นับตั้งแต่พ.ต.ท. ดร.ทักษิณ ชินวัตรอาสาเข้ามาทำงานการเมืองและทำหน้าที่เป็นผู้นำของประเทศนั้น สำหรับผู้เขียนแล้วจากการติดตามการเมืองไทยตลอดระยะเวลาที่่ผ่านมาผู้เขียนคิดว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ท่านเป็นผู้นำที่มีการพัฒนาตัวเองอยู่เสมอมากกว่านายกฯไทยคนใดในอดีตที่ประเทศไทยเคยมีมา
ในสายตาของผู้เขียนตลอดระยะเวลาเกือบ 6 ปีที่ผ่านมาที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรเข้ามาบริหารประเทศ ท่านทำงานด้วยความมุ่งมั่นและทุ่มเททั้งกำลังกายและกำลังใจในการแก้ปัญหาและพัฒนาประเทศอย่างจริงจัง ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าในรอบ 75 ปีแห่งการปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทยเรา ไม่มีช่วงใดที่การเมืองจะมีลักษณะพิเศษโดดเด่นเฉกเช่นยุคที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นหัวหน้าพรรคไทยรักไทยและดำรงตำแหน่งนายกรัฐมตรีด้วยเสียงข้างมากติดต่อกัน 5 ปีและเผชิญความแปรปรวน ผันผวนทางการเมืองอีก 1 ปี รวมระยะเวลาอยู่ในตำแหน่งราว 6ปี (2544-2549)
ลักษณะพิเศษดังกล่าวได้แก่ลักษณะดังต่อไปนี้….
หนึ่ง…พรรคไทยรักไทยที่มี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรเป็นหัวหน้าพรรค ได้ใช้กระบวนการวิจัยและพัฒนา(Research and Development :R&D) มาสร้างยุทธศาสตร์เพื่อบริหารประเทศ และสร้างนโยบายของพรรคให้ประชาชนเปรียบเทียบกับพรรคการเมืองอื่นๆ
สอง…พรรคไทยรักไทยได้ใช้นโยบายที่สร้างขึ้นเป็นธงนำในการเคลื่อนไหวทางการเมืองด้านหนึ่งถือเป็นกลยุทธที่โน้มนาวจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งศรัทธาและเลือกพรรคอีกด้านหนึ่ง พรรคไทยรักไทยสามารถสร้างกลยุทธทางการเมืองเชิงบวกที่สามารถหลีกเลี่ยงการทำลายล้างทางการเมืองโดยการใส่ร้ายป้ายสีพรรคการเมืองอืนๆซึ่งนับเป็นก้าวทางการเมืองที่สำคัญและทำให้ การแข่งขันการเมืองหลุดพ้นจาก“การเมืองวาทะกรรม” ไปสู่ “การเมืองที่เสนอทางออก(Solution Base)” นับเป็นนิมิตหมายที่ดีของการพัฒนาการเมืองไทยเข้าสู่ระดับสากล
สาม…การรณรงค์ทางการเมืองของพรรคไทยรักไทยเน้นการสร้างกลุ่มก้อนของผู้สนับสนุนโดยกลยุทธ์การเข้ามาเป็นสมาชิกพรรคทำให้พรรคไทยรักไทยสามารถสร้างสมาชิกพรรคได้มากถึง 9 ล้านคนในการเลือกตั้งครั้งแรก และกว่า 14 ล้านคนในปัจจุบัน(มากกว่าพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งมีอายุพรรค 60 ปีกว่า2 เท่าตัว) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองพรรคแรกในประวัติศาสตร์ของพรรคการเมืองไทย
ที่มีสมาชิกมากที่สุด
