คัดลอกจาก http://www.thaksin.net 

ชื่อ​ “ดร​.​ทักษิณ​ ​ชินวัตร” เป็น​ที่รู้จักอย่างกว้างขวาง​ใน​ฐานะ​ผู้​ประสบ​ความ​สำ​เร็จอย่างรวด​เร็ว
ใน​ธุรกิจโทรคมนาคมจน​ได้​รับสมญาว่า​ “อัศวินคลื่นลูกที่สาม” ​เท่าๆ​กับ​ที่รู้​กัน​ทั่ว​ไปว่า​ ​วันนี้​เขา​เป็น​นักธุรกิจรุ่น​ใหม่​ที่ประกาศตัว​เข้า​มาทำ​งานการเมืองอย่างเปิดเผย​ ​จนหลายคนตั้งคำ​ถามว่า​เขา​จะ​สามารถ​เป็น​ “อัศวินขี่ม้าขาว” เข้า​มา​ช่วย​แก้​ไขปัญหาของประ​เทศชาติ​ได้​หรือ​ไม่

เบ้าหลอมวัยเยาว์​ ​เรียนรู้​จาก​ชีวิตจริง

“ผม​เป็น​คน​ไม่​ลืมอดีตนะ​ ​แต่​ไม่​ย่ำ​อยู่​กับ​อดีต​ ​มองข้างหน้าตลอดเวลา​แต่​ไม่​ลืมอดีต​ ​การย่ำ​อยู่​กับ​อดีตนี่ผมถือว่า​เป็น​การเสียเวลา​ ​แต่ลืม​ไม่​ได้​เพราะ​การลืมอดีตคือการลืมตัว”

ดร​.​ทักษิณ​ ​ชินวัตร​ ​เกิดเมื่อวันที่​ 26 ​กรกฎาคม​ 2492 ​เป็น​บุตรคนที่​ 2 ​ของ​ ​คุณเลิศ​-​ยินดี​ ​ชินวัตร

ต้นตระกูล​ “ชินวัตร” ​คือ​ “คูซุ่นเส็ง” ​หรือ​ “ชุ่นเส็ง​ ​แซ่คู​” ​พ่อค้า​และ​อดีตนายอากรที่อพยพ​จาก​จันทบุรีมาตั้งรกรากเริ่มต้นธุรกิจหลายๆ​ ​ประ​เภท​ใน​เมืองเชียง​ใหม่

ลูกหลานของ​ “คูซุ่นเส็ง” ​ใน​รุ่นต่อๆ​มา​แตกแขนงการทำ​ธุรกิจออกไป​ ​บาง​ส่วน​ขยับขยายมาทำ​การค้า​ใน​ ​อ​.​สันกำ​แพง​ ​จ​.​เชียง​ใหม่​ “​เลิศ​ ​ชินวัตร” ​ก็​เป็น​สายหนึ่งของตระกูลที่มาปักหลักที่สันกำ​แพง

“ผมเกิดที่​ ​อ​.​สันกำ​แพง​ ​เชียง​ใหม่​ ​ตอนผมเกิดบ้านผม​ยัง​อยู่​ที่หน้าตลาดสันกำ​แพง​ ​เป็น​เรือนไม้ห้องแถวสองชั้น​ . . . ​เรียนที่สันกำ​แพง​อยู่​จน​ถึง​อายุประมาณ​ 15 ​ปี​ ​ถึง​ย้าย​เข้า​มา​อยู่​ใน​ตัวเมืองเชียง​ใหม่​”ดร​.​ทักษิณเล่า​ถึง​ชีวิต​ใน​วัยเด็ก

ใน​วัยที่​ต้อง​ศึกษา​เล่า​เรียนอย่างจริงจังนี่​เอง​ ​เขา​พบว่าตัวเอง​เป็น​คนชอบคิด​ ​คิด​เร็ว​ ​เรียน​เร็ว​ ​ใฝ่รู้​เรื่องต่างๆ​ ​คนหนึ่งเหมือน​กัน

