ความรักและความผูกพันต่อเครือญาติ พวกพ้องและท้องถิ่นเป็นความรู้สึกนึกคิดที่เกิดขึ้นและพัฒนาไปตามการเจริญเติบโตของชีวิตเราทุกคน เป็นสิ่งที่ดีและควรส่งเสริมให้มีอยู่ในจิตใจของทุกคน ตราบเท่าที่มันได้แสดงบทบาทต่อการสร้างสรรค์พัฒนาให้เกิดความเจริญงอกงาม ทั้งต่อปัจเจกชน เครือญาติ พวกพ้องและท้องถิ่น…เมื่อใดก็ตามที่มันแสดงบทบาทที่เป็นอุปสรรคต่อการสร้างสรรค์ ขัดขวางการพัฒนา ทำลายความสามัคคีของคนในชาติและท้าทายกฎกติกาที่ถูกต้องของสังคม..เมื่อนั้นมันก็เป็นความคิดนอกลู่ นอกทาง และสมควรได้รับการวิพากษ์เพื่อให้มีการแก้ไขปรับปรุง

———-“ลัทธิ” (Doctrine)…คือคติความเชื่อที่แสดงออกทางพฤติกรรมอย่างมีแบบแผนซึ่งสามารถสัมผัสและรับรู้ได้

———-“ลัทธิพวกพ้อง”……..เป็นคติความเชื่อที่มีแบบแผนทางพฤติกรรมที่ให้ความสำคัญกับบุคคลที่ถูกนับว่าเป็นคนพวกเดียวกัน โดยให้คำว่าพวกอยู่เหนือการสังกัดกลุ่มหรือองค์กรแบบอื่นๆ และเหนือกฎ กติกาอื่นๆ นอกจาก กฎ กติกาที่ “พวก” กำหนดขึ้นเท่านั้น ธรรมชาติของลัทธิพวกพ้องก็จะทำให้เกิดความคับแคบทางความคิดและจิตใจ ในเวลาเดียวกัน ก็จะสร้างลักษณะกีดกันผู้อื่นที่ไม่ถูกนับว่าเป็นพวกเดียวกัน

———-“ลัทธิท้องถิ่น”………เป็นคติความเชื่อที่มีแบบแผนทางพฤติกรรมที่ให้ความสำคัญกับการเกาะกลุ่มของคนในท้องถิ่นเดียวกัน ให้ความสำคัญกับความเป็นท้องถิ่นและคนถิ่นเดียวกันเหนือ กฎ กติกา อื่นๆ ธรรมชาติของลัทธิท้องถิ่นก็มีลักษณะเช่นเดียวกับลัทธิพวกพ้อง คือสะท้อนลักษณะคับแคบและกีดกันไม่ให้โอกาศด้านต่างๆต่อคนท้องถิ่นอื่น นอกจากคนที่ถูกนับเป็นพวกและอยู่ท้องถิ่นเดียวกัน…คนต่างถิ่นจะมีบทบาทได้ก็ต่อเมื่อมาเสริมความสำคัญของคนท้องถิ่นตนเท่านั้น

———-ในชีวิตประจำวันตามปกติ คนภาคอื่นๆในประเทศไทยต่างก็สัมผัสได้ว่า…คนใต้พูดภาษาใต้กับคนภาคใต้แม้อยู่ท่ามกลางคนภาคอื่นๆจำนวนมาก…คนใต้ให้ความสำคัญกับคนใต้เป็นอันดับแรกหากต้องจัดอันดับคนใต้รักพวกพ้องที่เป็นคนใต้ด้วยกัน หรือคนภาคอื่นที่ถูกคนใต้นับเป็นพวก…หลายคนชื่นชมกับลักษณะเช่นนี้ของคนใต้ แต่อีกหลายคนก็รู้สึกอึดอัดทุกครั้งที่อยู่ท่ามกลางรังษีใต้มิใช่เพราะความเป็นคนใต้ แต่เพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่ใช่ “พวก” และไม่ใช่ “คนถิ่นเดียวกัน” ซึ่งก็คือความรู้สึกเป็นคนนอกนั้นเอง.