สี่ี่…พรรคไทยรักไทยภายใต้การนำของพ.ต.ท. ทักษิณได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งทั้งสองครั้งด้วยคะแนนเสียงถล่มทลายอย่างไม่เคยปรากฎมาก่อนในประวัติศาสตร์การเมืองไทย กล่าวคือได้รับฉันทานุมัติจากประชาชนราว 11 ล้านคะแนนในการเลือกตั้งครั้งแรกและ 19 ล้านคะแนนในการเลือกตั้งครั้งที่สอง เสียงสนับสนุนที่ถล่มทลายนี้ด้านหนึ่งได้สร้างความมั่นใจต่อการบริหารประเทศ
และเป็นแรงกระตุ้นให้นายกฯทักษิณ มุมานะสร้างผลงานเพื่อตอบแทนความเชื่อมั่นที่ประชาชนมอบให้แต่อีกด้านหนึ่งก็ได้สร้างความวิตกกังวลอย่างใหญ่หลวงแก่พรรคการเมืองฝ่ายค้าน กลุ่มการเมืองที่สูญเสียประโยชน์และกลุ่มอำนาจแฝงอื่นๆ ที่ไม่อาจทำใจยอมรับความสำเร็จของพรรคไทยรักไทยและความเป็นไปของการเมืองในเวลานั้นได้
ห้า…การบริหารประเทศภายใต้การนำของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในฐานะนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ของประเทศไทยนอกจากจะสามารถนำพาประเทศให้ผ่านพ้นวิกฤติเศรษบกิจและสร้างความมั่งคั่ง ให้แก่ประเทศอย่างรวดเร็วแล้ว ยังสามารถผลักดันนโยบายไปสู่การปฎิบัติที่เป็นจริงทุกคำมั่นสัญญา
อีกทั้งทำให้ประเทศไทยยืนอยู่ในประชาคมโลกอย่างมีศักดิ์ศรีในฐานะประเทศผู้ให้กู้มิใช่ประเทศที่ต้องคอยพึ่งพาสถาบันการเงินระหว่างประเทศเช่นในอดีตอีกต่อไป
หก…ผลงานการบริหารประเทศในหลายด้านมีลักษณะเหลือเชื่อ และอยู่เหนือความคาดหมายได้แก่
- กองทุนหมู่บ้าน
- 30 บาทรักษาทุกโรค
- OTOP
- การชำระหนี้ IMF ภายในระยะเวลาเพียง 2 ปี
- การแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ระบาดเรื้อรังเป็นภัยคุกคามต่อสังคมไทยมานาน
- การนำหวยใต้ดินมาอยู่บนดิน
- การยกเลิกโทษจำคุกแทนค่าปรับต่อคนจน
- การสร้างนักเรียนทุนรัฐบาลในระดับต่างๆเป็นจำนวนมาก
- การลงทะเบียนคนจนและประกาศแก้ปัญหาความยากจนให้สำเร็จใน 2 ปี
เหล่านี้เป็นต้น
เจ็ด…การผนึกกำลังทางการเมืองที่เป็นปึกแผ่นมากที่สุดภายใต้การนำของนายกฯทักษิณที่ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องเสถียรภาพทางการเมือง เพราะการบรรลุถึงการบริหารราชการแผ่นดินให้เป็นผลสำเร็จได้นั้นประกอบไปด้วย 3 เสาหลัก คือ เสาการเมือง เสาเศรษฐกิจและเสาสังคมโดยที่เสาทั้งสามจะต้องมีความสมดุลกันเพื่อสร้างความมั่งคั่งและแข็งแกร่งให้กับประเทศชาติเพราะหาก”เสาการเมือง” มีความมั่นคงมันมีความหมายว่าการเมืองของประเทศเข้าสู่การเมืองที่มีเสถียรภาพเพราะมีแต่การเมืองที่มีเสถียรภาพเท่านั้นจึงจะสามารถสร้างเสถียรภาพและความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจได้
