You are currently browsing the daily archive for กรกฎาคม 14th, 2007.

เสือ สิงห์ กระทิง แรด ครางฮือ เสียงวิพากษ์วิจารณ์ ดังเซ็งแซ่ไปหมด มีทั้งขานรับสนับสนุน เหน็บแนม โจมตีคัดค้าน กับกระแสข่าวร้อนๆ

กรณีที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ.และประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) จะลงเล่นการเมืองหลังเกษียณอายุราชการในสิ้นเดือนกันยายนนี้

สำหรับที่มาของกระแสข่าวนี้ แรกเริ่มมีการปูดออกมาจากแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) ในช่วงก่อนที่สภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) จะลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

โดยมีการตั้งข้อสังเกตในทำนองว่า มีการติดต่อกันระหว่าง คมช.กับ ส.ส.ร.เพื่อให้รับร่างรัฐธรรมนูญ จากนั้น คมช.จะแต่งตั้งแกนนำ ส.ส.ร.กลับเข้ามาเป็น ส.ว.เพื่อเป็นการตอบแทนพร้อมทั้งโยงไปถึง พล.อ.สนธิว่าเตรียมจะลงสมัครรับเลือกตั้งที่จังหวัดลพบุรี ที่ตั้งศูนย์บัญชาการสงครามพิเศษ

นาทีนั้นกระแสข่าวนี้ ถูกมองว่าเป็นเพียงการปล่อยกระแสเพื่อต้องการดิสเครดิต คมช. และการผ่านร่างรัฐธรรมนูญของ ส.ส.ร. ยังไม่มีน้ำหนักอะไรมากมายนัก

ถ้าไม่บังเอิญว่า หลังจากนั้น พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รมว.กลาโหม ได้ออกมาตอกย้ำในประเด็นดังกล่าวแบบเป็นเรื่องเป็นราว

โดยพูดถึงความเป็นไปได้ที่ พล.อ.สนธิจะลงเล่นการเมืองหลังเกษียณอายุราชการ อย่างชัดถ้อยชัดคำว่าขึ้นอยู่กับดุลพินิจของ พล.อ.สนธิ หากจะเล่นต้องเล่นตามระบอบ หมายถึงว่า เกษียณอายุราชการ ถอดเครื่องแบบแล้วลงสมัครเลือกตั้ง พูดง่ายๆว่าเข้าตามตรอกออกทางประตู

และเมื่อถูกนักข่าวถามถึงเรื่องคุณสมบัติของ พล.อ.สนธิพร้อมที่จะเล่นการเมืองและพร้อมที่จะเป็นผู้นำในอนาคตหรือไม่
Read the rest of this entry »

คนไทยทุกคนมีหน้าที่ป้องกัน ประชาธิปไตย..ไม่ว่าจะเป็นพระสงฆ์ หรือใครก็ตามที่มีหัวใจเป็นประชาธิปไตย..เราต้องต่อสู้เอาความถูกต้องกลับคืนมาให้ได้..ก่อนที่ประเทศชาติไทยจะล่มจมไปมากกว่านี้ — จากพีทีวีนิวส์ เว็บบอร์ด

รับฟังเทปการปราศรัยของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ(นปก.) ในยุทธการดาวกระจายที่จังหวัดแพร่เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมาได้ที่วิทยุข้างล่างนี้

ม็อบประชาธิปไตยนับหมื่นเคลื่อนขบวนปิดล้อมศาลากลางจังหวัดแพร่ ทวงคืนความชอบธรรมกรณีลิ่วล้อเผด็จการใช้พฤติกรรมถ่อย สกัดกั้นผู้ชุมนุม-ยึดรถขยายเสียง จี้ยุติการใช้กำลังข่มขู่ประชาชน ชำแหละซ้ำแผนชั่วคมช. ตั้งด่านสกัดมวลชนคว่ำเวที นปก. ชี้เป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ(นปก.) ที่ได้มีการเปิดปราศรัยในจังหวัดต่างๆทางภาคเหนือตามยุทธศาสตร์ดาวกระจาย หลังจากก่อนหน้านี้ได้เปิดปราศรัยไปแล้วในพื้นที่ภาคอีสานหลายจังหวัด และเมื่อวานนี้(11 ก.ค.) ก็มีการปราศรัยที่จังหวัดลำพูน ก่อนที่ นปก.จะเดินทางมายังจังหวัดแพร่ซึ่งเป็นจุดหมายลำดับต่อมา

