คัดจากบล็อก

thnkink

ท่านอดีตนายกทักษิณตัดสินใจถูกต้องแล้วที่ลี้ ภัยการเมืองไปอยู่ในอังกฤษ และที่ถูกยิ่งกว่านั้นคือการที่ท่านพาครอบครัวไปอยู่ด้วยทั้งหมดพร้อมหน้า พร้อมตากัน ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังว่าใครจะลอบทำร้ายลูกเมียท่านหรือไม่ เพราะไม่มีใครในโลกนี้อีกแล้วที่จะหวังดีต่อตัวท่านและรักท่านเท่ากับคนใน ครอบครัวของท่านเอง

ผู้เขียนมั่นใจเป็นอย่างมากว่าหากท่านอดีตนายกฯทักษิณถูกทางการไทย(ในนาม รัฐบาลไทย)ใช้กฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนจริง ควีนเคาร์ซิลของอังกฤษ(นักกฎหมายประเทศอังกฤษระดับควีนเคาร์ซิลนี้เทียบได้ กับที่ปรึกษากฎหมายอาวุโส จบเนติบัณฑิตและว่าความมาไม่น้อยกว่า 10 ปี)จะสามารถปกป้องและต่อสู้เพื่อไม่ให้มีการส่งตัวพ.ต.ท.ทักษิณกลับไทยได้ เพราะทางอังกฤษเองก็รับรู้ความเป็นไปของการเมืองไทยตั้งแต่เกิดรัฐประหาร 19 กันยาฯ 2549 จนถึงปัจจุบันว่าท่านอดีตนายกฯทักษิณถูกดำเนินการทางการเมืองทั้งเรื่องการ ยึดอำนาจ การอายัดทรัพย์ การยุบพรรคการเมืองไทยรักไทยซึ่งข้อมูลทั้งหมดที่กล่าวมานี้ทางอังกฤษก็มี อยู่แล้วและมั่นใจว่าทางอังกฤษจะสามารถพิสูจน์ได้ว่าทั้งหมดเป็นประเด็นทาง การเมืองก็จะไม่ส่งตัวอดีตนายกฯทักษิณกลับประเทศไทยในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน จริงๆแล้วตอนที่อดีตนายกฯทักษิณพำนักอยู่อังกฤษหลังรัฐประหาร 19 กันยาฯ ท่านสามารถขอลี้ภัยทางการเมืองได้ซึ่งหากท่านต้องการขอลี้ภัยจริงๆก็ไม่น่า จะใช่เรื่องยากแต่อย่างใดแต่อดีตนายกฯทักษิณท่านก็ไม่ทำเพราะท่านอยากกลับ ประเทศไทยเพื่อพบกับประชาชนและครอบครัว

ณ เวลานี้ “อดีตนายกฯทักษิณ” ต้องการกำลังใจซึ่งผู้เขียนก็ขอเป็นผู้หนึ่งที่ให้กำลังใจท่านเพราะเชื่อว่า ท่านเป็นคนดีคนหนึ่ง เสียสละความสุขส่วนตัวมากที่สุดคนหนึ่งเพื่อเข้ามาทำงานการเมืองรับใช้ ประชาชนอย่างที่หลายคน “เป็นไม่ได้และทำไม่ได้” พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตรอดีตนายกรัฐมนตรีที่สร้างคณูปการให้แก่ประเทศไทยมากมายคนนี้สมควรที่ ท่านจะได้รับขวัญและกำลังใจจากประชาชนเป็นการตอบแทนค่ะ

หมายเหตุ: บทความ “คำถามที่สำคัญ:เพราะเหตุใดมหาเศรษฐีต่างแดนจึงนิยมลี้ภัยในอังกฤษ?” ที่มีเนื้อหาเป็นภาษาไทยชิ้นนี้ผู้เขียนได้เรียบเรียงและถอดความมาจากบทความภาษาอังกฤษที่มีชื่อว่า “The Big Question: Why do so many foreign billionaires want to make their home in Britain?” ซึ่งลงตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ ดิ อินดีเพนเด้นซ์ของอังกฤษฉบับประจำวันที่ 13 สิงหาคม 2551

คำถามที่สำคัญ:เพราะเหตุใดมหาเศรษฐีต่างแดนจึงนิยมลี้ภัยในอังกฤษ?