และการเมืองไทยในช่วงเกือบหกปีที่ผ่านมาที่พรรคไทยรักไทยภายใต้พ.ต.ท.ทักษิณได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจากประชาชนนั้นสะท้อนภาพการเมืองให้เห็นชัดเจนว่าได้ว่าพัฒนาไปไกลมากเลยทีเดียว..อาจกล่าวได้ว่า”เสาการเมือง” มีความมั่นคงเพราะรัฐบาลมาจากพรรคการเมืองเดียวสมดังเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า “รัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูปการเมือง” (รัฐธรรมนูญฉบับ สสร.) ที่ต้องการให้ระบบพรรคมีการจัดตั้งรัฐบาลที่แข็งแกร่ง สร้างสภาวะผู้นำและเสถียรภาพให้แก่ผู้นำรัฐบาล และต้องการให้มีรัฐบาลที่จัดได้ว่าเป็นฝ่ายบริหารที่เข้มแข็ง ไม่ถูกคุกคามโดยสมาชิกพรรคของตนเองหรือพรรคร่วมรัฐบาลเพราะการเป็นรัฐบาลผสมจำเป็นต้องรอมชอมในเรื่องของนโยบายและผลประโยชน์ทางการเมืองกับพรรคร่วมรัฐบาลอื่นความจำเป็นดังกล่าวไม่เพียงแต่ทำให้การบริหารงานถูกจำกัดแต่ยังทำให้เสถียรภาพของรัฐบาลไม่มีความแน่นอนเพราะต้องมีการรอมชอมกันในเรื่องผลประโยชน์ ในส่วนนี้ต้องถือได้ว่าวิถีทางแห่งรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ได้บรรลุเป้าหมายในระดับหนึ่ง
ด้วยเหตุนี้พรรคการเมืองภายใต้การนำของพ.ต.ท.ทักษิณจึงมีการเจราจาทำข้อตกลงกับพรรคการเมืองเล็กๆ อีกสามพรรค คือ ความหวังใหม่ เสรีธรรมและชาติพัฒนาแล้วทำการยุบรวมเป็นพรรคเดียว แม้จะมีความแตกต่างหลากหลายแบ่งฝ่ายเป็น มุ้ง เป็นวังแต่การผนึกกำลังเพื่อบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาประเทศยังคงเป็นด้านหลักดำรงอยู่เคียงคู่ไปกับ ความขัดแย้งตามธรรมชาติของกลุ่มก้อนทางการเมืองซึ่งไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการบรรลุภารกิจหลักแต่อย่างใดการผนึกกำลังทางการเมืองเช่นนี้ทำให้การเมืองเกิดการแบ่งขั้วและหากไม่มีการแทรกแซงด้วยกำลังอาวุธ การแบ่งขั้วนี้จะพัฒนาไปสู่การเมืองสองขั้วเฉกเช่น การเมืองในอังกฤษและสหรัฐอเมริกาซึ่งถือเป็นแม่แบบของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
แปด…ฐานะและความน่าเชื่อถือของประเทศไทยในประชาคมโลกและในระดับภูมิภาคมีความโด่ดเด่นอย่างไม่เคยปรากฎมาก่อน … นับเป็นช่วงเวลาที่คนไทยพูดถึงความเป็นไทยได้อย่างเต็มภาคภูมิ
จากลักษณะพิเศษ ทั้งแปดประการดังกล่าวทำให้คนจำนวนมากเชื่อว่าการเมืองไทยจะนิ่งและมีเสถียรภาพนับเป็นเวลาที่เหมาะสมต่อการเร่งพัฒนาประเทศให้เจริญรุดหน้า
แต่สำหรับอำนาจพิศดาร ทีแอบแฝงและเป็นไอ้โม่งชักใยบงการการเมืองอยู่เบื้องหลังแล้วแม้ว่าจะเป็นผลดีต่อประเทศและประชาชนอย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์นั้นทำให้ “ส่วนครองแห่งความมั่งคั่ง” และ “ส่วนครองแห่งอำนาจ” ถูกบั่นทอนแล้ว…พวกเขาเลือกที่จะรักษาเสถียรภาพแห่งส่วนครองความมั่งคั่งของตนและส่วนครองทางอำนาจของตนเป็นสำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด..
