บทความชิ้นนี้ถูกเขียนขึ้นเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2549

ความภาคภูมิใจที่ไม่เคยเปลี่ยนที่ได้เลือก พ.ต.ท ดร. ทักษิณ ชินวัตรมาเป็นผู้นำประเทศ

18/05/2549

แถลงการณ์พรรคไทยรักไทย

ตามที่ได้มีพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2549 ที่ทรงห่วงใยการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และการยึดมั่นในกฎเกณฑ์ของบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ตลอดจนการไม่ควรไปอ้างรัฐธรรมนูญมาตรา 7 เพราะการขอนายกฯ พระราชทานไม่ใช่การปกครองระบอบประชาธิปไตย และต่อมาศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2549 ให้มีการเลือกตั้งทั่วไปใหม่ ในประเด็นสำคัญ คือ

ประเด็นแรก การให้ความเห็นในเรื่องการกำหนดระยะเวลาสำหรับการจัดการเลือกตั้ง อันนำไปสู่การประกาศกำหนดวันเลือกตั้งในพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎรโดยไม่เหมาะสมและไม่เที่ยงธรรมนั้น คะแนนเสียง 8 ต่อ 6 เห็นว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

ประเด็นที่สอง การจัดคูหาเลือกตั้งที่ผู้เลือกตั้งหันหน้าเข้าคูหาลงคะแนนและหันหลังให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งและประชาชนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งกับบุคคลภายนอกที่มาสังเกตการณ์การเลือกตั้งหน้าหน่วยนั้น คะแนนเสียง 8 ต่อ 6 เห็นว่าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

ประเด็นที่สาม คะแนนเสียง 9 ต่อ 5 ให้เพิกถอนการเลือกตั้ง และต้องจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไปใหม่ นั้น

พรรคไทยรักไทยขอน้อมรับพระราชดำรัสไว้เหนือเกล้าฯโดยได้ดำเนินการตามพระราชดำรัสมาโดยตลอด ทั้งขอน้อมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญโดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ

พรรคไทยรักไทยขอกราบเรียนพี่น้องประชาชน ได้ทราบว่าที่ผ่านมาแม้พรรคไทยรักไทยได้ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งครบ 500 คน และได้รับเลือกตั้งซึ่งเป็นไปตามกติกาทุกประการ แต่พรรคไทยรักไทยก็พร้อมเสมอสำหรับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นใหม่ ทั้งนี้เพราะพรรคไทยรักไทยตั้งขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่ทางการเมืองให้เกิดความสงบเรียบร้อย ความรุ่งเรืองและความมั่นคงของชาติ ตลอดจนความผาสุกของประชาชนภายใต้ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

พรรคไทยรักไทยขอกราบขอบพระคุณ 29 ล้านเสียง ของพี่น้องประชาชนที่ได้ไปใช้สิทธิเพื่อรักษาประชาธิปไตย และขอกราบขอบพระคุณเป็นพิเศษ สำหรับ 16.43 ล้านเสียง ที่ได้มอบความไว้วางใจให้แก่พรรคไทยรักไทย และขอกราบรบกวนพี่น้องประชาชนได้กรุณาสละเวลาไปใช้สิทธิเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่ง

สำหรับท่านที่อาจจะเบื่อหน่ายสับสน รำคาญต่อเหตุการณ์การเมืองที่ผ่านมา จนไม่ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 เมษายนนั้น ได้โปรดกรุณาออกไปใช้สิทธิโดยพร้อมเพรียงกันเพื่อรักษาไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยของเราต่อไป พรรคไทยรักไทยขอขอบคุณทุกพรรคการเมือง ที่ได้ร่วมแสดงเจตนารมณ์เพื่อรักษาไว้ซึ่งวิถีทางแห่งระบอบประชาธิปไตยในการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ผ่านมา เพราะพรรคการเมืองทุกพรรคที่รับเงินอุดหนุนจากรัฐโดยผ่านทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง ย่อมจะต้องตระหนักถึงหน้าที่ในการลงแข่งขันเลือกตั้งทุกครั้ง เนื่องจากเงินดังกล่าวมาจากภาษีของประชาชน พรรคไทยรักไทยขอขอบคุณคณะกรรมการการเลือกตั้งทุกระดับ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ต้องเหน็ดเหนื่อยและเสี่ยงชีวิตในบางพื้นที่ และจะต้องมาเหน็ดเหนื่อยอีกครั้งในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นใหม่