ถาม-ตอบกับ โรเบิร์ต เวอร์เคี๊ยก บรรณาธิการด้านกฏหมาย

ทำไมถึงต้องตั้งคำถามในตอนนี้?

กรณีอดีตนายกรัฐมนตรีของไทย พตท. ทักษิณ ชินวัตรได้ยอมทิ้งหลักทรัพย์ประกันตัวโดยตัดสินใจลี้ภัยมาอยู่ที่อังกฤษแทน นั้น คุณทักษิณเจ้าของสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้เจอกับข้อหาคอรัปชั่นหลายกระทงที่กรุงเทพฯแต่คุณทักษิณไม่ยอมเดิน ทางกลับมารายงานตัวต่อศาลตามกำหนดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

คุณทักษิณและภริยาได้รับอนุญาติให้เดินทางไปร่วมพิธีเปิดการแข่งขันกีฬา โอลิมปิกส์ที่ประเทศจีนแม้จะยังอยู่ในระหว่างขั้นตอนการดำเนินคดีทางกฏหมาย โดยภรรยาของเขาเพิ่งถูกศาลพิพากษาจำคุกเป็นระยะเวลา 2 ปีในคดีจงใจหลีกเลี่ยงการชำระภาษีอากรหุ้น บริษัท ชินวัตรคอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่นจำกัด

คุณทักษิณถูกยึดอำนาจจากการทำรัฐประหารเมื่อปี 2549 กล่าวว่า เขาไม่ได้รับความเป็นธรรมในการพิจารณาคดีเนื่องจากเกิดการแทรกแซงจากฝ่ายการ เมืองในกระบวนการยุติธรรมและปรารถนาที่จะใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวของเขาใน อังกฤษซึ่งเขามีบ้านอยู่ที่นี่หลายหลัง ในตอนนี้ศาลฎีกาของไทยได้ออกหมายจับมหาเศรษฐีพันล้าน(ดอลล่าร์)แล้ว

คุณทักษิณโดนข้อหาอะไรบ้าง?

คุณทักษิณและภริยาถูกกล่าวหาว่าใช้อำนาจในทางมิชอบในการซื้อที่ดินของรัฐ (คดีที่ดินรัชดา) คุณทักษิณรวมไปถึงอดีตคณะรัฐมนตรีหลายคนก็กำลังเจอกับข้อกล่าวหาทุจริต คอรัปชั่นที่เกี่ยวข้องกับโครงการสลากกินแบ่งรัฐบาล(หวยบนดิน)เช่นกัน ข้อกล่าวหาซึ่งมีเพิ่มเข้ามาอีกหลายกระทงก็เกี่ยวกับการปล่อยเงินกู้ให้กับ รัฐบาลสหภาพพม่าอย่างไม่ถูกต้องซึ่งถูกตั้งข้อหาว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้ กับธุรกิจของครอบครัวของเขา รวมไปถึงข้อกล่าวหาเรื่องการหนีภาษีที่มีต่อครอบครัวของเขา

ในแถลงการณ์ของเขา, คุณทักษิณให้เหตุผลที่ไม่ยอมเดินทางกลับประเทศไทย โดยกล่าวไว้ในจดหมายที่เขียนด้วยลายมือว่า “สิ่งที่เกิดขึ้นกับผมและครอบครัว พร้อมกับบุคคลผู้ใกล้ชิดเป็นผลพ่วงต่อเนื่องมาจากความต้องการขจัดผมออกจาก การเมือง ซึ่งบุคคลกลุ่มนี้ถือว่าผมเป็นศัตรูทางการเมือง โดยไม่คำนึงถึงระบบกฎหมาย ระบบข้อเท็จจริงและการสอบสวนดำเนินคดีตามหลักนิติธรรมสากล” คุณทักษิณได้ขอโทษต่อประชาชนไทยต่อการที่เขาตัดสินใจลี้ภัยอยู่ในสหราช อาณาจักรซึ่งลูกสาวของเขากำลังจะเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยที่นี่ โดยกล่าวว่า “หากผมยังมีวาสนา ผมจะขอกลับมาตายบนผืนแผ่นดินไทย เฉกเช่นคนไทยทุกคนครับ”

คุณทักษิณจะได้รับอนุญาติให้ลี้ภัยอยู่ที่นี่(อังกฤษ)หรือไม่?