จึงไม่แปลกที่กระบวนการโค่นรัฐบาลที่นำโดย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรได้ก่อตัวขึ้นเป็นพายุการเมืองในปลายปี 2547 โดยจงใจ สร้างเรื่อง สร้างเหตุการณ์ สร้างกระแสสังคมให้นายกทักษิณเป็นภัยต่อพระเจ้าอยู่หัวและสถาบันกษัตริย์โดยเริ่มจาก “หนังสือพระราชอำนาจ” และตามด้วยกระบวนการทางการเมืองที่รุก และมุ่งทำลายเกียรติภูมิของนายกทักษิณให้ย่อยยับอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาในช่วงปี 2548-2549
ภายใต้ข้อเรียกร้องทางการเมืองเพียงประการเดียวคือ “ทักษิณ ออกไป”
นอกจากการทำลายกันทางการเมืองแล้วยังหมายที่จะปลิดชีพนายกฯทักษิณด้วยการลอบสังหารในเดือนสิงหาคม 2549 และเมื่อแผนขจัดนายกฯทักษิณให้พ้นจากเส้นทางการเมืองด้วยวิธีการลอบสังหารล้มเหลวไม่บรรลุวัตถุประสงค์ก็หันมาเลือกใช้วิธียึดอำนาจการปกครองจากพ.ต.ท.ทักษิณในเดือนกันยายน 2549 เป็นการนำพาประเทศไทยเดินถอยหลังลงคลองอีกครั้ง พวกเขาอ้างตนว่าเป็นทหารของพระราชาใช้เวลาเพียงข้ามคืนทำให้ทั่วโลกเข้าใจว่ากษัตริย์ทรงเห็นด้วยและสนับสนุนการยึดอำนาจของพวกเขา และใช้เวลาเพียงข้ามคืนลดระดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยให้อยู่ในระนาบเดียวกับประเทศพม่าไม่เหลือเกียรติภูมิของประเทศที่เคยสั่งสมตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมาว่าเป็นประเทศที่เปิดกว้างทางเศรษฐกิจและยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยให้ต่างประเทศเชื่อมั่นอีกต่อไป
ความมืดมนอนทกาลได้เข้ามาปกคลุมประเทศไทยอีกครั้งหนึ่งความสิ้นหวังต่ออนาคตประเทศและ
ภาวะไร้อนาคตของครอบครัวไทยเข้ามาแทนที่อย่างรวดเร็ว…ในสถานการณ์เช่นนี้เท่านั้นที่อำนาจพิศดารรู้สึกว่า้ส่วนครองแห่งความมั่งคั่งและส่วนครองแห่งอำนาจของตน มั่นคงและมีเสถียรภาพยิ่ง.




4 comments
Comments feed for this article
มิถุนายน 13, 2007 ที่ 6:01 am
josadoe
ขอเป็นกำลังใจให้นะครับ
กันยายน 20, 2008 ที่ 6:09 am
noodeeja
เราจะสวดมนต์ ขอให้สิ่งศักสิทธิ์คุ้มครองท่านทักษิณและครอบครัว จงปลอดภัย
เราจะรอวันที่ท่านกลับมาอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง เราจะขอให้ประเทศพ้นวิกฤตนี้โดยไว
และ เราจะเป็นไท อีกครั้ง
มีนาคม 28, 2009 ที่ 1:14 pm
addyut
ทักษิณโกงอย่างไร
1. นโยบาย บริโภคนิยม ส่งเสริมหนี้ภาคครัวเรือน ฟุ้งเฟ้อ มอมเมาประชาชน
และรัฐไม่เคยแถลงผลสำเร็จ
- กองทุนหมู่บ้าน
- ธนาคารประชาชน
- แปลงสินทรัพย์เป็นทุน
- หวยบนดิน
- ออกหวยซื้อหุ้น Liverpool
- เปิดบ่อนเสรี
- เปิดเสรีสุรา
- เอาเบียร์ช้างเข้าตลาดหุ้น
- กทม. เมืองแฟชั่น
- ครีมหน้าเด็ง
- บัตรสมาชิก ไทยแลนด์อีลิทการ์ด
- Complex Entertainment
- Mega Project
- ส่งเสริมเงิน+++้ทั้งในและนอกระบบ (Bank & Non-Bank)