———-คนภาคอื่นๆก็ใช่ว่าไม่มีลักษณะเช่นนี้เพียงแต่ไม่เข้มข้นและไม่เป็นลักษณะเด่นจนผู้คนสามารถสัมผัสได้และมิได้ถูกรังษี “พวก” และ “ท้องถิ่น” ผลักไสให้รู้สึกว่าเป็นคนนอก

———-อย่างไรก็ตาม สภาพเช่นนี้เป็นมานาน…นานมากพอที่จะทำให้คนทั่วไปรู้สึกคุ้นเคย ยอมรับ และอยู่กับสภาพแบบนี้ได้เพราะผลกระทบของมันไม่มีอะไรมากไปกว่าการทำให้คนภาคอื่นรู้สึกเป็นคนนอกเท่านั้น ไม่ได้ก่อปัญหาอะไรต่อสังคมโดยรวม

———-ความภาคภูมิใจของคนภาคใต้ที่มีต่อดาวสภา นักการเมือง รัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีที่เป็นคนภาคใต้ (เป็นคนพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งคนใต้ยึดศูนย์การนำของพรรคมาเกือบ 3 ทศวรรษแล้ว) เมื่อผนวกกับพื้นฐานของความนิยมในพวกพ้องและความนิยมในท้องถิ่นทำให้ความเป็นพวกพ้องและความนิยมในท้องถิ่นอยู่ใต้ร่มเงาของพรรคประชาธิปัตย์ไปโดยปริยาย

———-ครั้นเมื่อพรรคประชาธิปัตย์สามารถจับลักษณะเด่นในเรื่อง “พวกพ้อง” และ “ท้องถิ่น” ของคนใต้ได้…ก็ได้สร้างกระบวนการขัดเกลาทางสังคม (Socialization) เพื่อปลูกฝังให้ “ลัทธิพวกพ้อง” และ “ลัทธิท้องถิ่น” เจริญงอกงามและแพร่พันธ์ไปทั่วแดนใต้อย่างรวดเร็ว…..พรรคประชาธิปัตย์เชื่อว่าหากผนวกจิตวิญญาณของประชาธิปัตย์เข้ากับ “ลัทธิพวกพ้อง” และ “ลัทธิท้องถิ่น” ได้สำเร็จ ไม่เพียงแต่จะทำให้พรรคประชาธิปัตย์กับคนใต้เป็นดั่งคอหอยกับลูกกระเดือกเท่านั้น….แต่จะทำให้จิตใต้สำนึกของคนใต้ถูกฝัง “ชิป” ประชาธิปัตย์ไปพร้อมๆกันด้วย…..การเมืองภาคใต้ไม่จำเป็นต้องมีวิสัยทัศน์ ไม่จำเป็นต้องมีนโยบาย และไม่จำเป็นต้องมีผลงาน…..เลือกตั้งครั้งใด ขอแต่มี “ตราพระแม่ธรณีบีบมวยผม”และชื่อพรรคพระชาธิปัตย์เท่านั้น…. “ลัทธิพวกพ้อง” และ “ลัทธิท้องถิ่น” ที่ถูกฝัง”ชิป” ประชาธิปัตย์ก็จะทำงานให้โดยอัตโนมัติ นั่นคือ กีดกันผู้อื่นที่ไม่ถูกนับว่าเป็นพวกเดียวกัน และไม่ใช่ท้องถิ่นเดียวกัน ส่งเสริม พวกเดียวกันท้องถิ่นเดียวกัน ซึ่งอยู่ในร่มเงาของพรรคประชาธิปัตย์

———-“พรรคของเรา คนของเรา” เป็นสโลแกนหาเสียงเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์ในภาคใต้หลายยุคหลายสมัย และดูเหมือนว่าจะเป็นสโลแกนที่ถูกฝังอยู่ใน DNA ของสาวกผู้สวามิภักดิ์ประชาธิปัตย์….ส่วนผู้ใกล้ชิดก็ถูกบันทึกอยู่ในจิตใต้สำนึก…..คนใต้ส่วนใหญ่ก็รู้สึกเป็นมิตรกับสโลแกนดังกล่าว….เพียงส่วนน้อยเท่านั้น…ที่รู้สึกแปลกแยก