พรรคไทยรักไทย ขอกราบวิงวอนพี่น้องประชาชนโปรดอย่าเบื่อการเมืองและการเลือกตั้งและโปรดไปใช้สิทธิของท่านเพื่อรักษาระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พรรคไทยรักไทยเป็นของพี่น้องประชาชน พรรคฯยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าปฏิรูปการเมืองเพื่อแก้ปัญหาระบบตรวจสอบและการทุจริตคอรัปชั่น ยกระดับเศรษฐกิจของประเทศให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และผลักดันการดำเนินการตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อแก้ปัญหาความยากจน ปราบยาเสพติด พัฒนาระบบประกันสุขภาพ 30 บาท รักษาทุกโรค เร่งสร้างระบบขนส่งมวลชน (รถไฟฟ้า) กว่า 300 กิโลเมตร ครอบคลุมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล พัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาและการบริหาร โครงการงบประมาณประชาชน (SML) ส่งเสริมและพัฒนาโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ส่งเสริมธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ โครงการจัดสรรที่ดินทำกินและพัฒนาแหล่งน้ำ สร้างบ้านเอื้ออาทรและบ้านมั่นคง ดูแลเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ และคนพิการ ให้ทุนการศึกษาแก่เยาวชน เร่งขยายตลาดต่างประเทศ ยกระดับราคาสินค้าเกษตรและเร่งรัดแก้ไขปัญหาด้านพลังงาน ฯลฯ อย่างต่อเนื่อง ตลอดจนจะปรับค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ และเงินเดือนของข้าราชการต่อไป

พรรคไทยรักไทย ขอกราบเรียนย้ำว่า พรรคไทยรักไทยจะปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และหลักการประชาธิปไตยตลอดไป การเมืองเป็นเรื่องของการอาสา อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน การมุ่งเอาชนะโดยไม่เคารพการตัดสินใจของประชาชนจะไม่เกิดประโยชน์ใดๆ ต่อบ้านเมือง และจะเป็นผลร้ายต่อประเทศชาติและประชาชนในที่สุด

พรรคไทยรักไทย

8 พฤษภาคม 2549

1. หัวหน้าพรรค สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย ลำดับที่ 1
2. หากได้รับเลือกตั้งเสียงข้างมาก จะเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ขอให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชน และกลไกของระบบรัฐสภา
____________________

จากวิกฤติการณ์การเมืองไทยที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ข้อเท็จจริงที่ผู้เขียนได้ตระหนักถึงอีกประการหนึ่งก็คือ พ.ต.ท ดร. ทักษิณ ชินวัตรและพรรคไทยรักไทย ได้สรรสร้างแนวทางใหม่ๆให้กับสังคมไทย และยึดมั่นในระบบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่พรรคการเมืองหนึ่งเดินตามครรลองแห่งรัฐธรรมนูญได้รักษาและยึดมั่นในแนวทางนี้อย่างมั่นคง โดยไม่หวั่นไหวต่อการกระทำไดๆทั้งสิ้น ไม่เลือกใช้ “วิธีการนอกระบบ” เหมือนกับพรรคการมืองเก่าแก่พรรคหนึ่งที่ตีตราให้ตัวเองว่า “เราเชื่อมั่นในระบอบรัฐสภา” ที่สนับสนุนมาตรา๗ เพียงเพื่อต้องการกดดันให้ นายกรัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่งและเพื่อเรียกร้องความชอบธรรมให้สามารถนำมาตรา 7 มาใช้ทั้งๆที่ในความเป็นจริงนั้นหากนำมาตรา 7 มาใช้จะเป็นการ*ล้มล้างรัฐธรรมนูญ* ที่ไม่มีความหมายเป็นอื่น ในขณะที่พรรคไทยรักไทยเห็นควรว่าควรจะยึดมั่นในรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 ที่ระบุว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทยเป็นหลักและมีพระมหากษัตริย์ทรงอยู่เหนือการเมืองซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้เขียนเห็นด้วยและสนับสนุนค่ะ