- ใช้งบประมาณแผ่นดินหาเสียง (ทัวร์นกขมิ้น)
2. นโยบายสร้างภาพ หาเสียง ฉาบฉวย หลอกลวง และรัฐไม่เคยแถลงผลสำเร็จ
- พักหนี้เกษตรกร
- ปฏิรูปการศึกษา
- จัดระเบียบสังคม
- ผู้ว่า CEO
- ปราบปรามผู้มีอิทธิพล
- ลงทะเบียนคนจน
- ส่ง 23 รมต. แก้ปัญหาภาคใต้ (แต่ไม่มีใครไป)
- ไปนอนวัดที่นราธิวาส
- ไปนอนที่สนามบินสุวรรณภูมิ
- ทำกับข้าว
3. นโยบาย และการกระทำสิ้นคิดของ นายก และคนในรัฐบาล
- เปิดบ่อนเสรี
- ซื้อหุ้น Liverpool
- เปลี่ยนนาข้าวเป็นนากุ้ง (ทำให้น้ำและดินเน่าเสีย)
- สร้างคอนโดเป็นบ้านพักคนชรา (ให้อาศัยอยู่ห้องทึบในตึกสูง)
- ตั้งนิคมอุตสาหกรรมที่ อ.เชียงแสน (แหล่งโบราญสถาน)
- สส.รัฐบาลเสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน
- โภคินนั่งเก้าอี้ ประธานรัฐสภา ยกมือเลือกนายก (ไม่เหมาะสม ไม่เป็นกลาง)
- ทักษิณ เป็นประธานประกอบพิธีศาสนา ในอุโบสถวัดพระแก้ว (ประธานต้องเป็นกษัตริย์
เท่านั้น)
- ประชุม ครม. บนรถไฟ (ไปเที่ยว)
- ประชุม ครม. บนประสาทพนมรุ้ง
- ยึดและฟ้องผู้ทำสติกเกอร์ “ยิ่งรวยยิ่งโกง” (อ้างหมิ่นฯ โยนผิดให้ฝ่ายค้าน)
- กำหนดแบ่ง Zone พื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้เป็น 3ระดับ (3 สี แดง, เขียว, เหลือง)
- ย้าย 3 ข้าราชการที่ไม่สนองนโยบายขายลำไย ไปประจำใน 3 จังหวัดภาคใต้
- ติด UBC 3 จังหวัดภาคใต้
- เปลี่ยนเพลงชาติไทยใหม่ มีให้เลือก 6 แบบ (แต่งโดยแกรมมี่)
- พานทองแท้ลอกโพยข้อสอบที่ ม.ราม
- ปิดถนนแข่งรถซิ่ง
- โครงการ อาชีวะปราบขอทาน
- นโยบายปิดปอเนาะทั่วประเทศ
- เปลี่ยนสนามบินดอนเมือง เป็นสนามเทนนิส
4. ทุจริต หรือส่อเจตนาทุจริต
- คดีซุกหุ้น (โอนให้คนรับใช้ คนขับรถ)
- ค่าโง่ทางด่วน
- ค่าโง่ ITV
- บ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน
- โครงการรับจำนำข้าว
- โครงการรับซื้อลำไย
- โครงการโคล้านตัว
- โครงการแจกต้นกล้ายาง
- เครื่องตรวจระเบิด CTX
- ที่จอดรถ สนามบินสุวรรณภูมิ
5. เหตุการณ์ และคดีที่มีเงื่อนงำ และเกี่ยวข้องกับคนในรัฐบาล
- ชิปปิ้งหมูถูกฆ่าตาย (เกี่ยวข้องธุรกิจอุปกรณ์ดาวเทียมไทยคม)
- อุ้มทนายสมชายฯ
- กรือเซะ, ตากใบ
- ฆ่าตัดตอนคดียาเสพติด 2000 กว่าศพ
- ตำรวจบุกทุบทำลายบ้านฉลอง เรี่ยวแรง (ก่อนวันสอบซ่อม สส. นนทบุรี)
- จับยาบ้าผิดตัว ตำรวจบุกยิงถล่มชาวบ้านอยุธยา (บ้าน/ตู้เย็น พรุ่นทั้งหลัง)
- ข้อสอบ Ent. รั่ว (ก่อนอุ้งอิ๋งติดจุฬาฯ)
- นายนิธินันท์ หรือ ลัทธพล ออกมาแฉทุจริตที่จอดรถ สนามบินสุวรรณภูมิ กลับไปกลับมา
- รันเวย์สนามบินสุวรรณภูมิแตกร้าว
6. การระเมิดสิทธิเสรีภาพ
- รัฐบาลคุกคาม แทรกแซงการเสนอข่าวของสื่อมวลชน
- ปลด 23 พนักงาน ITV (หลังจากชินคอป์เข้าบริหาร)
- บังคับให้ สส.กลุ่มวังน้ำเย็นถอนชื่อ การคัดค้านเสนอผู้ว่า สตง.
