การเรียกร้องคืนพระราชอำนาจ โดยที่ไม่รู้ว่าพระราชอำนาจถูกยึด โดยใครเมื่อไรก็ดี,

การเสนอภาระกิจ “กู้ชาติ” โดยไม่รู้ว่าเอกราชอธิปไตยของประเทศได้สูญเสียไปแล้วหรือไม่ ให้ใครก็ดี,

การเรียกร้องนายกจากการแต่งตั้ง แทนที่นายกมาจากเลือกตั้งซึ่งเป็นเจตนารมณ์พฤษภา 35 ก็ดี,

การเรียกร้องให้นายกลาออก ทั้งๆที่นายกยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่แล้วก็ดี,

การคว่ำบาตรการเลือกตั้ง เพื่อให้การเมืองเข้าสู่ทางตันแล้วกดดันสังคมเพื่อขอนายกพระราชทานก็ดี,

การว่าจ้างและกักตัวนางฐิติมา(เจี้ยบ)เพื่อสร้างเรื่องใส่ร้ายพรรคไทยรักไทยโดยเลขาธิการพรรค ปชป.ก็ดี,

การตรวจสอบเอาผิดพรรคเล็กเพื่อสกัดไม่ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งโดยทีมงานการเมืองของ ปชป.ก็ดี,

การแต่งเพลง “หน้าเหลี่ยม” มีเนื้อหาด่าผู้คนนับสิบคนและสามารถเต้นระบำหน้าระรื่นบนท้องถนนก็ดี,

การให้โสเภณี ปรากฏตัวบนเวทีชุมนุมของพันธมิตร ประกาศ “ขายตัว ไม่ขายชาติ” ก็ดี,

การที่สนธิให้สัมภาษณ์ใช้วาจาจาบจ้วงในหลวงก็ดี,

การที่ นสพ.คม ชัด ลึก ลงพิมพ์ข้อความจาบจ้วงยอมรับผิดปิดตัวเองขอพระราชทานอภัยโทษแต่กลับปกป้องสนธิก็ดี,

การที่ประสงค์ สุ่นสิริมอบดอกไม้เชิดชู เจ๊ไก่ในกรณีตะโกนด่านายกทักษิณที่สีลมก็ดี,

การที่อาจารย์รัฐศาสตร์จุฬาฯใช้ความกล้าหาญฉีกบัตรเลือกตั้งโชว์สื่อมวลด้วยจิตวิญญาณของอารยะขัดขืนก็ดี,

การที่นายกได้รับเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียง ท่วมท้น เป็น 2 เท่าของ No Vote (ฝ่ายค้าน+พันธมิตร+เบื่อการเมือง+รักสงบ) แต่กลับต้องประกาศไม่รับตำแหน่งเพื่อให้เกิดความสมานฉันท์ก็ดี,

การที่นายกประกาศไม่รับตำแหน่งแล้วยังเรียกร้องให้นายกไม่เป็นหัวหน้าพรรคและเลิกเล่นการเมืองก็ดี,
การสร้างภาพทาสีดำและประดิษฐ์คำ “ระบอบทักษิณ” ทั้งๆที่ไม่รู้ว่ามันคืออะไรก็ดี,

การสร้างวาทกรรม “เว้นวรรค…ชักใย” ต่อปรากฏการณ์ที่นายกยอมประกาศไม่รับตำแหน่งเพื่อความสมานฉันท์ก็ดี,

การที่คน ปชป.จังหวัดสงขลาขัดขวางพรรคเล็กไม่ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งก็ดี,

การที่ ปชป.เรียกร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะพร้อมเรียกร้องนายกพระราชทานก็ดี,

———-ปรากฏการณ์เหล่านี้…..เป็นเครื่องชี้วัดอาการ “วิกลจริตทางการเมือง” ของคนไทย (จำนวนหนึ่ง) อย่างเห็นได้ชัด

———-หลายประเด็นของปรากฏการณ์ดังกล่าว … ธีรยุทธ์ บุญมี พยายามทำให้ถูกหลักวิชาการทางสังคมวิทยาโดยใช้คำว่า “อารยะขัดขืน(Civil Disobedience)” มาอรรถาธิบาย ซึ่งเป็นแนวความคิดของเฮนรี่ เดวิด ทอโร่ นักเขียนชาวอเมริกัน… แนวความคิดนี้เสนอขึ้นมาเพื่อสร้างยุทธวิธีต่อสู้ของพลเมืองที่จะต่อต้านรัฐ…ถือได้ว่าเป็นพัฒนาการของอนาธิปไตย(Anarchy) และดีกว่าการลุกขึ้นสู้ด้วยกำลังอาวุธ

———-กระบวนการต่อสู้เพื่อต้านอำนาจรัฐหรือยึดอำนาจรัฐของประชาชนไม่ใช่สิ่งเลวร้าย ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ทำไม่ได้…

———-คำถามอยู่ที่ว่า….กลุ่มต่อต้านมีข้อเสนอทางยุทธศาสตร์อะไร…. หลังการเปลี่ยนแปลงอำนาจรัฐแล้ว ใครจะมาแทนที่และกุมอำนาจรัฐ……. บุคคลหรือกลุ่มบุคคเหล่านั้น มีแนวความคิดและแนวนโยบายพัฒนาประเทศไทยอย่างไร….. เขาจะนำพาประเทศไทยไปสู่ทิศทางไหน….