“ตอนเด็กจำ​ได้​ว่า​ไปเรียน​กับ​ครู​ผู้​หญิงแก่ๆ​ชื่อ​ ​ควาย​ ​ครูควายเลยละ​……. ​ผมชอบเรื่องเลขแกก็สอนผมเพลินเลยนะ​ ​สอนวิธีหารยาวจนก่อน​เข้า​ป​. 1 ​ผมก็หารยาว​เป็น​แล้ว​นะ​”

เมื่อย้าย​จาก​โรงเรียน​ใน​สันกำ​แพงมา​เรียนต่อชั้นประถม​ 3 ​ที่มงฟอร์ตเชียง​ใหม่​ ​แม้​จะ​เสียเปรียบ​เนื่อง​จาก​ไม่​ได้​เรียนภาษาอังกฤษมาก่อน​ (ที่​โรงเรียนมงฟอร์ต​จะ​สอนภาษาอังกฤษตั้งแต่ชั้นประถม​ 1) ​แต่​ ​ด​.​ช​.​ทักษิณก็ทำ​ข้อสอบ​ได้​ถึง​ 75%

ความ​เป็น​คน​ “ชอบเรียน” ​และ​ “​เรียนเก่ง” ​กลาย​เป็น​ข้อเด่น​ ​ของ​ ​ดร​.​ทักษิณ​ ​ที่ญาติพี่น้องรวม​ถึง​คน​ใกล้​ชิดต่างยอมรับ​ ​และ​ไม่​แปลกใจเลยเมื่อ​ใน​เวลาต่อมา​เขา​สามารถ​สอบ​เข้า​โรงเรียนเตรียมทหารสำ​เร็จ​ใน​ปี​ ​พ​.​ศ​. 2510 ​และ​จบการศึกษา​จาก​โรงเรียนนายร้อยตำ​รวจรุ่นที่​ 26 ​ใน​ปีพ​.​ศ​. 2516 ​โดย​สอบ​ได้​คะ​แนน​เป็น​ที่​ 1 ​ของรุ่น

อย่างไรก็ตามดร​.​ทักษิณก็มิ​ใช่​ “​เด็กเรียน” ​ที่จม​อยู่​กับ​กองตำ​ราอย่างเดียว​ ​อีกด้านหนึ่งของชีวิตวัยเยาว์​ใน​ฐานะ​ “ลูกพ่อค้า​” ​ทำ​ให้​ดร​.​ทักษิณผ่านประสบการณ์การทำ​งาน​ ​ค้าขาย​ ​เรียนรู้
การทำ​ธุรกิจ​จาก​การติดตาม​ผู้​เป็น​บิดา​ไปเกือบทุกที่ทุกแห่ง

หลังเวลา​เรียน​ ​เขา​กลาย​เป็น​เด็กเดินขายหวานเย็น​ ​ช่วย​ขายมอเตอร์​ไซด์​-​ขายอะ​ไหล่หน้าร้าน​ ​ออกไปติดตามทวงหนี้​ ​ช่วย​งานบัญชีที่ธนาคาร​เป็น​พนักงานโรงหนัง​ ​แม้กระทั่งงานปล่อยรถ​-​ขับรถเมล์ก็​เคยทำ​มา​แล้ว

ประสบการณ์หลากหลายของ​ ​ดร​.​ทักษิณ​ใน​วัยเยาว์​นั้น​ ​ส่วน​หนึ่ง​เนื่อง​เพราะ​ “คุณพ่อเลิศ” ​เป็น​คนที่สนใจทำ​ธุรกิจหลายประ​เภท​ ​ตั้งแต่ลงทุนทำ​สวนส้ม​ ​ช่วงหนึ่งไป​เป็น​กัมปะ​โด​(หัวหน้า​แผนกสินเชื่อ)