- งัดห้องทำงานผู้ว่า สตง. (คุณหญิงจารุวรรณฯ)
เรื่องสถานะคุณหญิงจารุวรรณยังหาข้อสรุปไม่ได้ ยืดเยื้อมาจนบัดนี้แล้ว
- สั่งปิดวิทยุชุมชนที่วิจารณ์รัฐบาล (อ้างคลื่นรบกวนเครื่องบิน)
- ถอดรายการ “เมืองไทยรายสัปดาห์” ด้วยเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น
7. ด้านเศรษฐกิจ / ตลาดหุ้น
- คลังฮุบหุ้น TPI (เป็นการปล้นอย่างหน้าด้านๆ ไม่มียางอาย ไม่มีหิริโอตัปปะ)
- หลอกแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ขายสมบัติชาติ แอบแบ่งหุ้นให้พรรคพวก และต่างชาติ
แต่รัฐยังเป็นเจ้าของและแทรกแซงได้เหมือนเดิม เช่น การบินไทย, ปตท., อสมท.,
กฟผ., กสท., TOT
- รัฐพยายามหาทางเอาเงินประชาชน กบข. (ราชการ) กองทุนประกันสังคม, กบช.
(เอกชน) ไปใช้จ่ายในโครงการต่างๆอย่างฟุ่มเฟือย
- GMM แกรมมี่ และคนในรัฐบาลซื้อหุ้น นสพ. การเมือง 5 ฉบับ (มติชน, ข่าวสด,
ประชาชาติธุรกิจ, Bangkok Post, Post Today) พร้อมกัน โดยไม่สมเหตุสมผล
และฟังไม่ขึ้น ส่อเจตนาเข้ามายึดครอง)
8. ด้านกฎหมาย / อำนาจนิยม ที่ส่อเจตนาทุจริต และสร้างฐานอำนาจ
เพื่อผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้องเครือญาติ
- แต่งตั้ง ญาติ พี่น้อง เพื่อน พรรคพวก ดำรงตำแหน่งในหน่วยราชการ การเมือง ตำรวจ
ทหาร เพื่อรวบอำนาจบริหาร – ปกครอง
- แทรกแซงองค์กรอิสระ ด้วยวิธี ดูด, ดึง, ซื้อ, ส่งคนเข้าไปคุม เช่น ศาลรัฐธรรมนูญ,
ศาลปกครอง, กลต., ปปง., ปปช., คตง., สว.(บางส่วน)
- แทรกแซงสถาบันสงฆ์ (ออก พรก.แต่งตั้งรักษาการสมเด็จพระสังฆราชโดยพละการ)
- ศาลรัฐธรรมนูญ และประธาน สว. แทรกแซงและแต่งตั้งผู้ว่า สตง.
คนใหม่อย่างมีเงื่อนงำ และไม่มีเหตุผลสมควร
- การสรรหา กสช. และ กทช. ไม่โปรงใส
- พระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยราชภัฏ ถูกตีกลับ
- พระราชกฤษฎีกา บำเหน็จบำนาญ สส. และ สว.
- ออก พระราชกำหนด สรรพสามิตกิจการโทรคมนาคม เพื่อผลประโยชน์
และกีดกันคู่แข่งทางธุรกิจทั้งในและนอกประเทศ (AIS)
- ออก พระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อสร้างฐานอำนาจเบ็ดเสร็จ
- โผทหารของนายก และ การลงนามแต่งตั้งช้ากว่าปกติ
9. ปัญหา บ้านเมืองไทยในปัจจุบันนี้
- ระเบิด และคนถูกฆ่า ใน 3 จังหวัดภาคใต้ (ที่เปลี่ยน แม่ทัพ, ผอ., ผู้กำกับ, รมต.,
รองนายก แล้วหลายคน แต่ยังไม่เปลี่ยน นายก จึงแก้ปัญหาไม่ได้)
- ราคาน้ำมันแพงเกินเหตุ (แต่ ปตท. กำไรแสนล้าน)
- เศรษฐกิจตกต่ำ ประชาชนถูกสอนให้ +++้เงิน ใช้เงิน
แต่ไม่เน้นให้ความรู้ในการประกอบอาชีพ และประหยัดในแบบ เศรษฐกิจพอเพียง)