ขณะเดียวกัน เมื่อขบวน นปก.ได้เคลื่อนมาถึงบริเวณทางเข้าอำเภอสูงเม่น จ.แพร่ ได้มีด่านสกัดของเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ ที่ถูกั่งการให้ทำการสกัดกั้นประชาชนที่จะเดินทางเข้ามาร่วมชุมนุมร่วมกับกลุ่มดาวกระจาย นปก. ที่อำเภอเมืองในช่วงเย็นวันนี้(12 ก.ค.) ทั้งได้มีด่านสกัดกั้นอีกประมาณ 4 ด่านในทางเข้าอำเภอเมืองจังหวัดแพร่ โดยแต่ละด่านทิ้งระยะห่างประมาณ 500 เมตร.ซึ่งแต่ละด่านมีทั้งเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจ รวมทั้งเจ้าหน้าที่อาสาสมัครต่างๆ รักษาการณ์อย่างเข้มงวด
Read the rest of this entry »

ประมวลภาพยุทธการดาวกระจายขับไล่เผด็จการที่ลำพูน

Lampoon Slideshow Part I

พลังปชช.ลำพูนรวมตัวกดดันทหารให้สลายกำแพงกั้นประชาธิปไตย

คนลำพูนสุดทนการรังแกของทหารคมช. รวมตัวกดดันทหารให้สลายกำแพงกั้นประชาธิปไตย ขณะที่มท.ภ.3 ล็อบบี้ผู้ว่าฯลำพูนบล็อคการเสนอข่าวนปก.ปชช.ร่วมเวทีปราศรัย

ที่บริเวณถนนสายลำพูน-ดอยติด้านหน้าเวทีนปก.จังหวัดลำพูนได้มีทหารประมาณ 15 นายยืนตั้งแถวหน้ากระดานไม่ให้รถวิ่งผ่าน ต่อมาได้มีผู้ชุมนุมประมาณ 20 คน พยายยามกดดันให้ทหารยอมสลายการสกัดกั้นจนเวลาผ่านไปประมาณ 10 นาทีทหารจึงยอมสลายการตั้งแถวกั้นโดยหลังจากนั้นได้มีรถบรรทุกทหารลำเลียงทหารมาเสริมบริเวณหน้างานการปราศรัยประมาณ 20 นายโดยทหารทั้งหมดได้เดินไปด้านตรงข้ามของเวทีนปก.เพื่อรอคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาต่อไป จากนั้นแกนนำนปก.ได้ทำการปราศรัยที่รถปราศรัยเคลื่อนที่ว่าจังหวัดลำพูนเป็นจังหวัดที่ไม่มีการประกาศกฏอัยการศึกดังนั้นทหารจึงไม่มีหน้าที่ที่จะมาสกัดกั้นรถเพราะว่าเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
Read the rest of this entry »

Martin Luther King Jr. once said:

“Human progress is neither automatic nor inevitable… Every step toward the goal of justice requires sacrifice, suffering, and struggle; the tireless exertions and passionate concern of dedicated individuals.”

I salute all these dedicated individuals.

รับฟังเทปการปราศรัยของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ(นปก.) ณ ท้องสนามหลวงเมื่อวันที่ 7,8,9,10 และ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมาได้ที่วิทยุข้างล่างนี้

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : การลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 เป็นเรื่องที่มีความสำคัญต่อสังคมไทยอย่างมาก สังคมไทยต้องช่วยกันคิดในเรื่องนี้ให้กว้างขวาง และจะต้องมองออกไปในอนาคตด้วย เพราะรัฐธรรมนูญจะเป็นเงื่อนไขหลักในการกำหนดการเมืองไทยในอนาคตอย่างน้อยช่วงเวลาหนึ่ง และต้องมองภาพอนาคตให้ได้ด้วยว่า ช่วงเวลาอนาคตที่การเมืองดำเนินไปภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีแนวโน้มที่จะเป็นช่วงเวลาที่มีแต่ความวุ่นวายอย่างต่อเนื่อง หรือจะเป็นช่วงเวลาที่มีเสถียรภาพ เพื่อที่จะทำให้สังคมมีทางเลือกในการตัดสินใจมากขึ้น

การคิดเรื่องรัฐธรรมนูญจำเป็นต้องคิดกันให้เชื่อมโยงเพื่อเห็นเป็นภาพรวม เพราะรัฐธรรมนูญคิดการสถาปนาระบบความสัมพันธ์ทางอำนาจทั้งหมดของคนทุกกลุ่มในสังคมไทย จึงไม่สามารถแยกมาพิจารณาทีละส่วนเสี้ยวได้

การที่ต้องย้ำว่าสังคมไทยต้องช่วยกันคิดเรื่องนี้กันอย่างกว้างขวาง และคิดให้เห็นภาพรวมที่เชื่อมโยงกัน ก็เพราะว่าสมาชิกร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) โดยเฉพาะฝ่ายประชาสัมพันธ์ได้พยายามยกเพียงประเด็นที่ตนเองเห็นว่าเป็นจุดแข็งเฉพาะประเด็น มาโฆษณาชวนเชื่อโดยที่ไม่พยายามทำให้พลเมืองเข้าใจภาพรวมของความสัมพันธ์ทางอำนาจ โดยที่ ส.ส.ร.ฝ่ายประชาสัมพันธ์คงจะคิดทำนองว่าหากจะขายเบียร์ยี่ห้อของตน ก็พูดเฉพาะข้อดีของเบียร์ตนเอง โดยจะไม่พูดข้อเสียของเบียร์ที่จะขาย

คงต้องบอกให้เข้าใจก่อนนะครับว่า ประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญนะครับ ไม่ใช่โฆษณาชวนเชื่อเพื่อขายเบียร์

ประเด็นที่สำคัญที่ต้องเน้นกันให้รับรู้ก่อนก็คือว่า แม้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ผ่านการลงประชามติ ก็ไม่ได้หมายความจะไม่มีการเลือกตั้งนะครับ เพราะธรรมนูญทหารฉบับ 2549 ระบุไว้ว่าหากไม่ผ่านประชามติ คมช.จะเลือกรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งมาใช้เลือกตั้ง
Read the rest of this entry »

14 กรกฎาคม ชมรมสมาชิกวุฒิสภา 2543-2549 จัดเสวนาโต๊ะกลม เรื่อง “กฎหมายความมั่นคงเพื่อใคร” โดยมีนักการเมือง นักวิชาการ และ อดีต ส.ว. เข้าร่วม

นายจาตุรนต์ ฉายแสง หัวหน้ากลุ่มไทยรักไทย

การออกกฎหมายการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักรฉบับนี้ เป็นงานที่เกินหน้าที่ของรัฐบาลและสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งองค์กรที่มาเพียงชั่วคราวไม่ควรทำอะไรในเรื่องใหญ่ หากไปหยิบยก พ.ร.บ.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้นมาปรับแก้จะดีกว่า อย่างไรก็ตาม การออกกฎหมายดังกล่าวเพื่อวัตถุประสงค์ด้านการเมือง ไม่ใช่เพราะต้องการแก้ปัญหาภาคใต้ แต่เป็นความต้องการที่จะสืบทอดการปกครองระบอบเผด็จการทหาร และสร้างความมั่นคงให้กับระบอบเผด็จการทหาร กฎหมายนี้อาจทำให้นายกรัฐมนตรีอยู่ภายใต้อำนาจผู้บัญชาการทหารบกและกองทัพ อีกทั้งป้องกันการเคลื่อนไหวแสดงความเห็นทางการเมืองด้วย

