ที่สุดของความถูกต้อง อยู่ที่ความเชื่อของคนประเมิณความถูกต้อง

ความเชื่อนั้น มีจุดยืนมากำหนดอีกทีหนึ่ง…คือถูกต้องของใคร และเพื่อใคร

ใครเชื่อระบอบประชาธิปไตยก็ใช้กฎหมายสูงสุด ศาลและกระบวนการยุติธรรมมาเป็นเกณฑ์หาข้อยุติเกี่ยวกับความถูกต้อง

ใครเชื่อบุคคล..ก็เอาความเห็นของบุคคลมาเป็นข้อยุติ

ใครเชื่อพลังกลุ่ม และแกนนำกลุ่ม ก็เอาความคิดเห็นของพลังกลุ่มมาเป็นข้อยุติ

ใครเชื่อพระเจ้าก็ใช้โองการพระเจ้าเป็นข้อยุติ

ใครเชื่อโหราศาสตร์ก็เอาความคิดเห็นของหมอดูเป็นข้อยุติ

ใครเชื่อหลวงพ่อคูณ หลวงตามหาบัว ก็เอาความคิดเห็นของท่านเหล่านั้นมาเป็นข้อยุติ

ใครเชื่อสนธิ-จำลอง ก็เอาความคิดเห็นสนธิ-จำลองเป็นข้อยุติ

สิ่งใดเป็นความจริง….ทุกคนต้องเห็นเหมือนกัน และเห็นตรงกัน….

แต่ถ้าเลือกที่จะรับรู้เพียงด้านใดด้านหนึ่งของความจริงแล้วเหมาเอาว่านั่นคือความจริงทั้งหมด..ก็ไม่อาจเข้าถึงความจริง เหมือนกับตาบอดคลำช้าง…..

เนื่องจากคนในสังคมมักเป็นเช่นนี้….ความขัดแย้ง และการต่อสู้เพื่อเอาชนะตามความเชื่อของตนเอง ไม่มีวันจบสิ้นและก่อความโกลาหล สับสน วุ่นวาย ให้แก้สังคมโดยรวม…..

ด้วยเหตุนี้ ระบอบประชาธิปไตยจึงเป็นสิ่งที่คนทั่วโลกถวิลหา…. สู้เพื่อมัน….. ตายเพื่อมัน…. เมื่อมีมันก็ใช้ประโยชน์จากมัน…แต่ท้ายที่สุด..ข้อสรุปของ ดร.ตาสีตาสา 4 ข้อ ก็เป็นคำตอบสุดท้าย

1. Majority Rule….เสียงส่วนใหญ่ถือว่าเป็นความต้องการร่วมของสังคม และเป็นกฎแห่งการอยู้ร่วมกันอย่างสันติ

2. Citizen Participation…..การมีส่วนร่วมทำให้เสียงส่วนใหญ่ มีที่มาจากหลายภาคส่วนและเป็นความรอบคอบของการใช้มติเสียงส่วนใหญ่และทำให้เสียงส่วนน้อยมีเวที

3. Minority Right
…..เสียงส่วนน้อยมีที่ยืน อยู่ร่วมกับเสียงส่วนใหญ่ได้ มีสิทธิ และเสรีภาพที่จะแสดงความคิดของตนเพื่อโน้มน้าวคนส่วนใหญ่ได้…แต่ไม่อาจล้มมติเสียงส่วนใหญ่ ไม่อาจแข็งขืนกฎของสังคมส่วนใหญ่…ไม่ว่าจะแข็งขืนแบบอารยะ หรือ อนารยะ ก็ตาม

4. Mass Communication
……การสื่อสารมวลชน เป็นเครื่องมือสื่อสารของเสียงส่วนใหญ่และเสียงส่วนน้อยในเวลาเดียวกัน เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถแสดงความคิดเห็นตามจุดยืน และความเชื่อของตนเอง มิใช่เพื่อคนส่วนใดส่วนหนึ่งแบบเอียงกระเท่เร่…

เมื่อพูดถึงความถูกต้อง..ต้องถามว่าคุณอยู่ในสังคมแบบไหน…

กฎ กติกา ของสังคมนั้นๆ คือข้อยุติ….

มิเช่นนั้น…ก็ถือว่าเป็นพวก อนารยะแข็งขืน

หมายเหตุ: บทความชิ้นนี้ถูกบันทึกครั้งแรกเมื่อ วันที่ 29 สิงหาคม 2549

Powered by ScribeFire.