- ไม่มีระบบตรวจสอบ และ คานอำนาจรัฐบาล (ฝ่ายค้าน, องค์กรอิสระ
เป็นง่อยทำอะไรไม่ได้
- รมต. ก่อนจะรับ หรือพ้นตำแหน่ง ไม่มีการแสดงบัญชีทรัพย์สินให้ประชาชนรู้เหมือน
เมื่อก่อน
- ปัญหาสังคม, ครอบครัว, บัตรเครดิตเต็มเมือง, ประชาชนเป็นหนี้ท่วมตัว, ตกงาน,
อาชญากรรม, จี้, ปล้น, การพนัน, โรคจิต, ทิ้งเด็ก, รถซิ่ง, นักเรียนตีกัน, ขายตัว,
ส่วยตำรวจ
10. สิ่งที่ทักษิณซื้อ
- บุคคล และองค์กร เช่น ข้าราชการ, สส., สว., พรรคการเมือง, องค์กรอิสระ,
นักวิชาการ, สื่อมวลชน, ประชาชน, วัง, ประเทศไทย
ธุรกิจ เช่น
- สัมปทานโทรคมนาคม โทรศัพท์เคลื่อนที่ (บ. AIS)
- ดาวเทียมไทยคม, IP Star (บ. ชินแซคฯ)
- อินเตอร์เนท (บ. CS Loxinfo)
- สายการบิน (AIR ASIA)
- สถานีโทรทัศน์ (ITV)
- มหาวิทยาลัย (ม.ชินวัตร)
- โรงพยาบาล (พญาไท)
- ธนาคาร (Non-Bank Capital OK)
- บริษัทโฆษณา
- ฯลฯ
11. คำพูด คำสัญญาของรัฐบาล ที่ไม่เป็นจริง
- ผมจะแก้ปัญหาจราจรให้ได้ภายใน 6 เดือน
- จะขึ้นเงินเดือนข้าราชการ 5 % ภายในตุลาคม 2548 (ภายหลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ
สุริยะฯ)
- โครงการย้ายที่ตั้งรัฐสภาไปรังสิต (บ.ไทยเมล่อน)
- โครงการย้ายส่วนราชการ ไป จ.นครนายก
12. วีรกรรม และคำคม (ของทักษิณ)
- ด่านักวิชาการที่ให้คำแนะนำรัฐบาล
- ด่าวิชาชีพทนาย
- ด่า UNSCR กลางที่ประชุมสหประชาชาติ (ห้ามยุ่งกับปัญหาภาคใต้ไทย)
- “UN ไม่ใช่พ่อ”
- “พวกนี้มันโจรกระจอก” (ปัญหาภาคใต้)
- “ไม่ต้องตกใจ มันแค่โรคอหิวาระบาด” (ปัญหาไข้หวัดนก)
- “เป็นพระอยู่ส่วนพระ ไม่สมควรพูดเรื่องการเมือง ถ้าพูดก็ไม่สมควรเรียกว่าพระ”
- “แมง…+++พวกนักวิชาการก็เอาแต่ติ”
- “พูดเรื่องพระราชอำนาจ ระวังเหาจะกินหัว”
13. คนดีมีอุดมการณ์ แต่ถูกกลั่นแกล้ง และอยู่ในรัฐบาลไม่ได้
- ดร.เกษม วัฒนะชัย
- ดร.ปุระชัย เปรี่ยมสมบูรณ์
- นายวิโรจน์ นวลแข
ท้ายนี้หวังว่าผู้ที่มีอำนาจ หน้าที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ นายกทักษิณ จะได้ตอบ
ได้แก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้สำเร็จต่อไป หากตอบไม่ได้ ไม่ชัดเจน หรือไม่ตอบ ไม่แก้ไข
และเมื่อคำถามมีมากขึ้น เมื่อนั้นรัฐบาลก็จะอยู่ไม่ได้เหมือนกัน
ผู้รวบรวม อดีตนักศึกษา 3 สถาบัน (RIT, KMITL, AIT) ผ่านศึกมาแล้ว 3 สังเวียน
- 14 ตุลา 16
- 6 ตุลา 19
- พฤษภาทมิฬ 35
มีนาคม 29, 2009 ที่ 10:20 am
addy
28/03/52 “พล.อ.สุรยุทธ์” แถลงโต้ “ทักษิณ” รับไปบ้าน”ปีย์”ถกปัญหาชาติ ปัดหารือแผนปฏิวัติ
http://www.managerradio.com/Radio/DetailRadio.asp?program_no=1026&mmsID=1026%2F1026%2D2596%2Ewma&program_id=23052