“ต่อไปใครแสดงความเห็นคัดค้านรัฐบาล จะถูกมองว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง แต่หากรัฐบาลไม่ถูกกับผู้บัญชาการทหารบก เมื่อมีม็อบผู้บัญชาการทหารบกจะไม่ห้าม และอาจเข้ายึดอำนาจ ซึ่งนักกฎหมายบอกว่าเป็นรัฐาธิปัตย์ ฉีกรัฐธรรมนูญเมื่อใดก็ได้ การเขียนกฎหมายฉบับนี้เหมือนเป็นการเตรียมรัฐประหารล่วงหน้า และสืบทอดอำนาจ ผู้นำคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) อาจปูทางให้ผู้บัญชาการทหารบกคนปัจจุบันไปเป็นนายกรัฐมนตรีในอนาคต” นายจาตุรนต์ กล่าว

นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ใน 2-3 เดือนนี้มีทหารไปตามอดีต ส.ส.ไทยรักไทย รวมทั้งมีทหารไปข่มขู่ขอให้สนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญโดยลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญด้วย
Read the rest of this entry »

สำนักข่าวชาวบ้าน

สำรวจจำนวนพลเมืองไทยในพื้นที่ 35 จังหวัดภายใต้กฎอัยการศึกทั่วประเทศ พบถึงกว่า 25 ล้านคน อยู่ในสภาวะไร้สิทธิเสรีภาพมาเกือบ 10 เดือน นับแต่รัฐประหาร 19 กันยาเป็นต้นมาหลังจากที่คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข (คปค.) ได้ประกาศกฎอัยการศึกทั่วประเทศ ทันทีที่ทำการรัฐประหาร รัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549

ต่อมาวันที่ 27 พฤศจิกายน 2549 มติคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้ยกเลิกกฎอัยการศึกในพื้นที่ 41 จังหวัด รวมทั้งเขตกทม.และเขตปริมณฑลด้วย ส่วนอีก 35 จังหวัดที่เหลือคณะรัฐมนตรีให้คงกฎอัยการศึกไว้ก่อน ทั้งนี้เพื่อความมั่นคงของประเทศทั้งภายในและภายนอก ทั้งปัญหายาเสพติด ปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมือง และการค้าของเถื่อน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นจังหวัดตามแนวชายแดน ส่วนการยกเลิกนั้น ทางฝ่ายความมั่นคงจะพิจารณายกเลิกจังหวัดที่เหลือนี้ตามความจำเป็น

พื้นที่ 35 จังหวัดที่ยังคงใช้กฎอัยการศึก ได้แก่ 1.กาญจนบุรี 2.กำแพงเพชร 3.ขอนแก่น 4.จันทบุรี 5.เชียงราย 6.เชียงใหม่ 7.ชัยภูมิ 8.ตราด 9.ตาก 10.นราธิวาส 11.นครราชสีมา 12.น่าน 13.บุรีรัมย์ 14.ประจวบคีรีขันธ์ 15.ปัตตานี 16.พะเยา 17.พิษณุโลก18.เพชรบุรี 19.แม่ฮ่องสอน 20.มหาสารคาม 21.ยะลา 22.ราชบุรี 23.ร้อยเอ็ด 24.ระนอง 25.เลย 26.ศรีสะเกษ 27.สตูล 28.สงขลา 29.สระแก้ว 30.สุรินทร์ 31.หนองบัวลำภู 32.อุดรธานี 33. อุตรดิตถ์ 34.อุบลราชธานี และ 35.อำนาจเจริญ

