Interview with Thaksin Shinawatra
การสัมภาษณ์ทักษิณ ขินวัตร
Broadcast: 13/02/2007
ออกอากาศ: 13 กุมภาพันธ์ 2550
Reporter: Helen Vatsikopoulos
ผู้สื่อข่าว: เฮเลน วัทไซโคพูลอส

Transcript
บทสัมภาษณ์

VATSIKOPOULOS: Dr Thaksin Shinawatra, welcome to Foreign Correspondent.
วัทไซโคพูลอส: ดร. ทักษิณ ชินวัตร ขอต้อนรับเข้าสู่ห้องข่าวต่างประเทศ

THAKSIN: Thank you Helen.
ทักษิณ: ขอบคุณ เฮเลน

VATSIKOPOULOS: You’ve been in a travelling exile since the coup last September. Given that you’re not allowed to return to Thailand just now, what are your plans for the future?

วัทไซโคพูลอส: คุณอยู่ในระหว่างลี้ภัยทางการเมืองนับตั้งแต่เกิดรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว เนื่องจากคุณยังไม่ได้รับอนุญาติให้เดินทางกลับเข้าประเทศไทยได้ในตอนนี้ คุณวางแผนในอนาคตไว้อย่างไร?

THAKSIN: I have full my right to go back to Thailand as a Thai citizen. But I’m not considering going back yet because I will have to worry about my safety, and also I should not add any more confusion to the situation now in Thailand.

ทักษิณ: ผมมีสิทธิเต็มที่ๆจะเดินทางกลับประเทศไทยในฐานะประชาชนไทยคนหนึ่ง แต่ผมยังไม่คิดที่จะกลับไปเพราะว่าผมต้องห่วงเรื่องความปลอดภัยของตัวผมเองและผมก็ไม่ควรสร้างภาวะความสับสนวุ่นวายใดๆให้กับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในตอนนี้ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอีก

VATSIKOPOULOS: It must get a bit tedious getting from hotel to hotel, are you looking at making one place your base?

วัทไซโคพูลอส: มันคงเป็นเรื่องที่น่าเบื่อนิดหน่อยจากการที่ต้องเปลี่ยนโรงแรมที่พักไปเรื่อย คุณกำลังมองหาสถานที่สักแห่งสำหรับเป็นที่พักอาศัยประจำไว้หรือยัง?

THAKSIN: Yes. I think…. I like to buy houses in different countries – for example I ask my friend to look for a house in Sydney, especially in the Eastern Suburbs.

ทักษิณ: ครับ ผมก็คิดไว้….ผมอยากจะซื้อบ้านไว้ในประเทศต่างๆ ยกตัวอย่างเช่นผมถามเพื่อนผมให้ช่วยหาบ้านสักหลังในซิดนีย์โดยเฉพาะในแถบชานเมืองฝั่งตะวันออก(ของนครซิดนีย์)

VATSIKOPOULOS: Ultimately though would you like to go back to Thailand and live there?

วัทไซโคพูลอส: ในท้ายที่สุดแล้วคุณอยากจะกลับไปยังประเทศไทยและใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นไหม?

THAKSIN: Oh yes, definitely. I love my family, I love my homeland, I want to be there. I want to do some charitable activities.

ทักษิณ: โอ, แน่นอนครับ….ผมรักครอบครัวของผม ผมรักบ้านเกิดเมืองนอนของผม ผมปรารถนาที่จะอยู่ที่นั่น ผมอยากที่จะทำงานทางด้านการกุศล

VATSIKOPOULOS: You’re not planning to re-enter politics at any time in the future?

วัทไซโคพูลอส: คุณยังไม่ได้วางแผนที่จะกลับคืนสู่เวทีการเมืองในอนาคตข้างหน้านี้ใช่ไหม?

THAKSIN: You will not see me in politics, not just in the next election, but for life.