ความผิดที่เกิดขึ้นตาม กฏหมายไทยไม่ได้ถูกบัญญัติไว้ว่าเป็นความผิดในสหราชอาณาจักร ทั้งคุณทักษิณและครอบครัวของเขาจะไม่ถูกตั้งข้อหาว่ามีความผิดใดๆทั้งสิ้นใน ประเทศนี้ ภายใต้กฏหมายอังกฤษ เขาเป็นอิสระชนคนหนึ่ง ดังนั้นเขาสามารถทำธุรกิจได้อย่างอิสระในประเทศนี้โดยปราศจากอุปสรรคใดๆ

มันขึ้นอยู่กับทางการไทยว่าจะพยายามบังคับให้คุณทักษิณกลับเมืองไทยหรือ ไม่ ซึ่งรัฐบาลอังกฤษจะไม่ดำเนินการใดๆ เพื่อบังคับ พ.ต.ท.ทักษิณ จนกว่าจะมีการเรียกร้องอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลไทย ทางการไทยจำต้องร้องขอไปยังรัฐบาลอังกฤษให้ส่งตัวเขากลับเมืองไทยในฐานะ ผู้ร้ายข้ามแดนอย่างเป็นทางการ แต่กระบวนการดังกล่าวยังไม่เกิดขึ้น แต่ ถ้าอัยการไทยจะดำเนินหนทางดังกล่าว พวกเขาจะต้องต่อสู้กับกระบวนการต่อสู้คดีส่งผู้ร้ายข้ามแดนที่ยาวนานจาก กฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างทั้งสองประเทศ โดยอัยการไทยจำเป็นต้องแสดงหลักฐานว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ก่อคดีอาญา ถ้าหากมีการดำเนินการในขั้นนี้เกิดขึ้น จะทำให้พ.ต.ท.ทักษิณเปิดฉากต่อสู้คดีด้วยการแสดงหลักฐานตอบโต้ต่อศาลที่ อังกฤษ ซึ่งกรณีนี้ความมั่งคั่งร่ำรวยของเขาจะช่วยเหลือให้สู้คดีโดยได้รับคำปรึกษา ที่ดีที่สุด ตรงนี้หมายความว่า ทนายทางด้านกฎหมายคนเข้าเมืองในด้านผู้อพยพลี้ภัยจะสามารถหานักกฎหมายประเทศ อังกฤษระดับควีนเคาร์ซิล(Queen Council) ที่เก่งที่สุดมาต่อสู้คดีให้กับเขาได้ (ซึ่งนักกฎหมายประเทศอังกฤษระดับควีนเคาร์ซิลนี้เทียบได้กับที่ปรึกษากฎหมาย อาวุโส จบเนติบัณฑิตและว่าความมาไม่น้อยกว่า 10 ปี)

หรือถ้าพ.ต.ท.ทักษิณถูกจับกุม ทนายความของเขาก็สามารถใช้หลักทรัพย์มหาศาลที่มีอยู่เพื่อขอประกันตัวได้

คุณทักษิณสามารถขอลี้ภัยได้หรือไม่?

ตามพื้นฐานแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ มีสิทธิขอลี้ภัยในอังกฤษที่เปิดกว้างต่อทุกคนไม่ว่าเขาผู้นั้นจะรวยหรือจน หาก คุณทักษิณต้องการยื่นเรื่องเรียกร้องขอสถานภาพผู้ลี้ภัยเขาจะต้องแสดงหลัก ฐานให้เห็นว่าเขาลี้ภัยเพราะหวั่นเกรงว่าจะถูกดำเนินคดีทางการเมือง ทางศาสนาหรือเชื้อชาติในประเทศไทย แต่เนื่องจากภูมิหลังในเรื่องเชื้อชาติและศาสนาของเขาไม่ใช่ประเด็น คุณทักษิน่าจะอ้างว่าคดีของเขาในประเทศไทยถูกการเมืองเป็นเครื่องจูงใจ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะปัจจุบันรัฐบาลอังกฤษยอมรับว่ารัฐบาลไทยเป็นรัฐบาลที่ได้รับการเลือก ตั้งตามระบอบประชาธิปไตย จนถึงตอนนี้คุณทักษิณยังไม่ได้บอกว่าเขาต้องการจะขอสถานภาพผู้ลี้ภัยหรือไม่

เคยมีกรณีมหาเศรษฐีคนอื่นที่ประสพความสำเร็จในการขอสถานภาพผู้ลี้ภัยที่นี่หรือไม่?