ให้​ธนาคารนครหลวงไทย​ ​สาขา​เชียง​ใหม่​ ​ทำ​โรงภาพยนตร์ศรีวิศาล​เป็น​ตัวแทนจำ​หน่ายรถจักรยานยนต์รถยนต์​ ​ฯลฯ

ที่สำ​คัญอีกประการหนึ่งคือ​ “คุณพ่อเลิศ”
เป็น​คนทันสมัย​ ​ใจกล้าที่​จะ​ลงทุนนำ​สินค้า​ใหม่ๆ​ ​มาขาย​หรือ​เลือกธุรกิจ​ใหม่ๆ
มาทำ​อยู่​ตลอดเวลา

“นายเลิศ​นั้น​เป็น​บุคคลที่มี​ความ​คิดก้าว
หน้าชอบ​ความ​ทันสมัย​. . . ​คน​ทั้ง​สันกำ​แพงเห็นตู้​ ​เย็นเครื่องแรกที่ร้านกา​แฟนายเลิศ​ ​เครื่องปั่นมะพร้าวก็​เหมือน​กัน​ . . . ​ตอนทำ​สวนลงทุนสั่งรถแทร็กเตอร์​ซึ่ง​เป็น​เครื่องจักรทุ่นแรงที่ทันสมัยมากมา​ใช้​เป็น​คนแรก”

นอกเหนือไป​จาก​ความ​ขยัน​-​สู้งาน​ ​สู้ชีวิต​ ​ชอบเรียนรู้ทดลองทำ​ด้วย​ตัวเองจนทำ​ให้​เขา​เข้า​ใจ​ถึง​ความ​เป็น​ “นักปฏิบัติ​” ​แล้ว​ ​แบบอย่าง​จาก​บิดา​ซึ่ง​เป็น​นักธุรกิจที่มอง​ไกล​สนใจ​ความ​รู้วิทยากร​ใหม่​อยู่​เสมอ​ ​ก็​เป็น​อีกสิ่งหนึ่ง​เขา​ได้​รับการถ่ายทอดติดตัวมา

ชีวิตที่พลิกผัน​ ​จาก​ราชการ​-​ธุรกิจ

แม้ตลอดช่วงวัยเด็ก​ ​ดร​.​ทักษิณ​ ​จะ​มี​โอกาส​ใกล้​ชิดสัมผัส​กับ​ธุรกิจของครอบครัวมาตลอด​ ​แต่​เขา​ก็​ยัง​มิ​ได้​ตกลงปลงใจว่า​จะ​เดินตามสูตรสำ​เร็จของลูกพ่อค้า​ใน​ยุค​นั้น​ ​ที่มัก​จะ​รับช่วงสานต่อธุรกิจของครอบครัว​ ​หรือ​กิจการ​อื่นๆ​ ​ใน​ตระกูล

ด้วย​ความ​ที่​เป็น​คนเรียนเก่ง​และ​ชอบเรียน​ ​เมื่อจบชั้นมัธยมที่​โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย​ ​เชียง​ใหม่​แล้ว​ ​ดร​.​ทักษิณ​จึง​มองโอกาส​และ​แนวทางศึกษาต่อ​ ​กระทั่ง​ใน​ที่สุดก็​เลือกสอบ​เข้า​โรงเรียนเตรียมทหาร​ซึ่ง​เป็น​ที่นิยมมากสำ​หรับนักเรียนชาย​ใน​ยุค​นั้น

ชีวิตการศึกษาวัยหนุ่มของ​ ​ดร​.​ทักษิณผ่านไปอย่างราบรื่น​และ​รวด​เร็ว​หลัง​จาก​สอบ​เข้า​โรงเรียนเตรียมทหาร​ ​เขา​เลือกเรียนต่อที่​โรงเรียนนายร้อยตำ​รวจสวนสามพรานจนสำ​เร็จการศึกษา​ใน​ปี​ 2516 ​และ​สอบ​ได้​คะ​แนน​เป็น​อันดับ​ 1 ​ของรุ่น