ทักษิณ: คุณจะไม่เห็นผมเล่นการเมืองอีก มิใช่เพียงแค่การเลือกตั้งในสมัยหน้าแต่เป็นการออกจากการเมืองทั้งชีวิต

VATSIKOPOULOS: It seems as if the experience of the coup had a big impact on you personally.

วัทไซโคพูลอส: ดูเหมือนว่าประสบการณ์ในการเผชิญกับรัฐประหารครั้งนี้ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อตัวคุณโดยตรง

THAKSIN: Oh yes, yes. You know what happened to me now, it’s very, you know, I feel very disappointed on what I really devote myself for the country, for the people, and for the monarch. But the allegation against me is really in opposite. Maybe they misunderstood me, or maybe they’re trying to misunderstand me because they want to overthrow me, I don’t know. I’m 57 now, I think I can live about 80. So I have 9840 days to, for them to understand me better. For myself to re-think about what should I do, but not in politics anymore, definitely.

ทักษิณ: โอ ใช่ครับ ใช่ คุณรู้นะว่าเกิดอะไรขึ้นกับผมในตอนนี้ มันมากมายจริงๆ คุณรู้ไหมผมรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมากกับสิ่งที่ผมได้ทุ่มเทอย่างจริงจังให้กับประเทศชาติ ให้กับประชาชนและให้กับสถาบันกษัตริย์ แต่ข้อกล่าวหาที่มีต่อตัวผมนั้นมันช่างตรงกันข้ามเสียจริงๆ บางทีพวกเขาคงเข้าใจผมผิด หรือบางทีพวกเขากำลังพยายามที่จะเข้าใจผมอย่างผิดๆเพราะพวกเขาต้องการโค่นล้มผม…ผมก็ไม่รู้. ตอนนี้ผมอายุ 57 ผมคิดว่าผมสามารถอยู่ได้ถึงจนอายุ 80 ดังนั้นผมมีเวลาเหลืออีก 9480 วันให้กับพวกเขาในการทำความเข้าใจผมให้ดีขึ้นกว่าเดิม สำหรับตัวผมเองก็ต้องกลับไปทบทวนเกี่ยวกับสิ่งที่ผมควรจะทำต่อไปแต่แน่นอนไม่ใช่เรื่องการเมืองอีกต่อไปแล้ว

VATSIKOPOULOS: Well the Thai government has been monitoring your every move. The CNN interview you gave was blocked from being broadcast into Thailand, and when you recently met Singaporean officials, Thailand had very harsh words with Singapore. Is the government flexing its diplomatic muscle to restrict your movements?

วัทไซโคพูลอส: รัฐบาลไทยได้จับจ้องทุกๆการเคลื่อนไหวของคุณมาโดยตลอด การให้สัมภาษณ์ของคุณทางสถานีโทรทัศน์ซี เอ็น เอ็นก็ถูกขัดขวางห้ามไม่ให้ออกอากาศในประเทศไทยและเมื่อคุณได้พบปะกับเจ้าหน้าที่ชาวสิงคโปร์เมื่อไม่นานมานี้ ประเทศไทยเองได้แสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์ด้วยคำพูดที่รุนแรงต่อทางสิงคโปร์ รัฐบาลกำลังแสดงการใช้อำนาจทางด้านการฑูตเพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวของคุณอยู่ใช่ไหม?

THAKSIN: Do you know I would urge every party concerned that don’t worry about me, you have to worry about 63 million people in Thailand. I’m not going to have, I’m not going to create any problems. As a former prime minister I’m mature enough. I have to be very constructive to my country.

ทักษิณ: คุณทราบไหมครับว่าผมอยากขอร้องให้ทุกๆฝ่ายที่ยังกังวลอยู่เลิกกังวลเกี่ยวกับตัวผม คุณห่วงประชาชน 63 ล้านคนในประเทศไทยดีกว่า ผมไม่ได้ต้องการที่จะสร้างปัญหาใดๆขึ้นมา ในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งผมมีวิจารณญาณพอ ผมต้องทำตัวเป็นประโยชน์ต่อประเทศของผมมากที่สุด

VATSIKOPOULOS: The coup shattered 15 years of democracy and although most countries condemned it, Thailand is not an international pariah today and hasn’t been punished with harsh sanctions. Are you disappointed that most countries have taken a pragmatic approach?

