมนูญ 2540 เป็นรัฐธรรมนูญที่ เปิดช่องทางให้ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลสามารถเอาเรื่องรัฐบาลได้ทุกกระบวนท่า…

พวกเขา ไม่สามารถ เอาชนะทางการเมืองต่อพรรคไทยรักไทย ซึ่งได้รับความนิยมจากประชาชนอย่างท่วมท้นอย่างไม่เคยปรากฎมาก่อนในประวัติศาสตร์การเมืองไทยได้พวกเขาจึงหันมามุ่งโจมตีรัฐธรรมนูญว่า ออกแบบให้รัฐบาลและนายกรัฐมนตรีมีอำนาจมากเกินไป เปิดโอกาสให้ พรรคการเมืองหนึ่งได้เสียงข้างมากจนเป็นเผด็จการรัฐสภา การตรวจสอบและถ่วงดุลย์อ่อนแอและรัฐบาลมีพฤติกรรมแทรกแซงองค์กรอิสระ และนำไปสู่การหาเหตุผล ตรรกะ ตลอดจน สร้างเรื่อง สร้างเหตุการณ์ สร้างกระแสสังคมจนนำไปสู่ “ปีแห่งวิกฤติของอำนาจอธิปไตยของปวงชน

ตลอดปี 2548-2549 นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย นักเล่นวินเซิร์ฟบนยอดกระแสคลื่นประชาธิปไตยทั้งหลาย ได้ปรากฎตัวและส่งเสียง กู่ร้องดังยิ่งกว่าเหตุการณ์ พฤษภา 2535 เสียงกู่ร้องของพวกเขา ไม่มีอะไรที่คล้ายคลึงกับนักเรียกร้องประชาธิปไตยเมื่อ 15 ปีก่อนเสียงกู่ร้องของพวกเขา ไม่มีอะไรที่เคยเป็นข้อเรียกร้องของเหล่าวีรชนที่พลีชีพให้พวกเขาเหยียบเป็นที่รองเท้าสร้างชื่อเสียงขึ้นมาแม้แต่น้อย

พวกเขาเรียกร้องคืนพระราชอำนาจ แทนการเรียกร้องอำนาจของประชาชน

พวกเขาขับไล่นายกที่มาจาการเลือกตั้งของประชาชนแทนนายกฯที่มาจากการแต่งตั้งดังแต่เก่าก่อน

พวกเขา เรียกร้องนายกพระราชทานผ่านมาตราเจ็ด แทนที่จะ มอบอำนาจคืนให้ประชาชนเพื่อคัดเลือกคณะบุคลลเข้ามาบริหารประเทศใหม่ด้วยเสียงส่วนใหญ่ที่พวกเขาเคยตอกย้ำให้กับสังคมไทยในตอนนั้นว่า…”เสียงประชาชน คือเสียงสวรรค์”

พวกเขาเคลื่อนไหวแบบอนาธิปไตยภายใต้ชื่ออันโก้เก๋ว่า “อารยะขัดขืน” แทนการใช้กติกาทางสังคม เฉกเช่น อารยะประเทศทั้งปวงที่เขายึดถือและปฏิบัติกันเป็นแบบแผน

และแล้วในที่สุดพวกเขาก็ประสานเสียงเป็นเนื้อเดียวกันอย่างโหยหวนเรียกหาทหารเข้ามายึดอำนาจ ทั้งๆที่เคยทำท่าชิงชังและรังเกียจอีกทั้งเคยเรียกร้องให้ขจัดอำนาจทหารการเมืองด้วยน้ำเสียงที่ดุดันและห้าวหาญเมื่อ 15 ปีที่แล้วความคิดเช่นนั้นได้เลือนหายไปหรือเป็นการแสดงละครการเมืองบทใหม่ด้วยฝีมือผู้เขียนบทและผู้กำกับบทอีกรายกันแน่

พวกเขาเรียกตนเองเสียสวยหรูว่า พันธมิตรประชาชน “เพื่อประชาธิปไตย” ซึ่งชื่อที่เหมาะสม ควรจะเป็น พันธมิตรประชาชน เพื่อ”ทำลายประชาธิปไตย” ซึ่งดูเหมือนจะตรงกับความจริงเสียยิ่งกว่าเพราะสอดคล้องกันทั้งความคิดและพฤติกรรม

พวกเขาร่วมกับพรรคการเมืองฝ่ายค้าน สื่อมวลชนบางค่ายและนักวิชาการจำนวนหนึ่ง วมตัวกันภายใต้ร่มธง “นายกมาตรา 7” เราจึงขอขนานนามพวกเขาเสียใหม่ว่า “พันธมิตรมาตรา 7

ในโอกาสครบรอบ 15 ปี พฤษภาทมิฬนี้เราขอเสนอและเรียกร้องใหั พันธมิตรมาตรา 7 ประกอบพิธีการอันเหมาะสมไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่งในสองประการนี้….