มี โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักธุรกิจระดับอภิมหาเศรษฐีชาวรัสเซียนายบอริส เบเรซอฟสกี้ซึ่งลี้ภัยมายังอังกฤษเมื่อปี 2544 เพราะกลัวถูกจับกุมตัวในรัสเซีย รัฐบาลอังกฤษให้สถานภาพผู้ลี้ภัยทางการเมืองแก่เขา เบ เรซอฟสกี้ถูกตั้งข้อหาว่าฉ้อโกงและกระทำการทุจริตทางการเมืองแต่ศาลอังกฤษ ปฎิเสธความพยายามของรัฐบาลรัสเซียทั้งสามครั้งที่จะให้รัฐบาลอังกฤษส่งตัว เขาในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนไปยังรัสเซีย

เมื่อวันที่ 29 พฤสจิกายน 2550 ศาลมอสโคว์ได้พิพากษาว่านาย เบเรซอฟสกี้มีความผิดฐานยักยอกเงินจำนวนมหาศาลโดยตัดสินจำคุกเขาเป็นเวลา 6 ปี โดยศาลมีมติว่าเขาได้ยักยอกเงินกว่า 214 ล้านรูเบิ้ล(4.5ล้านปอนด์) จากสายการบินแห่งชาติรัสเซีย แอโรฟลอตและสั่งให้เขาชดใช้เงินจำนวนนี้คืน แต่ เบเรซอฟสกี้เรียกคำพิพากษานี้ว่าเป็น การแสดงละครตลกและเขาประสพความสำเร็จในการสู้คดีโดยแย้งว่าเขาถูกดำเนินคดีมีที่มาจาก เรื่องทางการเมืองที่ต้องการทำให้การวิพากษ์วิจารณ์ของเขาที่มีต่อรัฐบาลปู ตินเงียบลง

เหตุใดมหาเศรษฐีชาวรัสเซียหลายคนเลือกที่จะพำนักอยู่ในอังกฤษ?

กฎหมายคนเข้าเมืองของเราให้ประโยชน์กับคนรวยอย่างเต็มที่ มหาเศรษฐีคนอื่นๆรวมไปถึงโรมัน อับราโมวิช เจ้าของสโมสรฟุตบอลเชลซีก็ใช้ความมั่งคั่งของพวกเขาก่อตั้งธุรกิจในประเทศ นี้ คนต่างด้าวที่ไม่ได้เป็นพลเมืองในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปคนใดที่มีสินทรัพย์ กว่าหนึ่งล้านปอนด์และต้องการอาศัยอยู่ในสหราชอาณาจักรสามารถสมัครวีซ่า ประเภทนักลงทุน 3 ปีได้ นักลงทุนทุกคนต้องแสดงหลักฐานให้เห็นว่าเขามีเงินจำนวนหนึ่งล้านปอนด์ที่จะ ถูกนำมาลงทุนในธุรกิจ พันธบัตรรัฐบาลหรือหลักทรัพย์ค้ำประกันที่ก่อประโยชน์ให้กับเศรษฐกิจของ อังกฤษ ยังมีระเบียบการสมัครวีซ่าผู้ย้ายถิ่นฐานที่คล้ายกันนี้ที่สหราชอาณาจักร เปิดโอกาสให้กับนักลงทุนต่างประเทศที่มีเงินลงทุนเพียง 250,000 ปอนด์ที่ต้องการลงทุนในบริษัทสัญชาติสหราชอาณาจักรโดยต้องทำการว่าจ้าง พลเมืองของสหราชอาณาจักรอย่างน้อยสองคน วีซ่าเหล่านี้สามารถขอต่อไปได้อีก 2 ปีซึ่งนักลงทุนต่างด้าวสามารถสมัครขอเป็นผู้ย้ายถิ่นฐานถาวรได้

สำหรับคนต่างด้าวที่ไม่ใช่นักลงทุนสามารถขอสมัครในรูปแบบของวีซ่าทำงาน หรือใบอนุญาติทำงานได้ และหลังจาก 5 ปีก็สามารถสมัครเป็นผู้ย้ายถิ่นฐานถาวรได้ อย่างไรก็ตามทางกระทรวงมหาดไทยอังกฤษได้พยายามตรวจสอบแหล่งกำเนิดของการลง ทุนเช่นกันเพื่อให้แน่ใจว่าเม็ดเงินลงทุนนั้นไม่ใช่ทรัพย์สินที่ได้จากการ กระทำอาชญากรรมหรือธุรกิจที่ไม่โปร่งใส

แล้วมหาเศรษฐีเหล่านี้จะจบลงด้วยการอาศัยอยู่ในฐานะเป็น บุคคลที่อาศัยอยู่ในอังกฤษแต่มีภูมิลําเนาในต่างประเทศหรือไม่?