วัทไซโคพูลอส: รัฐประหารได้ทำลาย 15 ปีแห่งความเป็นประชาธิปไตยลงไป และถึงแม้ว่าประเทศส่วนใหญ่ได้ประณามการทำรัฐประหาร แต่ทุกวันนี้ประเทศไทยก็ยังไม่ได้เป็นประเทศที่ถูกโดดเดี่ยวจากนานาชาติและไม่ได้ถูกลงโทษด้วยมาตรการการคว่ำบาตรในระดับที่รุนแรง คุณผิดหวังหรือเปล่าที่หลายๆประเทศส่วนใหญ่ได้ปฏิบัติในแนวทางที่คล้ายกัน?

THAKSIN: Well I will not happy if my country has been punished, because of, it’s not really punish the country but punish the whole people of Thailand. So Thailand need more investment. Thailand need more trade. Thailand need more tourists. Democracy in Thailand has been developed from baby to adolescence, to teenagers. It’s growing to be a mature person. But it’s happened to fall down. When you fall down at that age you’re strong enough. When you come back you can you can stand back and you can move forward. You are not turning back to baby again because you are strong enough. So I think after this year the regime have to return the power back to the people, because you know Thai people love democracy, love freedom and liberty. And Thailand has gone too far that they cannot be returned, that democracy cannot be returned. So democracy will prevail back in Thailand again.

ทักษิณ: ผมจะไม่มีความสุขถ้าหากว่าประเทศของผมถูกลงโทษเพราะจริงๆแล้วมันไม่ใช่การลงโทษประเทศแต่มันคือการลงโทษประชาชนไทยทั้งหมด ดังนั้นประเทศไทยยังต้องการการลงทุนที่เพิ่มมากชึ้น ประเทศไทยยังต้องการการค้าที่เพิ่มมากขึ้น ประเทศไทยยังต้องการจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้นอีก ประชาธิปไตยในประเทศไทยได้ถูกพัฒนามาตั้งแต่ยังอยู่ในช่วงตั้งไข่ เข้าสู่ช่วงโตเป็นวัยรุ่นจนเจริญเติบโตมาเป็นวัยผู้ใหญ่เต็มตัว แต่มันดันหกล้มลงอีกครั้ง เมื่อคุณหกล้มในวัยที่คุณยังแข็งแรงพอ คุณสามารถลุกขึ้นยืนด้วยขาของตัวเองได้และคุณก็สามารถก้าวเดินต่อไปข้างหน้าได้ คุณจะไม่กลับไปอ่อนแอเหมือนตอนที่คุณยังเป็นเด็กทารกอยู่เพราะตอนนี้คุณเข้มแข็งพอแล้ว ดังนั้นผมคิดว่าหลังจากปีนี้ผ่านพ้นไปรัฐบาลต้องรีบคืนอำนาจให้กับประชาชนเพราะคุณก็รู้ว่าคนไทยรักประชาธิปไตย รักในเสรีภาพและอิสรภาพ และประเทศไทยเดินมาไกลเกินกว่าที่ประเทศไม่สามารถถอยหลังกลับคืนไปได้ เกินกว่าที่ประชาธิปไตยไม่สามารถก้าวถอยหลังกลับไปได้ ดังนั้นประชาธิปไตยจะต้องกลับมาชนะอีกครั้งในประเทศไทย

VATSIKOPOULOS: Well Thailand was bitterly divided in the lead up to the coup. There was a belief that you were the divisive character that caused these divisions and that’s why a coup had to happen.