ประการที่หนึ่ง…เหล่าพันธมิตรมาตรา 7 ทั้งหลาย ควรรวมกันเข้าให้เป็นมหาสมาคมใหญ่ที่สุดเพื่อไปกราบขอโทษ ดวงวิญญาณของวีรชน 2535 และกล่าวกับดวงวิญญาณวีรชนว่า:

“พวกข้าพเจ้าทั้งหลาย ได้ละเมิดเจตนารมณ์ของท่านรู้สึกสำนึกผิดและเกิดความละอายใจ จึงรวมตัวกันมาขอโทษต่อดวงวิญญาณของท่าน และขอให้สัญญาว่า จะฟื้นฟูเจตนารมณ์ของท่านและ หันกลับไปต่อต้านรัฐบาลเผด็จการและเรียกร้องรัฐธรรมนูญ ปี 2540 คืนมา”.

หรือ

ประการที่สอง…เหล่าพันธมิตรมาตรา 7 ทั้งหลาย ควรรวมกันเข้าให้เป็นมหาสมาคมใหญ่ที่สุดเพื่อไปกราบขอโทษพลเอก สุจินดา คราประยูร และกล่าวต่อหน้าว่า:

“พวกข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอกราบลงแทบเท้าท่านสุจินดาที่ได้ทำลายเกียรติยศชื่อเสียงและอนาคตที่งดงามของท่านไปเสียสิ้น…อันที่จริงแล้วการกระทำของท่านในอดีตนับว่าถูกต้องชอบธรรมเหมือนกับ คมช.และ นายกสุรยุทธ ที่มีความชอบธรรมนี่แหละ พวกเราทั้งหลายเพิ่งรู้แจ้งว่า การรัฐประหาร และรวมกลุ่มคนสักจำนวนหนึ่งเป็นรัฐบาลเสียเอง..นับว่าเป็นเรื่องที่เหมาะสมยิ่งแล้ว “

แล้วก้มลงกราบแทบเท้า พลเอกสุจินดา คราประยูร อย่างงดงามโดยพร้อมเพรียงกัน….

พันธมิตรมาตรา 7 ทั้งหลายทางเลือกของพวกท่านมีแค่สองทางนี้เท่านั้น
ท่านจะเลือก ทางไหนเรามิบังอาจแนะนำท่านได้ขอให้สวรรค์จงดลบันดาลให้ท่านทั้งหลายเลือกทางที่ถูกที่ควรด้วยเถิด…..สาธุ

ในท้ายนี้ผู้เขียนได้แนบท้ายรายชื่อพันธมิตรมาตรา 7 มาให้คุณผู้อ่านทุกท่านจดจำไว้มิรู้เลือน ด้วยเกรงว่าคนไทยจะลืมกลุ่มบุคคลเหล่านี้ที่ออกบัตรเชิญให้ทหารเข้ามาปล้นอำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทยไป เพราะคนไทยลืมง่ายดังนั้นวันนี้ เราลองมาตรวจรายชื่อบุคคลที่เสนอให้ใช้ ม.7 เหล่านี้กันดีกว่าว่าคุณรู้จักพวกเขาและเธอกี่คน เมื่อพร้อมแล้วดูกันเลยตามอัธยาศัย

รายชื่อนักวิชาการและผู้มีชื่อเสียงที่เสนอให้ใช้มาตรา 7เรียกร้องให้มีนายกพระราชทาน ตามมาตรา 7 และรายชื่อคร่าวๆของผู้มีชื่อเสียงที่ร่วมลงชื่อสนับสนุนการถวายฎีกาเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2549 มีรายนามดังต่อไปนี้