สำนักข่าวชาวบ้าน ทำการสำรวจจำนวนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ใต้กฎอัยการศึก ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2549 จนถึงวันนี้ ซึ่งนับเป็นเวลาเกือบ 10 เดือนแล้ว พบว่ามีประชาชนถึง 25,462,452 คน โดยอ้างอิงจากข้อมูลประชากรล่าสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2549 ของสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง

โดยพื้นที่อัยการศึกแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือจังหวัดที่อยู่ใต้กฎอัยการศึกทุกอำเภอ ได้แก่จังหวัดกำแพงเพชร, ขอนแก่น, ชัยภูมิ, เชียงราย, เชียงใหม่, นครราชสีมา, นราธิวาส, บุรีรัมย์, ปัตตานี, มหาสารคาม, แม่ฮ่องสอน, ยะลา, ร้อยเอ็ด, เลย, ศรีสะเกษ, สุรินทร์, หนองบัวลำพู, อำนาจเจริญ, อุดรธานี, อุตรดิตถ์, อุบลราชธานี มีจำนวนประชากรที่อยู่ในพื้นที่ใต้กฎอัยการศึกจำนวน 22,967,095 คน

กลุ่มที่สอง คือจังหวัดที่มีใช้กฎอัยการศึกในบางอำเภอ ได้แก่ กาญจนบุรี, จันทบุรี, ตราด, ตาก, น่าน, ประจวบคีรีขันธ์, พะเยา, พิษณุโลก, เพชรบุรี, ราชบุรี, ระนอง, สตูล, สงขลา, สระแก้ว มีจำวนประชากรที่อยู่ในพื้นที่ใต้กฎอัยการศึกจำนวน 2,495,357 คน

จังหวัดที่อยู่ใต้กฎอัยการศึก กลุ่มที่หนึ่ง

จังหวัด

จำนวนพลเมือง / คน

กำแพงเพชร

728,320

ขอนแก่น

1,750,500

ชัยภูมิ

1,119,146

เชียงราย

1,225,713

เชียงใหม่

1,658,298

นครราชสีมา

2,555,587

นราธิวาส

707,171

บุรีรัมย์

1,536,722

ปัตตานี

635,730

มหาสารคาม

937,686

แม่ฮ่องสอน

255,174

ยะลา

468,252

ร้อยเอ็ด

1,310,047

เลย

613,303

ศรีสะเกษ

1,446,484

สุรินทร์

1,375,257

หนองบัวลำภู

496,692

อำนาจเจริญ

368,934

อุดรธานี

1,527,562

อุตรดิตถ์

467,482

อุบลราชธานี

1,783,035

รวม

22,967,095

                    Read the rest of this entry »

คืนหนี่งกับทักษิณ กับตอนไม่เป็นข่าว “ผมแปลกใจที่เขาบอกว่าประเทศไทย เป็นประชาธิปไตยแล้วไปยุบพรรค ไทยรักไทย และบอกว่า ประชาธิปไตย ต้องเป็นประชาธิปัตย์ กับพรรคชาติไทยเท่านั้น อย่างนี้ประชาชนรับไม่ได้หรอก

ก่อนจะเข้าเรื่องราว การพบปะพูดคุยสนทนากับอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ขอเกริ่นเรื่อง การเดินทางไปสัมภาษณ์ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ฮ่องกง เล็กน้อย คือไปกันในนามผู้สื่อข่าวกีฬากอล์ฟ ตามคำเชิญของคณะกรรมการสมาคมกอล์ฟอาชีพแห่งประเทศไทย ที่จะมีการประชุมกันครั้งแรกหลัง พ.ต.ท.ทักษิณ รับตำแหน่งเป็นนายกสมาคม

ที่ไปประชุมกันถึงเกาะฮ่องกงนั้น เพราะว่า “ทักษิณ” เดินทางเข้าประเทศไทยไม่ได้ จึงต้องนัดกันนอกประเทศ