ปี​เดียว​กัน​นั้น​เองที่​เขา​เริ่ม
ชีวิตข้าราชการตำ​รวจ​เป็น
ครั้งแรก​ ​แต่ทำ​งาน​ได้​เพียงระยะหนึ่ง​ใน​ปี​ ​พ​.​ศ​. 2517 ​ก็​ได้​ทุน​จาก​รัฐบาลไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกาจนจบปริญญา​โท​ ​สาขา​ Criminal Justice ​จาก​ Eastern Kentucy University ​ใน​ปี​ ​พ​.​ศ​. 2518 ​หลัง​จาก​นั้น​ยัง​กลับไปเรียนที่สหรัฐอีกครั้งหนึ่ง​ใน​สาขา​เดิมจนกระทั่งจบปริญญา​เอก​จาก​SAM Houston State University ​ใน​ปี​ ​พ​.​ศ​. 2521

ใน​ช่วงเวลา​ใกล้ๆ​กัน​นั้น​เอง​ ​ชีวิตวัยหนุ่มของดร​.​ทักษิณ​ได้​พบพาน​กับ​สิ่งสำ​คัญ​ 2 ​ประการ

ประการแรก​ ​ใน​ปี​ ​พ​.​ศ​.2517 ​ดร​.​ทักษิณ​ได้​เข้า​พิธีวิวาห์​กับ​คุณพจมาน​ ​ดามาพงศ์​ ​ภริยาคู่ชีวิตที่​ได้​ร่วมฝ่าฟันธุรกิจ​ ​จนประสบ​ความ​สำ​เร็จมา​ถึง​ปัจจุบัน

ประการที่สอง​ ​เขา​มี​โอกาสเรียนรู้​และ​ศึกษา​เกี่ยว​กับ​คอมพิวเตอร์​ใน​ระหว่างเรียนปริญญา​เอก​ ​ซึ่ง​เขา​นำ​ความ​รู้​ใน​เรื่องดังกล่าวกลับมา​ใช้​กับ​หน่วยงาน​ใน​กรมตำ​รวจ​และ​กับ​ธุรกิจของ​เขา​เอง​ใน​ช่วงเวลา​ ​ต่อมา

เขา​ผ่านงานหลายลักษณะ​ใน​กรมตำ​รวจ​ ​อาทิ​ ​เป็น​อาจารย์ที่​โรงเรียนนายร้อยตำ​รวจ​ ​เป็น​สารวัตรปราบปรามประจำ​สน​.​พระราชวัง​เป็น​นายตำ​รวจติดตามรัฐมนตรี​ (นายปรีดา
พัฒนถาบุตร) ​เป็น​รอง​ผู้​กำ​กับ​ศูนย์ประมวลข่าวสาร​ ​ฯลฯ

และ​ที่ศูนย์ประมวลข่าวสารนี่​เอง​ ​ดร​.​ทักษิณ​ใช้​เวลา​อยู่​ใน​หน่วยงานนี้นานมากกว่าหน่วย​อื่นๆ​เขา​นำ​เอา​ความ​รู้​เกี่ยว​กับ​ระบบคอมพิวเตอร์​เข้า​มาพัฒนาระบบฐานข้อมูของกรมตำ​รวจ​ให้​ก้าวหน้าทันสมัยมากขึ้น

จนอาจกล่าว​ได้​ว่า​เป็น​รากฐาสำ​คัญของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ​ใน​กรมตำ​รวจยุคต่อๆ​มา​ไม่​ว่า​จะ​เป็น​ระบบฐานข้อมูลสถิติอาชญากรรม​ ​ทะ​เบียนรถยนต์​ ​ประวัติอาชญากร​ ​ซึ่ง​เป็น​การนำ​เทคโนโลยี​และ​ข้อมูลมา​ใช้​สนับสนุนงานป้อง​กัน​และ​ปราบปรามอาชญากรรม​เป็น​ครั้งแรกๆ