วัทไซโคพูลอส:ประเทศไทยเกิดความแตกแยกอย่างน่าขมขื่นจนนำไปสู่การทำรัฐประหาร มีความเชื่ออย่างหนึ่งว่าคุณเป็นคนที่มีบุคคลิกภาพแบบชอบแบ่งเขาแบ่งเราอันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความแตกแยกขึ้นในสังคมและนั่นทำไมรัฐประหารจึงต้องเกิดขึ้น

THAKSIN: You know, that’s a good excuse that created before, because maybe because I’m too strong in terms of getting support from the people.

ทักษิณ: คุณรู้ไหมครับว่านั่นเป็นข้ออ้างอย่างดีที่ถูกปั้นแต่งขึ้นมาอยู่ก่อนแล้ว บางที่อาจเป็นเพราะว่าผมแข็งแกร่งเกินไปในแง่ที่ผมได้รับการสนับสนุนจากประชาชน

VATSIKOPOULOS: Why did the elite dislike you so much?

วัทไซโคพูลอส:ทำไมกลุ่มชนชั้นนำในสังคมถึงไม่ชอบคุณเป็นอย่างมาก?

THAKSIN: Because I’m too strong and I try to help the people in… the poor, in the rural areas and the working class people. The divisive has been created not by me, by those who want to topple me. They create the divisive. It’s now they should forget the past because they’ve been control the power already. Please bring unity back to Thailand. Thailand has to move forward. So let’s look forward, forget the past.

ทักษิณ: เพราะว่าผมโดดเด่นเกินไปและผมพยายามที่จะช่วยเหลือผู้ที่ด้อยโอกาสทางสังคมในแถบชนบทและชนชั้นแรงงาน ผมไม่ได้เป็นผู้ที่สร้างความแตกแยกนี้แต่ผู้ที่สร้างความแตกแยกคือผู้ที่ต้องการโค่นล้มผม พวกเขาเป็นผู้สร้างความแตกแยก ตอนนี้มันถึงเวลาแล้วที่พวกเขาควรน่าที่จะลืมเรื่องราวที่ผ่านมาเพราะว่าพวกเขาเป็นผู้กุมอำนาจไว้ในมือเรียบร้อยแล้ว โปรดนำความเป็นเอกภาพกลับคืนสู่ประเทศไทย ประเทศไทยต้องก้าวเดินต่อไปข้างหน้า เรามามองไปข้างหน้ากันดีกว่า ลืมสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตเสียเถิด

VATSIKOPOULOS: But with the benefit of hindsight you say that you – your government was strong, was it perhaps too heavy handed, was it perhaps too autocratic?

วัทไซโคพูลอส:แต่ว่าหากข้อดีที่ได้รับจากการย้อนกลับไปมองเหตุการณ์ที่ผ่านมา คุณพูดว่าเพราะคุณ รัฐบาลของคุณนั้นเป็นรัฐบาลที่เข้มแข็ง เป็นไปได้ไหมว่าบางทีรัฐบาลของคุณมีท่าทีที่แข็งกร้าวเกินไป เป็นรัฐบาลที่มีอำนาจเด็ดขาดมากเกินไป?

THAKSIN: It’s not really a heavy hand. I’m very result oriented leader.

ทักษิณ:ไม่เชิงว่าแข็งกร้าวหรอก ผมเป็นผู้นำที่ยึดผลงานเป็นตัวกำหนดแนวทางในการทำงานเป็นอย่างมาก

VATSIKOPOULOS: Your critics say that you abused your power, that you oversaw a crony capitalist culture; you stacked the bureaucracy with your own people. And now they’re investigating all of this and allege corruption. Will they find anything?

วัทไซโคพูลอส: ผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์คุณกล่าวว่าคุณได้ใช้อำนาจในทางมิชอบ คุณใช้อำนาจจัดการเอื้อประโยชน์ให้กับ “วัฒนธรรมทุนนิยมแบบพวกพ้อง” คุณแต่งตั้งคนของคุณเองเข้าไปในระบบราชการอย่างข้ามหน้าข้ามตาและในตอนนี้พวกเขากำลังทำการสอบสวนเหตุการณ์เหล่านี้ทั้งหมดและกล่าวหาคุณเรื่องการทุจริต พวกเขาจะพบอะไรหรือเปล่า?