นัดหมายการออกเดินทางของคณะกอล์ฟอาชีพคือเวลา 08.00 น. ของวันที่ 7 ก.ค. ด้วยสาย การบินไทย และดูเหมือนเจ้าหน้าที่ของสมาคมน่าจะมีความสุขกับการเดินทางครั้งนี้ ต่างพูดในทำนองเดียวกันว่า เป็นครั้งแรกที่ได้ประชุมกันนอกประเทศ

“ดีเหมือนกันจะได้ถือโอกาสไปเที่ยวต่างประเทศ” บางคนพูดด้วยความดีใจ

ครั้นเครื่องทะยานออก และอยู่ในระดับการบิน ผู้คนเริ่มลุกเดินเข้าห้องน้ำ บ้างก็มาพูดคุยกัน ก็พบว่า เที่ยวบินนี้ พิเศษจริงๆ คนไทยเป็นส่วนใหญ่ และมีบางคนที่คุ้นหน้าคุ้นตากัน พอเห็นเราก็หลบ แต่ที่หลบไม่ทันก็บอกมาเที่ยว ซึ่งก็พอเข้าใจกันได้

ส่วนที่บอกว่า คุ้นหน้ากันนั้น ไม่ต้อง อธิบายใครเป็นใครกันบ้างแต่ใบ้ให้นิดหนึ่ง คนแวดวงการเมือง ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อไปถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองภายในสนามบิน ปรากฏว่าผู้คนต่อแถวกันยาวเหยียด พูดคุยกันลั่น ไม่ต้องไปแปลให้เสียเวลา เพราะเป็นเสียงพี่ไทยล้วนๆ จับใจความได้ส่วนใหญ่พูดกันเรื่องช็อปปิ้ง เพราะขณะนี้ที่ฮ่องกงมีเทศกาล sale ยี่ห้อดังๆ ทั้งน้านๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า นาฬิกา เข็มขัด และอีกสารพัด

เริ่มเข้าเรื่องการประชุมคณะกรรมการกอล์ฟชุดใหม่ ซึ่งเขาจัดขึ้นในโรงแรมมาร์โคโปโล กลางเกาะฮ่องกง ซึ่งเป็นแหล่งช็อปปิ้ง ในเวลา 13.00 น. ตามเวลาในฮ่องกง ซึ่งเร็วกว่าเมืองไทย 1 ชั่วโมง

“ทักษิณ” เดินทางมาถึงด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แวะ ทักทายคณะกรรมการที่อุตส่าห์เดินทางมาประชุมถึงต่างประเทศ จากนั้นก็เปิดประชุมทันที
Read the rest of this entry »

กองบรรณาธิการโพสต์ทูเดย์ได้สัมภาษณ์พิเศษ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขณะพำนักอยู่ที่ประเทศฮ่องกง ซึ่งนับเป็นครั้งแรก ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เปิดใจกับสื่อมวลชนไทยภายหลังถูกยึดอำนาจเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549

วางอนาคตทางการเมืองของตัวเองต่อสถานการณ์ปัจจุบัน

พูดไปหลายครั้งแล้ว ยืนยันยุติบทบาททางการเมืองที่ผ่านมาได้ ทุ่มเทให้กับบ้านเมืองให้ประชาชนและจงรักภักดีมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว เพราะฉะนั้น มาทำหน้าที่ที่อื่นที่ไม่ใช่การเมืองดีกว่า ยังทำหน้าที่ของประชาชนคนไทยคนหนึ่งได้ ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน ถวายพระราชกุศลบ้าง เพื่อการศึกษาบ้างเพื่อการกีฬาบ้าง ถ้าจะเน้นตรงนี้ก็คงไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ส่วนคนการเมืองไทยรักไทยเดิม แน่นอนคงมาเยี่ยามาเยือนมาปรึกษาบ้างก็ให้ความคิด ให้คำแนะนำปกติ