เส้นทางชีวิตราชการตำ​รวจของดร​.​ทักษิณ​ ​ดำ​เนินไปพร้อม​กับ​ความ​ก้าวหน้า​ใน​ตำ​แหน่งหน้าที่​ ​ทว่าขณะ​เดียว​กับ​ความ​เคลื่อนไหวทางธุรกิจเริ่มดึงดูด​ความ​สนใจ​เขา​ได้​มากขึ้นๆ

กระทั่ง​ใน​ที่สุด​เขา​ก็ตัดสินใจลาออก​จาก​ราชการ​ ​ขณะครองยศพันตำ​รวจตรี​ใน​ตำ​แหน่งรอง​ผู้​กำ​กับ​การนโยบาย​และ​แผนงาน​ ​กองบังคับการอำ​นวยการ​ ​กองบัญชาการตำ​รวจนครบาลเหตุผลสำ​คัญ​ใน​การเปลี่ยนแปลงเส้นทาชีวิตตัวเอง​ใน​คราว​นั้น​ ​ดร​.​ทักษิณอธิบายว่า​ส่วน​หนึ่ง​เป็น​พราะอึดอัด​กับ​ระบบ​ ​ขั้นตอนหลายลำ​ดับขั้นของราชการ​ ​ส่วน​หนึ่ง​เป็น​เพราะ​เขา​ต้อง​การ​เข้า​มาทำ​งานธุรกิจเต็มตัวหลัง​จาก​เริ่มต้นมา​แล้ว​ระยะหนึ่ง​โดย​มี​ ​คุณพจมาน​ ​ชินวัตร​ ​ภรรยาดู​แลรับผิดชอบ​อยู่

“ผม​ไม่​ถึง​กับ​เบื่อ​ ​แต่ระบบตำ​รวจมันเหมือนระบบราชการ​ทั่ว​ไป​ ​คือเสียเวลา​กับ​เรื่องที่​ไม่​โพรดักทีฟมากเกินไป​ ​ประชุม​ใน​เรื่องไร้สาระ​ ​ผม​เป็น​คนใจร้อน​ ​ต้อง​การการตัดสินใจที่รวด​เร็ว​ต้อง​เทคแอคชั่นทันทีผมอึดอัด​ . . . ​พอดีที่ธุรกิจมันโตขึ้นมา​ด้วย​เลย​ต้อง​ลาออกมา​”

วิธีคิดแบบนักธุรกิจที่​เขา​ซึมซับ​จาก​บิดา​ใน​วัยเด็กเริ่มถูกนำ​ออกมา​ใช้​อย่างจริงจัง​ ​เป็น​วิธีคิดแบบกล้า​ได้​กล้า​เสีย​ ​กล้าตัดสินใจทันที​ ​พร้อมที่​จะ​เผชิญการเปลี่ยนแปลง​ “ตอนที่ผมลาออก​จาก​ตำ​รวจผม​ใช้​เวลาตัดสินใจเพียงวันเดียว” ​พ​.​ศ​. 2530 ​ใน​วัย​ 33 ​ปี​ ​ดร​.​ทักษิณก้าวเดินสู่ถนนธุรกิจ​ ​ด้วย​ความ​พร้อม​ ​ความ​เชื่อมั่น​ใน​ความ​รู้ประสบการณ์​ ​และ​วิสัยทัศน์