THAKSIN: I don’t think so. I’m the prime minister at 51, you know, and and and ousted at 57, six years, so my classmate, my families that are serving in the government official they happen to grow up and they age. Those who allege me they do, they have done more than than they allege me, even worse. But, but anyway just forget the past, look for the future.

ทักษิณ:ผมไม่คิดอย่างนั้น ผมเป็นนายกรัฐมนตรีเมื่ออายุ 51 ปีและถูกโค่นล้มอำนาจเมื่ออายุ 57 ในระยะเวลา 6 ปีนี้เพื่อนร่วมชั้นเรียนของผม วงศาคณาญาติของผมที่รับราชการ พวกเขาก็ต้องมีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานตามอายุราชการของพวกเขาเองด้วยเช่นกัน ใครก็ตามที่กล่าวหาผม พวกเขานั่นแหละที่ทำอย่างนั้น พวกเขาได้ทำมากกว่าที่พวกเขากล่าวหาผมอีก เลวร้ายยิ่งกว่า แต่ช่างมันเถอะครับ เพียงแค่ลืมสิ่งที่ผ่านมาในอดีต แล้วมองไปยังอนาคตที่รออยู่ข้างหน้าดีกว่า

VATSIKOPOULOS: Well your critics point to the airport, which is today an international embarrassment, as an example of the sort of culture of corruption that you fostered.

วัทไซโคพูลอส: ผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์คุณมุ่งประเด็นไปที่เรื่องสนามบิน ซึ่งในตอนนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าอับอายของประเทศในระดับนานาชาติไปแล้ว เป็นตัวอย่างอันหนึ่งของวัฒนธรรมการฉ้อราษฎร์บังหลวงที่คุณเลี้ยงดูปูเสื่ออยู่ใช่ไหม

THAKSIN: There might be some defect, defect of a construction, that is normal in every construction, but it can be corrected.

ทักษิณ: อาจมีความเสียหายหรือรอยชำรุดที่เกิดขึ้นบ้าง เป็นความเสียหายในขั้นตอนการก่อสร้าง นั่นเป็นเรื่องปกติในทุกๆการก่อสร้างที่จะต้องมี แต่มันก็สามารถแก้ไขได้

VATSIKOPOULOS: But these are big defects.

วัทไซโคพูลอส:แต่นี่เป็นความเสียหายหรือรอยชำรุดที่ใหญ่โตมาก

THAKSIN: No, not that much. I think, I don’t know, I am not… I’m not monitor it, I just forget, when… when I out, I’m really out so I don’t know what is really the matter. But anyway you know there might be some corruption but it’s… I cannot go in everything in detail as a prime minister.

ทักษิณ: ไม่, ไม่มากขนาดนั้นหรอก ผมคิดว่า…ผมก็ไม่รู้ ผมไม่ได้เป็นผู้ที่ติดตามดูแลในเรื่องนี้ ผมจำไม่ได้แล้ว เมื่อผมออกจากตำแหน่ง….ผมก็ออกมาอยู่วงนอกจริงๆ ดังนั้นผมไม่รู้ิ่หรอกว่าอะไรคือประเด็นสำคัญจริงๆ แต่อย่างไรก็ตามอาจมีการทุจริตเกิดขึ้นบ้าง แต่ผมเองก็ไม่สามารถลงลึกถึงรายละเอียดทุกอย่างตอนที่ผมเป็นนายกรัฐมนตรี

VATSIKOPOULOS: You and your family were criticised when they didn’t pay tax on the $2.5bn sale of Shin Corp to a Singaporean company. With the benefit of hindsight should you have just paid the tax and led by example?