มองอย่างไรที่ยังมีคนสนับสนุน

คือต้องเข้าใจก่อนว่า ผมทำงานหนักและงานของผมที่ทำไป สัมผัสได้หมด หลายคนรอดชีวิตเพราะนโยบายผม เหล่านี้ประชาชนสัมผัสได้ ความรักความห่วงใยความคิดถึงยังมีอยู่ จะบอกให้มันจางหายไป มันคงไม่เร็วหรอก เพราะฉะนั้นประชาชนที่คิดถึงผมในระยะนี้จึงมีอยู่ ในเมื่อผมเลิกการเมืองแล้ว มันก็ลืมเป็นเรื่องธรรมดา

เป็นห่วงไทยรักไทยหรือไม่

ผมคิดว่าวันนี้ไม่อยากให้ตัวผมเองเกิดความขัดแย้ง เพราะเขาไม่แฮปปี้กับผม แม้คนส่วนใหญ่จะแฮปปี้กับผม สิ่งที่สังคมไทยควรจะเป็น คือการแสดงออกในการเลือกตั้ง ชอบก็เลือก ไม่ชอบก็ไม่ต้องเลือก จบกันไป ใครชนะก็ต้องไปทำหน้าที่ให้ดี เป็นกติกาสากล แต่ถ้าเราไม่ยอมรับอำนาจประชาชน โทษว่าประชาชนยังโง่อยู่ จนซื้อได้ อย่างนี้เราไม่มีทางจะพัฒนาประเทศได้ แต่ถ้าพวกเรายังมองว่า ไม่มีจิตสำนึก ความจริงวันนี้ความคิดนี้เปลี่ยนไปแล้ว ถ้างั้นทหารคงไม่ตั้งงบ ส่งคนไปกดดัน เพราะถ้าทหารเขารู้ว่าเขาคิดเป็น ก็ต้องข่มขู่ นี่คือสิ่งที่เคยตัว

ความตั้งใจเลิกการเมืองเพราะโดนยึดอำนาจใช่หรือไม่

ไม่เกี่ยวนี่ เพราะผมคิดว่าเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งทางความคิดของสังคมไทย และผมได้ทำงานมาเยอะแล้วทางการเมือง เมียก็บอกว่าถ้ากลับไปเล่นการเมือง สงสัยต้องกลับไปหย่า

เสียงวิจารณ์ท่านส่งท่อน้ำเลี้ยงให้กับการชุมนุม

โอ้ว…วันนี้รัฐบาลมีกลไกในการติดตามเงิน ก็รู้ว่าเงินในบัญชีเคลื่อนไหวอย่างไรบ้าง เงินไม่ได้เคลื่อนไหวเลย มีแต่เอาไปลงทุน ซึ่งธรรมดาใครจะเก็บเงินสดทั้งหมดล่ะ ก็ต้องซื้อหุ้นบ้าง ซื้อที่ดินบ้าง ไปลงทุนซื้อกิจการอย่างอื่น เห็นชัดอยู่แล้ว เงินไม่ได้ไปไหน
Read the rest of this entry »

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ร่าง พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง และมีคำชี้แจงจากเสนาธิการทหารบก ว่า แม้จะมีกฎหมายสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว แต่ก็ยังต้องมีกฎหมายความมั่นคง เพราะจะใช้กฎหมายภาวะฉุกเฉินได้ ก็ต่อเมื่อเกิดเหตุการณ์แล้ว แต่กฎหมายความมั่นคงต้องการป้องปราม และขจัดภัยก่อนที่จะเกิด คนดีจะได้ ประโยชน์สุข แต่จะกระทบคนที่ทำไม่ดี

ร่างกฎหมายความมั่นคงกับกฎหมายภาวะฉุกเฉิน มีทั้งส่วนที่เหมือนกันและต่างกัน มาตรา 5 ของกฎหมายสถานการณ์ ฉุกเฉินเขียนไว้ว่า “เมื่อปรากฏว่ามีสถานการณ์ ฉุกเฉินเกิดขึ้น” ให้นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี มีอำนาจประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ส่วนร่าง พ.ร.บ.กฎหมายความมั่นคง มาตรา 24 ก็เขียนไว้คล้ายกันว่า “เมื่อปรากฏว่ามีการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงในราชอาณาจักร”