———-พรรคประธิปัตย์ตอบคำถามนี้ไม่ได้และไม่กล้าเสนอตัวเองทั้งๆที่มีทั้งสิทธิ ความชอบธรรมและศักดิ์ศรีความเป็นพรรคการเมืองเก่าแก่ในระบอบประชาธิปไตยของไทย

———-สนธิ-จำลองและพันธมิตรก็ตอบคำถามเหล่านี้ไม่ได้ ตอบได้เพียงว่าให้ทักษิณออกไปก่อนเรื่องอื่นไว้คิดทีหลัง…

———-บรรดานักวิชาการ เหล่าราชนิกูล นายแพทย์ผู้ทรงภูมิความรู้ทั้งหลายก็ตอบคำถามเหล่านี้ไม่ได้ ตอบได้เพียงว่า ใช้มาตรา 7 ขอนายกพระราชทาน เรื่องอื่นๆ ก็แล้วแต่นายกพระราชทาน

———-บรรดาสื่อมวลชนก็ทำเป็นไม่สนใจที่จะตั้งคำถามเหล่านี้ ทั้งๆที่เป็นที่รวมของมนุษย์เจ้าคำถามอยู่เต็มไปหมด

———-เมื่อตอบคำถามเหล่านี้ไม่ได้..แล้วใครที่ไหนอยากเอาประเทศไทยไปเสี่ยงภัยกับพวกคุณ นอกจากพวกวิกลจริตทางการเมืองเท่านั้น

———-ในขณะที่การบริหารงานของทักษิณที่คุณเรียกกันว่าระบอบทักษิณมีคำตอบเหล่านี้ครบถ้วน หากไม่พอใจก็สู้กันด้วย องค์ความรู้ ภูมิปัญญา แนวทาง นโยบาย เว้นเสียแต่ว่าคุณไม่มีสิ่งเหล่านี้อยู่ในสมอง…….

———-เวทีแห่งภูมิปัญญามิได้ถูกปิดกั้นพอๆกับเวทีแห่งการก่นด่าที่เปิดกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน….การเสนอทางออกให้กับประเทศไทยอันเป็นที่รักของเรา…..ลองต่อสู้กันในประเด็นเหล่านี้ซิครับ

———-เราจะต้านโลกาภิวัฒน์ หรืออยู่ร่วมกับโลกาภิวัฒน์ หรือจะใช้ประโยชน์จากโลกาภิวัฒน์ ต้านอย่างไร อยู่ร่วมกับมันอย่างไร ใช้ประโยชน์จากมันอย่างไร?

———-ภาพลักษณ์และศักดิ์ศรีของประเทศไทยในประชาคมโลก เท่าที่ผ่านมาบกพร่องตรงไหน จะแก้ไขกันอย่างไร?

———-ความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยบนเวทีโลก อยู่ในสถานะที่น่าพอใจแล้วหรือยัง…หรือต้องปรับปรุงแก้ไข ถ้าจะแก้ไขต้องแก้ไขกันอย่างไร?

———-Dual Track อันเป็นที่มาของ แนวความคิด ทักษิโนมิกส์ ไม่ดีตรงไหน นำพาประเทศไทยไปสู่ความเสี่ยงจริงหรือไม่ หรือว่าชนชั้นอีลีตของสังคมไทยตามไม่ทัน ไม่เคยคิดมาก่อน และตัวแทนทุนเก่าก็ปรับตัวไม่ทัน?

———-การนำพาประเทศไทยให้เจริญก้าวหน้าด้วยอัตราเร่งจากโครงการ Modernize Thailand อันประกอบด้วย เม็กกะโปรเจ็กเลวร้ายและจะนำพาประเทศชาติไปสู่หายนะเหมือนกับ อาเจนติน่าตามที่หลายคนกล่าวอ้างจริงหรือ หรือว่าองค์ความรู้และภูมิปัญญาของพวกคุณเท่าที่มีอยู่ไม่อาจทำความเข้าใจ ทำได้แค่ตั้งข้อสงสัย และมีข้อกล่าวหาตามจินตนาการแห่งการเล็งผลร้ายกันแน่?