วิสัยทัศน์สู่​ความ​สำ​เร็จ​ ​จาก​ธุรกิจ​-​ประ​เทศไทย

จาก​จุดเริ่มต้นทางธุรกิจที่ดร​.​ทักษิณ​และ​คุณพจมานร่วม​กัน​ก่อตั้งห้างหุ้น​ส่วน​จำ​กัดไอซี​เอสไอ​.
เมื่อปี​ 2525 ​ต่อมาขยับขยาย​เป็น​บริษัท​ ​ชินวัตรคอมพิวเตอร์​ ​ดร​.​ทักษิณ​ ​ใช้​พื้นฐาน​ความ​รู้ทาง
ด้านคอมพิวเตอร์​ ​ประกอบ​กับ​ความ​เข้า​ใจขั้นตอน​ใน​ระบบราชการ​ ​ดำ​เนินธุรกิจขาย​-​บริการ​ให้​เช่า​เครื่องคอมพิวเตอร์​แก่หน่วยงานรัฐ​ ​จนประสบ​ความ​สำ​เร็จมา​เป็น​ลำ​ดับ

เมื่อมี​ความ​รู้​ความ​ชำ​นาญ​ใน​ธุรกิจคอมพิวเตอร์ระดับหนึ่ง​ ​ดร​.​ทักษิณก็ขยายธุรกิจต่อไปอีก​โดย​เฉพาะธุรกิจ​ใหม่ๆ​ ​ที่​ยัง​ไม่​มี​ผู้​สนใจดำ​เนินการมาก่อน​ ​อาทิวางระบบ​-​ขายอุปกรณ์​เครื่องส่งสัญญาณขอ​ความ​ช่วย​เหลือแบบไร้สาย​ (S.O.S), ​ธุรกิจวิทยุบนรถประจำ​ทาง​ (บัสซาวด์), ​ธุรกิจวิทยุติดตามตัว​(เพจเจอร์), ​ธุรกิจวางระบบ​ให้​บริการ​-​จำ​หน่ายโทรศัพท์​เคลื่อนที่​, ​ธุรกิจโทรทัศน์บอกรับสมาชิก​ (เคเบิลทีวี), ​ธุรกิจดาวเทียม​ ​ฯลฯ

กระทั่ง​ถึง​ปัจจุบัน​สามารถ​พัฒนาบริษัท​ใน​เครือ​ให้​ครอบคลุมเกือบ​จะ​ครบทุกด้านของธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม​ ​และ​สารสนเทศ

สรกล​ ​อดุลยานนท์​ ​ผู้​เขียน​ “ทักษิณ​ ​ชินวัตร​ ​อัศวินคลื่นลูกที่สาม” ​อธิบายปัจจัยอันทำ​ให้​ ​ดร​.​ทักษิณประสบ​ความ​สำ​เร็จทางธุรกิจอย่างรวด​เร็ว​ว่า

ประการที่​ 1 ​เป็น​เพราะ​ความ​กล้า​ใน​การตัดสินใจอย่างรวด​เร็ว​ ​กล้าทดลองลงทุน​ใน​ธุรกิจ​ใหม่ๆ​ ​ขณะ​เดียว​กัน​ก็กล้าที่​จะ​ปรับทิศทางธุริกจ​ใน​เครือ​จาก​การค้าคอมพิวเตอร์มา​เป็น​ธุรกิจโทรคมนาคม​ได้​ใน​จังหวะที่​เหมาะสม

ประการที่​ 2 ​เพราะ​ความ​เป็น​นักเจรจา​ ​ประกอบ​กับ​ความ​กว้างขวาง​ใน​การสร้างพันธมิตร​ ​บริหารสายสัมพันธ์​ ​จน​สามารถ​ประสาน​ได้​กับ​ทุกฝ่ายอย่างลงตัว

ประการที่​ 3 ​วิสัยทัศน์ที่มองไปข้างหน้า
ประ​เมินสถานการณ์​ได้​ถูก​ต้อง​พร้อม​กับ
กำ​หนดกลยุทธ์​ได้​ตรง​กับ​ความ​เปลี่ยนแปลงที่​จะ​เกิดขึ้น​ใน​อนาคต