หมายความว่าจะใช้อำนาจตามกฎหมายทั้งสองฉบับได้ ก็ต่อเมื่อเห็นว่าเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือมีการกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐเหมือนกัน ความแตกต่างกันที่สำคัญอยู่ที่ผู้ใช้อำนาจ กฎหมายสถานการณ์ฉุกเฉินให้อำนาจ “นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี” ส่วนร่างกฎหมายความมั่นคง ให้อำนาจผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน

ส่วนอำนาจพิเศษตามกฎหมายและร่างกฎหมายทั้งสองฉบับ ก็คล้ายๆกัน ต่างกันแต่ในรายละเอียดปลีกย่อย เช่น มีอำนาจสั่งห้ามการมั่วสุมชุมนุม ห้ามออกนอกบ้าน อำนาจในการจับกุมคุมขัง อายัดหรือยึดทรัพย์ และอื่นๆ ส่วนที่ต่างกันอีกอย่างหนึ่งก็คือ การประกาศภาวะฉุกเฉิน จำกัดเฉพาะบางพื้นที่ และคราวละไม่เกิน 3 เดือน แต่กฎหมายความมั่นคงเหมือนมีประกาศภาวะฉุกเฉินอยู่ตลอดเวลา

จึงมีเสียงวิจารณ์จากนักวิชาการหลายคน บางคนระบุว่า กฎหมายความมั่นคง คือการสถาปนาอำนาจกองทัพเหนือการเมืองไทยอย่างถาวร แบบเดียวกับเผด็จการทหารพม่า โดยมอบทั้งอำนาจนิติบัญญัติ (ออกข้อกำหนดต่างๆ) อำนาจบริหาร (สั่งให้จับกุม ปราบปรามบุคคล) และอำนาจตุลาการ (ยกเว้นไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐรับผิดใดๆ) ให้ ผบ.ทบ.คนเดียว โดยไม่มีการตรวจสอบถ่วงดุล

ถ้าหากร่างกฎหมายความมั่นคง ผ่านความเห็นชอบของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ นักวิชาการเชื่อว่า บรรดาสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ จะถูกเพิกถอน คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญคุยว่า เสรีภาพประชาชนตามร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ใช้ได้ ทันทีโดยไม่ต้องรอกฎหมายลูกออกมารองรับ แต่ถ้าร่างกฎหมายความมั่นคงผ่านสภา คณะกรรมาธิการอาจจะต้องคิดใหม่

อาจจะต้องเขียนเพิ่มเติมใหม่ ในทำนองที่ว่า “การใช้สิทธิและเสรีภาพของประชาชนตามรัฐธรรมนูญนี้ ให้เป็นไปตามกฎหมายความมั่นคงภายใน” เพราะกฎหมายความมั่นคงจะใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญ และมอบอำนาจให้แก่ ผบ.ทบ.แต่เพียงผู้เดียว มีอำนาจประกาศเคอร์ฟิว หรือห้ามชุมนุมเมื่อไหร่ก็ได้ ถ้าเห็นว่ามีการกระทำที่เป็นภัยต่อรัฐ โดยไม่ ต้องรับผิดชอบต่อสภาและต่อประชาชน.

ที่มา: ไทยรัฐ

Sticky Topics

Watch videos at Vodpod and other videos from this collection.

 

กรกฎาคม 2007
พฤ อา
« มิ.ย.   ส.ค. »
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031  

a

StatCounter

Blog Stats

  • 174,964 hits

Flickr Photos

untitled

When the gusts came around to blow me down, I held on as tightly as you held on to me.

Byron Bay

More Photos

ป้ายกำกับ