———-โครงการปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนผู้มีรายได้น้อย ด้วยมาตรการเพิ่มรายได้ ลดรายจ่าย ขยายโอกาส ตามที่เรียกกันว่าโครงการประชานิยมที่ริเริ่มและดำเนินการโดย นายกทักษิณนั้น…สร้างความแข็งแกร่งให้คนไทย หรือทำลายคนไทย เอาคนไทยเป็นศูนย์กลาง หรือเอาสาธารณูปโภคเป็นศูนย์กลางกันแน่

———-โครงการสร้างศักยภาพให้แก่คนรากหญ้า ไม่ว่า กองทุนหมู่บ้าน โอท็อป เอ็สเอ็มแอล วิสาหกิจชุมชน ประชาสังคม เป็นการปลดปล่อยพลังการผลิตภาคชนบทให้ลืมตาอ้าปาก หรือเป็นการสร้างนิสัยแบมือขอของคนในชนบทกันแน่….หรือว่า คุณละอายเกินไปที่จะพูดถึงเศรษฐกิจชนบท ที่พวกคุณพร่ำพูดกันมากว่า 30 ปี (แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 1 – 8 ) แต่ไปไม่ถึงไหนและไม่มีอะไรเกิดขึ้น

———-ภายใต้แนวทางการบริหารประเทศของนายกทักษิณ ปัญญาชน ชนชั้นกลาง และมนุษย์เงินเดือนทั้งหลายไม่ได้รับอานิสงค์ใดๆเลย จริงหรือไม่…อัตราการว่างงานน้อย การขึ้นเงินเดือนราชการ 2 ครั้ง การเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำมากเป็นประวัติการณ์ การลดภาษีเงินได้ นโยบายดอกเบี้ยต่ำ การส่งเสริม Micro Credit และการเปิดช่องทางใหม่ๆให้ชนชั้นกลางเข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้ง่ายขึ้น….ล้วนเป็นแนวทางที่ผิดพลาด สร้างหายนะให้แก่ประเทศใช่หรือไม่ แล้วคุณมีข้อเสนอที่ดีกว่าไหม ข้อเสนอของคุณเป็นอย่างไร?

———-การสร้างมาตรการต่างๆเพื่อนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาในประเทศ ผ่านทางการส่งออก การท่องเที่ยว และการลงทุนจากต่างประเทศเป็นมาตรการที่สุ่มเสี่ยง ไม่ได้เรื่องจริงหรือ?

———-การมุ่งสร้างขนาดของตลาดทุน คู่ขนานไปกับการพัฒนาประสิทธิภาพของรัฐวิสาหกิจโดยการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ เป็นนโยบายที่ใช้ไม่ได้ ไม่ควรทำใช่หรือไหม….แล้วคุณมีทางอื่นที่ดีกว่านี้…. มีปัญหาน้อยกว่านี้…. มีประสิทธิภาพมากกว่านี้….. ใช้เวลาน้อยกว่านี้ …..ป้องกกันการสูญเสียได้ดีกว่านี้ หรือไม่…อย่างไร?

———-การปฏิรูประบบราชการของทักษิณ…เลวร้ายสิ้นดี..เลวร้ายตรงไหน อย่างไร ถ้าคุณบริหารประเทศคูณจะปฎิรูประบบราชการตามแนวทางของคุณอย่างไร?

———-จึงเห็นได้ว่าข้อเสนอ “อารยะขัดขืน” ของธีรยุทธ์ มิใช่ยึดเอาเป้าหมายของประเทศเป็นที่ตั้ง มิใช่ยึดเอาเจตนารมณ์ในการพัฒนาประเทศเป็นที่ตั้ง และยิ่งไม่ใช่การยึดเอาความมั่นคงและเสถียรภาพของประเทศเป็นที่ตั้ง มันเป็นเพียง “มรรควิธี” เพื่อเอาชนะล้วนๆ

———-ลองถกกันในประเด็นเหล่านี้….เวทีทางปัญญาได้เปิดรอคุณมานานแล้ว…รอว่าเมื่อไหร่คุณจะได้นำเอาองค์ความรู้ภูมิปัญญาของคุณมาประลองกันเสียที….หากว่าคุณมีคำตอบที่ดีกว่า…..คุณใช้มากกว่า “อารยะขัดขืน” ก็ไม่มีใครเขาว่าอะไรคุณ.

อารยะขัดขืน” ที่ธีรยุทธ์ บุญมีนำเสนอนั้น ที่แท้ก็คือการ Stamp เครื่องหมาย “ถูกต้องแล้วครับ” ให้กับการเคลื่อนไหวของม็อบ สนธิ-จำลองและพันธมิตร ซึ่งนับวันใกล้เคียงความเป็น “อ นา ร ยะ ขั ด ขื น” เข้าไปทุกที และคนเหล่านี้เริ่มมีอาการ วิกลจริตทางการเมืองเพิ่มขึ้นทุกขณะเราขอขนานนามให้แก่ธีรยุทธ์ บุญมีว่า “ศาสดาแห่งวิกลจริตชน” …อาเมน

Last Update : 29 สิงหาคม 2549 16:34:17 น.