และก็ภูมิใจในจุดยืนของตัวเองที่แน่วแน่และมั่นคงมาโดยตลอดค่ะที

1. สนับสนุนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข มิใช่ดึง “ฟ้า” ลงมา “ปกครอง” แทนการ “ปกเกล้่า”
2. สนับสนุนการเลือกตั้งอันเป็นพื้นฐานมิอาจขาดเสียได้ในระบอบประชาธิปไตย
3. ไปใช้สิทธิเลือกตั้งตามหน้าที่พลเมืองไทยที่ถูกกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ
4. ไม่เห็นด้วยกับ สื่อมวลชน และนักวิชาการบางส่วนที่สนับสนุน การใช้ “มาตรา๗” ขอนายกฯพระราชทาน ที่ชอบดูถูก “ชาวรากหญ้า” และตั้งตนว่าตัวเองเป็นผู้มีปัญญาสูงส่งต้องการติดอาวุธทางปัญญาให้กับชาวรากหญ้าเพื่อโค่นล้ม “ระบอบทักษิณ” ระบอบซึ่งไม่เคยมีอยู่จริง มีแต่ัระบอบประชาธิปไตย นโยบายไทยรักไทย แนวความคิดและความทุ่มเทของ พ.ต.ท.ทักษิณที่เปรียบเสมือนเทียนที่เผาตัวเองให้เกิดการเปล่งแสงสว่างขึ้นในสังคม จึงเป็นภัยอันใหญ่หลวงของศัตรูทางการเมืองของท่านค่ะ
5. ไม่เห็นด้วยและต่อต้านนายสนธิ ลิ้มทองกุลที่แอบอิงสถาบันกษัตริย์เพื่อปลุกระดมมวลชนโดยใช้คำว่า “กู้ชาติ” มาบังหน้่า
6. ไม่เคยโกรธที่หลายครั้งมีคนมาตำหนิว่าผู้เขียนไม่เป็นกลางเพราะไม่เคยเชื่อเรื่องความเป็นกลางทางการเมืองเมื่อต้องเลือกระหว่าง “การเคารพกฏหมาย รักษากติกาประชาธิปไตย ” และ “การเชิดชูกฏหมู่” สงสารก็แต่เสียง No Vote ค่ะที่ต้องถูกนายสนธิดึงเข้าพวกไปโดยปริยายเพราะบางคนนี่ก็ไม่ได้ชอบกลุ่มพันธมิตรฯเลย นี่ล่ะค่ะในทางการเมืองมันบังคับให้เราต้องเลือกค่ะเพราะความเป็นกลางไม่มีอยู่จริง นี่เป็นสัจจธรรม
และ
7. ภูมิใจในการที่ได้เป็นหนึ่งใน 16 ล้านเสียงเลือกสุภาพบุรุษประชาธิปไตยนายกฯทักษิณ ชินวัตรมาเป็นผู้ำนำประเทศไทยค่ะ

นายกรัฐมนตรีที่สง่างาม ต้องมาจากประชาชนเท่านั้นค่ะการทำหน้าที่นายกฯ เป็นงานอาสาต้องได้รับการสนองตอบจากประชาชนว่าเขาจะให้อาสามาทำงานให้หรือไม่แต่ไม่ใช่เป็นการใช้เล่ห์เหลี่ยมชั้นเชิงเพื่อให้ได้มาเป็นนายกฯ ถ้าจะใช้เล่ห์เหลี่ยมชั้นเชิงโดยไม่มีฐานประชาชนรองรับ นายกฯแบบนั้นไม่สง่างาม นายกฯที่สง่างามต้องเป็นนายกฯที่ “ประชาชน” เต็มใจอยากให้เป็น “อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย” นายกฯในฐานะผู้รับมอบ”อำนาจนี้” จึงต้องมาจากประชาชนเท่านั้นค่ะ

Powered by ScribeFire.