1.ศจ.ดร.ระพี สาคริก อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
2.ดร.เสนาะ อูนากูล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
3.นายวีระวัฒน์ ชลายน อดีตผู้ว่าการ กฟผ.
4.ศจ.ดร.ชัยอนันต์ สมุทวณิช ผู้บัญชาการโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย
5.นายแพทย์ไพโรจน์ นิงสานนท์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
6.ดร.ปราโมทย์ นาครทรรพ อดีตตุลาการร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2517
7.คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน
8.รศ.ดร.ต่อตระกูล ยมนาค ประธานกองทุนสื่อประชาสังคมต้านคอร์รัปชั่น
9.นายกล้านรงค์ จันทิก อดีตเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
10.นายอัษฎา ชัยนาม อดีตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ

11.ดร.วุฒิพงษ์ เพรียบจริยวัฒน์ กรรมการผู้อำนวยการสถาบันสหัสวรรษ
12.รศ.ดร.ธีรภัทร เสรีรังสรรค์ นายกสมาคมรัฐศาสตร์แห่งประเทศไทย
13.นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ ประธานกรรมการหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต
14.นายกษิต ภิรมย์ อดีตเอกอัครราชทูตไทย ประจำสหรัฐอเมริกา
15.นายสุเทพ วงค์กำแหง ศิลปินแห่งชาติ
16.พล.ท.ทวีสิทธิ์ หนูนิมิตร อดีตที่ปรึกษากองทัพบก
17.นายแพทย์ปัญญา สอนคม อดีตอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
18.นายแพทย์บรรลุ ศิริพานิช อดีตรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข
19.นายแพทย์สวัสดิ์ ศรีสกุลเมฆี อดีตนายแพทย์ใหญ่จังหวัดนครศรีธรรมราช
20.นายแพทย์มรกต กรเกษม อดีตเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข

21.นายแพทย์อุลิต ลียะวณิช อดีตอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
22.แพทย์หญิงจุรี นิงสานนท์ อดีตผู้เชี่ยวชาญพิเศษสาขากุมารเวช
23.นางดวงใจ สอนคม หัวหน้าพยาบาลโรงพยาบาลแม่และเด็กบางเขน กรมอนามัย
24.นายแพทย์จำลอง แจ่มไพบูลย์ อดีตสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช
25.แพทย์หญิงองุ่น แจ่มไพบูลย์ อดีตแพทย์อาวุโส
26.พันโทแพทย์หญิง กมลพรรณ ชีวพันธศรีประธานเครือข่ายพ่อแม่เยาวชนเพื่อการปฏิรูปการศึกษา
27.นายเชื้อพรหม มหาผล วิศวกร
28.นางนิตยา จันทร์เรือง มหาผล อดีตผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านวิศวกรรมการแพทย์
29.นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ สมาชิกวุฒิสภา
30.นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง สมาชิกวุฒิสภา

31.นายแพทย์นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ สมาชิกวุฒิสภา
32.พล.ต.อ.มีชัย นุกูลกิจ สมาชิกวุฒิสภา
33.แพทย์หญิงมาลินี สุขเวชวรกิจ สมาชิกวุฒิสภา
34.พล.ต.มนูญกฤต รูปขจร สมาชิกวุฒิสภา
35.พล.ต.ต.เสกสรร อุ่นสำราญ สมาชิกวุฒิสภา
36.นางมาลีรัตน์ แก้วก่า สมาชิกวุฒิสภา
37.นางเตือนใจ ดีเทศน์ สมาชิกวุฒิสภา
38.นายพิเชฐ พัฒนโชติ สมาชิกวุฒิสภา
39.นายสมบูรณ์ ทองบุราณ สมาชิกวุฒิสภา
40.นายการุณ ใสงาม สมาชิกวุฒิสภา

41.นายวงศ์พันธ์ ณ ตะกั่วทุ่ง สมาชิกวุฒิสภา
42.นายสุทัศน์ จันทร์แสงศรี สมาชิกวุฒิสภา
43.ร้อยตรี อนุกูล สุภาไชยกิจ สมาชิกวุฒิสภา
44.นายวิญญู อุฬารกูล สมาชิกวุฒิสภา
45.ม.ร.ว.นฤมล เกษมสันต์ >(ภายหลังออกมาระบุว่าเป็นการโดนปลอมชื่อ)
46.ม.ร.ว.สุวนันท์ วัลยะเสวี
47.ม.ร.ว.วุฒิศักดิ์ สวัสดิวัตน์
48.ม.ร.ว.สุดานนท์ สินธวานนท์
49.ม.ร.ว.รำพิอาภา เกษมศรี
50.ม.ร.ว.วิริยาภา กิติยากร (ช่างเรียน)