ช่วงเวลา​ไม่​ถึง​ 10 ​ปีหลังลาออก​จาก​กรมตำ​รวจดร​.​ทักษิณประสบ​ความ​สำ​เร็จทาง
ธุรกิจ​ได้​รับการยอมรับ​จาก​ทั้ง​ใน​และ​นอกประ​เทศมากมาย

.
นับ​จาก​ช่วงปี​ 2535 ​เป็น​ต้นมา​ได้​รับเกียรติ​ได้​รับรางวัล​จาก​สถาบันต่างๆ​อย่างต่อ​เนื่อง​อาทิ

รางวัล “1992 Asean Business Man of the Year” ​จาก​ Asean Institute ​ประ​เทศอินโดนิ​เซีย
(พ​.​ศ​.2535)
รางวัล “บุคคลดี​เด่น​ผู้​พัฒนา​โทรคมนาคมเพื่อสังคมของประ​เทศไทยประจำ​ปี​ 2536”
ได้​รับการยกย่อง​จาก​หนังสือพิมพ์​ Singapore Business Times ​ให้​เป็น​ 1 ​ใน​ 12
นักธุรกิจ​ผู้​นำ​ของเอเชีย​ (พ​.​ศ​.2537)

ดร​.​ทักษิณ​ยัง​คงมองไปข้างหน้าหากว่า​เป้าหมายของ​เขา​ขยับเปลี่ยน​จาก​การผลักดันบริษัท​ใน​เครือไปสู่การผลักดันประ​เทศไทย​ซึ่ง​ใน​ความ​คิดของ​ ​ดร​.​ทักษิณ​ ​น่า​จะ​ก้าวไป​ใน​ทิศทางที่ดีกว่า​ ​สามารถ​ยืนหยัดแข่งขัน​กับ​นานาประ​เทศ​ได้​อย่างเข้มแข็ง

ระหว่างปี​ ​พ​.​ศ​.2537-2540ดร​.​ทักษิณมี​โอกาส​ได้​เข้า​ไปทำ​งานการเมือง ​บริหารประ​เทศ​ใน​ต่างกรรม​ ​ต่างวาระ​ ​และ​ใน​ตำ​แหน่งที่​แตกต่าง​กัน

2537 ​เข้า​รับตำ​แหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประ​เทศ
พ​.​ค​. 2538
เข้า​รับตำ​แหน่งหัวหน้าพรรคพลังธรรม
ก​.​ค​. 2538
เข้า​รับตำ​แหน่งรองนายกรัฐมนตรี​ใน​รัฐบาลนายบรรหาร​ ​ศิลปอาชา
2540
เข้า​รับตำ​แหน่งรองนายกรัฐมนตรี​ใน​รัฐบาล​ ​พล​.​อ​.​ชวลิต​ ​ยงใจยุทธ

ประสบการณ์​จาก​งานเพื่อสังคม​และ​งานด้านการเมือง​ใน​ช่วงที่ผ่านมา​ ​ดู​จะ​เป็น​แรงผลักดัน​ให้​ ​ดร​.​ทักษิณ​ ​เกิด​ความ​คิด​ ​ความ​มุ่งมั่นที่​จะ​ร่วมพัฒนาประ​เทศไทยไปสู่ทิศทาง​ใหม่​ด้วย​ระบบวิธีคิดแบบ​ใหม่​ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

วิสัยทัศน์ของ​เขา​มองผ่านไป​ยัง​ภาพการเมืองไทยปี​ 2000 ​ด้วย​ความ​เชื่อมั่นว่าหาก​จะ​ปรับทิศประ​เทศไทย​ให้​ถูกทางระบบการเมืองไทย​และ​นักการเมืองไทย​ต้อง​มี​ความ​โปร่งใสมองไปข้างหน้าอย่างมีวิสัยทัศน์​ ​พร้อม​กับ​การคิดอย่างมีกลยุทธ์