You are currently browsing the daily archive for กรกฎาคม 5th, 2007.
โดย เพสซิมิสท์
ในขณะที่คนส่วนใหญ่คงจะติดตามข่าวการเดินขบวนและการเปิดโปงความทุจริตและการยึดทรัพย์ของ ดร.ทักษิณและพวก ผมขอมองต่างมุมว่า เหตุการณ์ดังกล่าวหักเหความสนใจของประชาชนจากการปฏิรูปการเมืองแบบลวงตาที่กำลังเกิดขึ้น โดยที่รัฐบาลให้ความหวังกับคนส่วนใหญ่เอาไว้ว่า หากเชื่อฟังรัฐบาลและรัฐธรรมนูญผ่านประชามติก็จะได้มาซึ่งการเลือกตั้งโดยเร็วและจะนำมาซึ่งความมั่นใจทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัว กลยุทธ์นี้แยบยลเพราะประชาชนส่วนใหญ่ห่วงเศรษฐกิจซึ่งเป็นสิ่งใกล้ตัว และกลัวเศรษฐกิจตกต่ำ ตรงนี้ คุณจาตุรนต์ ฉายแสง หัวหน้ากลุ่มไทยรักไทยโจมตีว่า จุดประสงค์และเจตนารมณ์ของการรัฐประหารที่อ้างว่าจะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้น ปรากฏว่าไม่ได้ทำตามข้ออ้างเหล่านั้นเลย ความจริงแล้วเป็นการนำระบบเผด็จการมาบริหารประเทศอย่างเข้มข้นและเป็นระบบ ซึ่งพอเห็นรางๆ แล้ว เช่น ความพยายามผ่านกฎหมาย กอ.รมน.ที่จะกล่าวถึงต่อไป
บางคนอาจค้านว่า คุณจาตุรนต์ยังไงก็ต้องมีข้อสรุปเช่นนี้ ดังนั้นจึงควรนำเอาข้อเท็จจริงของเรื่องที่สำคัญมาพิจารณาประกอบ ซึ่งผมได้ตัดข่าว 4 ชิ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งสะท้อนได้ว่าสิทธิเสรีภาพและความเป็นประชาธิปไตยของคนไทยกำลังถูกครอบงำมากกว่าจะงอกเงย และการปฏิรูปการเมืองนั้นดูจะเป็นการสกัดกั้นการกลับมาของพรรคไทยรักไทยเป็นหลัก
1.การลงประชามติเพื่อรับรองร่างรัฐธรรมนูญ
มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนได้ออกแถลงการณ์ว่า ขณะที่การลงประชามติเพื่อรับรองร่างรัฐธรรมนูญยังไม่เริ่มขึ้น กลับมีพฤติกรรมของกลุ่มผู้ยึดอำนาจที่จะทำให้ประชามติเพื่อรับรองร่างรัฐธรรมนูญไม่สามารถสะท้อนความเห็นของประชาชนได้อย่างสุจริตเสียแล้ว เพราะกลุ่มผู้ยึดอำนาจได้ใช้สื่อของรัฐ โดยเฉพาะสถานีวิทยุในสังกัดกองทัพและโทรทัศน์บางช่องโฆษณาชวนเชื่อด้วยความอันเป็นเท็จเพื่อหลอกลวงประชาชนในการลงประชามติให้รับร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ความอันเป็นเท็จสองประการที่มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนใคร่ขอชี้แจงความจริงแก่พี่น้องประชาชนก็คือ
- สถานีวิทยุในสังกัดกองทัพได้ออกอากาศเพลงเชิญชวนให้ประชาชนออกเสียงรับรองร่างรัฐธรรมนูญว่าเป็นการแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา แท้จริงแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงระมัดระวังมิได้แสดงพระราชมติในเรื่องการรับรองรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด ฉะนั้นไม่ว่าพี่น้องประชาชนจะออกเสียงในการลงประชามติไปในทางหนึ่งทางใด ก็ไม่ได้กระทบต่อพระมหากษัตริย์ทั้งสิ้น การกล่าวความอันเป็นเท็จเช่นนี้คือการนำเอาสถาบันพระมหากษัตริย์เข้ามาพัวพันทางการเมืองอย่างเปิดเผย หากประชาชนเกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นพระราชประสงค์จริง ย่อมนำความเสื่อมเสียมาแก่สถาบันพระมหากษัตริย์และวิถีทางของประชาธิปไตยอย่างมาก
- โฆษกโทรทัศน์บางช่องและผู้มีบทบาทในสภาร่างรัฐธรรมนูญก็ตาม สภานิติบัญญัติแห่งชาติก็ตาม มักกล่าวเสมอว่า หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้รับการรับรองในการลงประชามติจะทำให้ไม่มีการเลือกตั้ง แท้จริงแล้วรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2549 ได้กำหนดชัดเจนว่า หากประชาชนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ คมช.มีหน้าที่เลือกรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งมาแก้ไขปรับปรุง แล้วประกาศใช้ภายใน 30 วัน หลังวันลงประชามติ
Read the rest of this entry »




ความเห็นล่าสุด