เมื่อคุณเป็นพลเมืองอังกฤษที่มีผลประโยชน์ในต่างประเทศ คุณสามารถสมัครเพื่อขอสถานภาพเป็น “บุคคลที่อาศัยอยู่ในอังกฤษแต่มีภูมิลําเนาในต่างประเทศ” ได้ นั่นหมายความว่าคุณไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ที่เกิดจากผลกําไรที่เกิดนอกสหราช อาณาจักร(ในต่างประเทศ) โดยภายใต้เกณฑ์การจัดเก็บภาษีคนต่างด้าวที่อาศัยอยู่ในอังกฤษนี้จะมีผลใน เดือนเมษายน ใครก็ตามที่อ้างสถานภาพเป็น“บุคคลที่อาศัยอยู่ในอังกฤษแต่มีภูมิลําเนาใน ต่างประเทศ”( non-dom status) ที่อยู่อาศัยในประเทศอังกฤษเกินกว่า 7 ปีในระยะ 10 ปีที่ผ่านมาจะต้องเสียภาษีเหมาจ่ายรายปีในอัตรา 30,000 ปอนด์ต่อปี

หากว่าคุณไม่ได้เป็นมหาเศรษฐีล่ะ?

ทุกคนที่ต้องการอาศัยอยู่ในสหราชอาณาจักรสามารถอยู่ที่นี่ได้เพียง 6 เดือนภายใต้วีซ่าท่องเที่ยว หากพวกเขาไม่มีคุณสมบัติเข้าข่ายเป็นนักธุรกิจและการสมัครขอสถานภาพผู้ลี้ ภัยถูกปฏิเสธ พวกเขาต้องเดินทางออกจากสหราชอาณาจักร หลายคนอาจเลือกที่จะเดินทางออกและกลับมายังสหราชอาณาจักรทีหลัง โดยมีเงื่อนไขว่าต้องทิ้งระยะเวลาอย่างน้อย 6 เดือนก่อนกลับเข้ามาอีกครั้ง นี่เป็นช่องทางที่ชอบด้วยกฏหมายในการหลีกเลี่ยงกลับไปยังบ้านเกิดของเขา

แล้วเศรษฐีต่างแดนหาประโยชน์จากสหราชอาณาจักรหรือไม่?

คำตอบมีทั้งใช่และไม่ใช่

ใช่…ก็คือ

  • นักลงทุนต่างประเทศได้ประโยชน์จากช่องทางของกฎหมายการย้ายถิ่นฐานที่เปิดกว้างเพื่อให้ได้ถิ่นที่อยู่ในสหราชอาณาจักร
  • ลอนดอนเป็นเมืองแห่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการมองหาช่องทางหลบหนีจากการถูกดำเนินคดีตามกฏหมายในบ้านเกิดของตน
  • การดำเนินคดีส่งผู้ร้ายข้ามแดนกินระยะเวลายาวนานหลายปี ยิ่งหากว่าเขาสามารถจ้างทนายทีเก่งมีฝีมือดีที่สุดมาว่าความให้

ไม่ใช่…ก็คือ

  • กฏหมายของสหราชอาณาจักรนั้นเข้มแข็งพอที่จะป้องกันไม่ให้มหาเศรษฐีใช้เงินของเขาในการทำผิดกฏหมาย
  • กระทรวงมหาดไทยของอังกฤษจะทำการตรวจสอบการลงทุนเหล่านั้นเพื่อให้แน่ใจ ว่าการลงทุนนั้นไม่ได้ถูกนำมาใช้เพื่อให้ได้รับสิทธิในการเป็นบุคคลผู้มี ถิ่นที่อยู่ในประเทศอังกฤษ
  • มหาเศรษฐีต่างแดนเดินทางมายังสหราชอาณาจักรเพียงเพราะว่ามันเป็นสถานที่ที่เหมาะสมในการทำธุรกิจ