วัทไซโคพูลอส: คุณและครอบครัวของคุณถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเมื่อพวกเขาไม่ได้จ่ายภาษีจากจำนวนเงิน 2.5 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐที่ได้จากการขายหุ้นชิน คอร์ปแก่บริษัทสัญชาติสิงคโปร์ หากสิ่งดีๆที่จะได้รับจากการหันกลับไปมองสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต คุณควรจ่ายภาษีและขอทำเป็นแบบอย่างหรือไม่?

THAKSIN: There is… there are two points. The first is that any transaction that should’ve been done through the stock exchange is tax exempted by law. So everyone that trades stock in the stock exchange in Thailand don’t have to pay tax. You cannot pay tax because of tax exempted by law. The second part is the transaction of my children and the BVI company, the transaction has been done outside of Thailand and internally outside of Thailand, so Thai cannot collect tax on the activities outside of Thailand. They may ask the family to pay, but if they ask to pay we’ll pay but we have to protect our right that by law we don’t have to pay. Why we have to pay?

ทักษิณ: มี 2 ประเด็นด้วยกัน ประเด็นแรกก็คือว่าในการซื้อขายหุ้นใดๆผ่านตลาดหลักทรัพย์นั้นจะได้รับการยกเว้นการเสียภาษีตามกฏหมาย ดังนั้นทุกๆคนที่ซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่ต้องจ่ายภาษี คุณไม่สามารถจ่ายภาษีได้เพราะว่ามันได้รับการยกเว้นโดยกฎหมาย ส่วนที่สองก็คือในการซื้อขายหุ้นของลูกๆผมกับบริษัทบริติช เวอร์จิน ไอร์แลนด์ การซื้อขายในครั้งนี้ได้กระทำอยู่นอกราชอาณาจักรไทย ดังนั้นคนไทยไม่สามารถเรียกเก็บภาษีจากกิจกรรมการซื้อขายที่เกิดขึ้นอยู่ภายนอกราชอาณาจักรได้ พวกเขาอาจร้องขอมายังครอบครัวของผมว่าต้องเสียภาษี แต่หากพวกเขาร้องขอให้ต้องเสียภาษี พวกเราก็จะเสียแต่พวกเราก็ต้องปกป้องสิทธิของพวกเราที่ได้รับการคุ้มครองโดยกฏหมายว่าพวกเราไม่ต้องภาษี แล้วเหตุใดพวกเราถึงต้องจ่ายภาษีด้วย?

VATSIKOPOULOS: And how do you think the new government in Thailand is faring?

วัทไซโคพูลอส: และคุณคิดว่ารัฐบาลใหม่ในประเทศไทยเป็นรัฐบาลที่มีความเที่ยงธรรมไหม?

THAKSIN: Well you know I… like I said, I would like to urge them to looking after the people because they take away the power from them. Don’t worry about me, don’t worry about me, let me spend my 9840 days with my families, with myself, with all kind of charitable activities.

ทักษิณ: คุณก็รู้ …อย่างที่ผมบอก ผมอยากจะขอร้องพวกเขาให้ดูแลเอาใจใส่ประชาชนดีกว่าเพราะว่าพวกเขายึดอำนาจมาจากประชาชน ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับผม อย่าห่วงผมเลย ปล่อยให้ผมได้ใช้เวลาที่เหลืออีก 9840 วันกับครอบครัวของผม กับตัวผมเอง กับงานทางด้านการกุศลทุกประเภทเถิด

VATSIKOPOULOS: Dr Thaksin Shinawatra, thank you very much.

วัทไซโคพูลอส: ดร. ทักษิณ ชินวัตร ขอบคุณมากๆ

THAKSIN: Thank you very much Helen. Thank you for interviewing me, thank you.

ทักษิณ: ขอบคุณมากๆเฮเลน ขอบคุณที่สัมภาษณ์ผม ขอบคุณ

Powered by ScribeFire.