51.ม.ร.ว.สายสิงห์ ศิริบุตร
52.ม.ร.ว.สายสวัสดิ์ ทอมป์สัน
53.ศาสตราจารย์ ดร.ประกอบ วิโรจนกูฏ อธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
54.ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ คณบดีคณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์
55.ผู้ช่วยศาสตราจารย์ทวี สุรฤทธิกุล ประธานกรรมการประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
56.รองศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
57.รองศาสตราจารย์สมบัติ วอทอง คณบดีคณะนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
58.ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ ผู้อำนวยการศูนย์นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
59.อาจารย์เจริญ คัมภีรภาพ กรรมการเครือข่ายสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมือง
60.รองศาสตราจารย์ศรีราชา เจริญพานิช อาจารย์ประจำสาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

61.อาจารย์คมสัน โพธิ์คง อาจารย์ประจำสาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
62.รองศาสตราจารย์พิพัฒน์ ไทยอารี หัวหน้าภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
63.รองศาสตราจารย์ ดร.พิทยา บวรวัฒนา อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
64.รองศาสตราจารย์ ดร.กาญจนา วัฒนสุนทร อาจารย์ประจำสาขาวิชาศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
65.รองศาสตราจารย์ ดร.ศศิกาญจน์ ทวิสุวรรณ อาจารย์ประจำสาขาวิชาศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
66.รองศาสตราจารย์ ดร.อรุณี หรดาล อาจารย์ประจำสาขาวิชาศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
67.รองศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ตันธสุรเศรษฐ์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
68.รองศาสตราจารย์ ดร.นิธิพัฒน์ เมฆขจร อาจารย์ประจำสาขาวิชาศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
69.นายนราธิป ศรีราม อาจารย์ประจำสาขาวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
70.ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชนินาฏ ลีดส์ อาจารย์ประจำสาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

71.รองศาสตราจารย์ ดร.เรืองเดช ศรีวรรธนะ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
72.รองศาสตราจารย์วรรณธรรม กาญจนสุวรรณ รองประธานกรรมการประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช รองศาสตราจารย์
73.ดร.เรืองวิทย์ เกษสุวรรณ คณบดีวิทยาลัยรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
74.อาจารย์ณัฐพงศ์ บุญเหลือ คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น
75.ท่านผู้หญิงปรียา เกษมสันต์ ณ อยุธยา
76.นางปราศรัย รัชไชยบุญ
77.นางเนาวรัตน์ กรรณสูต
78.นายณรงค์ โชควัฒนา
79.คุณหญิงวนิดา พูลศิริวงค์
80.คุณหญิงวิจันทรา บุนนาค

81.คุณทอศรี สวัสดิชูโต
82.คุณหญิงโฉมศรี กำภู ณ อยุธยา
83.นางพิยดา สุวรรณรัตน์
84.รองศาสตราจารย์ประพันธ์พงศ์ เวชชาชีวะ
85.พลโท เจริญศักดิ์ เที่ยงธรรม
86.นางศรีเทพ กุสุมา ณ อยุธยา
87.นางชมภูนุช โทสินธิติ
88.นางบุญวรรณ จันทรวิโรจน์
89.นายอภิเนตร อูนากูล
90.นางดวงแก้ว ไตรตระกูล
91.นางดวงมณี สุขุม
92.นางอรทัย จิตบุตร
93.นางสุนทรา เอี่ยมสุรีย์
94.นางกอบสุข เอี่ยมสุรีย์
95.นางสาวตรัสวิน จิตติเดชารัตน์
96.นายแพทย์สุรเทพ บุณยะสุขานนท์ อดีตสาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิ

ถ้าหากมีรายชื่อของนักวิชาการ ผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ในสังคมท่านใดตกหล่นไปก็บอกมาได้นะครับและก็ขออภัยด้วยนะครับ หากมีผิดพลาดในส่วนใด โอกาศหน้าหากมีกรณีอย่างนี้อีก จะพยายามค้นคว้ามาให้ครบเลยครับ…

Powered by ScribeFire.