———-“พรรคของเรา คนของเรา” คือหนึ่งในกระบวนการขัดเกลาทางสังคมที่พรรคประชาธิปัตย์มุ่งส่งเสริม “ลัทธิพวกพ้อง” และ “ลัทธิท้องถิ่น” ให้หยั่งรากลึกในแดนใต้ หากได้ฟังคำปราศรัยทางการเมืองของพลพรรคประชาธิปัตย์ในแดนใต้ เราจะได้ยินเรื่องราวเล่าขาน ถึงกรณีที่พ่อสั่งเสียลูกก่อนสิ้นใจตายว่า “ลูกเอ๋ย..พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคของเรานะ…นาย….เป็นคนของเรานะ” ผู้ฟังคำปราศรัยต่างก็ซาบซึ้ง..ปรบมือเสียงดังกึกก้องทั้งน้ำตา…

———-หากจะนับเป็นผลงาน 60 ปีประชาธิปัตย์…นี่ก็อาจจะนับได้….คือ….ความสำเร็จในการปลูกฝัง“ลัทธิพวกพ้อง” และ “ลัทธิท้องถิ่น”(ที่ฝังชิปประชาธิปัตย์)….ให้งอกงามในหมู่คนใต้…และผลงานชิ้นนี้ได้สำแดงอิทธิฤทธ์ทางการเมืองออกมาชัดเจน.

…….ยินยอม เต็มใจ ปฏิสัมพันธ์กับม็อบที่วิกลจริตทางการเมือง และเป็นฐานทางการเมืองทีสร้างความชอบธรรมให้กับม็อบเหล่านั้น
……พร้อมใจกันลงคะแนนเสียงโนโหวตภายใต้การชี้นำและการบริหารจัดการของพรรคประชาธิปัตย์
…….ขัดขวางการรับสมัครเลือกตั้งของพรรคเล็กๆ ที่คิดว่าเมื่อ ปชป.ไม่ลงเลือกตั้ง ก็เป็นโอกาสทองของเขา
…….แต่งชุดดำไว้ทุกข์ให้กับการเลือกตั้ง ทั้งๆที่ควรจะไว้ทุกข์ให้กับคนใต้อีกส่วนหนึ่งที่ถูกพวกแยกดินแดน ยิงตายไปทุกวัน
…….รณรงค์ให้มีการฉีกบัตรเลือกตั้ง เจริญรอยตามอาจารย์จุฬาฯ ผู้กล้าแห่งลัทธิอารยะขัดขืน
…….กรรมการหน่วยเลือกตั้งเขต2 จ.นครศรีธรรมราช ร่วมใจกันผละงาน ละทิ้งการปฎิบัติหน้าที่ไม่ว่าจะด้วยศรัทธาในลัทธิอารยะขัดขืนหรือรับใบสั่งของพรรคการเมืองบางพรรคก็ตาม

———-เป็นที่น่าสังเกตอย่างยิ่ง…พฤติกรรมทางการเมืองของคนใต้ดังกล่าวนี้ล้วนตอบสนองต่อทิศทางและแนวทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ราวเป็นเนื้อเดียวกัน….นั่นคือคว่ำบาตรการเลือกตั้ง…คว่ำไม่ได้ก็ต้องทำให้อัปลักษณ์ ทำให้อัปลักษณ์ยังไม่พอก็ต้องเตะถ่วง หน่วงเหนี่ยว เพื่อทำให้ไม่สามารถเปิดสภาได้ภายใน 30 วัน ซึ่งจะทำให้การเมืองเข้าสู่ทางตันอีกครั้งหนึ่ง…..เป้าหมายเฉพาะหน้าคือ ให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ และขอนายกพระราชทาน…

———-สถานการณ์วันนี้….พฤติกรรมทางการเมืองของคนใต้(จำนวนหนึ่ง) ไม่อาจถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของพลังการผลิตที่ก้าวหน้า ไม่อาจนับรวมว่าเป็นพลังแห่งการปฏิรูปทางการเมือง และยิ่งไม่สามารถนับรวมเป็นพลังที่สร้างสรรค์อีกต่อไป…..อาจเรียกได้ว่าเป็นตัวแทนพลังที่ปฏิปักษ์ต่อการปฎิรูปและหยุดยั้ง รั้งความเจริญก้าวหน้าของประเทศโดยรวม…..

———-หรือว่า…ลัทธิพวกพ้อง…ลัทธิท้องถิ่นที่ฝัง “ชิป”ประชาธิปัตย์...มีฐานะครอบงำคนใต้ทั่วทั้งภาค แล้วจริงๆ

Last Update : 29 สิงหาคม 2549 16:54:56 น.

Powered by ScribeFire.